Doctor men
เขียนโดย
พ.ญ. ศศิวิมล จันทรศรี จักษุแพทย์

ต้อเนื้อ (Pterygium)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 901,231 คน

เมื่อมีการพูดถึงโรคต้อ หรือคนทั่วไปใช้คำว่า “ตาต้อ” ต้องพูดให้ชัดเจนว่าเป็นต้ออะไรกันแน่...ต้อลม ต้อเนื้อ ต้อกระจก หรือต้อหิน เพราะแต่ละต้อไม่ใช่โรคเดียวกัน อาการก็ต่างกัน การรักษาและอันตรายที่จะมีต่อการมองเห็นก็ต่างกันด้วย บทความนี้จะกล่าวถึงต้อเนื้อ ซึ่งเป็นต้อที่อยู่ผิวนอกของดวงตา เป็นต้อที่ผู้อื่นมองเห็น

ลักษณะของต้อเนื้อคือ เป็นแผ่นเนื้อเยื่อรูปสามเหลี่ยม ฐานอยู่ด้านหัวตาหรือหางตา ปลายยอดงอกล้ำเข้าไปในกระจกตาแต่เนื้อเยื่อนี้ไม่ได้ “กิน” กระจกตาจนแหว่งหายไป เป็นการงอกปิดทับอยู่บนกระจกตา

ต้อเนื้อมีเส้นเลือดมาเลี้ยงมาก ทำให้ดูแดง เชื่อว่าเกิดจากการได้รับรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ในแสงแดดจ้าเป็นเวลานานๆ จะต้องเป็นบริเวณแนว 3 และ 9 นาฬิกา (หัวตาหรือหางตา) ซึ่งเป็นส่วนของลูกตาที่เปิดรับแสงกว้างที่สุดเท่านั้น รับรองว่าจะไม่พบต้อเนื้อ ด้านบน และล่าง (แนว 6 และ 12 นาฬิกา) อย่างเด็ดขาด เพราะหนังตาบนล่างช่วยป้องกันแสงแดดตลอดเวลา และต้อเนื้ออาจจะเป็นได้ทั้งตาเดียวหรือสองตา

ความแตกต่างระหว่างต้อลมกับต้อเนื้อคือ ต้อลมจะเป็นเนื้อเยื่อลักษณะเป็นก้อนกลมๆ หรือเป็นแผ่นนูนๆ จำกัดตัวอยู่แค่ที่ตาขาว แต่ต้อเนื้อจะมีส่วนที่ยื่นเข้าไปกระจกตาด้วยด้วย สังเกตง่ายๆ ว่าเป็นต้อเนื้อหรือต้อลมโดยการดูที่ขอบกระจกตา ถ้าขอบเป็นวงกลมครบวง นั่นคือต้อลม แต่ถ้าขอบกระจกตาบางตำแหน่งถูกบังด้วยต้อ นั่นคือต้อเนื้อ

ถ้าต้อเนื้อมีขนาดเล็กๆ มักก่อปัญหาเพียงแค่เกิดการระคายเคืองหรือทำให้ดูไม่สวยงาม คนอายุน้อยมักจะมาปรึกษาแพทย์ด้วยเรื่องต้อเนื้อทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ เพราะแทนที่ตาดำจะดูดำขลับ กลับมามีเนื้อ “อะไรก็ไม่รู้” ทำให้ตาดูแดงๆ เหมือนคนพักผ่อนไม่พอ หรือดูเหมือนไม่สบายอยู่ตลอดเวลา แต่หากเป็นผู้ใหญ่ วัยกลางคน หรือวัยชรา จะมาด้วยเรื่องกลัวว่าต้อเนื้อจะเป็นเนื้องอกเนื้อร้าย

ต้อเนื้อขนาดเล็กที่งอกล้ำเข้าในกระจกตาไม่เกิน 2 มิลลิเมตรมักไม่ก่อปัญหาเรื่องการมองเห็น แต่ถ้าต้อเนื้อนั้นงอกเข้ามาในส่วนของกระจกตา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อสายตาและการมองเห็น ก็จะส่งผลเสียต่อการมองเห็นได้

หากต้อเนื้องอกล้ำเข้ามาในกระจกตามากกว่า 3 มิลลิเมตร หรือถึงกลางกระจกตา อาจทำให้เกิดสายตาเอียง หรือบังการมองเห็นจนตามัวลงได้มาก แต่อย่างไรก็ตาม ถึงต้อเนื้อจะมีขนาดใหญ่แค่ไหนก็ไม่ทำให้ตาบอด เพราะผลกระทบจากต้อเนื้อ อย่างมากก็แค่บังที่กระจกตาเท่านั้น ในขณะที่ส่วนอื่นๆ ของตาไม่ได้รับผลกระทบอะไร แสงยังผ่านเข้าไปในตาให้พอมองเห็นได้อยู่ดี

