สุขภาพตา

ตาแดง สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกันและการดูแลตนเองเมื่อเป็นโรค

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
ตาแดง สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกันและการดูแลตนเองเมื่อเป็นโรค

โรคตาแดง เป็นโรคที่ทุกคนมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นกันได้ง่าย โดยเฉพาะการติดต่อจากผู้ป่วยที่เป็นโรคตาแดง หลายครั้งเมื่อเราพบเห็นว่าใครเป็นตาแดง เรามักจะต้องหลีกเลี่ยงเพื่อลดโอกาสในการติดต่อของโรคดังกล่าว วันนี้เราไปดูกันว่าโรคนี้มีภาวะร้ายแรงหรือไม่ จะมีวิธีรักษาและป้องกันได้อย่างไร ไปติดตามกันได้เลย

ตาแดง คืออะไร?

ตาแดง (Conjunctivitis) คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของดวงตา โดยลูกตาจะเป็นสีแดงซึ่งเกิดจากการที่หลอดเลือดฝอยขยายตัวมากขึ้น สำหรับการเป็นโรคตาแดงส่วนใหญ่แล้วจะเป็นอยู่ที่ประมาณ 1-2 วัน แต่บางรายสามารถที่จะเป็นโรคตาแดงแบบรุนแรงมากยิ่งขึ้นได้ เพราะฉะนั้น ผู้ป่วยควรเฝ้าสังเกตอาการตนเอง หากพบว่าอาการตาแดงเริ่มผิดปกติมากยิ่งขึ้น ก็ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

สาเหตุของโรคตาแดง

โรคตาแดงสามารถที่จะเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ซึ่งสาเหตุเหล่านั้นก็มีดังนี้

1. ติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย

การติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคตาแดงขึ้นได้ โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นการเกิดขึ้นพร้อมๆ กับโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ หรือแม้กระทั่งการใส่คอนแทคเลนส์แบบไม่ได้ทำความสะอาด ซึ่งเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เป็นโรคตาแดงก็มีดังนี้

  • เชื้อ adenovirus คือ เชื้อเยื่อบุตาอักเสบ
  • เชื้อ herpes simplex virus คือ เชื้อเริม
  • เชื้อ varicella-zoster virus คือ เชื้ออีสุกอีใสและงูสวัด
  • เชื้อ picornaviruses คือ เชื้อไวรัสส่งผลต่อโรคไวรัสตับอักเสบ
  • เชื้อ molluscum คือ เชื้อที่ทำให้เกิดหูดข้าวสุก
  • เชื้อ vaccinia คือ เชื้อไวรัสวัคซีน (เป็นสาเหตุที่เกิดได้ยาก)
  • เชื้อ HIV คือ เชื้อเอดส์

2. โรคภูมิแพ้

สารก่อภูมิแพ้ต่างๆ สามารถทำให้ร่างกายเกิดผลตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ได้ โดยเป็นการผลิตแอนตี้บอดี้ คือ immunoglobulin E ซึ่งเป็นแอนตี้บอดี้ที่ทำให้เกิดเซลล์ที่ส่งผลต่อการปล่อยสารฮีสตามีน หากภายในร่างกายมีสารฮีสตามีนมากเกินไป ก็จะส่งผลทำให้เกิดเยื่อบุตาอักเสบและเกิดอาการตาแดงได้นั่นเอง

3. ตาแห้ง

อาการตาแห้ง เป็นอาการที่ดวงตามีปริมาณน้ำตาที่ไม่เพียงพอ จึงทำให้น้ำตาไม่สามารถช่วยหล่อลื่นดวงตาได้ ส่งผลทำให้ตาแห้งบ่อยๆ และหากตาแห้งเรื้อรังก็จะทำให้เกิดอาการคันและระคายเคืองดวงตา จนนำมาซึ่งโอกาสในการติดเชื้อและเป็นโรคตาแดงขึ้นได้

4. คอนแทคเลนส์

คอนแทคเลนส์ เป็นตัวช่วยในการมองเห็นสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้น แต่การใช้ทุกครั้งจะต้องหมั่นทำความสะอาดและเก็บรักษาคอนแทคเลนส์ให้ถูกวิธี เพราะไม่เช่นนั้น คอนแทคเลนส์จะกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรีย ที่สำคัญยังก่อให้เกิดอาการตาแห้งได้ง่ายมากขึ้นอีกด้วย

5. แสงจากคอมพิวเตอร์

การใช้สายตาจ้องคอมพิวเตอร์นานเกินไป แสงอัลตราไวโอเลตจากคอมพิวเตอร์จะส่งผลกระทบต่อดวงตาและการมองเห็น ซึ่งส่งผลทำให้เกิดอาการตาแห้ง และทำให้เป็นโรคตาแดงได้

6. อาการเจ็บตา

อาการเจ็บตาสามารถที่จะเกิดขึ้นได้จากการผ่าตัด หรือบางรายอาจจะเป็นโรคที่ส่งผลต่ออาการเจ็บตาอยู่แล้ว แต่ในกรณีของการผ่าตัดกับการส่งผลทำให้ดวงตามีสีแดงนั้น ถือเป็นเพียงการตอบสนองของร่างกายที่จะทำให้การไหลเวียนเลือดเป็นไปอย่างง่ายดายมากขึ้น

7. แผลที่กระจกตา

การเป็นแผลที่กระจกตาสามารถที่จะส่งผลต่อการติดเชื้อได้เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นจึงนับว่าอันตรายอย่างมาก เพราะสามารถที่จะส่งผลต่อการมองเห็น และอาจจะมีอาการเจ็บปวดดวงตาร่วมด้วย

8. โรคเริมที่ตา

การเป็นโรคเริมเกิดขึ้นที่ตา มักเกิดจากการติดเชื้อ herpes simplex virus ซึ่งเป็นเชื้อชนิดที่ 1 ซึ่งโรคเริมเป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการกับดวงตาได้ และยังทำให้ตาไวต่อแสงง่ายขึ้นอีกด้วย

9. ภาวะม่านตาอักเสบ

เป็นภาวะการอักเสบที่เกิดขึ้นกับดวงตาชั้นกลาง โดยส่งผลทำให้ดวงตามีสีแดง ทำให้ตาไวต่อแสงได้ง่าย และยังส่งผลต่อการมองเห็นอีกด้วย การเป็นภาวะม่านตาอักเสบ นอกจากจะส่งผลต่อการเป็นโรคตาแดงได้แล้ว ยังสามารถที่จะส่งผลต่อการเป็นโรคต้อกระจกได้ด้วยเช่นกัน

10. โรคต้อหิน

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคตาแดงจากโรคต้อหิน มีโอกาสที่จะเป็นไปได้น้อย แต่หากเป็นแล้วก็อาจจะทำให้เกิดอาการต่างๆ ขึ้นได้ ซึ่งหากเป็นแบบรุนแรงก็จะทำให้สูญเสียการมองเห็นได้เลยทีเดียว

อาการของโรคตาแดง

อาการของโรคตาแดง สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับดวงตาข้างเดียวหรือสองข้าง และเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็สามารถที่จะบ่งบอกอาการแบบปกติโดยทั่วไปได้ดังนี้

  • คันตา
  • แสบตา
  • น้ำตาไหล
  • เปลือกตาบวมและลอก
  • ขนตาร่วง
  • ปวดแสบปวดร้อน

อาการตาแดงแบบผิดปกติที่ผู้ป่วยควรรีบพบแพทย์

หากพบว่าโรคตาแดงมีอาการผิดปกติมากขึ้น ก็ควรรีบไปพบแพทย์ทันที โดยอาการตาแดงที่บ่งชี้ว่าผิดปกติมีดังนี้

  • ไม่สามารถลืมตาหรือหลับตาได้
  • ไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส
  • คลื่นไส้
  • ตามีอาการบวม
  • ตารู้สึกไวต่อแสง
  • การมองเห็นผิดปกติ
  • รู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ในตา

โรคตาแดง ติดต่อกันได้หรือไม่?

โรคตาแดง เป็นโรคที่สามารถติดต่อกันได้ง่ายมาก ซึ่งการติดต่อของโรคนั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้

  1. ใกล้ชิดหรือสัมผัสกับผู้ที่เป็นโรคตาแดง เพราะนี่คือ สาเหตุหลักส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดการติดต่อกันของโรคตาแดงได้ง่าย อันเกิดจากการสัมผัสน้ำตาของผู้ป่วย เมื่อเชื้อติดที่มือก็สามารถที่จะแพร่จากมือมาติดที่ตาโดยตรงได้
  2. ใช้สิ่งของร่วมกันกับผู้ป่วย เช่น เสื้อผ้า และอุปกรณ์แต่งหน้า เป็นต้น
  3. ได้รับฝุ่นละอองหรือมีน้ำสกปรกเข้าสู่ดวงตา
  4. แมงหวี่หรือแมลงวันบินเข้ามาตอมบริเวณดวงตา
  5. ไม่ดูแลรักษาทำความสะอาดร่างกายให้ดี โดยเฉพาะใบหน้าและมือ

อย่างไรก็ตาม โรคตาแดงจะไม่เกิดการติดต่อกันจากการสบตา จากทางอากาศและการทานอาหารร่วมกัน อีกทั้งอาการต่างๆ จะสามารถเกิดขึ้นภายในระยะ 1-2 วัน แต่ระยะเวลาในการติดต่อไปยังผู้อื่นจะใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 14 วัน

ภาวะแทรกซ้อนของโรคตาแดง

การเป็นโรคตาแดงล้วนมีโอกาสที่จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้ โดยเฉพาะผู้ที่เกิดอาการตาแดงแล้วไม่รีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษา ซึ่งอาการแทรกซ้อนที่พบก็มีดังนี้

  • การเกิดแผลในดวงตา
  • การติดเชื้อลุกลามไปที่อวัยวะส่วนอื่น
  • ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน อันเนื่องจากการมองเห็นที่ผิดปกติ
  • สูญเสียการมองเห็น
  • สูญเสียดวงตา

การวินิจฉัยโรคตาแดง

การวินิจฉัยโรคตาแดงจะมีความคล้ายคลึงกับการวินิจฉัยโรคทั่วไป แต่อาจจะมีกระบวนการวินิจฉัยบางส่วนที่มีความแตกต่างอยู่บ้าง โดยการวินิจฉัยโรคตาแดง มีดังนี้

  • การสอบถามประวัติของผู้ป่วย
  • การตรวจร่างกาย
  • การตรวจดวงตา
  • การตรวจ Slit-lamp (การตรวจตาผ่านกล้องจุลทรรศน์แบบพิเศษ ทำให้ตรวจได้ละเอียดมากขึ้น)
  • การตรวจขี้ตา
  • การเสมียร์เชื้อ

วิธีรักษาโรคตาแดง

การรักษาโรคตาแดง สามารถรักษาได้หลายวิธี แต่วิธีเบื้องต้นที่ผู้ป่วยสามารถทำเองได้ก็มีดังนี้

  • ไม่สัมผัสตาที่ติดเชื้อ
  • ล้างมือทุกครั้ง หากนำมือไปสัมผัสบริเวณดวงตา
  • ทำความสะอาดปลอกหมอนและผ้าปูที่นอน
  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า
  • ไม่ใส่คอนแทคเลนส์ทั้งของตนเองและผู้อื่น
  • สวมแว่นตาแทนการใส่คอนแทคเลนส์
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาหยอดตาสำหรับโรคตาแดงที่มีการติดเชื้อ

วิธีเหล่านี้ล้วนเป็นวิธีดูแลรักษาอาการตาแดงในเบื้องต้นที่ผู้ป่วยสามารถทำเองได้ เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการเกิดโรคตาแดงไม่ให้เป็นยาวนานหลายวัน

การรักษาตาแดงด้วยยาหยอดตา

การรักษาโรคตาแดงด้วยยาหยอดตา ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรเป็นอย่างดีเสียก่อน โดยก่อนอื่นเราไปดูกันว่ายาหยอดตามีกี่ประเภท อะไรบ้าง?

ประเภทของยาหยอดตา

ยาหยอดตามีด้วยกัน 3 ประเภท แต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติดังนี้

  1. ยาหยอดตา Naphazoline เป็นยาหยอดตาที่จะช่วยรักษาโรคตาแดงโดยตรง โดยจะช่วยบรรเทาอาการคัน และบวม
  2. ยาหยอดตา Tetrahydrozoline เป็นยาหยอดตาที่เป็นดั่งยาแก้แพ้ และช่วยในเรื่องการหดตัวของหลอดเลือด จึงสามารถช่วยรักษาโรคตาแดงได้เป็นอย่างดี
  3. Eye lubricant drops หรือจะเรียกอีกอย่างว่า น้ำตาเทียม โดยจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ดวงตาและช่วยลดการระคายเคือง

วิธีป้องกันโรคตาแดง

สำหรับวิธีป้องกันโรคตาแดง สามารถทำได้จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยทำได้ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสตาในขณะที่ไม่ได้ล้างมือ
  • ไม่ควรขยี้ตา
  • ควรทำความสะอาดปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนอยู่บ่อยครั้ง
  • ห้ามใช้คอนแทคเลนส์หรือเครื่องสำอางร่วมกับผู้อื่น

วิธีดูแลตัวเอง เมื่อเป็นโรค

สำหรับการดูแลตัวเองเมื่อเป็นโรคตาแดง ผู้ป่วยสามารถที่จะปฏิบัติได้ดังนี้

  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเป็นการหยุดพักดวงตาที่ดีที่สุด
  • ไม่ควรใช้ผ้าปิดตา เพราะเชื้อจะเติบโตได้เร็ว
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัส คลุกคลีหรือใกล้ชิดกับผู้อื่น เพื่อลดการแพร่เชื้อ
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • หมั่นล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ทั้งก่อน-หลังสัมผัสดวงตาและใบหน้า เพราะมือเป็นแหล่งแพร่เชื้อที่เร็วที่สุด
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดขี้ตา เพราะผ้าเช็ดหน้าจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อเอาไว้และทำให้แพร่ไปติดต่อผู้อื่นได้
  • ควรใส่แว่นตากันแดดเพื่อช่วยลดอาการระคายเคืองของดวงตาที่เกิดกับแสง
  • หยุดพักการใส่คอนแทคเลนส์จนกว่าอาการตาแดงจะหาย
  • หากเช็ดขี้ตาด้วยกระดาษหรือสำลี ควรทิ้งลงในถังขยะที่มีฝาปิดอย่างมิดชิด

จะเห็นได้ว่า โรคตาแดง ไม่ได้เป็นโรคที่ร้ายแรงมากมายเท่าไรนัก หากผู้ป่วยรู้จักดูแลสุขภาพตาและรักษาความสะอาดในระหว่างที่เป็นได้ดี ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้อื่น ตลอดจนการใช้สิ่งของร่วมกัน เพื่อลดการแพร่เชื้อโรคไปยังคนอื่นนั่นเอง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
ตาแดง โรคระบาดที่มากับหน้าฝน
ตาแดง โรคระบาดที่มากับหน้าฝน

การป้องกันและรักษาโรคตาแดง