Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
มะเร็งและโรคร้าย

ใจสั่น (Heart Palpitations)

รู้จักอาการใจสั่น แบบไหนที่ต้องเฝ้าระวัง และควรไปพบแพทย์เพื่อครวจวินิจฉัยอย่างละเอียด
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,086,557 คน

ใจสั่น (Heart Palpitations)

อาการใจสั่น (Heart Palpitations) คือ อาการที่ทำให้รู้สึกว่าการเต้นของหัวใจผิดปกติ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เต้นไม่สม่ำเสมอ เต้นๆ หยุดๆ การเต้นของหัวใจหายไป หรือเต้นเร็ว แรงกว่าปกติ อาจรู้สึกอาการนี้ได้ในระยะเวลาไม่กี่วินาที หรือไม่กี่นาที แล้วหัวใจก็กลับมาเต้นปกติ 

อาการใจสั่นอาจพบได้ทั้งในคนปกติที่มีสุขภาพดีและผู้ป่วยโรคหัวใจ หรือผู้ป่วยโรคอื่นๆ ที่มีผลต่อหัวใจ เช่น โรคปอด โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ อาการใจสั่นถือเป็นอาการที่สร้างความวิตกกังวลให้ในหลายๆ ราย หรือในบางรายอาการใจสั่นอาจเป็น "สัญญาณ" บ่งบอกความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับหัวใจได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ใครที่มีปัญหาริ้วรอย ผิวขาดความชุ่มชื่น ขาดคอลลาเจนหรืออายุเริ่มมากขึ้น

เราอยากชวนคุณมาทดสอบ (มีค่าตอบแทนให้)

Istock 490582789

ฉะนั้นหากมีอาการใจสั่นบ่อยครั้งควรเข้ารับการตรวจกับแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับหัวใจโดยตรงเพื่อหาสาเหตุจะดีที่สุด

สาเหตุของอาการใจสั่น

อาการใจสั่นเกิดได้จากปัจจัยภายใน (ทางจิตใจและอารมณ์) และปัจจัยภายนอก (ทางร่างกายและที่มากระทบทางร่างกาย) 

ปัจจัยภายใน

  • ความรู้สึกตื่นเต้น 
  • ความเครียด ความวิตก หรือกังวล
  • ความกลัว
  • อาการตื่นตกใจ (Panic)

ปัจจัยภายนอก

  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • การรับประทานอาหารมากเกินไป 
  • การรับประทานอาหารรสจัดเกินไป มันเกินไป 
  • การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนปริมาณมากเกินไป เช่น น้ำอัดลม ชา กาแฟ
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากเกินไป
  • การดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง
  • การใช้ยาเสพติด
  • การสูบบุหรี่
  • การมีน้ำหนักมากเกินไป (เกินเกณฑ์)
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น การมีประจำเดือน การตั้งครรภ์ วัยหมดประจำเดือน 
  • ความผิดปกติของเกลือแร่ในร่างกาย
  • มีไข้สูง
  • แพ้ยา
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาพ่นสำหรับโรคหอบหืด หรือยาสำหรับโรคไทรอยด์ ยาแก้หวัดบางชนิด ยาแก้ไอบางชนิด ยาปฏิชีวนะบางชนิด ยารักษาโรคซึมเศร้าบางชนิด  
  • เสียเลือด
  • ขาดออกซิเจน

สาเหตุอื่นๆ 

อาการจากสาเหตุเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นชั่วคราว และมักไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลแต่อย่างใด แต่ถ้าหากรู้สึกว่า หัวใจของเต้นเร็ว แรง หรือไม่สม่ำเสมอบ่อยครั้ง จากการศึกษาพบว่า ร้อยละ 43 อาจเกิดจากภาวะผิดปกติและโรคเกี่ยวกับหัวใจ ดังต่อไปนี้

  • ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Overactive Thyroid )
  • ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ
  • ภาวะโลหิตจาง (Anaemia)
  • ภาวะความดันโลหิตต่ำ
  • การติดเชื้อ
  • โรคเบาหวาน (Diabetes)
  • ภาวะขาดน้ำ (Dehydration)
  • โรคไตวาย
  • เนื้องอกของต่อมหมวกไต
  • โรคเกี่ยวกับหัวใจ ได้แก่
    • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia
    • ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial fibrillation) 
    • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เกิดจากหัวใจห้องบน (Supraventricular tachycardia: SVT) 
    • โรคลิ้นหัวใจยาว (Mitral Valve)
    • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital Heart Disease)
    • โรคหัวใจวาย (Heart Failure)
    • โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ (Hypertrophic Cardiomyopathy)

อาการที่ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย

บางครั้งอาการใจสั่นก็อาจเป็นสัญญาณของปัญหาหัวใจได้หากเกิดร่วมกับอาการหน้ามืด หรือเป็นลม วิงเวียน หายใจไม่ออก หายใจลำบาก หรือหายใจขัด เจ็บแน่นหน้าอก สับสน ไม่ได้สติ เหงื่อออกมากเกินไป อัตราการเต้นหัวใจมากกว่า 100 ครั้งต่อนาที 

หากคุณเข้าข่ายอยู่ในกลุ่มนี้ควรไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการตรวจและวินิจฉัยอย่างละเอียด 

การตรวจวินิจฉัย

การรักษา 

โดยทั่วไปอาการใจสั่นหากไม่รุนแรงนักจะสามารถหายไปได้เอง แพทย์จึงไม่สามารถวินิจฉัยได้ แต่หากไปพบแพทย์ แพทย์จะรักษาอาการใจสั่นตามสาเหตุที่ตรวจพบก่อน 

หากยังไม่สามารถหาสาเหตุแท้จริงที่ทำให้ใจสั่นได้ แพทย์มักแนะนำให้หลีกเลี่ยงสาเหตุที่อาจทำให้ใจสั่นแทน เช่น งดรับประทานอาหารอาหารรสจัด มันจัด งดดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีน แอลกอฮอล์ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียด และควบคุมการใช้ยาบางชนิด แล้วดูการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

หากทำตามคำแนะนำของแพทย์แล้ว อาการใจสั่นยังไม่หายดี ในบางรายแพทย์อาจนัดตรวจเพื่อวินิจฉัยอย่างละเอียดอีกครั้ง หรือแพทย์อาจรักษาด้วยวิธีต่อไปนี้

การป้องกัน

  • หมั่นสังเกตจังหวะการเต้นของหัวใจตนเอง
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการใจสั่น
  • หาวิธืผ่อนคลายความเครียด คลายความวิตกกังวล
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ถูกหลักโภชนาการ 
  • หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • หากจำเป็นต้องใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง

ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจและสมรรถภาพหัวใจ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @HonestDocs และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android

9 การอ้างอิง
HonestDocs มีแนวทางการจัดหาที่เข้มงวดและอาศัยการศึกษาแบบ peer-reviewed สถาบันการศึกษาและสมาคมการแพทย์ เราหลีกเลี่ยงการใช้การอ้างอิงระดับอุดมศึกษา คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่เรามั่นใจว่าเนื้อหาของเรานั้นถูกต้องและเป็นปัจจุบันโดยอ่านนโยบายการแก้ไขของเรา

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
สัญญาณไฟฟ้าหัวใจถูกขัดขวาง
สัญญาณไฟฟ้าหัวใจถูกขัดขวาง

ภาวะนี้คืออะไร อันตรายหรือไม่ และเมื่อไหร่ที่ต้องใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ

การปรับเปลี่ยนชีวิตเมื่อเป็นผู้ป่วยโรคหัวใจ
การปรับเปลี่ยนชีวิตเมื่อเป็นผู้ป่วยโรคหัวใจ

เมื่อรู้ตัวว่าเป็นโรคหัวใจ แล้วเราควรปรับตัวในการใช้ชีวิตอย่างไร

ดูในแอป