Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การออกกำลัง

ความสำคัญของอัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก

อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักคืออะไร สำคัญอย่างไร ผู้หญิงและผู้ชายแตกต่างกันอย่างไรบ้าง?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,192,859 คน

ความสำคัญของอัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก

อัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก คืออะไร

อัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก (Resting Heart Rate: RHR) หรือเรียกได้สั้นๆ ว่า "ค่า RHR" หมายถึง จำนวนครั้งที่หัวใจของคุณเต้นใน 1 นาทีขณะที่คุณพัก ไม่มีการเคลื่อนไหว รวมถึงหลังจากตื่นนอน และเป็นตัวเลขที่จะบอกถึงระดับของสมรรถภาพทางกายของคุณว่าเป็นอย่างไร และเมื่อคุณมีสุขภาพดีมากขึ้น ค่า RHR ก็จะลดลง เพราะหัวใจของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

ค่า RHR สามารถเป็นตัวบ่งชี้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดกับร่างกายของคุณได้ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่สุขภาพกายเท่านั้น และยังรวมไปถึง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad
  • สุขภาพจิตและภาวะอารมณ์ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล ซึมเศร้า มีความสุข และอาการอ่อนเพลียที่รุนแรง 
  • ช่วยตรวจสอบว่าคุณได้ฝึกซ้อม หรือออกกำลังกายเกินขอบเขตที่ร่างกายจะพักฟื้นได้ทันหรือไม่ 

นอกจากนี้ ค่า RHR ยังได้รับอิทธิพลจากองค์ประกอบของร่างกายอื่นๆ รวมทั้งยาเสพติด ยารักษาโรค แอลกอฮอล์ และคาเฟอีน ด้วยเช่นกัน เรียกง่ายๆ ก็คือ ทุกสิ่งที่คุณรับเข้าสู่ร่างกาย รวมถึงพฤติกรรมต่างๆ ในแต่ละวัน ล้วนส่งผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจทั้งหมด

อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักในระดับปกติ คือเท่าไหร่

ค่า RHR โดยเฉลี่ยจะแตกต่างกันไปตามอายุ เพศ และการออกกำลังกายด้วย ฉะนั้น อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักของผู้ชาย ผู้หญิง นักกีฬาชาย และนักกีฬาหญิง จะแตกต่างกันไปดังนี้ 

อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักในผู้ชาย

  • อายุ 18-25 ปี: ค่าเฉลี่ยของบุคคลทั่วไปอยู่ที่ 70-73 ครั้งต่อนาที ค่าเฉลี่ยของนักกีฬาอยู่ที่ 49-55 ครั้งต่อนาที
  • อายุ 26-35 ปี: ค่าเฉลี่ยของบุคคลทั่วไปอยู่ที่ 71-74 ครั้งต่อนาที ค่าเฉลี่ยของนักกีฬาอยู่ที่ 49-54 ครั้งต่อนาที
  • อายุ 36-55 ปี: ค่าเฉลี่ยของบุคคลทั่วไปอยู่ที่ 71-76 ครั้งต่อนาที ค่าเฉลี่ยของนักกีฬาอยู่ที่ 50-57 ครั้งต่อนาที
  • อายุ 56-65 ปี: ค่าเฉลี่ยของบุคคลทั่วไปอยู่ที่ 72-76 ครั้งต่อนาที ค่าเฉลี่ยของนักกีฬาอยู่ที่ 51-56 ครั้งต่อนาที
  • อายุ 65 ปีขึ้นไป: ค่าเฉลี่ยของบุคคลทั่วไปอยู่ที่ 70-73 ครั้งต่อนาที ค่าเฉลี่ยของนักกีฬาอยู่ที่ 50-55 ครั้งต่อนาที

อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักในผู้หญิง

  • อายุ 18-25 ปี: ค่าเฉลี่ยของบุคคลทั่วไปอยู่ที่ 74-78 ครั้งต่อนาที ค่าเฉลี่ยของนักกีฬาอยู่ที่ 54-60 ครั้งต่อนาที
  • อายุ 26-35 ปี: ค่าเฉลี่ยของบุคคลทั่วไปอยู่ที่ 73-76 ครั้งต่อนาที ค่าเฉลี่ยของนักกีฬาอยู่ที่ 54-59 ครั้งต่อนาที
  • อายุ 36-55 ปี: ค่าเฉลี่ยของบุคคลทั่วไปอยู่ที่ 74-78 ครั้งต่อนาที ค่าเฉลี่ยของนักกีฬาอยู่ที่ 54-60 ครั้งต่อนาที
  • อายุ 56-65 ปี: ค่าเฉลี่ยของบุคคลทั่วไปอยู่ที่ 74-77 ครั้งต่อนาที ค่าเฉลี่ยของนักกีฬาอยู่ที่ 54-59 ครั้งต่อนาที
  • อายุ 65 ปีขึ้นไป: ค่าเฉลี่ยของบุคคลทั่วไปอยู่ที่ 73-76 ครั้งต่อนาที ค่าเฉลี่ยของนักกีฬาอยู่ที่ 54-59 ครั้งต่อนาที

สำหรับสาเหตุที่ค่า RHR ในผู้หญิงนั้นสูงกว่าในผู้ชาย นั่นก็เพราะผู้หญิงมีขนาดหัวใจที่เล็กกว่า ปริมาตรของโลหิตที่ไหลเวียนในร่างกายน้อยกว่า และมีระดับฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) ในโลหิตต่ำกว่าผู้ชาย ส่วนค่า RHR ที่ไม่ปกติและสูงเกินไปในคนแต่ละช่วงอายุและเพศ สามารถจำแนกออกเป็นตัวเลขได้ต่อไปนี้ ซึ่งหากค่า RHR ที่คุณวัดออกมาเป็นตัวเลขที่กล่าวไว้ด้านล่าง คุณควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจความแข็งแรงของหัวใจ

  • ผู้ชายอายุ 18-55 ปี: ค่า RHR โดยเฉลี่ยอยู่ที่มากกว่า 82-84 ครั้งต่อนาที
  • ผู้ชายอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป: ค่า RHR โดยเฉลี่ยอยู่ที่มากกว่า 80 ครั้งต่อนาที
  • ผู้หญิงทุกช่วงวัย: ค่า RHR โดยเฉลี่ยอยู่ที่มากกว่า 83-85 ครั้งต่อนาที

ส่วนค่า RHR ในหญิงมีครรภ์นั้น จะมีระดับที่สูงขึ้นกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ โดยค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ 80-90 ครั้งต่อนาที

วิธีวัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก

การวัดค่า RHR สามารถทำได้ด้วยการจับชีพจรของตนเอง 1 นาทีในช่วงเช้า หรือหลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาทีเพื่อนอนพักนิ่งๆ และทำใจให้สบาย ปล่อยให้อัตราการเต้นของหัวใจของคุณนั้นช้าลง หลังจากนั้นลองวางนิ้ว 2 นิ้วของคุณลงบนชีพจรที่คอ หรือที่ข้อมือ ซึ่งวิธีการวัดค่า RHR จะมีทางเลือกในการนับจำนวนการเต้นของหัวใจได้ดังต่อไปนี้

  1. นับอัตราการเต้นของหัวใจเป็นเวลา 6 วินาทีและคูณด้วย 10 วิธีนี้จะนับได้ง่าย แต่ก็สามารถเกิดการนับที่ผิดพลาดได้ง่ายเช่นกัน
  2. นับอัตราการเต้นของหัวใจเป็นเวลา 15 วินาทีและคูณด้วย 4 ซึ่งจะมีความแม่นยำมากขึ้นเล็กน้อย
  3. นับอัตราการเต้นของหัวใจเป็นเวลา 30 วินาทีและคูณด้วย 2
  4. นับอัตราการเต้นของหัวใจเป็นเวลา 60 วินาทีเต็ม เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด แต่จำเป็นต้องใช้สมาธิในการนับเพื่อป้องกันความผิดพลาด

จากวิธีทั้ง 4 แบบ ให้คุณลองใช้วิธีใดวิธีหนึ่งเป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน และค่าเฉลี่ยที่ออกมาจะเป็นค่า RHR ของคุณนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีข้อควรระวังอื่นๆ ที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อให้ได้ตัวเลขค่า RHR ที่แม่นยำที่สุด ซึ่งได้แก่ หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มคาเฟอีน และอย่าจับบริเวณชีพจรแรงหรือกดหนักเกินไป 

เมื่อคุณรู้ค่า RHR ของตนเองแล้ว ก็ควรหมั่นวัดค่าเป็นครั้งคราวเพื่อตรวจสอบความแข็งแรงของหัวใจว่ามีการพัฒนาเป็นอย่างไร หรือมีจำนวนตัวเลขเพิ่มขึ้นจนเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติหรือไม่ ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อย หรือเครียด ค่า RHR ที่ออกมาจะเป็นตัวบอกว่าร่างกายของคุณต้องการการพักผ่อน  หรือทำอะไรที่แตกต่างออกไปบ้าง ซึ่งการออกกำลังกายที่มีระดับความหนักหน่วงสูง ก็สามารถนำความเครียดมาสู่ร่างกายและจิตใจได้ 

ดังนั้นการออกกำลังกายที่ดี จึงควรออกแต่พอดี ไม่มากและไม่หนักจนเกินไป รวมถึงคุณควรลองหากิจกรรมอื่นๆ ทำบ้าง เช่น ช้อปปิ้ง ดูหนัง ปลูกต้นไม้ อ่านหนังสือ เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลายจากการออกแรง และยังช่วยให้สุขภาพจิตของคุณอยู่ในภาวะที่ดีด้วย


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป