ภูมิแพ้

ลมพิษ สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกันและการดูแลตนเอง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,299,731 คน

ลมพิษ สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกันและการดูแลตนเอง

เคยไหม รู้สึกแสบร้อน มีผื่นขึ้นที่ผิวหนัง และมักจะเป็นๆ หายๆ สัญญาณนี้อาจบ่งชี้ว่า คุณอาจกำลังเป็น ลมพิษ อยู่ ถ้าสงสัยว่าตัวเองกำลังเป็นลมพิษหรือเปล่า ไปดูกันดีกว่าว่า ลมพิษ คืออะไร มีสาเหตุ อาการ และวิธีรักษาป้องกันอย่างไรบ้าง

ลมพิษ คืออะไร?

ลมพิษคือหนึ่งในกลุ่มอาการของปฏิกิริยาตอบสนองจากโรคภูมิแพ้ ผู้ป่วยมักมีอาการเป็นผื่นบวม นูนแดงสีออกขาวที่ล้อมรอบไปด้วยผื่นสีแดง ซึ่งมีทั้งแบบขนาดใหญ่และขนาดเล็กปะปนกันไป โดยผู้ที่มีอาการลมพิษนั้น จะรู้สึกคัน ถ้าเป็นมากจะรู้สึกแสบร้อนที่ผิวหนังจนสัมผัสกับสิ่งใดๆ ไม่ได้

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย เคอร์รี่ ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

โรคลมพิษแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ตามระยะเวลาและอาการ ได้แก่

1. ลมพิษชนิดเฉียบพลัน (Acute urticaria) คือลักษณะของลมพิษที่เกิดขึ้นมาและหายไปอย่างรวดเร็ว ส่วนมากจะใช้ระยะเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง หรือเป็นติดต่อกันไม่เกิน 6 สัปดาห์
2. ลมพิษชนิดเรื้อรัง (Chronic urticaria) คือลักษณะของลมพิษที่มีอาการเป็นๆ หายๆ ต่อเนื่องกันนานกว่า 6 สัปดาห์ขึ้นไป แม้ว่าอาจจะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็มักจะสร้างความลำบากต่อชีวิตประจำวันไม่น้อย

สาเหตุการเกิด ลมพิษ

จากผลการวิจัยพบว่า ลมพิษไม่มีสาเหตุการเกิดที่แน่ชัด แต่อาจเกิดจากสภาวะที่ร่างกายปล่อยสาร "ฮีสตามีน" (Histamine) และสารอื่นๆ เข้าสู่กระแสเลือดเป็นจำนวนมาก เป็นผลมาจากสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งเร้าภายนอก เช่น แสงแดด ฝุ่น หรือสารพิษต่างๆ รวมไปถึงความเครียด การรับประทานยาแก้ปวด อาหารบางชนิด หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้สาเหตุของลมพิษชนิดเฉียบพลันมักเกิดจากอาการแพ้ต่างๆ ของร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายทำลายตัวเอง หรืออาการแพ้ภูมิตัวเอง ซึ่งเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพ เช่น โรคไทรอยด์ หรือลูปัส (Lupus)หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง

อาการของลมพิษ

อาการของลมพิษเกิดขึ้นได้รวดเร็วมาก ผิวหนังจะนูนแดง อาจมีจำนวนน้อยบ้างเยอะบ้าง และมีขนาดแตกต่างกันไป รวมทั้งมีอาการคันหรือแสบร้อนบริเวณดังกล่าว ลมพิษพบได้ทั้งบนใบหน้า แขน ขา และลำตัว ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกคัน และแสบร้อนที่ผิวหนัง

การวินิจฉัยลมพิษ

การวินิจฉัยอาการลมพิษนั้น แพทย์จะสอบถามอาการเบื้องต้น ซักประวัติการเป็นโรคอื่นๆ หรือการเข้ารับรักษาอาการต่างๆ ของผู้ป่วย เพื่อหาสาเหตุและปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดลมพิษ หากพบว่าผู้ป่วยมีอาการลมพิษบ่อยครั้ง แพทย์อาจทดสอบทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจเลือด หรือการตรวจหาสาเหตุของการแพ้ต่างๆ อย่างละเอียดยิ่งขึ้น

ภาวะแทรกซ้อนของลมพิษ

ภาวะแทรกซ้อนของลมพิษพบประมาณร้อยละ 25 ของผู้ป่วยลมพิษระยะเฉียบพลัน และประมาณร้อยละ 50 ของผู้ป่วยระยะเรื้อรัง โดยลมพิษอาจพัฒนาไปเป็น "แองจิโออีดีมา" (Angioedema) คือผู้ป่วยจะมีอาการบวมของเนื้อเยื่อในชั้นลึกของผิว ซึ่งรุนแรงกว่าลมพิษมาก อีกภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้คือ ภูมิแพ้รุนแรงเฉียบพลัน (Anaphylaxis) ที่มีอาการร่วมคือ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ชีพจรต่ำ หัวใจเต้นเร็ว ฯลฯ ซึ่งหากไม่รักษาอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ฉะนั้นหากมีอาการลมพิษเรื้อรังเป็นระยะเวลานานหรือมีอาการแทรกซ้อน ควรรีบเข้ารับการรักษาโดยด่วน ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย เคอร์รี่ ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

รักษาลมพิษได้อย่างไรบ้าง?

การรักษาลมพิษในเบื้องต้นคือ ทายาแก้แพ้บริเวณผิวหนังที่เป็นผื่นแดง จะช่วยลดอาการลมพิษได้ แต่หากอาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อรับยาที่ถูกต้องและเหมาะสม โดยวิธีการรักษาจะมีทั้งแบบใช้ยาทาและยารับประทานเพื่อช่วยควบคุมอาการให้ดีขึ้นตามลำดับ เช่น คลอร์เฟนิรามีน (Chlorpheniramine) ไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) ไฮดรอกไซซีน (Hydroxyzine) ไซโปรเฮปตาดีน (Cyproheptadine) เซทริซีน (Cetrizine)

วิธีป้องกันลมพิษ

วิธีป้องผื่นลมพิษที่ดีที่สุดคือ หาสาเหตุที่ทำให้เกิดลมพิษ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการ โดยสังเกตว่าเมื่อร่างกายสัมผัสกับสิ่งใดแล้วจะมีอาการเกิดขึ้น ก็พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งเร้านั้น ที่สำคัญหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง และยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงขึ้นอีกด้วย

วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นลมพิษ

ผู้ป่วยที่เป็นลมพิษสามารถดูแลตนเองเบื้องต้นง่ายๆ ได้ดังนี้

  • ควรออกจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงหรือสิ่งเร้าที่กระตุ้นให้เกิดอาการ
  • ไม่ควรสัมผัสกับผื่นลมพิษโดยตรง
  • ควรทำความสะอาดผิวหนังด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ แล้วเช็ดให้แห้ง
  • ทายาแก้อาการลมพิษหรือรับประทานยาให้ครบ
  • ไม่ควรเครียด วิตกกังวล และควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ

แม้ว่าลมพิษจะไม่อันตรายร้ายแรงเหมือนโรคอื่นๆ แต่อาจทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ และหากมีอาการเกิดขึ้นก็ควรหาวิธีรักษาให้เร็วที่สุด

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่