ต้อเนื้อจะพบได้บ่อยในคนที่อยู่ในเมืองที่มีแสงแดดจัด เช่นตามประเทศต่างๆ ที่อยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตร เมืองที่อยู่ชายฝั่งทะเล ที่มี UV มากตลอดปี จะมีคนเป็นต้อเนื้อจำนวนมาก และเป็นต้อเนื้อขนาดใหญ่ๆ ตั้งแต่อายุยังน้อย

โฆษณาจาก HonestDocs
โปรแกรมตรวจสุขภาพ อายุมากกว่า 50 ปี ลด 15%

เริ่มที่ 2,541 บาท คัดกรองโรคที่เจอบ่อย พร้อมจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน เลือกดูและสอบถามเราวันนี้

Istock 643564758

การรักษาต้อเนื้อ

ถ้าต้อเนื้อยังมีขนาดเล็ก และคนไข้ยังไม่ต้องการผ่าตัดลอก สามารถบรรเทาอาการระคายเคืองได้ด้วยน้ำตาเทียมหรือยาหยอดตาลดอาการเคืองตา แต่หากเคืองตามากๆ ใช้ยาหยอดตาลดอาการระคายเคืองทั่วไปไม่ได้ผล อาจจำเป็นต้องใช้ยาหยอดตาในกลุ่มสเตียรอยด์หยอดเป็นระยะๆ ซึ่งมักจะได้ผลดีมาก แต่การใช้ยาประเภทนี้ต้องอยู่ในการควบคุมของแพทย์ ไม่ควรซื้อมาใช้เอง เพราะยาหยอดตาประเภทสเตียรอยด์อาจทำให้บางคนมีความดันลูกตาขึ้นสูงจนกลายเป็นต้อหินได้

ข้อสำคัญคือ ต้อเนื้อไม่ทำให้ใครตาบอด แต่การซื้อยาประเภทสเตียรอยด์มาใช้เองอาจทำให้ตาบอดจากต้อหินได้

หากต้อมีขนาดใหญ่ ทำให้ตาอักเสบ แดงมาก เป็นประจำ ดูไม่สวยงาม หรือกรณีคนไข้มีความต้องการจะใส่คอนแทคเลนส์แต่ต้อเนื้อทำให้ใส่ไม่ได้ หรือตัวต้องอกมาจนถึงตรงกลางตาดำจนมองเห็นไม่ชัดเจน ให้ปรึกษาจักษุแพทย์ เพื่อพิจารณาการผ่าตัดรักษาด้วยการลอกต้อเนื้อออก การจะใช้เทคนิควิธีใด แพทย์จะพิจารณาตามความเสี่ยงในการงอกใหม่ของต้อ

ข้อบ่งชี้ที่ควรทำผ่าตัดลอกต้อเนื้อ

  1. ตามัวจากต้อเนื้อที่ส่งผลให้เกิดสายตาเอียง
  2. ต้อเนื้องอกเข้าไปบังการมองเห็นคือตรงกลางกระจกตา
  3. อาการระคายเคืองรุนแรง รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
  4. ความสวยงาม

ลักษณะของต้อเนื้อที่มีความเสี่ยงสูงในการงอกใหม่

  1. อายุน้อย
  2. ต้อเนื้อขนาดใหญ่ ฐานกว้าง งอกล้ำเข้าไปกระจกตามากกว่า 3 มิลลิเมตร
  3. ต้อเนื้อมีเส้นเลือดมาก ดูหนาและแดงมาก

เทคนิคในการผ่าตัดลอกต้อเนื้อเพื่อลดความเสี่ยงในการงอกใหม่

สาเหตุที่แพทย์ไม่พิจารณาลอกต้อเนื้อให้ทุกคน เพราะความเสี่ยงในการงอกใหม่มีถึงประมาณ 20% ในปีแรกหลังผ่าตัด และการผ่าตัดลอกในครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 จะยิ่งสำเร็จยากขึ้น ในรายที่เป็นต้อเนื้อชนิดที่มีความเสี่ยงสูง แพทย์จะต้องพยายามหาเทคนิควิธีการต่างๆมาช่วยเพื่อลดการงอกใหม่ ได้แก่

  1. The bare sclera technique คือการผ่าตัดที่ตัดปลายยอดแหลมและตัวต้อที่อยู่บริเวณตาขาว แล้วแพทย์จะพยายามลอกเอาเนื้อเยื่อที่ค้างอยู่บริเวณตาขาวอยู่ออก วิธีนี้มีรายงานว่าอัตราการงอกใหม่หลังทำโดยรวมอยู่ที่ 24%-89%
  2. A conjunctival autograft technique ขั้นตอนการทำตอนต้นเหมือนกับวิธีแรก แต่ที่เพิ่มขึ้นคือ แพทย์จะตัดเอาเยื่อบุตาด้านบนบริเวณที่หนังตาปิดอยู่ของคนไข้เอง นำมาวางบนตาขาวที่เคยมีต้อเนื้อ เย็บตรึงให้ไม่เคลื่อนที่ แล้วตัดไหมออกภายหลัง หรือใช้กาวไฟบริน (Fibrin glue) หยอดเพื่อให้เยื่อบุตาไม่เลื่อนหลุด

    วิธีนี้ลดอัตราการงอกใหม่ให้เหลือเพียง 2-40%
  3. Amniotic membrane grafting เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดการงอกใหม่ของต้อเนื้อ แทนที่จะใช้เยื่อบุตาของคนไข้เอง แพทย์จะใช้เนื้อเยื่อรกที่ผ่านการเตรียมการปลอดเชื้อมาวางแทน อาจจะใช้การเย็บ หรือใช้กาวไฟบริน (Fibrin glue) หยอดเพื่อให้เนื้อเยื่อรกไม่เลื่อนหลุด วิธีนี้หากเป็นการลอกต้อเนื้อครั้งแรก จะช่วยลดอัตราการงอกใหม่ให้เหลือเพียง 2-10% แต่หากเป็นต้อเนื้อที่เคยลอกมาแล้วงอกใหม่ อัตราการงอกใหม่จะสูงถึง 37.5%

การใช้ยาเสริม (Adjunctive therapies) ร่วมกับการผ่าตัดลอกต้อเนื้อ

เนื่องจากการผ่าตัดลอกต้อเนื้อมาพร้อมกับความเสี่ยงที่จะเกิดต้อขึ้นซ้ำ จึงมีความพยายามหายาหรือการรักษาที่ช่วยลดการงอกใหม่ ซึ่งแต่ละวิธีก็มีโอกาสสำเร็จและความเสี่ยงแตกต่างกันไป ได้แก่

  1. มิโตมายซินซี (Mitomycin C) หรือเอ็มเอ็มซี (MMC) ยาชนิดนี้เคยได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในการลดอัตราการงอกใหม่ของต้อเนื้อ มีทั้งใช้ประกอบหลังการลอกต้อเนื้อ โดยวางที่ตาขาวบริเวณเคยมีต้อเนื้อ และใช้หยอดหลังการผ่าตัด แต่ปัญหาคือ หลังลอกไปนานๆ มีรายงานว่าตาขาวบริเวณที่วาง MMC บางลง หรือบางรายถึงกับมีตาขาวทะลุ
  2. เบต้าอีเรดิเอชัน (Beta irradiation) สารชนิดนี้เคยมีความนิยมใช้เพื่อลดการงอกใหม่ แม้จะไม่มีรายงานเปรียบเทียบผลการใช้ แต่ภาวะแทรกซ้อนจากการใช้เบต้าอีเรดิเอชันได้แก่ การเกิดตาขาวขาดเลือดจนทะลุ ติดเชื้อ ต้อกระจก แพทย์ส่วนใหญ่จึงไม่นิยมใช้แล้ว

การป้องกันการเกิดต้อเนื้อ

หากคุณใช้ชีวิตกลางแจ้งที่มีแสงแดดจ้าเป็นเวลานานๆ ควรสวมแว่นกันแดดที่เลนส์มีคุณภาพดีสามารถกัน UV ได้ การสวมหมวกปีกกว้างก็ช่วยได้ ไม่ควรปล่อยให้ดวงตามีอาการระคายเคือง ถ้ามีอาการตาแห้งควรใช้น้ำตาเทียมเป็นประจำ

หากมีปัญหาสงสัยว่าเป็นต้อเนื้อ หรือเป็นต้อเนื้อแล้วมีอาการมาก ควรไปรับการตรวจปรึกษากับจักษุแพทย์ เพื่อได้รับการวางแผนการรักษาตามความเหมาะสม


ที่มาของข้อมูล

Krachmer, J. H. et al. Cornea, 2nd ed. (Philadelphia: Elsevier Mosby, 2005), 1481

Ang, L. P. et al. Curr Opin Ophthalmol 2007;18:308–313.

Stark, T. et al. Cornea 1991;10:196–202.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ต้อเนื้อจำเป็นต้องผ่าตัดมั้ยคะ ถ้าไม่ผ่ามีผลอะไรมั้ยคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
เป็นต้อเนื้อต้องรักษาแบบไหน
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปวดตาค่ะ. เคียงตาด้วย แสบตาด้วย เลยอยากรู้ว่าเป็นอาไรค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คนเป็นโรคต้อเนื้อ จริงหรือปล่าวที่บอกว่าห้ามกินเนื้อ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โรคตาต้อเนื้อเวลาโดนลมแดงใช่ต้อเนื้อไหมค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่