Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ทารก

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital Heart Disease)

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital Heart Disease)
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 568,812 คน

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital Heart Disease)

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดคืออะไร เกิดจากปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุใดได้บ้าง มีวิธีการรักษาอย่างไร?

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital Heart Disease) คือชื่อเรียกกลุ่มของภาวะต่าง ๆ ที่ทำให้หัวใจผิดปรกติตั้งแต่ที่กำเนิดออกมา ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภทหลัก ๆ คือ

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad
  • โรคหัวใจพิการชนิดตัวเขียว (Cyanotic Heart Disease) : เกิดจากหัวใจไม่ได้รับออกซิเจนในเลือดเพียงพอ ทารกที่เกิดมาพร้อมกับภาวะนี้มักจะมีอาการผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเขียวหรือน้ำเงินตามจุดต่างๆ เช่นนิ้วมือ, นิ้วเท้า และริมฝีปาก
  • โรคหัวใจพิการชนิดไม่มีอาการตัวเขียว (Acyanotic Heart Disease) : คือภาวะที่เลือดมีออกซิเจนเพียงพอแต่กลับไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างที่ควรเป็น ผู้ป่วยภาวะนี้จะมีความดันโลหิตสูงค่อนข้างมากจนทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น ซึ่งทำให้หัวใจอ่อนแอลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดเป็นโรคผิดปรกติแต่กำเนิดที่พบได้บ่อยที่สุดในทารก โดยมีข้อมูลว่าทารก 1 จาก 180 คนจะเกิดมาพร้อมกับภาวะนี้

ทารกบางคนที่เกิดมาพร้อมกับโรคหัวใจแต่กำเนิดต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาทันทีหลังคลอด โรคนี้สามารถเกิดขึ้นร่วมกับภาวะทางพันธุกรรมต่าง ๆ ได้ เช่น โรคดาวน์ซินโดรม (Down’s Syndrome)

อาการของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

อาการที่ปรากฏทั้งจากโรคหัวใจพิการชนิดตัวเขียว และที่ไม่มีอาการตัวเขียว มีดังนี้

  • ความอยากอาหารลดลง และป้อนอาหารให้ยากขึ้น
  • เหงื่อออกมาก
  • การเจริญเติบโตล่าช้า

อาการของโรคหัวใจพิการชนิดตัวเขียว มีดังนี้

  • ริมฝีปาก, นิ้วมือ, และนิ้วเท้าออกสีน้ำเงิน (ภาวะเขียวคล้ำ (Cyanosis))
  • ใจสั่น
  • หมดสติ
  • เจ็บหน้าอก
  • ปัญหาการหายใจ

อาการของโรคหัวใจพิการชนิดไม่มีอาการตัวเขียว มีดังนี้

  • เหน็ดเหนื่อยรุนแรง
  • ใจสั่น
  • เจ็บหน้าอก
  • หายใจลำบาก (โดยเฉพาะระหว่างที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเดินขึ้นบันได)

เด็กที่เกิดมาพร้อมภาวะหัวใจพิการชนิดไม่มีอาการตัวเขียว มักจะมีน้ำหนักร่างกายน้อย ส่วนเด็กที่มีภาวะหัวใจพิการชนิดตัวเขียว มักจะมีร่างกายที่เล็กกว่าเด็กในวัยเดียวกัน

อาการแทรกซ้อนจากโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ (Endocarditis) มากขึ้น

อาการของภาวะเยื่อบุหัวใจอักเสบ มีดังนี้

  • มีไข้
  • หนาวสั่น
  • เหงื่อออก (รวมถึงอาการเหงื่อออกกลางคืน)
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • เจ็บหน้าอก
  • ไอ
  • อ่อนแรงและเหนื่อยล้า
  • ปวดศีรษะ
  • หายใจลำบาก

ภาวะเยื่อบุหัวใจอักเสบคือการติดเชื้อที่เยื่อบุหัวใจ หากไม่รีบทำการรักษา อาจจะกลายเป็นโรคที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

สาเหตุของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เกิดขึ้นจากความผิดปกติที่โครงสร้างหัวใจ จนทำให้หัวใจไม่สามารถทำงานได้เหมือนที่ควรจะเป็น โดยสามารถแบ่งสาเหตุออกจากประเภทของโรคที่เป็นได้ ดังนี้

