โรคต้อกระจก (Cataract)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,175,320 คน

โรคต้อกระจก (Cataract)

ความหมาย เป็นภาวะที่เลนส์แก้วตา (Lens) สูญเสียสภาพความโปร่งแสง เกิดการขุ่นมัวภายในแก้วตา ด้วยสาเหตุจากมีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและเคมี โปรตีนภายในเลนส์แก้วตาไม่สามารถละลายน้ำได้ จึงทำให้ขุ่น และมีแคลเซียมเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นสาเหตุให้เลนส์แข็งได้ในผู้สูงอายุ ทำให้การมองเห็นค่อยๆ ลดลง ซึ่งเป็นความผิดปกติของตาที่พบได้มากที่สุด

สาเหตุ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการเสื่อมตามวัย จากภยันตราย ความผิดปกติแต่กำเนิดหรือผลจากโรคที่ทำให้มีอาการตามมัว ได้รับสารพิษ เช่น ได้รับสเตียรอยด์ขนาดสูงนานๆ สารเคมีพวกอัลคาไลน์ ทำให้แสบตา การสูบบุหรี่ สารพวกแคลเซียมทองแดง เหล็ก ทอง ธาตุเงิน และปรอท ที่สะสมอยู่ในแก้วตา ร่างกายขาดน้ำ ท้องเสียเรื้อรัง มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในแก้วตา ได้รับแสงอัลตราไวโอเลตจากแสงแดด เช่น ชาวประมง ส่วนช่างเป่าแก้ว ช่างเชื่อมโลหะที่ไม่ใส่แว่นป้องกันแสงก็ทำให้ตาบาดเจ็บ ผู้ที่ได้รับแสงเอกซเรย์ ผู้ที่เป็นโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน กลุ่มอาการดาวน์ โรคไต โรคกระดูกและกล้ามเนื้อ สาเหตุจากพันธุกรรม ได้รับสารอาหารไม่พอ หรือเป็นโรคอ้วน

โฆษณาจาก HonestDocs
"งูสวัด" ภัยร้ายที่ครืบครายเข้ามาในตัวผู้สูงอายุ

พาผู้ใหญ่ในบ้านมา ฉีดวัคซีน ป้องกันไว้ก่อนเลยวันนี้ เพียง 3,575 บ. เท่านั้น

%e0%b8%87%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%8835 internal ad

พยาธิสรีรภาพ แก้วตาในผู้ใหญ่ ประกอบด้วย น้ำร้อยละ 65 และโปรตีนร้อยละ 35 แก้วตาขุ่นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมี เช่น ได้รับออกซิเจนลดลง โซเดียมและแคลเซียมเพิ่มขึ้นขณะที่โปแตสเซียม กรดแอสคอร์บิด (วิตามินซี) และโปรตีนลดลง เมื่ออายุมากขึ้นปริมาณโปรตีนในแก้วตาจะเปลี่ยนไป ความใสจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองซึงขึ้นอยู่กับการได้รับรังสีอัลตราไวโอเลต ดังนั้นต้อกระจกอาจมีสาเหตุจากปริมาณโปรตีนในแก้วตาลดลง และการได้รับแสงมากเกินไป

อาการ อาการนำในผู้ป่วยต้อกระจก ได้แก่ สายตามัวลงเนื่องจากแก้วตาขุ่น โดยเริ่มจากอาการตามัวน้อยๆ จนกระทั่งตามัวมากขึ้นจนมองไม่เห็น อาการโดยทั่วๆ ไป คือตาจะค่อยๆ มัวลงทนกระทั่งตามัวมากขึ้นจนมองไม่เห็น อาการโดยทั่วๆ ไป คือตาจะค่อยๆ มัวลงทีลีละนะน้อยเหมือนมีหมอกหรือกระจกฝ้ามาบัง แต่ไม่มีอาการปวดตา ตาจะมัวหากอยู่ที่สว่างจ้า (รูม่านตาหด) มองเห็นดีขึ้นเมื่ออยู่ในที่ร่ม เห็นภาพซ้อน (Diplopia) ในตาข้างที่เป็นหรืออาจมีอาการกลัวแสง (Photophobia) สายตาอาจสั้นลงในระยะแรกที่เป็นต้อกระจก เนื่องจากแก้วตามีความนูนเพิ่มขึ้น

หากส่องไฟไปที่บริเวณม่านตาจะเห็นรู้ม่านตาเป็นสีขาว และเมื่อตรวจด้วยเครื่องตรวจภายในลูกตาหรือเครื่องส่องดูตา (Ophthalmoscope) จะพบบริเวณรูม่านตามเงาดำตามขนาดและรูปร่างของแก้วตาที่ขุ่น

การวินิจฉัยโรค มีประวัติตามัวลงเรื่อย ๆ โดยไม่มีอาการปวด ตามัวมากขึ้นเมื่อยู่ในที่มีแสงสว่างมากๆ ตรวจวัดสายตาจะพบระดับสายตาลดลง หากส่องไปฉายจะเห็นรูม่านตาเป็นสีขาวเนื่องจากแก้วตาขุ่นขาว ตรวจตาด้วยเครื่อง Slit lamp (Biomicroscope) จะสามารแยกประเภทความขุ่นของแก้วตาได้ว่าขุ่นบริเวณ Cortex, Nucleus หรือ Posterior subcapsular ได้

การรักษา โดยการผ่าตัดเอาเลนส์แก้วตาที่ขุ่นออก (Extracapsular cataract extraction; ECCE or Lens extraction)  และใส่แก้วตาเทียม (Intraocular lens; IOL) เข้าไปแทนที่

เดิม ทำผ่าตัด โดยการผ่าตัดนำเลนส์ออกพร้อมทั้งเปลือกหุ้มเลนส์โดยใช้ความเย็นแตะที่เลนส์แล้วค่อยๆ ดึงออกมา (Intracapsular cataract extraction; ICCE) แผลจะกว้างยาวเกือบครึ่งหนึ่งของรอบตาดำ หลังผ่าตัดจะต้องพักในโรงพยาบาล 7-10 วัน นอกพักบนเตียง (Bed rest) 1-2 วัน ระมัดระวังเกิดกิจกรรมต่างๆ ต้องใส่แว่นตาต้อกระจกซึ่งจะมองเห็นภาพโตขึ้น อาจเห็นภาพขยายมองไม่เห็นด้านข้าง

โฆษณาจาก HonestDocs
"งูสวัด" ภัยร้ายที่ครืบครายเข้ามาในตัวผู้สูงอายุ

พาผู้ใหญ่ในบ้านมา ฉีดวัคซีน ป้องกันไว้ก่อนเลยวันนี้ เพียง 3,575 บ. เท่านั้น

%e0%b8%87%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%8835 internal ad

ปัจจุบัน  นิยมทำผ่าตัดใส่เลนส์เทียม (Intraocular lens; IOL) การทำแบบนี้หากสายตาสั้นมากไม่ต้องใส่เลนส์เทียม และมีการนำเอาคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) เข้ามาช่วยในการสลายแก้วตาแล้วดูดออก เรียกการทำนี้ว่า Phacoemulsification การใส่แก้วตาเทียมช่วยให้การมองเห็นชัดเจนขึ้น แต่ถ้าไม่ใส่แก้วตาเทียมจะต้องใส่เลนส์สัมผัสหรือแว่นตาซึ่งแว่นเลนส์นูนจะหนามากทำให้ปรับระยะทางได้ลำบาก

การพยาบาล

1)ให้ความรู้เรื่องต้อกระจก อาการและการรักษา ตลอดจนผลเสียที่จะตามมาหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อธิบายขั้นตอนการผ่าตัดอย่างง่ายๆ และชัดเจนเหมาะสมกับสภาพผู้ป่วย รวมทั้งการปฏิบัติตัวก่อนและขณะทำผ่าตัดโดยก่อนผ่าตัดจะต้องตัดขนตา ล้างตา หยอดตาข้างที่จะทำผ่าตัดตามแผนการรักษาของ แพทย์ และการทำผ่าตัดต้อกระจกไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ แต่จะฉีดยาชาเฉพาะที่ ดังนั้น ขณะทำการผ่าตัดผู้ป่วยต้องนอนนิ่งๆ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาล โดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้เลยภายหลังผ่าตัดและต้องมาพบแพทย์ในวันรุ่งขึ้นเพื่อติดตามผลการรักษา ยกเว้นในรายที่มีปัญหาซับซ้อนหรือบ้านไกลมากเดินทางไม่สะดวกต้องนอนพักในโรงพยาบาลเป็นเวลา 2 วัน คือ ก่อนทำผ่าตัด 1 วัน และหลังผ่าตัด 1 วัน โดยภายหลังเป็นเวลา 2 วัน คือ ก่อนทำผ่าตัด 1 วัน และหลังผ่าตัด 1 วัน โดยภายหลังทำผ่าตัดจะต้องปิดผ้าปิดตา (Eye pad) และครอบที่ปิดตา (Eye shield) ข้างที่ผ่าตัด การทำกิจกรรมต่างๆ ต้องระมัดระวัง ไม่ก้มหน้า ไม่สั่นหน้า ไม่ไอหรือจากแรงๆ และไม่นอนตะแคงด้านที่ทำผ่าตัด ป้องกันอุบัติเหตุโดยประเมินการมองเห็นของผู้ป่วย จัดวางของให้เป็นระเบียบเพื่อป้องกันการสะดุดหรือหกล้ม ป้องกันภาวะแทรกซ้อนภายหลังผ่าตัดโดยเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนผ่าตัด เช่น เจาะเลือดตรวจนับเม็ดเลือด (CBC) ตรวจดูเชื้อเอดส์ ตรวจปัสสาวะ ถ่ายภาพรังสีทรวงอก ตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด (สำหรับผู้ป่วยเป็นเบาหวาน) วัดความดันเลือด ล้างท่อน้ำตา ตรวจวัดกำลังหักเหแสงของแก้วตาเทียม ตัดขนตาข้างที่จะผ่าตัด หยดตาด้วยยาปฏิชีวนะและหยอดยาขยายม่านตา

2) ในการพยาบาลผู้ป่วยหลังผ่าตัดต้อกระจกโดยให้ยาแก้ปวดตามแผนการรักษาเมื่อผู้ป่วยปวดตา เช็ดตาข้างที่ทำผ่าตัด หยอดตาตามแผนการรักษาทุกวัน แนะนำผู้ป่วยเกี่ยวกับวิธีทำความสะอาดใบหน้า โดยเช็ดหน้าแทนการล้างหน้า เพื่อไม่ให้น้ำเข้าตามข้างที่ผ่าตัด และต้องระมัดระวังไม่ขยี้ตาหรือให้นิ้วแยงตา

3) ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวก่อนและหลังผ่าตัด ป้องกันภาวะแทรกซอนหลังผ่าตัด ได้แก่ ต้อหิน ความดันลูกตาสูง การติดเชื้อ เลือดออก จอรับภาพบวมและแผลแยก

4) แนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวเมื่อกลับไปอยู่บ้าน เช่น การอาบน้ำต้องระวังไม่ให้น้ำเข้าตาข้างที่ผ่าตัด ไม่ก้มหน้าสระผม แต่ใช้วิธีนอนหงายให้ผู้อื่นสระให้ หลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายอุจจาระ ไม่ควรก้มหน้าลงต่ำกกว่าระดับเอว สามารถใช้สายตาได้ตามปกติ แต่เมื่อรู้สึกเมื่อยตาหรือไม่สุขสบายตาให้หยุดพักทันที เช็ดตา วันละครั้ง หยอดตาและป้ายตาตามแพทย์สั่ง ที่สำคัญต้องปิดที่ครอบตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานอน เพราะอาจเผลอขี้ตาได้ในตอนกลางวันหากไม่ปิดที่ครอบตา ต้องสวมแว่นตาไว้ตลอดเวลา หากต้องออกนอนบ้านควรสวมแว่นตากันแดด ต้องมาตรวจตามแพทย์นัดทุกครั้ง แต่ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ปวดตา ตาแดง หรือมีขี้ตามาก ให้มาพบแพทย์ก่อนนัดได้

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความก่อนหน้า
การผ่าตัด
การผ่าตัด

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

้เราจะสามารถบำรุงสายตาได้ยังไงค่ะ?
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ตาพร่ามัวเกิดจากอะไรคะ และควรดูแลรักษาตัวเองอย่างไร
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โรคต้อกระจก ไม่ผ่าตัดได้มั้ยค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ต้อกระจกไม่ผ่าจะหายมั้ย
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่