กองบรรณาธิการ HonestDocs
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HonestDocs

ภูมิแพ้ผิวหนัง (Skin allergy)

เผยแพร่ครั้งแรก 9 ส.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 12 พ.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 8 นาที

ตุ่มที่ผิวหนัง อาการคัน ผิวหนังแดง และความผิดปกติทางผิวหนังอื่นๆ เป็นอาการที่พบได้บ่อยมาก ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นก็คือโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังนั่นเอง

รู้จักกับโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังเกิดจากร่างกายไวต่อสารกระตุ้นภูมิแพ้ต่างๆ โดยสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น แพ้ฝุ่น แพ้เหงื่อ แพ้เกสรดอกไม้ แพ้ขนสัตว์ แพ้ยา หรือแพ้อาหาร

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

โดยผื่นผิวหนังอักเสบ (Eczema) ผื่นลมพิษ (Hives) และผื่นแพ้ (Contact dermatitis) เป็นผื่นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด และสัมพันธ์กับอาการแพ้

อย่างไรก็ตามบางครั้งอาการผื่นคัน แดง หรือลมพิษก็เกิดจากโรคอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับอาการแพ้ได้เช่นกัน เช่น โรคหัด หรือโรคอีสุกอีใส

ชนิดของผื่นที่พบบ่อยในผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

1. ผื่นผิวหนังอักเสบ (Eczema)

ผื่นผิวหนังอักเสบ หรือบางครั้งอาจเรียกว่า “ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis)” เป็นโรคที่พบได้ประมาณ 10-20% ในเด็ก และ 1-3% ในผู้ใหญ่

อาการที่พบได้บ่อย คือ ผิวแห้ง แดง ระคายเคือง ตกสะเก็ด และมีอาการคัน หากมีการติดเชื้อร่วมด้วย ผิวหนังอาจมีลักษณะของตุ่มน้ำขนาดเล็ก มีน้ำใส หรือน้ำสีเหลืองซึมออกจากตุ่มน้ำนั้น

ตุ่มเหล่านี้สามารถมีได้ทั้งในช่วงที่มีอาการน้อยมาก และช่วงที่มีอาการปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง และสามารถหายไปได้เองเมื่อเวลาผ่านไป

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

ผื่นผิวหนังอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้กับผิวหนังทุกส่วนของร่างกาย แต่ที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด คือ ด้านในข้อพับ หรือด้านนอกของข้อเข่า ข้อศอก รอบคอ มือ แก้ม และหนังศีรษะ

โดยผู้ป่วยที่มีอาการของภูมิแพ้ผิวหนังแบบผื่นผิวหนังอักเสบมักจะมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้ร่วมด้วย

2. ลมพิษ (Hives)

ลมพิษ หรือเรียกอีกอย่างว่า “Urticaria” มีลักษณะเป็นผื่น หรือปื้นนูนแดงเกิดขึ้นตามผิวหนัง เมื่อออกแรงกดผื่นจะเปลี่ยนเป็นสีซีด หรือสีขาวที่ตรงกลางของผื่น

ผื่นลมพิษแบ่งได้เป็น 2 ระยะ ได้แก่

  • ระยะเฉียบพลัน หมายถึง ผู้ป่วยเพิ่งมีอาการมาในระยะเวลาไม่เกิน 6 สัปดาห์
  • ระยะเรื้อรัง หมายถึง ผู้ป่วยมีผื่นเรื้อรังนานเกิน 6 สัปดาห์

สาเหตุของผื่นลมพิษเฉียบพลันที่พบได้บ่อย คือ เกิดจากการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ผิวหนัง หรือเกิดจากการติดเชื้อ แต่ผื่นลมพิษเรื้อรังนั้นยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

3. ผื่นแพ้สัมผัส (Contact dermatitis)

ผื่นแพ้สัมผัสเป็นภูมิแพ้ผิวหนังที่เกิดขึ้นเมื่อผิวหนังสัมผัสกับสารก่อระคายเคือง หรือสารก่อภูมิแพ้ ทำให้มีผื่นขึ้น ผิวหนังแดง คัน หรือมีตุ่มน้ำใส

ดังนั้น ถ้าคุณมีผื่นแดงคันที่ผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณที่มีการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ หรือสารก่อระคายเคือง คุณอาจเป็นผื่นแพ้สัมผัสได้

สารทำความสะอาด และผลิตภัณฑ์เคมีต่างๆ ล้วนเป็นตัวการให้เกิดผื่นแพ้สัมผัสได้ทั้งสิ้น เช่น สบู่ ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม แชมพู หรือแม้กระทั่งการสัมผัสกับน้ำมากเกินไปก็อาจกระตุ้นให้เกิดผื่นชนิดนี้ได้

นอกจากนี้ผื่นแพ้สัมผัสยังมีสาเหตุจากการสัมผัสโลหะ เช่น นิกเกิล ที่เป็นส่วนประกอบของสแตนเลส และอัลลอยด์อื่นๆ ที่ใช้ในการทำเครื่องประดับ กาว ยาทาเล็บ ยาทาเฉพาะที่บนผิวหนัง พืช ต้นไม้ และถุงมือยาง

บางครั้งสารก่อภูมิแพ้จะไม่ทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ผิวหนังจนกว่าผิวหนังจะสัมผัสกับแสงแดด 

กรณีนี้เราเรียกว่า “ผื่นแพ้สัมผัสเนื่องจากแพ้สารร่วมกับแสง (Photoallergic contact dermatitis)” ซึ่งสามารถเกิดขึ้นเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์บางอย่าง เช่น ครีมโกนหนวด ครีมกันแดด และน้ำหอมบางชนิด

การวินิจฉัยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

แพทย์มักสามารถวินิจฉัยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้จากการสังเกตบริเวณผิวหนังที่มีอาการ และการสอบถามอาการจากคุณ

ตัวอย่างคำถาม เช่น

  • บริเวณที่ผื่นขึ้นมีอาการคันหรือไม่
  • ตำแหน่งของผื่นตามร่างกาย
  • ช่วงเวลาที่เริ่มมีอาการ หรือมีอาการแบบเป็นๆ หายๆ หรือไม่
  • คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังหรือไม่
  • ผู้ป่วยมีโรค หรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ หรือไม่ เช่น โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด เพราะโรคบางอย่างก็สัมพันธ์กับอาการแพ้ได้

คุณควรแจ้งแพทย์ทันที หากอาการของคุณเริ่มส่งผลต่อคุณภาพชีวิต เช่น คุณเริ่มนอนไม่หลับ เพราะอาการคัน หรืออาการจากโรคภูมิแพ้ผิวหนังเริ่มรุนแรงจนคุณไม่สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

นอกจากนั้นแพทย์จะตรวจหาสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดผื่นภูมิแพ้ผิวหนังขึ้น โดยอาจใช้วิธีสอบถามอาการ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคุณ เพื่อหาว่า สิ่งใดเป็นตัวส่งเสริมให้เกิดอาการขึ้นได้บ้าง เช่น คุณอาจจะมีอาการภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบหลังจากสัมผัสสบู่ แชมพู หรือผงซักฟอก

แพทย์อาจแนะนำให้คุณจดบันทึกการรับประทานอาหาร เพื่อให้รู้ว่า มีอาหารที่กระตุ้นให้มีอาการภูมิแพ้ผิวหนัง หรือมีอาการรุนแรงยิ่งขึ้นหลังจากกินเข้าไปไหม

ถ้ายังไม่สามารถหาสาเหตุของภูมิแพ้ได้ด้วยวิธีการดังกล่าว แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจภูมิแพ้ เช่น ทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังด้วยวิธีสะกิด (Skin Prick Test: SPT) หรือการตรวจเลือดหาสารก่อภูมิต้านทาน (Food specific IgG)

วิธีบรรเทาอาการคันจากผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

การดูแล และบรรเทาอาการจากโรคภูมิแพ้ผิวหนัง มีหลักปฏิบัติดังนี้

1. หลีกเลี่ยงการเกา

การเกาที่บริเวณผื่น หรือลมพิษจะทำให้ระคายเคืองมากขึ้น และทำให้เกิดการติดเชื้อ หรือเกิดรอยแผลเป็นขึ้นได้

หากรู้สึกอยากเกามาก ให้ลองเปลี่ยนมาค่อยๆ ขัดผิวบริเวณที่คันด้วยนิ้วมือแทน รวมทั้งพยายามตัดเล็บมือให้สั้น และรักษาความสะอาด เพื่อลดความเสียหายของผิวหนังที่เกิดจากการเกาโดยไม่ตั้งใจ

ส่วนกรณีที่เด็กทารกป่วยเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง คุณควรสวมถุงมือเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเกาบริเวณที่มีอาการ

2. เลี่ยงสิ่งกระตุ้น

แพทย์จะพยายามตรวจหาว่า สิ่งใดเป็นตัวกระตุ้นให้คุณเกิดอาการโรคภูมิแพ้ผิวหนังมากขึ้น

เมื่อทราบว่า สิ่งใดเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการแล้ว คุณควรพยายามเลี่ยงสิ่งนั้นให้มากที่สุด เช่น

  • หากผ้าบางประเภททำให้คุณระคายเคืองผิวหนัง ก็ควรพยายามเลี่ยงเครื่องนุ่งห่มที่ทอจากผ้าประเภทนั้นๆ และเปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าทอละเอียดที่นุ่ม หรือทอจากวัสดุตามธรรมชาติแทน
  • หากความร้อนเป็นตัวกระตุ้นโรคผิวหนังอักเสบ คุณควรพยายามคงอุณหภูมิห้องที่บ้านของคุณให้เย็นพอ โดยเฉพาะในห้องนอน
  • เลี่ยงการใช้สบู่ หรือสารชำระล้างร่างกายที่อาจระคายเคืองต่อผิวหนังของคุณ หรือเปลี่ยนไปใช้ครีมอาบน้ำแทนสบู่

3. ปรับเปลี่ยนอาหารการกิน

อาหารบางประเภท เช่น ไข่ หรือนมวัว สามารถก่อให้เกิดอาการของโรคผื่นผิวหนังอักเสบ

อย่างไรก็ตามคุณไม่ควรปรับเปลี่ยนอาหารการกินใดๆ โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะการงดอาหารประเภทใดๆ ไปเลย อาจเป็นเรื่องที่ไม่ดี

โดยเฉพาะเด็กเล็กที่กำลังต้องการแคลเซียม แคลอรี และโปรตีน สำหรับการเติบโต

4. ใช้สารเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง

หลังอาบน้ำเสร็จ คุณควรทาโลชั่นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง และหมั่นทาเมื่อรู้สึกว่าผิวเริ่มแห้ง สารเหล่านี้มักช่วยบรรเทาอาการผิวแห้งหรือผิวแตกจากโรคผื่นผิวหนังอักเสบได้ โดยคุณอาจลองทดสอบผลิตภัณฑ์หลายๆ ตัวเพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

ยารักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมีอะไรบ้าง?

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้อาจสั่งจ่ายยาบางชนิดเพื่อบรรเทาอาการของคุณ ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของภูมิแพ้ผิวหนังที่เกิดขึ้นด้วย ยาที่คุณอาจได้รับมีดังนี้

1. ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่

หากคุณมีอาการอักเสบที่ผิวหนัง แพทย์อาจให้ใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่สำหรับทาลงบนผิวหนังโดยตรง ซึ่งยานี้จะช่วยลดการอักเสบของผิวหนังได้ภายในเวลาไม่กี่วัน

ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่มีหลายระดับความเข้มข้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค โดยมีตั้งแต่ตัวยาอ่อนๆ อย่างยาไฮโดรคอร์ติโซน (Hydrocortisone) ตัวยาที่มีความแรงปานกลางอย่างโมเมทาโซน (Mometasone) และเบตาเมทาโซน (Betamethasone)

2. ยาแก้แพ้ หรือยาต้านฮีสตามีน

มีทั้งชนิดทา หรือชนิดรับประทาน ใช้สำหรับช่วยบรรเทาอาการคัน หรืออาการแพ้ที่ผิวหนังให้กับคุณ

หากมีอาการคันเฉยๆ แพทย์อาจแนะนำให้คุณใช้ยาต้านฮิสตามีนชนิดไม่มีฤทธิ์กล่อมประสาท ซึ่งจะไม่ทำให้ง่วงนอน

แต่หากอาการคันที่เกิดขึ้นส่งผลต่อการนอนหลับ แพทย์จะแนะนำให้คุณใช้ยาต้านฮิสตามีนที่มีฤทธิ์กล่อมประสาทเพื่อช่วยให้คุณนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น

3. การใช้ผ้าพันแผล หรือผ้าชื้นๆ พัน

ในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้ใช้ผ้าชื้นๆ พันบริเวณผิวหนังที่ป่วยเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรืออาจเป็นการพันผ้าทับสารเพิ่มความชุ่มชื้น หรือยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่ เพื่อป้องกันการเกา และปล่อยให้ผิวหนังฟื้นฟู

4. ยาทาขี้ผึ้ง

เป็นยาใช้ทาเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยลดอาการระคายเคืองผิว และอาการผิวแห้ง

ปัจจุบันมียาทาขี้ผึ้งชนิดใหม่ให้เลือกใช้มากขึ้น เช่น ยาขี้ผึ้งที่จะช่วยบรรเทาอาการผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่มีอาการน้อยถึงอาการปานกลาง หรือยาชีววัตถุสำหรับผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่มีอาการปานกลางถึงอาการรุนแรงมากแล้ว

โดยคุณสามารถขอคำปรึกษาเรื่องการใช้ยาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ได้เลย

5. โลชั่นบำรุงผิว

จะช่วยให้ความชุ่มชื่นเเละบรรเทาอาการคันจากผิวหนังอักเสบ เช่น

  • Aveeno Dermexa ที่มีส่วนผสมพิเศษจากข้าวโอ๊ต
  • Ezerra Cram ที่ให้ความชุ่มชื่น
  • Eucerin omega soothing cream ที่ออกเเบบมาเพื่อรองรับผิวหนังอักเสบ

ผลกระทบจากโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

โรคภูมิแพ้ที่ส่งผลกระทบต่อผิวหนัง สามารถสร้างปัญหาทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ โดยก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้

1. การติดเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง

ผิวหนังของคุณที่แตกแห้งจากโรคภูมิแพ้ผิวหนังจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าคุณเกาบริเวณนั้นๆ หรือรับการรักษาที่ไม่ถูกต้อง

สัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรียสังเกตได้จากการมีของเหลวไหลออกมา เกิดสะเก็ดสีเหลืองบนผิวหนัง เกิดจุดสีเหลืองขาวบนบริเวณที่เป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ผิวหนังเกิดอาการบวมและปวดขึ้น มีไข้สูง และรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว

คุณควรเข้าพบแพทย์ทันที หากคาดว่า ผิวหนังของตนเอง หรือลูกคุณเกิดการติดเชื้อ

2. การติดเชื้อไวรัสบนผิวหนัง

อาการผื่นแพ้อาจทำให้ผิวหนังของคุณติดเชื้อไวรัสโรคเริม หรือไวรัสคล้ายเริมได้ โดยจะส่งผลให้รู้สึกเจ็บปวดและทรุดลงอย่างรวดเร็ว เกิดตุ่มหนองที่อาจแตกออก และทิ้งหลุมแผลเป็นไว้

ในบางกรณีอาจมีไข้สูง และรู้สึกไม่สบายด้วย

คุณควรติดต่อแพทย์ทันทีหากคาดว่า คุณ หรือลูกเริ่มมีภาวะผื่นผิวหนังคล้ายเริม

3. ปัญหาการนอนหลับ

ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผิวหนังมักมีปัญหาในการนอนหลับจากอาการคัน และระคายเคือง

การนอนที่ไม่เพียงพอย่อมส่งผลต่ออารมณ์ และพฤติกรรมได้ อีกทั้งยังทำให้คุณจดจ่อกับการงานได้ยากขึ้น

