Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

10 อันตรายจากแสงแดด ภัยหน้าร้อนที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง!

ปัญหาสุขภาพที่ควรระวัง ซึ่งเกิดจากแสงแดดในหน้าร้อน
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,358,098 คน

10 อันตรายจากแสงแดด ภัยหน้าร้อนที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง!

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 14/03/2562

แดดช่วงนี้ร้อนมากจนทำเอาผิวแทบไหม้เลยทีเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับการออกแดดสมัยก่อน สังเกตได้ว่าร่างกายและผิวจะสามารถทนได้ แต่สมัยนี้ออกแดดครู่เดียวก็เกิดอาการแสบร้อนผิวและออกอาการเหมือนจะเป็นลม ช่วงเวลาที่สาธารณสุขแจ้งว่าควรหลบเลี่ยงแดดเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง คือ 10.00-15.00 น. ซึ่งรังสีอุลตราไวโอเลตมีความเข้มข้นสูง เป็นช่วงที่ผิวจะมีโอกาสรับอันตรายจากแสงแดดได้มาก

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck

10 อันตรายจากแสงแดด

1. อันตรายจากแสงแดดทำให้ผิวไหม้

หากช่วงนี้ใครอยากได้ผิวสีแทนแล้วไปตากแดดอาจต้องผิดหวัง เพราะนอกจากผิวจะไม่เป็นสีแทนดังคิดแล้ว อาจได้ผิวไหม้กลับมาอีกด้วย โดยเฉพาะช่วงที่รังสียูวีมีความเข้มข้นสูงมากเป็นพิเศษ ก็จะสามารถแผดเผาเซลล์ผิวหนังให้เสียหายได้ง่ายๆ และผิวที่โดนแดดก็จะได้รับรังสียูวีเกินขนาด จนทำให้เส้นเลือดไหลเวียนมาที่เซลล์ผิวที่ถูกรังสียูวีทำลาย จึงเป็นสาเหตุให้ผิวมีสีแดงจัด และเกิดการไหม้เกรียมแดดในเวลาต่อมา อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง

2. อันตรายจากแสงแดดทำให้เป็นมะเร็งผิวหนัง

เมื่อผิวหนังได้รับแสงแดดจัดนานๆรังสี UV จะเข้าทำลาย DNA (genotoxic) จนอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ เพราะในแสงแดดจะมีสารกระตุ้นมะเร็งอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อได้รับแสงแดดจัด ๆ โดยตรงเป็นเวลานาน ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งผิวหนังมากขึ้น

3. อันตรายจากแสงแดดทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลาย

เป็นที่รู้กันว่า เซลล์เม็ดเลือดขาวเป็นเซลล์ที่ช่วยป้องกันและต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่อาจทำอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้สันนิษฐานว่า รังสียูวีที่ทำให้ผิวเกิดอาการไหม้แดดอาจจะส่งผลกระทบถึงการกระจายตัวของเซลล์เม็ดเลือดขาวได้ และอาจส่งผลกระทบถึงระบบภูมิคุ้มกันได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากถูกแดดเผา ซ้ำร้ายหากโดนรังสียูวีทำร้ายซ้ำบ่อยๆ ระบบภูมิคุ้มกันก็จะอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ

4. อันตรายจากแสงแดดทำให้ผิวหนังอักเสบติดเชื้อได้ง่าย

เนื่องจากรังสียูวีอาจเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ดังนั้นจึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคได้ง่ายดายขึ้น โดยเฉพาะจากปรสิต นอกจากนี้เมื่อเหงื่อออกมากเปียกเสื้อผ้าที่สวมใส่ เกิดความอับชื้นตามซอกข้อพับผิวหนังต่างๆ ยิ่งอุณหภูมิสูงยิ่งทำให้เกิดผดผื่นง่ายขึ้น หรือเด็กๆ มักชอบออกไปวิ่งเล่นกลางแจ้ง ผิวหนังสัมผัสกับสิ่งสกปรก ทำให้เกิดผิวหนังอักเสบได้อีก 

5. อันตรายจากแสงแดดทำให้เป็น โรคผิวหนัง และโรคระบบอื่นๆ กำเริบ

แสงแดดอาจทำให้โรคผิวหนังและโรคอื่นๆ หลายโรคกำเริบขึ้นได้ เช่น โรคลมพิษจากแสงแดด โรคเอสแอลอี และโรคติดเชื้อเริม เป็นต้น

6. อันตรายจากแสงแดดทำให้ผิวพรรณเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร

