หนังตาตก (Drooping Eyelid)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 946,866 คน

ภาวะหนังตาตก เป็นภาวะที่มักเกิดจากภาวะทางการแพทย์อื่นๆ ตามปกติแล้วไม่ได้นับเป็นโรค แต่หากมีความรุนแรงมาก ก็อาจส่งผลต่อความสามารถในการมองเห็นได้

อาการหลักของภาวะหนังตาตก คือ เปลือกตาบนหย่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ภาวะนี้สามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยอาจมีอาการเช่นนี้กับเปลือกตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างพร้อมกันก็ได้

โฆษณาจาก HonestDocs
ปัญหากวนใจของหลายคน ถ้ารักษาอย่างถูกวิธีก็มีโอกาสหาย ใบหน้ากระจ่างใส!

แพ็คเกจรักษาสิวเริ่มต้น 400 บาท ลดสูงสุด 50%

%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7internal ad %281%29

ผู้ที่เกิดมาพร้อมกับภาวะเปลือกตาหย่อน จะถูกจัดว่าเป็นกลุ่มที่มีภาวะหนังตาตกตั้งแต่กำเนิด (Congenital Ptosis) ซึ่งบางคนอาจมีสัญญาณเตือนคือเปลือกตาไม่เสมอกัน หรือมีรอยย่นของเปลือกตาไม่เท่ากัน ก่อนที่จะมีภาวะหนังตาตก

สาเหตุของภาวะหนังตาตก

มีปัจจัยมากมายที่ทำให้เกิดภาวะหนังตาตก เช่น ปัจจัยทางกล้ามเนื้อ ที่เกิดกับกล้ามเนื้อที่ควบคุมการเคลื่อนที่ขึ้นลงของเปลือกตา (Levator Muscles) ส่วนความเสียหายที่เกิดจากเส้นประสาท มักจะมาจากโรคฮอร์เนอร์ (Horner’s Syndrome) ที่ใบหน้าและดวงตา แต่โดยมากมักจะเป็นผลมาจากโรคอื่น ๆ ได้แก่ ภาวะหลอดเลือดสมอง (Stroke) การบาดเจ็บที่สมอง การบาดเจ็บที่ไขสันหลัง และโรคมะเร็งปอด

ภาวะทางการแพทย์ ที่เป็นภาวะเรื้อรัง เช่น เบาหวาน (Diabetes) และโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis) ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหนังตาตกได้เช่นกัน

การวินิจฉัยภาวะหนังตาตก

เด็กและผู้ใหญ่ที่มีภาวะหนังตาตก ควรเข้ารับการตรวจดวงตาด้วยการทดสอบการมองเห็นที่ใช้แผนผังดวงตา (Eye Chart) เพื่อวินิจฉัยว่าภาวะหนังตาตก ส่งผลต่อการมองเห็นหรือไม่ รวมถึงการเอกซเรย์เพื่อตรวจความผิดปรกติของโครงสร้างรอบดวงตา ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุของภาวะหนังตาตก นอกจากนี้แพทย์อาจพิจารณาให้มีการตรวจเลือด เพื่อวินิจฉัยโรคเบาหวานและโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของภาวะดังกล่าว

การรักษาภาวะหนังตาตก

การรักษาภาวะหนังตาตก จะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เกิดขึ้น หากเกิดจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง แพทย์อาจจ่ายยา Neostigmine และ Pyridostigmine  ที่ช่วยให้กล้ามเนื้อและเส้นประสาททำงานประสานกันได้มากขึ้น เพื่อบรรเทาภาวะหนังตาตกกับอาการอื่นๆ จากโรคนี้ก่อน

แต่หากภาวะหนังตาตกเกิดขึ้นตั้งแต่กำเนิด ผู้ป่วยอาจต้องเข้ารับการผ่าตัดรัดกล้ามเนื้อให้แน่นเพื่อยกเปลือกตาขึ้น แม้หลังการผ่าตัดอาจทำให้ดวงตาปิดเปิดลำบากบ้าง แต่หลังจากที่ฟื้นตัวดีแล้วก็จะทำให้เปลือกตากลับเป็นปกติ

โฆษณาจาก HonestDocs
ปัญหากวนใจของหลายคน ถ้ารักษาอย่างถูกวิธีก็มีโอกาสหาย ใบหน้ากระจ่างใส!

แพ็คเกจรักษาสิวเริ่มต้น 400 บาท ลดสูงสุด 50%

%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7internal ad %281%29

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดนี้อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็น การมีเปลือกตาไม่สมมาตร การมีรอยย่นของเปลือกตาที่ไม่เป็นธรรมชาติ และการผ่าตัดที่ล้มเหลวจนทำให้เปลือกตาปิดลงโดยสมบูรณ์ ดังนั้น การผ่าตัดจึงมีไว้เพื่อรักษาภาวะหนังตาตกที่ส่งผลต่อการมองเห็นเท่านั้น

ที่มาของข้อมูล

Erica Roth, eyelid drooping (https://www.healthline.com/symptom/droopy-eyelid), 10 มีนาคม 2016

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

โรคหนังตาตกหรือหนังตาขี้เกียจเกิดขึ้นได้อย่างไร
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่