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad

ประเภททั่วไปของโรคหัวใจพิการชนิดไม่มีอาการตัวเขียว

  • โรคผนังกั้นหัวใจห้องล่างรั่ว (Ventricular Septal Defect (VSD)) : คือสาเหตุของโรคหัวใจพิการชนิดไม่มีอาการตัวเขียวที่พบได้บ่อยที่สุด โรคนี้จะทำให้มีความดันโลหิตในหัวใจห้องซ้ายมือสูง จนทำให้เลือดถูกดันผ่านรูเปิดเข้าไปสู่หัวใจห้องล่างขวา (Ventricle) หัวใจจึงต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดส่วนเกินออก ซึ่งระดับความดันและปริมาณของเลือดที่มากเช่นนี้ยังเพิ่มความดันโลหิตในปอดและสร้างความเสียหายขึ้นในที่สุด (Pulmonary Hypertension)
  • โรคผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว (Atrial Septal Defect (ASD)) : คือภาวะที่คล้ายกับ VSD แต่เกิดจากรูระหว่าง atria ซ้ายและขวาของหัวใจแทน ซึ่งASD ก็สามารถทำให้หัวใจต้องแบกภาระมากขึ้นและสร้างความเสียหายกับปอดได้เหมือนกับ VSD
  • โรคลิ้นหัวใจพัลโมนารีตีบแคบ (Pulmonary Stenosis) : คือภาวะที่ลิ้นหัวใจ Pulmonary ที่อยู่ด้านขวาของหัวใจ เกิดการตีบแคบอย่างผิดปกติจนทำให้หัวใจต้องทำงานให้หนักขึ้นเพื่อฉีดเลือดเข้าไปสู่ปอด
  • โรคลิ้นหัวใจเอโอติกตีบแคบ (Aortic stenosis) : คือภาวะที่ลิ้น Aortic ในหัวใจด้านซ้ายเกิดการตีบแคบอย่างผิดปกติ จนทำให้หัวใจต้องทำงานให้หนักขึ้นเพื่อดันเลือดผ่านลิ้นหัวใจ
  • โรคหลอดเลือดหัวใจเกิน (Patent Ductus Arteriosus (PDA)) : คือภาวะที่เกิดกับท่อ Arteriosus ในหัวใจของทารกในการรับออกซิเจนจากมารดาผ่านรก ที่ควรปิดหลังจากคลอดไม่นาน เมื่อท่อดังกล่าวไม่ยอมปิด ทำให้เลือดที่อุดมไปด้วยออกซิเจนบางส่วนรั่วไหลผ่านท่อกลับเข้าไปในปอดอีกครั้ง

ประเภททั่วไปของโรคหัวใจพิการชนิดตัวเขียว

  • ภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่เจริญผิดที่ (Transposition Of The Great Arteries (TGA)) : คือสาเหตุที่ใหญ่ที่สุดของโรคหัวใจชนิดตัวเขียว เกิดจากการมีหลอดเลือดแดง Pulmonary ติดกับหัวใจด้านซ้ายและมี Aorta ติดกับทางขวาของหัวใจ ทำให้เลือดที่มีออกซิเจนต่ำที่ควรจะไหลไปสู่ปอด กลับถูกนำไปหล่อเลี้ยงร่างกายอีกครั้ง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดหลาย ๆ กรณีเกิดขึ้นโดยไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ปัจจัยที่อาจทำให้ทารกมีความเสี่ยงต่อภาวะนี้ มีดังนี้

  • โรคเบาหวานของมารดา : ผู้หญิงที่เป็นโรคเบาหวาน (Diabetes) มีโอกาสมีบุตรเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดมากขึ้น 5 เท่าเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน คาดว่าเป็นผลมาจากการที่มีอินซูลินในเลือดสูง จนรบกวนพัฒนาการของตัวอ่อนในครรภ์
  • โรคหัดเยอรมัน (Rubella) : มารดาที่ติดเชื้อระหว่างที่มีครรภ์อายุน้อย จัดว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดอย่างมาก หากได้รับเชื้อหัดเยอรมันในช่วงที่มีอายุครรภ์เพียง 12 สัปดาห์ จะมีโอกาสมากถึง 80% ที่ทารกจะเกิดมาพร้อมกับโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
  • การบริโภคแอลกอฮอล์มากเกินไปของมารดา : มีความเสี่ยงที่ทำให้ทารกเกิดมาพร้อมโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดมากขึ้น
  • ภาวะทางพันธุกรรม : มีภาวะทางพันธุกรรมมากมายที่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เช่น
    • โรคดาวน์ซินโดรม (Down’s syndrome)
    • โรคเทอร์เนอร์ (Turner syndrome)
    • กลุ่มอาการนูแนน (Noonan syndrome)

การวินิจฉัยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด มักวินิจฉัยได้จากการตรวจเอคโค่หัวใจและหลอดเลือด (Echocardiograph) กับตัวอ่อนในครรภ์

การทำเอคโค่จะมีการใช้เครื่องสแกนอัลตราซาวด์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ สำหรับส่องให้เห็นภาพของหัวใจตัวอ่อน มักดำเนินการในช่วงที่มีอายุครรภ์ระหว่าง 18-20 สัปดาห์ แต่การตรวจประเภทนี้อาจไม่สามารถตรวจจับความผิดปรกติของหัวใจทารกได้เสมอไป

หากทารกเกิดมาพร้อมกับโรคหัวใจพิการชนิดตัวเขียว แพทย์จะสามารถวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็วจากลักษณะของโรคที่แสดงออกมาบนผิวหนังของพวกเขา

แต่ถ้าทารกเกิดมาพร้อมกับโรคหัวใจพิการชนิดไม่มีอาการตัวเขียว ก็อาจไม่มีอาการปรากฏให้เห็นชัดเจน จนกว่าจะมีอายุหลายเดือนหรือหลายปี ซึ่งแพทย์อาจจะเลือกใช้วิธีการต่างๆ เหล่านี้ในการวินิจฉัย

  • การตรวจเอคโค่หัวใจและหลอดเลือด (Echocardiogram) : อาจนำมาใช้เพื่อตรวจหัวใจของเด็กอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบสิ่งที่พลาดไประหว่างการตรวจในช่วงที่เด็กยังอยู่ในครรภ์
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram (ECG)) : การทดสอบที่ใช้วัดกิจกรรมทางไฟฟ้าของหัวใจ จะมีการติดปุ่มอีเล็กโทรดบนผิวหนังเหนือหน้าอก, แขน, และขาของพวกเขา ซึ่งปุ่มเหล่านี้จะมีสายเชื่อมไปยังเครื่อง ECG เครื่องจะตรวจจับและวิเคราะห์สัญญาณไฟฟ้าที่ได้จากหัวใจ เพื่อนำไปประเมินจังหวะการเต้นหัวใจของเด็ก
  • การเอกซเรย์หน้าอก (Chest X-Ray)
  • การวัดออกซิเจนในเลือดและชีพจร (Pulse Oximetry) : การทดสอบเพื่อวัดว่ามีออกซิเจนในเลือดมากน้อยเพียงใด
  • การสวนหัวใจและหลอดเลือด (Cardiac Catheterisation) : วิธีการตรวจสอบหาข้อมูลเกี่ยวกับการสูบฉีดเลือดผ่านหัวใจของเด็ก โดยใช้ท่อที่ยืดหยุ่น (Catheter) แทงเข้าไปในหลอดเลือดของเด็กจากขาหนีบหรือแขน ท่อจะค่อย ๆ เคลื่อนเข้าไปยังหัวใจ โดยใช้เทคนิคเอกซเรย์นำทางท่อ จากนั้นจะมีการฉีดสารย้อมเข้าไปทำให้มองเห็นหลอดเลือดต่าง ๆ บนฟิล์มเอกซเรย์ชัดเจน

การรักษาโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

มีเทคนิคผ่าตัดมากมายที่สามารถใช้รักษาโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ดังนี้

  • การใช้สายสวน การผ่าตัดที่ใช้ท่อที่คล้ายกับท่อที่ใช้ระหว่างการวินิจฉัย สอดเข้าไปในหัวใจและใช้เครื่องมือลอดผ่านสายสวนเข้าไปแก้ไขความผิดปกติในหัวใจ
  • การผ่าตัดเปิดหัวใจ สำหรับภาวะหัวใจผิดปกติที่มีความร้ายแรง อาจต้องดำเนินการผ่าตัดกับหัวใจโดยตรง ระหว่างการผ่าตัดเปิดหัวใจจะมีการทำให้หัวใจหยุดเต้นก่อน โดยใช้เครื่องจักรในการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายของเด็กแทน (Bypass Machine) จากนั้นจะมีการกรีดเปิดหน้าอกของเด็ก เพื่อให้แพทย์ดำเนินการผ่าตัดแก้ไขต้นตอของโรค เช่น การเปลี่ยนลิ้นหัวใจ
  • การปลูกถ่ายหัวใจ ผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดรุนแรงที่ทำให้หัวใจเสียหาย และทำให้เด็กทรมาน จะมีการผ่าตัดแก้ไขด้วยการทดแทนหัวใจใหม่ที่นำมาจากผู้บริจาคที่เพิ่งเสียชีวิต

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่