เนื่องจากรังสียูวีสามารถเข้าไปทำลายคอลลาเจนในเซลล์ผิวและเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวหนัง ทำให้เกิดปัญหาริ้วรอย จุดด่างดำ ความหมองคล้ำ หรือริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย และไม่เฉพาะแต่ที่ผิวหน้าเท่านั้น ส่วนผิวที่โผล่พ้นร่มผ้าอย่างผิวบริเวณคอ แขน หรือขา ก็อาจจะได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน ทางที่ดีเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อนจึงควรทาครีมกันแดดปกป้องผิวก่อนจะออกแดดทุกครั้ง

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck
อันตรายจากแสงแดด

7. อันตรายจากแสงแดดทำให้กระจกตาอักเสบ

หากปล่อยให้รังสียูวีทำร้ายดวงตานานๆ อาจทำให้เป็นกระจกตาอักเสบได้ โดยจะมีอาการแสบตา น้ำตาไหล แพ้แสง และตาแดง จากนั้นจะลามไปเป็นต้อเนื้อ ต้อลม หรือต้อกระจกได้

8. อันตรายจากแสงแดดทำให้เป็นโรคต้อกระจก

โรคต้อกระจกเกิดขึ้นได้ง่ายจากรังสียูวี และยังทำให้จอตาเสื่อมสภาพลงอีกด้วย ซึ่งทั้ง 2 กรณีนี้มีการสันนิษฐานว่า ยูวีอาจไปกระตุ้นการสร้างอนุมูลอิสระที่เป็นต้นเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโปรตีน และอาจไปทำให้เกิดปฏิกิริยากับไขมันที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้ สำหรับอาการของโรคต้อกระจกก็คือ เลนส์ที่แก้วตาจะเริ่มขุ่นมัวไปทีละน้อยๆ ซึ่งหากเป็นมากๆ ความขุ่นมัวก็จะลุกลามเข้าไปถึงส่วนกลางของกระจกตา จนทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจนเหมือนปกติ

9. อันตรายจากแสงแดดทำให้เป็นโรคต้อเนื้อ

โรคต้อเนื้อคือโรคที่เกิดจากการเสื่อมของเยื่อบุตา จนกลายเป็นเนื้อสีแดงรูปสามเหลี่ยมยื่นเข้าไปในตาดำ สาเหตุเกิดจากเยื่อบุตาส่วนนั้นถูกแสงยูวีจากดวงอาทิตย์มากเกินไป ซึ่งหากเป็นต้อเนื้อแล้วจะรู้สึกเคืองตา คันตา แสบตา ตาแดง น้ำตาไหล โดยอาการจะเป็นมากขึ้นหากไปอยู่กลางแจ้ง หรือโดนแดดโดนลม ผู้ที่ยังมีอาการไม่มากอาจไม่ส่งผลอะไรมากนัก แต่หากต้อเนื้อลุกลามไปบดบังตรงกลางของกระจกตา ก็จะมีผลต่อการมองเห็น

10. อันตรายจากแสงแดดทำให้เป็นกระแดดและฝ้า

กระแดดและฝ้าสามารถเกิดได้โดยมีสาเหตุจากการที่รังสียูวีเอและแสงช่วงที่ตามองเห็น (Visible Light) เข้าไปกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีเมลาโนไซต์ (Melanocyte) จนทำให้ผลิตเซลล์เม็ดสีเมลานิน (Melanin) ซึ่งอยู่ในผิวหนังชั้นนอกส่วนล่าง (Epidermis) ออกมาจึงทำให้มีการทำงานมากผิดปกติ ยิ่งมีเมลานินมาก ผิวก็จะยิ่งมีสีเข้ม สามารถมองเห็นผิวหนังมีสีไม่เท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นรอยจุดๆ เล็กที่เรียกว่ากระ หรือเป็นปื้นๆ ที่เรียกว่าฝ้า ซึ่งสาเหตุก็เพราะแสงแดดทำร้ายด้วยกันทั้งนั้น

เนื่องจากประเทศไทยเรามีแนวโน้มจะร้อนและแสงแดดแรงกล้ามากขึ้นทุกที ทางที่ดีอย่าออกไปกลางแจ้งช่วงที่แดดแรงๆ จะดีที่สุด แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรทาครีมกันแดดอย่างน้อยสัก 15 นาทีก่อนออกแดด กางร่ม สวมเสื้อผ้าแขนขายาว สวมหมวก และสวมแว่นกันแดดทุกครั้ง เพื่อช่วยให้ร่างกายไม่ต้องโดนแสงแดดปริมาณมากมาทำร้าย

ที่มาของข้อมูล

นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์, หมอเตือนตากแดดจ้า เสี่ยงมะเร็งผิวหนัง (http://www.dms.moph.go.th/dmsw...)

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป