Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
สุขภาพตา

ปวดตา ทำอย่างไรดี? ข้อมูล สาเหตุ การรักษา และวิธีป้องกัน

อาการปวดตา สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น และเราจะดูแลตนเองได้อย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,200,313 คน

ปวดตา ทำอย่างไรดี? ข้อมูล สาเหตุ การรักษา และวิธีป้องกัน

อาการปวดตาตุ้บๆ แสบตา ตาแห้ง รู้สึกเคืองตา หรือมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา อาการเหล่านี้ล้วนแต่เป็นอาการของการปวดตาทั้งสิ้น สาเหตุสำคัญมาจากลักษณะการทำงาน การใช้ชีวิต หรือไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่เปลี่ยนไปจากเดิม เมื่อคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างขาดไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างหลังที่ไม่ว่ามองไปทางไหนก็เห็นแต่สังคมก้มหน้าเต็มไปหมด ความสัมพันธ์ระหว่างบุคลลแบบ face to face ลดน้อยลง ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ส่งผลให้คนใช้สายตานานขึ้นต่อวันจนเป็นสาเหตุของการปวดตาบ่อยๆ ได้ 

ปวดตาเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

การปวดตานั้นมีสาเหตุเกิดขึ้นได้หลายอย่าง นอกจากการใช้สายตามากๆ แล้ว ยังอาจเกิดจากสาเหตุต่างๆ ดังนี้

  • การอักเสบ 
  • การติดเชื้อ 
  • มีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา 
  • โรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตนเองบางชนิด 
  • กระจกตาถลอก 
  • ตามีอาการล้า ตาแห้ง 
  • ปลายประสาทอักเสบ 
  • โรคตาแดง 
  • เลือดออกในตา 
  • โรคตากุ้งยิง 
  • โรคต้อหิน 
  • โรคไมเกรน 
  • โรคไซนัส 
  • โรคภูมิแพ้ 
  • โรคไข้หวัด 
  • เนื้องอกในสมอง 
  • เส้นเลือดในสมองตีบ 
  • เส้นเลือดในสมองแตก 
  • หนังตาม้วนออก 

การวินิจฉัยของแพทย์

จักษุแพทย์จะวินิจฉัยอาการปวดตาร่วมกับอาการอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น มองเห็นไม่ชัด โดนแสงไม่ได้ รู้สึกเหมือนมีบางอย่างอยู่ในตา ปวดศีรษะ เห็นภาพซ้อน รวมถึงการมีโรคประจำตัวบางโรค เช่น โรคเบาหวาน หรือเคยมีประวัติการผ่าตัดที่ดวงตา เคยได้รับบาดเจ็บรอบดวงตา หรือแม้แต่การใส่คอนแทคเลนส์ โดยแพทย์จะมีการตรวจด้วยเครื่อง opthalmoscope (เครื่องส่องดูตาเพื่อตรวจจอประสาทตา) และอาจมีการตรวจพิเศษตามสิ่งที่คิดว่า เป็นสาเหตุของโรค

ทั้งนี้ผู้ป่วยควรจะต้องแจ้งแพทย์ผู้รักษาให้ละเอียดถึงการใช้ยาต่างๆ รวมทั้งการมีโรคประจำตัวอื่นๆ ที่กำลังเป็นอยู่ด้วยเพื่อช่วยให้การวินิจฉัยของแพทย์มีความถูกต้องและแม่นยำยิ่งขึ้น หากการปวดตามีอาการไม่มากและไม่มีอาการที่รุนแรงก็ยังคงสามารถบรรเทาอาการปวดตาได้ด้วยตนเอง

