ภูมิแพ้

ลมพิษ สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกันและการดูแลตนเองเมื่อเป็นโรค

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
Istock 652842832 %281%29

เมื่อคนเราเจ็บป่วย ร่างกายก็มักจะแสดงความผิดปกติหรือแสดงอาการของโรคที่แตกต่างกันออกไป แต่สำหรับใครที่มักจะพบว่าตนเองมีอาการผิดปกติบนผิวหนัง โดยเฉพาะอาการแสบร้อน มีผื่นขึ้นและมักจะเป็นๆ หายๆ นั่นแสดงว่าคุณอาจจะกำลังเป็นลมพิษแล้วก็เป็นได้ เราไปดูกันดีกว่าว่าลมพิษคืออะไร สาเหตุ อาการและวิธีรักษาป้องกันทำได้อย่างไรบ้าง

ลมพิษ คืออะไร?

ลมพิษ คือกลุ่มอาการของปฏิกิริยาตอบสนองต่างๆ ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ โดยจะมีลักษณะคล้ายกับผื่นที่เกิดขึ้นตามผิวหนัง มักจะมีอาการเป็นผื่นบวมนูนแดงสีออกขาวและล้อมรอบไปด้วยผื่นสีแดง ซึ่งมีทั้งแบบขนาดใหญ่และขนาดเล็กปะปนกันไป โดยผู้ที่มีอาการลมพิษนั้นจะรู้สึกแสบร้อนจนไม่สามารถสัมผัสกับสิ่งใดๆ ได้

โรคลมพิษสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ตามระยะเวลาและอาการที่เกิดขึ้น ได้แก่

1. ลมพิษชนิดเฉียบพลัน (Acute Urticaria) คือลักษณะของลมพิษที่เกิดขึ้นมาและอาการต่างๆ จะหายไปได้อย่างรวดเร็ว โดยส่วนมากจะใช้ระยะเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง หรือติดต่อกันไม่เกิน 6 สัปดาห์

2. ลมพิษชนิดเรื้อรัง (Chronic Urticaria) คือลักษณะของลมพิษที่มีอาการลมพิษเป็นๆ หายๆ ต่อเนื่องกันเกิน 6 สัปดาห์ขึ้นไป แม้ว่าอาจจะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็มักจะสร้างความลำบากต่อการดำรงชีวิตไม่น้อย

อาการของลมพิษ

อาการของลมพิษจะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วมาก โดยผู้ป่วยจะพบลักษณะผิวหนังที่นูนแดง เกิดอาการคันหรือแสบร้อนที่บริเวณดังกล่าว จำนวนน้อยมากบ้างเยอะบ้าง และมีขนาดแตกต่างกันมาก ซึ่งสามารถพบได้ทั้งบนใบหน้า แขน ขา และลำตัวเป็นส่วนมาก แต่สามารถพบได้ในส่วนอื่นๆ ของร่างกายด้วยเช่นเดียวกัน

สาเหตุของการเกิดลมพิษ

สาเหตุที่ทำให้เกิดลมพิษจากผลการวิจัยพบว่า ไม่มีสาเหตุในการเกิดที่แน่ชัดเท่าไรนัก อย่างก็ดี ก็ยังมีเหตุปัจจัยบอกได้ว่าลมพิษเกิดได้จากสภาวะร่างกายที่ทำการปล่อยสารฮีสตามีนและสารอื่นๆ เข้าสู่กระแสเลือดเป็นจำนวนมาก โดยเกิดจากสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งเร้าภายนอกจากชีวิตประจำวัน เช่น แสงแดด ฝุ่น หรือสารพิษต่างๆ รวมไปถึงพฤติกรรมในการรับประทานยาแก้ปวด การรับประทานอาหารบางชนิด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสภาวะร่างกายเกิดความเครียด นอกจากนี้ สาเหตุของลมพิษชนิดเฉียบพลันก็มักจะเกิดจากอาการแพ้ต่างๆ ของร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายทำลายตัวเองหรืออาการแพ้ภูมิตัวเอง เป็นต้น อันเป็นสัญญาณของปัญหาทางสุขภาพ เช่น โรคไทรอยด์ หรือลูปัส (Lupus) หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยอาการลมพิษนั้นแพทย์จะทำการสอบถามประวัติอาการของลมพิษ ประวัติของโรคอื่นๆ หรือการได้เข้ารับการรักษาอาการต่างๆ เพื่อหาสาเหตุและปัจจัยที่เป็นสิ่งเร้าเข้ามากระตุ้นให้อาการลมพิษเกิดบ่อยครั้งขึ้น หากพบว่าผู้ป่วยมีอาการลมพิษบ่อยครั้ง แพทย์จะทำการตรวจหรือทดสอบทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจเลือด หรือตรวจหาสาเหตุของการแพ้ต่างๆ อย่างละเอียดยิ่งขึ้น

ภาวะแทรกซ้อน

สำหรับภาวะแทรกซ้อนของลมพิษนั้นอาจจะพบได้น้อยในกลุ่มของผู้ป่วย ซึ่งสามารถพบเจอได้ 1 ใน 4 ของผู้ป่วยลมพิษระยะเฉียบพลันและครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยระยะเรื้อรัง มักจะมีสาเหตุมาจากการพัฒนาไปเป็นแองจิโออีดีมา (Angioedema)  อาจจะทำให้เกิดอาการบวมของเนื้อเยื่อในชั้นลึกของผิว รวมไปถึงอันตรายถึงชีวิต หากมีผลต่อการหายใจลำบาก, ไทรอยด์, เกิดภูมิแพ้รุนแรงเฉียบพลัน (Anaphylaxis), โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และอารมณ์แปรปรวน เพราะฉะนั้นหากพบอาการลมพิษเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน ก็ควรรีบเข้ารับการรักษาโดยด่วน ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน

วิธีรักษาลมพิษ

วิธีรักษาอาการลมพิษที่ดีที่สุดคือ การมองหาสาเหตุที่ทำให้เกิดลมพิษ เพื่อจะได้สามารถหลีกเลี่ยงและลดความเสี่ยงในการเกิดอาการลมพิษได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ให้ทายาแก้แพ้ที่ช่วยลดอาการลมพิษได้ ซึ่งควรจะเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อให้สามารถรับยาได้อย่างถูกต้องเสียก่อน โดยวิธีของการรักษาจะมีทั้งแบบใช้ยาทาและยาทานเพื่อช่วยควบคุมอาการให้ดีขึ้นตามลำดับ เช่น คลอร์เฟนิรามีน (Chlorpheniramine), ไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine), ไฮดรอกไซซีน (Hydroxyzine) หรือไซโปรเฮปตาดีน (Cyproheptadine) โดยให้ทานครั้งละ 1-2 เม็ด สำหรับเด็กให้ลดปริมาณของยาลงตามอายุ หากยังพบอาการให้กินซ้ำได้ทุก 4-8 ชั่วโมง ตามแต่ละชนิดของยา

วิธีป้องกันลมพิษ

วิธีป้องกันอาการลมพิษที่ดีที่สุดคือ หลีกเลี่ยงความเสี่ยงหรือสิ่งเร้าต่างๆๆ รอบตัว เช่น อาหาร ยา สารกระตุ้น หรือสิ่งแวดล้อมต่างๆ หากคุณมีประวัติของการเกิดลมพิษควรสังเกตตัวเองอยู่เสมอ ระมัดระวังการใช้ยาให้ถูกต้องและเหมาะสม รวมไปถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ยาในการรักษาโรคเป็นประจำ นอกจากนี้ ควรหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงยิ่งขึ้นอีกด้วย

วิธีดูแลตัวเอง เมื่อเป็นลมพิษ

สำหรับวิธีดูแลตนเองเบื้องต้น ในผู้ป่วยที่เป็นลมพิษ คุณสามารถทำได้ดังนี้

  • ควรออกจากพื้นที่มีความเสี่ยงหรือสิ่งเร้าที่กระตุ้นให้เกิดอาการ
  • ไม่ควรสัมผัสกับผื่นลมพิษโดยตรง
  • ควรทำความสะอาดผิวหนังด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ แล้วเช็ดให้แห้ง
  • ทาด้วยยาแก้อาการลมพิษหรือรับประทานยาให้ครบ
  • ไม่ควรเครียด วิตกกังวล และควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ

จะเห็นได้ว่าลมพิษ เป็นผื่นที่เกิดขึ้นบนผิวหนัง แม้ว่าจะไม่ได้มีอันตรายร้ายแรงมากเหมือนโรคอื่นๆ แต่ปัญหาทางผิวหนังเหล่านี้ก็อาจทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวได้ ดังนั้น ควรหมั่นหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และหากมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้นก็ควรหาวิธีรักษาโดยเร็วจะดีที่สุด

ปัจจุบันลมเป็นอาการที่สามารถพบได้กับทุกๆคน โดยจากข้อมูลทางการแพทย์มักจะพบได้มากที่สุดในช่วงอายุ 20 – 40 ปี และพบได้บ่อยได้เพศชายเป็นส่วนมาก นอกจากนั้นสำหรับผู้ป่วยที่มีประวัติเคยเป็นโรคภูมิแพ้มาก่อนอาจจะมีความเสี่ยงในการเกิดลมพิษได้ง่าย โดยจากสถิติทั่วไปมักจะพบว่าทุกคนต้องเคยเป็นลมพิษอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต ซึ่งพบจำนวนของชีวิตน้องมากหากได้รับการดูแลและรักษาอย่างถูกต้อง ฉะนั้นท่านไดที่มีอาการลมพิษดังกล่าวควรจะเฝ้าระวังและทำการรักษาตามอาการอย่างถูกต้องที่เราได้แนะนำไว้จะดีที่สุด

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่