สุขภาพตา

ตาแดง สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกันและการดูแลตนเองเมื่อเป็นโรค

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 2, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 452,223 คน

ตาแดง สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกันและการดูแลตนเองเมื่อเป็นโรค

โรคตาแดง เป็นโรคที่ทุกคนมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นกันได้ง่าย โดยเฉพาะการติดต่อจากผู้ป่วยที่เป็นโรคตาแดง หลายครั้งเมื่อเราพบเห็นว่าใครเป็นตาแดง เรามักจะต้องหลีกเลี่ยงเพื่อลดโอกาสในการติดต่อของโรคดังกล่าว วันนี้เราไปดูกันว่าโรคนี้มีภาวะร้ายแรงหรือไม่ จะมีวิธีรักษาและป้องกันได้อย่างไร ไปติดตามกันได้เลย

ตาแดง คืออะไร?

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

คลิก

ตาแดง (Conjunctivitis) คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของดวงตา โดยลูกตาจะเป็นสีแดงซึ่งเกิดจากการที่หลอดเลือดฝอยขยายตัวมากขึ้น สำหรับการเป็นโรคตาแดงส่วนใหญ่แล้วจะเป็นอยู่ที่ประมาณ 1-2 วัน แต่บางรายสามารถที่จะเป็นโรคตาแดงแบบรุนแรงมากยิ่งขึ้นได้ เพราะฉะนั้น ผู้ป่วยควรเฝ้าสังเกตอาการตนเอง หากพบว่าอาการตาแดงเริ่มผิดปกติมากยิ่งขึ้น ก็ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

สาเหตุของโรคตาแดง

โรคตาแดงสามารถที่จะเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ซึ่งสาเหตุเหล่านั้นก็มีดังนี้

1. ติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย

การติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคตาแดงขึ้นได้ โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นการเกิดขึ้นพร้อมๆ กับโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ หรือแม้กระทั่งการใส่คอนแทคเลนส์แบบไม่ได้ทำความสะอาด ซึ่งเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เป็นโรคตาแดงก็มีดังนี้

  • เชื้อ adenovirus คือ เชื้อเยื่อบุตาอักเสบ
  • เชื้อ herpes simplex virus คือ เชื้อเริม
  • เชื้อ varicella-zoster virus คือ เชื้ออีสุกอีใสและงูสวัด
  • เชื้อ picornaviruses คือ เชื้อไวรัสส่งผลต่อโรคไวรัสตับอักเสบ
  • เชื้อ molluscum คือ เชื้อที่ทำให้เกิดหูดข้าวสุก
  • เชื้อ vaccinia คือ เชื้อไวรัสวัคซีน (เป็นสาเหตุที่เกิดได้ยาก)
  • เชื้อ HIV คือ เชื้อเอดส์

2. โรคภูมิแพ้

สารก่อภูมิแพ้ต่างๆ สามารถทำให้ร่างกายเกิดผลตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ได้ โดยเป็นการผลิตแอนตี้บอดี้ คือ immunoglobulin E ซึ่งเป็นแอนตี้บอดี้ที่ทำให้เกิดเซลล์ที่ส่งผลต่อการปล่อยสารฮีสตามีน หากภายในร่างกายมีสารฮีสตามีนมากเกินไป ก็จะส่งผลทำให้เกิดเยื่อบุตาอักเสบและเกิดอาการตาแดงได้นั่นเอง

3. ตาแห้ง

อาการตาแห้ง เป็นอาการที่ดวงตามีปริมาณน้ำตาที่ไม่เพียงพอ จึงทำให้น้ำตาไม่สามารถช่วยหล่อลื่นดวงตาได้ ส่งผลทำให้ตาแห้งบ่อยๆ และหากตาแห้งเรื้อรังก็จะทำให้เกิดอาการคันและระคายเคืองดวงตา จนนำมาซึ่งโอกาสในการติดเชื้อและเป็นโรคตาแดงขึ้นได้

4. คอนแทคเลนส์

คอนแทคเลนส์ เป็นตัวช่วยในการมองเห็นสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้น แต่การใช้ทุกครั้งจะต้องหมั่นทำความสะอาดและเก็บรักษาคอนแทคเลนส์ให้ถูกวิธี เพราะไม่เช่นนั้น คอนแทคเลนส์จะกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรีย ที่สำคัญยังก่อให้เกิดอาการตาแห้งได้ง่ายมากขึ้นอีกด้วย

5. แสงจากคอมพิวเตอร์

การใช้สายตาจ้องคอมพิวเตอร์นานเกินไป แสงอัลตราไวโอเลตจากคอมพิวเตอร์จะส่งผลกระทบต่อดวงตาและการมองเห็น ซึ่งส่งผลทำให้เกิดอาการตาแห้ง และทำให้เป็นโรคตาแดงได้

6. อาการเจ็บตา

อาการเจ็บตาสามารถที่จะเกิดขึ้นได้จากการผ่าตัด หรือบางรายอาจจะเป็นโรคที่ส่งผลต่ออาการเจ็บตาอยู่แล้ว แต่ในกรณีของการผ่าตัดกับการส่งผลทำให้ดวงตามีสีแดงนั้น ถือเป็นเพียงการตอบสนองของร่างกายที่จะทำให้การไหลเวียนเลือดเป็นไปอย่างง่ายดายมากขึ้น

7. แผลที่กระจกตา

การเป็นแผลที่กระจกตาสามารถที่จะส่งผลต่อการติดเชื้อได้เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นจึงนับว่าอันตรายอย่างมาก เพราะสามารถที่จะส่งผลต่อการมองเห็น และอาจจะมีอาการเจ็บปวดดวงตาร่วมด้วย

8. โรคเริมที่ตา

การเป็นโรคเริมเกิดขึ้นที่ตา มักเกิดจากการติดเชื้อ herpes simplex virus ซึ่งเป็นเชื้อชนิดที่ 1 ซึ่งโรคเริมเป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการกับดวงตาได้ และยังทำให้ตาไวต่อแสงง่ายขึ้นอีกด้วย

9. ภาวะม่านตาอักเสบ

เป็นภาวะการอักเสบที่เกิดขึ้นกับดวงตาชั้นกลาง โดยส่งผลทำให้ดวงตามีสีแดง ทำให้ตาไวต่อแสงได้ง่าย และยังส่งผลต่อการมองเห็นอีกด้วย การเป็นภาวะม่านตาอักเสบ นอกจากจะส่งผลต่อการเป็นโรคตาแดงได้แล้ว ยังสามารถที่จะส่งผลต่อการเป็นโรคต้อกระจกได้ด้วยเช่นกัน

10. โรคต้อหิน

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคตาแดงจากโรคต้อหิน มีโอกาสที่จะเป็นไปได้น้อย แต่หากเป็นแล้วก็อาจจะทำให้เกิดอาการต่างๆ ขึ้นได้ ซึ่งหากเป็นแบบรุนแรงก็จะทำให้สูญเสียการมองเห็นได้เลยทีเดียว

อาการของโรคตาแดง

อาการของโรคตาแดง สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับดวงตาข้างเดียวหรือสองข้าง และเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็สามารถที่จะบ่งบอกอาการแบบปกติโดยทั่วไปได้ดังนี้

  • คันตา
  • แสบตา
  • น้ำตาไหล
  • เปลือกตาบวมและลอก
  • ขนตาร่วง
  • ปวดแสบปวดร้อน

อาการตาแดงแบบผิดปกติที่ผู้ป่วยควรรีบพบแพทย์

หากพบว่าโรคตาแดงมีอาการผิดปกติมากขึ้น ก็ควรรีบไปพบแพทย์ทันที โดยอาการตาแดงที่บ่งชี้ว่าผิดปกติมีดังนี้

  • ไม่สามารถลืมตาหรือหลับตาได้
  • ไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส
  • คลื่นไส้
  • ตามีอาการบวม
  • ตารู้สึกไวต่อแสง
  • การมองเห็นผิดปกติ
  • รู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ในตา

โรคตาแดง ติดต่อกันได้หรือไม่?

โรคตาแดง เป็นโรคที่สามารถติดต่อกันได้ง่ายมาก ซึ่งการติดต่อของโรคนั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้

  1. ใกล้ชิดหรือสัมผัสกับผู้ที่เป็นโรคตาแดง เพราะนี่คือ สาเหตุหลักส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดการติดต่อกันของโรคตาแดงได้ง่าย อันเกิดจากการสัมผัสน้ำตาของผู้ป่วย เมื่อเชื้อติดที่มือก็สามารถที่จะแพร่จากมือมาติดที่ตาโดยตรงได้
  2. ใช้สิ่งของร่วมกันกับผู้ป่วย เช่น เสื้อผ้า และอุปกรณ์แต่งหน้า เป็นต้น
  3. ได้รับฝุ่นละอองหรือมีน้ำสกปรกเข้าสู่ดวงตา
  4. แมงหวี่หรือแมลงวันบินเข้ามาตอมบริเวณดวงตา
  5. ไม่ดูแลรักษาทำความสะอาดร่างกายให้ดี โดยเฉพาะใบหน้าและมือ

อย่างไรก็ตาม โรคตาแดงจะไม่เกิดการติดต่อกันจากการสบตา จากทางอากาศและการทานอาหารร่วมกัน อีกทั้งอาการต่างๆ จะสามารถเกิดขึ้นภายในระยะ 1-2 วัน แต่ระยะเวลาในการติดต่อไปยังผู้อื่นจะใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 14 วัน

ภาวะแทรกซ้อนของโรคตาแดง

การเป็นโรคตาแดงล้วนมีโอกาสที่จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้ โดยเฉพาะผู้ที่เกิดอาการตาแดงแล้วไม่รีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษา ซึ่งอาการแทรกซ้อนที่พบก็มีดังนี้

  • การเกิดแผลในดวงตา
  • การติดเชื้อลุกลามไปที่อวัยวะส่วนอื่น
  • ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน อันเนื่องจากการมองเห็นที่ผิดปกติ
  • สูญเสียการมองเห็น
  • สูญเสียดวงตา

การวินิจฉัยโรคตาแดง

การวินิจฉัยโรคตาแดงจะมีความคล้ายคลึงกับการวินิจฉัยโรคทั่วไป แต่อาจจะมีกระบวนการวินิจฉัยบางส่วนที่มีความแตกต่างอยู่บ้าง โดยการวินิจฉัยโรคตาแดง มีดังนี้

  • การสอบถามประวัติของผู้ป่วย
  • การตรวจร่างกาย
  • การตรวจดวงตา
  • การตรวจ Slit-lamp (การตรวจตาผ่านกล้องจุลทรรศน์แบบพิเศษ ทำให้ตรวจได้ละเอียดมากขึ้น)
  • การตรวจขี้ตา
  • การเสมียร์เชื้อ

วิธีรักษาโรคตาแดง

การรักษาโรคตาแดง สามารถรักษาได้หลายวิธี แต่วิธีเบื้องต้นที่ผู้ป่วยสามารถทำเองได้ก็มีดังนี้

  • ไม่สัมผัสตาที่ติดเชื้อ
  • ล้างมือทุกครั้ง หากนำมือไปสัมผัสบริเวณดวงตา
  • ทำความสะอาดปลอกหมอนและผ้าปูที่นอน
  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า
  • ไม่ใส่คอนแทคเลนส์ทั้งของตนเองและผู้อื่น
  • สวมแว่นตาแทนการใส่คอนแทคเลนส์
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาหยอดตาสำหรับโรคตาแดงที่มีการติดเชื้อ

วิธีเหล่านี้ล้วนเป็นวิธีดูแลรักษาอาการตาแดงในเบื้องต้นที่ผู้ป่วยสามารถทำเองได้ เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการเกิดโรคตาแดงไม่ให้เป็นยาวนานหลายวัน

การรักษาตาแดงด้วยยาหยอดตา

การรักษาโรคตาแดงด้วยยาหยอดตา ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรเป็นอย่างดีเสียก่อน โดยก่อนอื่นเราไปดูกันว่ายาหยอดตามีกี่ประเภท อะไรบ้าง?

ประเภทของยาหยอดตา

ยาหยอดตามีด้วยกัน 3 ประเภท แต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติดังนี้

  1. ยาหยอดตา Naphazoline เป็นยาหยอดตาที่จะช่วยรักษาโรคตาแดงโดยตรง โดยจะช่วยบรรเทาอาการคัน และบวม
  2. ยาหยอดตา Tetrahydrozoline เป็นยาหยอดตาที่เป็นดั่งยาแก้แพ้ และช่วยในเรื่องการหดตัวของหลอดเลือด จึงสามารถช่วยรักษาโรคตาแดงได้เป็นอย่างดี
  3. Eye lubricant drops หรือจะเรียกอีกอย่างว่า น้ำตาเทียม โดยจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ดวงตาและช่วยลดการระคายเคือง

วิธีป้องกันโรคตาแดง

สำหรับวิธีป้องกันโรคตาแดง สามารถทำได้จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยทำได้ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสตาในขณะที่ไม่ได้ล้างมือ
  • ไม่ควรขยี้ตา
  • ควรทำความสะอาดปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนอยู่บ่อยครั้ง
  • ห้ามใช้คอนแทคเลนส์หรือเครื่องสำอางร่วมกับผู้อื่น

วิธีดูแลตัวเอง เมื่อเป็นโรค

สำหรับการดูแลตัวเองเมื่อเป็นโรคตาแดง ผู้ป่วยสามารถที่จะปฏิบัติได้ดังนี้

  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเป็นการหยุดพักดวงตาที่ดีที่สุด
  • ไม่ควรใช้ผ้าปิดตา เพราะเชื้อจะเติบโตได้เร็ว
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัส คลุกคลีหรือใกล้ชิดกับผู้อื่น เพื่อลดการแพร่เชื้อ
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • หมั่นล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ทั้งก่อน-หลังสัมผัสดวงตาและใบหน้า เพราะมือเป็นแหล่งแพร่เชื้อที่เร็วที่สุด
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดขี้ตา เพราะผ้าเช็ดหน้าจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อเอาไว้และทำให้แพร่ไปติดต่อผู้อื่นได้
  • ควรใส่แว่นตากันแดดเพื่อช่วยลดอาการระคายเคืองของดวงตาที่เกิดกับแสง
  • หยุดพักการใส่คอนแทคเลนส์จนกว่าอาการตาแดงจะหาย
  • หากเช็ดขี้ตาด้วยกระดาษหรือสำลี ควรทิ้งลงในถังขยะที่มีฝาปิดอย่างมิดชิด

จะเห็นได้ว่า โรคตาแดง ไม่ได้เป็นโรคที่ร้ายแรงมากมายเท่าไรนัก หากผู้ป่วยรู้จักดูแลสุขภาพตาและรักษาความสะอาดในระหว่างที่เป็นได้ดี ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้อื่น ตลอดจนการใช้สิ่งของร่วมกัน เพื่อลดการแพร่เชื้อโรคไปยังคนอื่นนั่นเอง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
ตาแดง โรคระบาดที่มากับหน้าฝน
ตาแดง โรคระบาดที่มากับหน้าฝน

การป้องกันและรักษาโรคตาแดง