Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การผ่าตัด

การทำงานของหัวใจ และโรคของหัวใจ รู้ก่อนป้องกันได้

การทำงานของหัวใจ และโรคของหัวใจ รู้ก่อนป้องกันได้
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,256,743 คน

การทำงานของหัวใจ และโรคของหัวใจ รู้ก่อนป้องกันได้

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับหัวใจ ความผิดปกติของหัวใจส่วนต่างๆ การรักษา วิธีการป้องกัน และการใช้ชีวิตเมื่อรู้ตัวว่าเป็นโรคหัวใจ

หัวใจ เป็นอวัยวะที่มีขนาดเท่ากำปั้น ตั้งอยู่บริเวณกลางหน้าอกค่อนไปทางซ้าย ทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงทั่วร่างกาย โดยโลหิตที่หัวใจสูบฉีดจะทำหน้าที่ลำเลียงสารอาหารและออกซิเจนไปสู่อวัยวะต่างๆ และจะนำโลหิตที่พร่องออกซิเจนแล้วกลับมาฟอกใหม่เพื่อส่งไปเลี้ยงร่างกาย กระบวนการนี้จะเรียกว่า การไหลเวียนโลหิต (Circulation)

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad

ส่วนต่างๆ ของหัวใจที่มีความสำคัญต่อการไหลเวียนโลหิต

ส่วนต่างๆ ของหัวใจที่ทำงานประสานกันเพื่อให้การไหลเวียนโลหิตเป็นไปอย่างปกติ ประกอบด้วยสิ่งเหล่านี้

1.หลอดเลือดและระบบไหลเวียนเลือด หัวใจ เลือด และหลอดเลือดต่างๆ จะทำงานร่วมกันจนกลายเป็นระบบหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular System) โดยเลือดจะถูกสูบฉีดไปทั่วร่างกาย ผ่านเส้นเลือดดังต่อไปนี้

  • หลอดเลือดแดง (Arteries) : ใช้สูบฉีดเลือดที่เต็มไปด้วยออกซิเจนจากหัวใจ ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย
  • หลอดเลือดดำ (Veins) : ใช้สูบฉีดเลือดที่พร่องออกซิเจนจากการใช้งานแล้ว กลับเข้าไปในหัวใจ
  • หลอดเลือดฝอย (Capillaries) : เป็นตัวเชื่อมหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำที่เล็กที่สุดเข้าด้วยกัน และช่วยแลกเปลี่ยนสารต่างๆ ระหว่างหลอดเลือดทั้งสอง

2.ลิ้นหัวใจ

ลิ้นหัวใจจะทำหน้าที่เป็นประตูกั้นไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับ หากเกิดความผิดปกติขึ้นอาจทำให้หัวใจไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ส่วนมากแล้วความผิดปกติที่พบกับลิ้นหัวใจได้แก่

  • ลิ้นหัวใจรั่ว (Valve Regurgitation)
  • ลิ้นหัวใจตีบแคบและแข็งตัว (Valve Stenosis)

3.ระบบไฟฟ้า

การเต้นของหัวใจเกิดจากระบบไฟฟ้าของหัวใจที่ส่งสัญญาณไปยังกล้ามเนื้อหัวใจ เพื่อให้เกิดการบีบรัดและคลายตัว ทำให้หัวใจสูบฉีดโลหิตเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

4.ความดันโลหิต

เป็นหน่วยวัดแรงดันภายในหลอดเลือดแดง ซึ่งหัวใจจะต้องสร้างแรงดันขึ้น เพื่อสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย เมื่อหัวใจเต้น 1 ครั้ง หมายถึงการบีบรัดและคลายตัวของหัวใจเพื่อใช้ในการสูบฉีดเลือด 1 ครั้ง

เพราะฉะนั้นในทางการแพทย์ การเต้นของหัวใจจึงมีสองระยะ คือ ระยะ Systole หรือระยะหัวใจบีบตัวและดันเลือดออกจากห้องหัวใจ และระยะ Diastole หรือระยะกล้ามเนื้อหัวใจคลายตัว ทำให้ห้องหัวใจเต็มไปด้วยเลือดที่รอดันออกเมื่อหัวใจบีบตัวอีกครั้ง

ภาวะและความผิดปกติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ

ภาวะและความผิดปกติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ สามารถแบ่งออกได้ตามส่วนประกอบของหัวใจ ดังนี้

ความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ ความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจอาจแบ่งได้เป็น 2 ประการ ได้แก่

  • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital Heart Disease) : เกิดขึ้นจากความผิดปกติที่โครงสร้างหัวใจ ทำให้หัวใจไม่สามารถทำงานได้เหมือนที่ควรจะเป็น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
    • ชนิดไม่มีอาการตัวเขียว (Acyanotic Heart Disease) : ภาวะที่เลือดมีออกซิเจนเพียงพอแต่ไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างทั่วถึง
    • ชนิดมีอาการตัวเขียว (Cyanotic Heart Disease) : เป็นภาวะที่ร่างกายไม่ได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ
  • โรคหัวใจทางพันธุกรรม (Inherited Cardiac Conditions) : เกิดจากความผิดปกติหรือการกลายพันธุ์ของยีนหนึ่งตัวหรือมากกว่า หากว่าคนคนหนึ่งมีพันธุกรรมที่ผิดปกติ จะมีโอกาส 50/50 ที่จะส่งต่อยีนนั้นๆ ให้ลูกหลาน อาการของโรคหัวใจที่เกิดจากพันธุกรรมที่พบเบื้องต้นคือ ใจสั่น (Palpitations) และเป็นลมหมดสติ

ภาวะและโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับหลอดเลือด

ภาวะและโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับหลอดเลือด หรือที่เรียกกันว่าโรคหัวใจและหลอดเลือด มีดังนี้

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad
  • โรคหลอดเลือดแดงใหญ่ส่วนท้องโป่งพอง (Abdominal Aortic Aneurysm) : เกิดขึ้นเมื่อผนังหลอดเลือด Aorta บางส่วนเกิดอ่อนตัวลง ทำให้เลือดปริมาณมากที่ไหลผ่านบริเวณนั้นสร้างแรงดันขึ้น ทำให้เกิดการบวมหรือโป่งพองออก หากภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่จนฉีกขาด จะทำให้มีเลือดออกภายในปริมาณมากจนทำให้เสียชีวิต โดยผู้ที่มีภาวะหลอดเลือดแดงฉีกขาด 80% เสียชีวิตก่อนไปถึงโรงพยาบาล
  • ภาวะแน่นหน้าอก (Angina) : ภาวะที่การไหลเวียนเลือดไปยังกล้ามเนื้อหัวใจถูกจำกัดลง เพราะลิ่มเลือดหรือไขมันเข้าไปอุดตันในหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบแคบ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
    • แบบคงที่ (Stable Angina) : อาการมักเกิดขึ้นอย่างช้าๆ และมีรูปแบบเดิมๆ เกิดขึ้นภายในไม่กี่นาที และจะหายไปได้เองเมื่อพักผ่อน
    • แบบไม่คงที่ (Unstable Angina) : สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่มีสัญญาณเตือนมาก่อน อาจเกิดได้หลายครั้ง และคงอยู่ครั้งละหลายนาที แม้จะพักผ่อนแล้วแต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น
  • โรคหลอดเลือดแดงอุดตัน (Arterial Thrombosis) : ภาวะที่มีลิ่มเลือดเกิดขึ้นในหลอดเลือดแดง ซึ่งอาจเข้าไปอุดกั้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้สมองและหัวใจไม่ได้รับเลือดอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะดังต่อไปนี้ได้
    • ภาวะหัวใจวาย (Heart Attack) : ภาวะที่การไหลเวียนของเลือดไปยังหัวใจถูกปิดกั้นโดยสมบูรณ์ จากก้อนของลิ่มเลือด หรือจากเศษก้อนไขมัน
    • ภาวะหลอดเลือดสมอง (Stroke) : ภาวะที่ลิ่มเลือด หรือเศษไขมันเข้าไปอุดกั้นการไหลเวียนของเลือดที่ส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง
    • หลอดเลือดแดงส่วนปลาย (Peripheral Vascular Disease) : ภาวะที่ลิ่มเลือด หรือเศษไขมันเข้าไปอุดกั้นการไหลเวียนของเลือดที่ส่งเลือดไปเลี้ยงขา
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Heart Disease) : ภาวะนี้เกิดจากการสะสมของไขมันในหลอดเลือดหัวใจ ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตที่ไปเลี้ยงหัวใจเกิดการตีบแคบหรืออุดตัน ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะดังต่อไปนี้
    • ภาวะหัวใจวาย (Heart Attack) : ภาวะที่การไหลเวียนของเลือดไปยังหัวใจถูกปิดกั้นโดยสมบูรณ์ จากก้อนของลิ่มเลือด หรือจากเศษก้อนไขมัน
    • ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure) : ภาวะที่หัวใจเต้นอ่อนเกินไป จนสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ยาก
    • ใจสั่น (Palpitations) : ภาวะที่ร่างกายรับรู้ถึงการเต้นของหัวใจผิดปกติ
  • โรคเรย์เนาด์ (Raynaud's Phenomenon) : ภาวะที่เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ โดยเกิดจากอุณหภูมิเย็น, ความเครียด, หรือความวิตกกังวล ภาวะนี้มักเกิดขึ้นที่นิ้วมือและนิ้วเท้าหากไม่ได้ทำการรักษา อาจทำให้เกิดภาวะเนื้อตายเน่า (Gangrene) ได้
  • เส้นเลือดขอด (Varicose Veins) : ภาวะที่หลอดเลือดดำบวมและขยายใหญ่ขึ้นทำให้หลอดเลือดโป่งออกหรือผิดรูป มักจะเกิดขึ้นกับหลอดเลือดดำที่ขาและเท้า โดยเฉพาะบริเวณน่อง

ความผิดปกติเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าของหัวใจ

ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับระบบไฟฟ้าของหัวใจ อาจทำให้เกิดภาวะต่อไปนี้

  • ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation (AF)) : เป็นภาวะที่ทำให้หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ โดยมากแล้วหัวใจของผู้ป่วยภาวะนี้จะเต้นเร็วผิดปกติ เกิดขึ้นเมื่อแรงกระตุ้นไฟฟ้าที่ผิดปกติถูกปล่อยเข้าไปในหัวใจห้องบนกะทันหัน แรงกระตุ้นนี้จะไปกลบตัวกระตุ้นหัวใจตามธรรมชาติ จนทำให้ไม่สามารถควบคุมจังหวะของหัวใจได้
  • ภาวะสัญญาณไฟฟ้าหัวใจถูกขัดขวาง (Heart Block) : ภาวะที่สัญญาณกระตุ้นทางไฟฟ้าที่ควบคุมการเต้นของกล้ามเนื้อหัวใจถูกขัด สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ โดยระดับที่ 3 จัดเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ เนื่องจากมีอาการบางอย่างที่อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้
  • ภาวะหัวใจเต้นเร็วจากหัวใจห้องบน (Supraventricular Tachycardia) : ภาวะที่ทำให้มีอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วผิดปกติ โดยหัวใจจะเริ่มเต้นอย่างรวดเร็ว และจะเริ่มเต้นช้าลงไปเอง
  • Wolff-Parkinson-White Syndrome : เป็นภาวะที่ทำให้หัวใจมีการเต้นเร็วผิดปกติกะทันหัน พบได้มากในเด็กที่มีภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิด เกิดจากกิจกรรมทางไฟฟ้าส่วนเกินภายในหัวใจ ทำให้สัญญาณทางไฟฟ้าตามปกติของหัวใจเกิดลัดวงจร และถูกกลบทับจนทำให้มีอาการหัวใจเต้นเร็วเกิดขึ้นแทน

ความผิดปกติเกี่ยวกับความดันโลหิต

ภาวะที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของความดันโลหิต มีดังต่อไปนี้

  • ภาวะความดันโลหิตสูง (High Blood Pressure (Hypertension)) : ใช้เรียกภาวะที่ความดันโลหิตมีค่า 140/90 mmHg หรือมากกว่านั้น ภาวะนี้สามารถทำให้โรคหัวใจและหลอดเลือดชนิดอื่นๆ ได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคหลอดเลือดโป่งพอง รวมถึงโรคไต (Kidney Disease)
  • ภาวะความดันโลหิตต่ำ (Low Blood Pressure (Hypotension)) : ใช้เรียกภาวะที่ความดันโลหิตมีค่า 90/60 mmHg หรือน้อยกว่านั้น แม้ภาวะนี้จะไม่อันตรายเท่าความดันโลหิตสูง แต่ก็อาจทำให้เลือดไหลไปยังสมองและอวัยวะสำคัญต่างๆ ไม่เพียงพอ
  • ภาวะความดันเลือดในปอดสูง (Pulmonary Hypertension) : ภาวะที่เกิดแรงดันเลือดสูงภายในหลอดเลือดแดงที่มีหน้าที่ลำเลียงเลือดจากหัวใจห้องขวาไปยังปอด ทำให้เกิดอาการเหน็ดเหนื่อยและหายใจติดขัด สามารถนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้

ควรทำอย่างไรเมื่อเกิดโรคหัวใจที่เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์?

ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ มีด้วยกันสามชนิดได้แก่

  • ภาวะหัวใจวาย
  • ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน
  • ภาวะเจ็บแน่นหน้าอกชนิดไม่คงที่

ทั้ง 3 ภาวะนี้อาจทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ชีวิตได้ เมื่อพบผู้ป่วยที่มีภาวะดังต่อไปนี้ ให้เรียกรถพยาบาล หรือรถกู้ชีพโดยเร็วที่สุด สำหรับภาวะหัวใจวายและภาวะแน่นหน้าอก หากมีแอสไพรินติดตัว สามารถให้ผู้ป่วยเคี้ยวขนาดยา 1 เม็ดขนาด 300 Mg. ระหว่างรอรถพยาบาลเพื่อบรรเทาอาการได้ ส่วนผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ให้ทำ CPR ให้แก่ผู้ป่วย และมองหาเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจเพื่อช่วยปฐมพยาบาล ขณะรอรถพยาบาล

การรักษาโรคหัวใจทางการแพทย์

แพทย์มักจะทำการรักษาโรคหัวใจ ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

  • การวินิจฉัยภาวะหัวใจ : มีหลายวิธีที่สามารถวินิจฉัยภาวะหัวใจได้ เช่น การตรวจคลื่นสะท้อนความถี่สูงหัวใจ (Echocardiogram), การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram) เป็นต้น
  • การใช้ยา : มีโรคหัวใจหลายชนิด ที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการใช้ยา ซึ่งแต่ละอาการก็จะมีการจ่ายยาโดยแพทย์ที่แตกต่างกันไป และมีวิธีใช้ที่แตกต่างกัน
  • การผ่าตัด : หากภาวะหัวใจที่คุณเป็นอยู่ มีอาการรุนแรงหรือมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงมากขึ้น แพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับการผ่าตัดเพื่อควบคุมอาการ

การลดความเสี่ยงหรือการป้องกันโรคหัวใจ

ทุกคนสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้ ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก การรับประทานอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง เป็นต้น นอกจากลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้แล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอื่น ๆ ได้อีกด้วย

การปรับเปลี่ยนชีวิตเมื่อรู้ตัวว่าเป็นโรคหัวใจ

ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหัวใจ อาจจะเกิดความวิตกกังวลจนเป็นโรคซึมเศร้า แต่ถ้าเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจโดยนักกายภาพบำบัด และไปพบแพทย์เป็นประจำ รวมถึงเรียนรู้การปรับตัวกับสิ่งต่างๆ ใหม่ เช่น การทำงาน การขับรถ และการมีเพศสัมพันธ์ ก็จะสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ไม่ต่างจากคนปกติเลย

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่