วิธีบรรเทาอาการปวดตาด้วยตนเอง

  • ล้างตา 
    เมื่อมีอาการเคืองตา หรือปวดตาจากการโดนสิ่งแปลกปลอมกระแทก ควรล้างตาด้วยน้ำเกลือปลอดเชื้อเพื่อล้างเอาสิ่งแปลกปลอมที่อาจมีอยู่ในตาได้ หากเกิดจากสิ่งแปลกปลอมก็จะช่วยให้อาการปวดหายไป แต่ถ้ายังรู้สึกไม่ดีขึ้นห้ามขยี้ตาเป็นอันขาด และไม่ควรเอาสิ่งแปลกปลอมออกด้วยวิธีการใดๆ ควรรีบไปพบจักษุแพทย์โดยเร็วที่สุด
  • ใช้น้ำตาเทียมหยอด
    ถ้ามีอาการตาแห้ง ฝืด หรือระคายเคืองจนรู้สึกปวดตา ให้ใช้น้ำตาเทียมหยอดเพื่อช่วยให้ตามีความชุ่มชื้นมากขึ้น แต่ควรใช้โดยอยู่ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกรและแพทย์เท่านั้น
  • พักตา
    การใช้สายตาเพ่งจ้องนานๆ ในที่ที่มีแสงจ้า เช่น สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ อ่านหนังสือ การทำงาน หรือกิจกรรมต่างๆที่ต้องเพ่งมองมากๆ ควรจะต้องมีการพักสายตาเป็นระยะๆ เช่น ไปทำอย่างอื่นหรือพักมองออกไปไกลๆ ใส่แว่นตาสำหรับป้องกันแสงสว่างจ้า ควรกลอกตาไปมาเป็นวงกลม หรือจากบนลงล่างและซ้ายไปขวา หรือแม้แต่การใช้นิ้วนวดขมับและรอบดวงตาเบาๆ จะช่วยทำให้ผ่อนคลายได้
  • ปรับพฤติกรรม
    อาการปวดตายังสามารถเกิดขึ้นได้ง่าย เช่น สายตาสั้น หรือสายยาว การเมื่อยล้าจากการใช้สายตาเพ่งนานๆ สิ่งที่ผู้ป่วยควรปฏิบัติเบื้องต้นคือ ปรับ หรือเปลี่ยนแว่นตา รับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา เช่น เนื้อปลา ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เป็นต้น นอกจากนี้ควรเลิกสูบบุหรี่และทำความสะอาดคอนแทคเลนส์อย่างสม่ำเสมอ

แต่ถ้าหากผู้ป่วยมีอาการรุนแรง เช่น ปวดตานานต่อเนื่องเกิน 2 วัน ตาบวมแดง มองเห็นไม่ชัดมากขึ้น อาเจียน คลื่นไส้ และกลอกตา หรือลืมตาลำบาก ร่วมกับปวดศีรษะมากๆ จะต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที 

ก่อนใช้ยาต่างๆ เช่น ยาแก้แพ้ ยาสมุนไพร สารสกัดจากพืช ควรศึกษาและปรึกษาเภสัชกร หรือไปรับการตรวจรักษากับแพทย์เสียก่อน เพื่อวินิจฉัยให้ได้ว่า อาการปวดตานั้นเกิดจากสาเหตุใดจึงสมควรที่จะรักษาด้วยการใช้ยาต่างๆ เหล่านี้ด้วยตัวเอง 

นอกจากนี้การประสบอุบัติเหตุที่ตา เช่น ตาแตก กะโหลกยุบ มีน้ำไหลออกมาจากตา โดนของมีคมฟันบริเวณตา โดนสารเคมีสาด หรือกระเด็นเข้าที่ตา ควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพราะทุกนาทีมีผลต่อการมองเห็นของผู้ป่วย

ที่สำคัญการซื้อยามารับประทานเองอาจเกิดผลข้างเคียง หรือผลกระทบและรักษาไม่ตรงกับโรคที่ทำให้เกิดอาการปวดตา ทำให้เสียทรัพย์รวมทั้งเสียเวลากับผู้ป่วยได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยควรไปพบจักษุแพทย์โดยเฉพาะเพื่อสามารถตรวจพบโรคที่เกี่ยวกับดวงตาในระยะแรกได้ ทั้งนี้การเข้ารับการรักษาโรคที่พบในระยะเริ่มต้นถือว่า เป็นผลดีต่อตัวผู้ป่วยอย่างมาก

ที่มาของข้อมูล

Matthew F Gardiner, MD, Overview of eye injuries in the emergency department (https://www.uptodate.com/conte...), March 2019

Benjamin Osborne, MD, Optic neuritis: Pathophysiology, clinical features, and diagnosis (https://www.uptodate.com/conte...), March 2019


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป