เชื้ออีโคไลคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ต.ค. 15, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

เชื้ออีโคไล(E. Coli)บางสายพันธุ์จำเป็นสำหรับสุขภาพที่ดีแต่บางสายพันธุ์ก็ทำให้เกิดโรครุนแรง

เชื้อเอชเชอริเชีย โคไล(Escherichia coli) หรือย่อว่าเชื้ออีโคไล เป็นแบคทีเรียที่พบได้ทั่วไปในลำไส้ของสัตว์เลือดอุ่นรวมถึงมนุษย์ กลุ่มใหญ่ของเชื้ออีโคไลเป็นสายพันธุ์ที่ไม่มีอันตรายและอาจมีประโยชน์ เช่น เชื้ออีโคไลสร้างวิตามินเคและวิตามินบี6 และยังรักษาพื้นที่ป้องกันในลำไส้สำหรับแบคทีเรียที่มีประโยชน์อื่นๆ อย่างไรก็ตามเชื้ออีโคไลบางสายพันธุ์ก็ทำให้เกิดการเจ็บป่วยและภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง

โฆษณาจาก HonestDocs
พะวงเรื่องค่ารักษาพยาบาล?

ดูแบบประกันสุขภาพ คุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

เลือกซื้อ

การติดเชื้ออีโคไล

หากแบคทีเรียเข้าไปอยู่ในทางเดินปัสสาวะก็จะทำให้เกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ โดยตามรายงานของวารสารโรคระบาดติดเชื้อ(journal Emerging Infectious Diseases)ในปี 2012 พบว่าความจริงแล้วเชื้ออีโคไลเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะกว่า 85 % และเมื่อเชื้ออีโคไลเข้าสู่ปอดก็ทำให้เกิดความเจ็บป่วยของระบบหายใจและส่วนน้อยจะเป็นปอดอักเสบ ตามรายงานของมูลนิธิวิจัยเยื่อหุ้มสมองอักเสบ(Meningitis Research Foundation)พบว่าเชื้ออีโคไลเป็นสาเหตุประมาณ 20% ของเยื่อหุ้มสมองอักเสบในทารก ซึ่งเป็นการติดเชื้อรุนแรงถึงชีวิตของเยื่อบุสมองและไขสันหลังของทารก และเชื้ออีโคไลยังเป็นที่รู้จักกันว่าทำให้เกิดการติดเชื้อในลำไส้และการระบาดของอาหารเป็นพิษ

อาหารเป็นพิษจากเชื้ออีโคไล

สิ่งที่เป็นสาเหตุของอาหารเป็นพิษมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาคือ โนโรไวรัส(Norovirus) ซึ่งทำให้มีผู้ป่วยอาหารเป็นพิษประมาณ 5.5 ล้านคนต่อปี รองลงมาคือเชื้อแบคทีเรีย คือเชื้อซัลโมเนลลา(Salmonella) เชื้อคลอสทริเดียม เพอร์ฟรินเจนส์(Clostridium perfringens) เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์(Campylobacter) และเชื้อสแตฟไฟโลค็อกคัส ออเรียส(Staphylococcus aureus) แต่ก็สามารถเกิดอาหารเป็นพิษจากเชื้อเอชเชอริเชีย โคไล(Escherichia coli) คือเชื้ออีโคไลได้เช่นกัน

เชื้ออีโคไลสายพันธุ์ที่สร้างพิษชิก้า(Shiga toxin-producing E. coli) หรือที่ย่อว่าเอสเทค(STEC) เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยจากอาหารประมาณ 176,000 คนต่อปี และประมาณ 36% ของผู้ป่วยเหล่านี้เกิดจากสายพันธุ์เฉพาะที่เรียกว่า โอ157:เอช7(O157:H7) หรือย่อว่าโอ157(O157) ตามรายงานในปี 2011 ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคที่ตีพิมพ์ในวารสารโรคระบาดติดเชื้อ นอกจากนี้เชื้ออีโคไลสายพันธุ์โอ157เป็นสาเหตุของการนอนโรงพยาบาลในผู้ป่วยอาหารเป็นพิษประมาณ 4% และปศุสัตว์เป็นแหล่งสะสมของเชื้ออีโคไลที่ใหญ่ที่สุดที่แพร่เชื้อสู่คนโดยกินอาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระของสัตว์ที่มีเชื้อแบคทีเรียอยู่ โดยแหล่งของการปนเปื้อน เช่น

  • เนื้อบด
  • ผลิตภัณฑ์จากนม น้ำผลไม้ที่ไม่ผ่านการพาสเจอไรซ์รวมถึงน้ำแอปเปิ้ลด้วย
  • พืชผักที่ใช้น้ำจากฟาร์มปศุสัตว์
  • บ่อน้ำ หรือแหล่งน้ำสาธารณะ(ทะเลสาบ, แม่น้ำ) ที่มีสัตว์ใช้บ่อยๆ

คนก็สามารถแพร่เชื้ออีโคไลได้หากสัมผัสอาหารโดยไม่ล้างมือแล้วทานเข้าไป นอกจากนั้นยังสามารถติดเชื้ออีโคไลได้หากว่ายน้ำแล้วดื่มน้ำในสระว่ายน้ำ แม่น้ำ หรือทะเลสาบที่ปนเปื้อน โดยจะเริ่มมีอาการจากการติดเชื้ออีโคไลในลำไส้หลังจากได้รับเชื้อไป 2-5 วัน โดยอาการของการติดเชื้ออีโคไลในลำไส้ ได้แก่

และอาการที่พบได้น้อยกว่าได้แก่ อาเจียน และไข้ต่ำๆ ในผู้ใหญ่ที่แข็งแรงจะหายจากการติดเชื้อเอสเทคได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์โดยไม่ได้รักษา

การติดเชื้ออีโคไลในเด็ก

เช่นเดียวกับในผู้ใหญ่ เชื้อพาโธเจนิก อีโคไล(pathogenic E. coli)ในเด็กเป็นสาเหตุของอาหารเป็นพิษและติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ และข้อมูลจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติ(National Institutes of Health)ระบุว่าเด็กประมาณ 3% มีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะและต้องไปพบกุมารแพทย์ปีละประมาณ 1 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา และเนื่องจากลักษณะทางกายภาพ เด็กผู้หญิงเกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะมากกว่าเด็กผู้ชายสี่เท่า เด็กผู้ชายที่อายุน้อยกว่า 6 ปีและไม่ได้ขลิบปลายอวัยวะเพศมีโอกาสเกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะมากกกว่าเด็กผู้ชายในวัยเดียวกัน และตามข้อมูลของมูลนิธิวิจัยเยื่อหุ้มสมองอักเสบระบุว่าเชื้อเอชเชอริเชีย โคไล ยังเป็นสาเหตุประมาณ 20% ของเยื่อหุ้มสมองอักเสบในทารก(เป็นการติดเชื้อของเยื่อที่หุ้มสมองและไขสันหลังของทารก) เด็กก่อนวัยเรียนจะแพร่เชื้อแบคทีเรียไปยังเพื่อนที่เล่นด้วยกัน และผู้ใหญ่ก็แพร่เชื้อไปยังเด็กคนอื่นได้หากไม่ล้างมือหลังจากเปลี่ยนผ้าอ้อมซึ่งเป็นข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค นอกจากนี้เด็กยังสามารถแพร่เชื้อต่อได้อีกสองสัปดาห์หลังจากหายป่วยตามรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค

เชื้ออีโคไลและกลุ่มอาการเม็ดเลือดแดงแตก-ยูรีเมีย(Hemolytic Uremic Syndrome)

เชื้ออีโคไลสายพันธุ์เอสเทคประมาณ 5-15% ทำให้เกิดภาวะที่อันตรายถึงชีวิตคือกลุ่มอาการเม็ดเลือดแดงแตก-ยูรีเมีย(hemolytic uremic syndrome) หรือย่อว่าเอชยูเอส(HUS) ซึ่งเกิดจากสารพิษของแบคทีเรียทำให้เม็ดเลือดแดงแตก ตามรายงานในปี 2012 ของวารสารด้านสารพิษระบุว่า เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงจากการติดเชื้อเอสเทค และเสี่ยงเกิดกลุ่มอาการเม็ดเลือดแดงแตก-ยูรีเมียมากขึ้น คนที่ใช้ยาปฏิชีวนะรักษาการติดเชื้ออีโคไลก็มีความเสี่ยงเกิดเอชยูเอสเพิ่มขึ้นเช่นกัน อาการแรกเริ่มของเอชยุเอสส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับการติดเชื้ออีโคไลในลำไส้ปกติ แต่ในระยะท้ายๆของเอชยูเอสจะทำให้ผิวซีด ดีซ่าน และผิวมีจ้ำเลือด หากไม่รักษาจะเกิดไตได้รับความเสียหายถาวรและไตวาย

ภาวะแทรกซ้อนของการติดเชื้ออีโคไลในลำไส้

ผู้ใหญ่ที่แข็งแรงหากพักผ่อนและดื่มน้ำมากๆจะหายจากการติดเชื้ออีโคไลได้ในหนึ่งสัปดาห์ แต่ถ้าไม่ทดแทนน้ำที่เสียไปจากท้องเสียและอาเจียนจะเกิดภาวะขาดน้ำ ในตอนแรกภาวะขาดน้ำจะมีอาการเล็กน้อย เช่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อย่างไรก็ตามภาวะขาดน้ำรุนแรงจะมีอาการรุนแรงขึ้นเช่น เวียนศีรษะ สับสน(เพ้อ) ชีพจรเร็ว หัวใจและไตมีปัญหา และยังสามารถทำให้ชัก สมองได้รับความเสียหายถาวร และเสียชีวิต

ภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

แพทย์จะรักษาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะด้วยยาปฏิชีวนะ อย่างไรก็ตามภาวะแทรกซ้อนอาจเกิดขึ้นได้หากการติเชื้อไม่ได้ตรวจพบแต่เนิ่นๆหรือยาปฏิชีวนะทำงานได้ไม่ดี(เชื้ออีโคไลบางสายพันธุ์ดื้อต่อยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่) ถ้าเชื้อแบคทีเรียกระจายทั่วทางเดินปัสสาวะจะเกิดการติดเชื้อที่ไต และอาจทำให้ไตได้รับความเสียหายถาวรเกิดเป็นแผลเป็นที่ไต การทำงานของไตลดลง ความดันโลหิตสูง และหากหารติดเชื้อรุนแรงการทำงานของไตจะลดลงเกิดไตวายได้ และในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะจะทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดที่เรียกว่าเซพซิส(sepsis) หรือเซพติกซีเมีย(septicemia) ซึ่งทำให้ความดันโลหิตต่ำ การไหลของเลือดในร่างกายลดลงทำให้ระบบอวัยวะและร่างกายหยุดทำงานและถ้าไม่รักษาจะเสียชีวิตในที่สุด

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่