ในกรณีที่ปัญหานี้เกิดขึ้นกับลูกของคุณ รวมถึงเมื่อต้องหยุดเรียนเพื่อรักษาตัวกะทันหัน นั่นอาจทำให้เด็กเรียนช้ากว่าเด็กคนอื่นได้

4. ผลกระทบทางจิตใจ

โรคภูมิแพ้ผิวหนังบางโรคอาจส่งผลต่อสุขภาพทางจิตได้เช่นกัน โดยเฉพาะในเด็กก่อนวัยเรียนที่ป่วยเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง อาจจะเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาด้านพฤติกรรม เช่น มีความอยู่ไม่สุขมากกว่าเด็กทั่วไป

ส่วนเด็กวัยเรียนนั้นอาจถูกเพื่อนๆ รังแก หรือล้อเลียนได้ ซึ่งจะสร้างบาดแผลทางจิตใจให้เด็ก และอาจทำให้เด็กกลายเป็นคนเงียบขรึม หรือเก็บตัว

คุณจึงควรทำความเข้าใจ หรือปรึกษาครูผู้ดูแลเด็กให้ช่วยดูแลความรู้สึกของลูกคุณ รวมทั้งส่งเสริมให้ลูกมีความมั่นใจในตนเอง และปรับเปลี่ยนทัศนคติต่อรูปลักษณ์ของตนเองให้ดีขึ้น

หากจำเป็นอาจต้องเข้าพบจิตแพทย์เพื่อปรับสภาพจิตใจต่อไป

Q&A

1. ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจนกว่าผื่น หรือลมพิษจะหายไป หรือไม่?

ถ้าขณะนี้ผิวหนังของคุณมีการระคายเคือง หรือมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นผิดปกติ การสัมผัสกับรังสียูวี และผิวที่ไหม้จากแสงแดด (Sunburn) ก็อาจทำให้อาการของคุณแย่ลงได้

ดังนั้นการปกปิดผิวหนังบริเวณที่มีรอยโรค หรือลดระยะเวลาในการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรงให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จึงนับเป็นการป้องกันที่ดี

นอกจากนี้ ผื่นบางชนิดสามารถเกิดจากแสงแดดได้ เช่น ผื่นแพ้สัมผัสเนื่องจากแพ้สารร่วมกับแสง (Photoallergic contact dermatitis) ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเกิดปฏิกิริยาทางผิวหนังกับสารก่อภูมิแพ้ หรือสารก่อระคายเคืองหลังสัมผัสกับแสงแดด

โดยการแพ้ หรือไวต่อเครื่องสำอาง ครีมกันแดด โลชั่นโกนหนวด น้ำหอม และครีมต่างๆ สามารถกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาดังกล่าวได้

เมื่อมีอาการผิดปกติ คุณควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดปฏิกิริยาที่ผิวหนัง และวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

2. อาการผื่นภูมิแพ้ผิวหนังสามารถเกิดจากการแพ้อาหารได้ หรือไม่?

การแพ้อาหารสามารถแสดงอาการทางผิวหนังได้ เช่น ผื่นลมพิษ เป็นต้น และมีหลากหลายสาเหตุทีเดียวที่ทำให้เกิดลมพิษ และผื่นคันขึ้นได้

ดังนั้น เพื่อให้แน่ใจ และสามารถดูแลรักษาอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง คุณควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังเพื่อหาสาเหตุของอาการ และวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

ดูแพ็กเกจตรวจภูมิแพ้ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจเหล่านี้ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @HonestDocs และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android

รวมบทความที่เกี่ยวข้องกับโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน


10 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Guide to Allergic Skin Rashes. Verywell Health. (https://www.verywellhealth.com/skin-allergy-83210)

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาการนี้
เปนภูมิแพ้ทั้งแม่ละลูกควรทำยังไงดีค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ภูมิแพ้เกิดจากอะไรค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
โรคภูมิแพ้มีสิทธ์หายได้หรือไม่
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
น้ำมูกไหลตลอดต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ทำอย่างไรให้ภูมิแพ้หายขาด
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
หากคุณยังมีคำถาม ส่งคำถามให้คุณหมอตอบได้ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม