Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ (Atrial Flutter)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,161,818 คน

หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ (Atrial Flutter) คือความผิดปกติของการเต้นของหัวใจที่เร็วและมักจะทำให้เกิดลักษณะ sawtooth บนการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ (Atrial Flutter)  เป็นความผิดปกติของหัวใจซึ่งหัวใจมีการเต้นเร็วกว่าปกติ ภาวะนี้คล้ายกับ atrial fibrillation (afib) ซึ่งเป็นความผิดปกติของการเต้นหัวใจที่พบบ่อยที่สุด โดยสามารถทำให้เกิดอาการและภาวะแทรกซ้อนได้คล้ายคลึงกัน

หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ (Atrial Flutter) พบได้น้อยกว่า afib มาก และในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ก็อาจมีภาวะ afib เป็นบางครั้งได้เช่นกัน

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ (Atrial Flutter)  

โดยปกติแล้วการเต้นของหัวใจจะเริ่มด้วยการส่งคลื่นสัญญาณไฟฟ้าจาก sinus node (หรือ sinoatrial node)ซึ่งเป็นกลุ่มของเซลล์ที่ตั้งอยู่บริเวณด้านบนของหัวใจห้องบนขวา สัญญาณดังกล่าวจะเดินทางจากหัวใจห้องบนขวาไปยังห้องบนซ้าย และบอกให้หัวใจทั้ง 2 ห้องสูบฉีดเลือดเข้าสู่หัวใจห้องล่างทั้งซ้ายและขวา ก่อนจะเดินทางไปสู่ atrioventricular node ซึ่งอยู่ใกล้กับตรงกลางของหัวใจ ซึ่งจะมีการชะลอลง (หรือหยุด) สั้น ๆ เพื่อให้หัวใจห้องล่างได้รับเลือด หลังจากนั้นสัญญาณดังกล่าวจะเดินทางเข้าสู่หัวใจห้องล่าง ทำให้หัวใจทั้ง 2 ห้องสูบฉีดเลือดไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักปกติอยู่ระหว่าง 60-100 ครั้งต่อนาที แต่ในคนที่เป็นโรคหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ (Atrial Flutter)  การส่งสัญญาณไฟฟ้าของหัวใจจะหยุดและมีการส่งซ้ำ ๆ อยู่ภายในหัวใจห้องบนขวา ทำให้หัวใจห้องบนมีการบีบตัวอย่างรวดเร็ว (ประมาณ 300 ครั้งต่อนาที)

Atrioventricular node ไม่สามารถตอบสนองต่อความเร็วดังกล่าวได้ แต่มีคลื่นไฟฟ้าประมาณครึ่งหนึ่งจากหัวใจห้องบนที่สามารถเดินทางเข้าสู่หัวใจห้องล่างได้ ทำให้หัวใจห้องล่างบีบตัวด้วยอัตราประมาณ 150 ต่อนาที

โรคหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ (Atrial Flutter)  ทำให้หัวใจบีบตัวด้วยความเร็วมากกว่าปกติแต่สม่ำเสมอซึ่งไม่เหมือน afib ที่ทำให้เต้นเร็วและไม่สม่ำเสมอ โดยจะทำให้เกิดคลื่นไฟฟ้าแบบ sawtooth ในการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG หรือ ECG) ซึ่งใช้ตรวจติดตามหัวใจและใช้วินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

นอกจากนี้ โรคหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ (Atrial Flutter) สามารถเกิดจากภาวะสุขภาพทางกายที่ส่งผลต่อสัญญาณไฟฟ้าภายในหัวใจเช่นเดียวกับ afib

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ (Atrial Flutter)

คุณอาจมีแนวโน้มที่จะเกิดโรคหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ (Atrial Flutter) หากคุณมีภาวะต่อไปนี้

  • หัวใจวาย
  • โรคลิ้นหัวใจรูห์มาติก
  • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
  • โรคปอด (รวมถึงโรคถุงลมโป่งพอง)
  • ความดันโลหิตสูง
  • เคยผ่าตัดหัวใจมาก่อนหรือเคยมีหัวใจวายเฉียบพลัน
  • โรคของต่อมไทรอยด์
  • เบาหวาน
  • ติดแอลกอฮอล์

อาการและภาวะแทรกซ้อน

นอกจากหัวใจเต้นเร็วแล้ว โรคหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ (Atrial Flutter) อาจทำให้มีอาการต่อไปนี้ เช่น ใจสั่น เจ็บหน้าอกหรือแน่นหน้าอก หายใจตื้น มึนหัว เวียนหัว หรือเป็นลม อ่อนเพลีย และความดันโลหิตต่ำ ซึ่งบางคนอาจไม่มีอาการของ atrial flutter เลยก็ได้

ถึงแม้ว่าหัวใจจะเต้นเร็วกว่าปกติในคนที่เป็น โรคหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ (Atrial Flutter) แต่หัวใจก็ไม่ได้บีบตัวได้อย่างสมบูรณ์ และหัวใจห้องบนก็ไม่สามารถส่งเลือดทั้งหมดเข้าสู่หัวใจห้องล่างได้ เลือดจึงเคลื่อนที่อย่างช้า ๆ ภายในหัวใจและอาจเกิดการคั่งอยู่ภายใน ทำให้เกิดการสร้างลิ่มเลือดได้

ลิ่มเลือดเหล่านี้ สามารถเดินทางไปยังสมองและอุดตันเส้นเลือดแดงทำให้เกิดเส้นเลือดสมองอุดตันหรือแขน ขา เย็น เป็นต้นหากมีการอุดตันเส้นเลือดแดงหลักของแขนและขา

นอกจากนั้น ในคนที่มีอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ (Atrial Flutter) ยังพบว่าหัวใจห้องล่างจะไม่มีเลือดเต็มทั้งหมด และอาจไม่ได้สูบฉีดเลือดออกไปได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ทำให้เกิดหัวใจวายตามมา

การวินิจฉัยและการรักษา

อาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ (Atrial Flutter) สามารถวินิจฉัยได้จากประวัติ, ประวัติครอบครัว การตรวจร่างกาย และการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)

หากการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจพบว่ามีอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ (Atrial Flutter) (คลื่นไฟฟ้ามีลักษณะแบบ sawtooth) แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจ ultrasound หัวใจ (echocardiogram) เพื่อประเมินการทำงานของหัวใจและมองหาลิ่มเลือด

การรักษาอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ (Atrial Flutter) จะเน้นที่การชะลอการเต้นของหัวใจ ลดความเสี่ยงของการเกิดเส้นเลือดสมองอุดตัน และเปลี่ยนคลื่นไฟฟ้าให้กลับเป็นปกติโดย sinus node

มียาหลายกลุ่มที่สามารถช่วยชะลอการเต้นของหัวใจเช่น beta blockers, calcium channel blockers และ digoxin ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือแอสไพรินจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือด

หัตถการที่เรียกว่า cardioversion เป็นการส่งสัญญาณไฟฟ้าพลังงานต่ำเข้าที่หน้าอกภายใต้การดมยาสลบมักใช้เพื่อให้การเต้นของหัวใจกลับมาเป็นปกติ แม้ว่าการรักษาวิธีนี้จะมีประสิทธิภาพ แต่ผู้ป่วยก็มักกลับมามีคลื่นไฟฟ้าผิดปกติในอนาคต

ยากลุ่มที่ช่วยเรื่องการเต้นของหัวใจผิดปกติเช่น sodium-channel หรือ potassium-channel blocers อาจช่วยทำให้หัวใจกลับมาเต้นเป็นปกติ หรือทำให้หัวใจเต้นเป็นปกติต่อเนื่องหลังการทำ cardioversion

แพทย์อาจแนะนำการจี้ไฟฟ้าเป็นการรักษาทางเลือกเพื่อเปลี่ยนการเต้นแบบ atrial flutter กลับมาเป็นปกติได้ซึ่งในการจี้ไฟฟ้า แพทย์จะทำการใส่สายสวนเข้าสู่หัวใจและใช้พลังงานจากคลื่นวิทยุในการทำให้เกิแผลเป็นที่เนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับการทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ (Atrial Flutter)


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ชีพจรเต้นเร็วผิดปรกติ มีความเสี่ยงเป็นโรคอะไรบ้างค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
หัวใจเต้นเร้้วมีเหงื่อออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
โรคไทรรอยเป็นพิษ.นอกจากต้องทานยาประจำแล้วมีวิทีไหนบ้างค่ะทีจะช่วยรักษาโรคนี้ใด้บ้างค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
พอดีหนูเป็นโรคเกล็ดเลือดต่ำ เเล้วช่วงนี้หนูมีอาการหัวใจเต้นเร็วเเละเเรงมาก เป็นบ่อยด้วย อยากรู้ว่าจะเป็นอะไรหรือป่าวค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
อาการหน้ามืดบ่อยๆ หัวใจเต้นเร็วเหนื่อยหอบ หายใจไม่ทั่วท้อง บางทีตาจะเบลอๆ ปากซีด เป็นอาการของโรคอะไรคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป