Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
โรคติดต่อ

การระบาดของโรคหัด (Measles)

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 10 ต.ค. 2019 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

วัคซีนโรคหัดสามารถกำจัดโรคนี้จากสหรัฐอเมริกาได้ แต่ยังคงมีการระบาดของโรคได้หากมีการนำไวรัสเข้ามาจากภายนอกประเทศ

หัด เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดอาการทางระบบหายใจ เคยเป็นโรคที่พบบ่อยในสหรัฐอเมริกา ในช่วงก่อนปี 1963 มีประชาชนติดโรคหัดมากถึง 3-4 ล้านคนต่อปีในสหรัฐอเมริกา อ้างอิงจากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (Centers for Disease Control and Prevention – CDC) ภายหลังจากการพัฒนาวัคซีนโรคหัดขึ้นมาในปี 1963 สหรัฐอเมริกาได้ประกาศว่าโรคนี้ถูกจำกัดแล้วภายในประเทศในปี 2000 หมายความว่าไม่พบการติดต่อของเชื้อภายใน 12 เดือน และไม่พบเชื้อนี้อยู่ทั่วไปภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นสหรัฐอเมริกายังคงพบการระบาดเล็กๆ ของโรคหัด ซึ่งเกิดจากคนที่มีการนำเชื้อไวรัสนี้มาจากภายนอกประเทศ ผู้ป่วยส่วนมากที่ติดเชื้อหัดในสหรัฐอเมริกาเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีน อ้างอิงจากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค ซึ่งได้มีการแนะนำให้ฉีดวัคซีนในเด็กทุกคน แต่พบว่าในปัจจุบันมีกลุ่มคนที่ไม่ต้องการให้เด็กฉีดวัคซีน ไม่ว่าจะจากความเชื่อหรือศาสนาที่เชื่อว่าการฉีดวัคซีนอาจทำให้เกิดออทิสติกหรือโรคอื่นๆ ตามมา เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจทำให้คนกลุ่มนี้กลายเป็นกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะในเด็กที่เด็กเกินกว่าจะได้รับวัคซีน และผู้ใหญ่ที่ไม่สามารถฉีดวัคซีนได้จากการที่มีภูมิคุ้มกันต่ำจากการติดเชื้อ HIV/AIDS, มะเร็งเม็ดเลือดขาว การรักษาโรคมะเร็ง และภาวะอื่นๆ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
💉 วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ เริ่มต้นที่ 490 บาท 🚨 ถึง 21 ม.ค. นี้

👩🏻🧑🏻 ปีใหม่นี้ กันไว้ก่อนไม่สบาย คุณทำได้ด้วยตัวเอง

Internal ad

การระบาดของโรคหัดในสหรัฐอเมริกา

ระหว่างปี 2000-2013 พบว่ามีผู้ติดเชื้อหัด 37-220 คนต่อปีในสหรัฐอเมริกา ในปี 2002 สหรัฐอเมริกามีการระบาดของโรคหัดครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1999 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะประกาศว่าไม่พบโรคนี้ในประเทศ โดยระหว่างเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนปี 2002 พบว่ามีผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อหัด 13 คน โดยเริ่มตุ้นจากเด็กอายุ 9 เดือนซึ่งยังไม่ได้ฉีดวัคซีนและเพิ่งเดินทางกลับจากประเทศฟิลิปปินส์ ทารกได้ทำการแพร่เชื้อไปให้กับเด็กในสถานรับเลี้ยงเด็กใน Alabama อีก 11 คนซึ่งยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเช่นเดียวกัน และผู้ใหญ่อีก 2 คน ในปีต่อมา สหรัฐอเมริกาได้เผชิญกับการระบาดของโรคหัดครั้งใหญ่ที่สุดในโรงเรียนหลังจากปี 1998 โดยในครั้งนี้มีเด็กนักเรียนประจำ 9 คนทางตะวันออกของรัฐเพนซิลเวเนีย และประชาชนอีก 2 คนติดเชื้อ โดยต้นหตุของการระบาดดังกล่าวเริ่มที่เด็กนักเรียนอายุ 17 ปีซึ่งเคยได้รับวัคซีนโรคหัดมาก่อน และเพิ่งเดินทางกลับมาเลบานอน (ถึงแม้ว่าวัคซีนโรคหัดจะเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ทุกคนที่ได้รับวัคซีนมีภูมิต่อโรคเสมอ)

การระบาดครั้งอื่นๆ ประกอบด้วย

  • การระบาดในปี 2005 ที่รัฐอินเดียนา โดยเริ่มต้นจากประชาชนที่เกินทางไปยังเขตควบคุมโรคหัดในโรมาเนีย
  • ปี 2007 เป็นการระบาดในหลายรัฐ สืบเนื่องจากการแข่งขันกีฬานานาชาติ
  • ในปี 2008 มีการระบาดหลายครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นกับกลุ่มที่เลือกไม่ฉีดวัคซีนและไม่ให้เด็กฉีดวัคซีน

ในปี 2014 มีการระบาดอีก 23 ครั้งในสหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบต่อประชาชน 644 คนใน 27 รัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขของผู้ป่วยโรคหัดที่มีมากที่สุดนับตั้งแต่ประกาศว่าไม่มีการระบาดของโรคหัดในประเทศ โดยการระบาดมักเกิดจากการติดเชื้อหัดจากประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงการระบาดครั้งใหญ่ของโรค

การระบาดของโรคหัดใน Disneyland ปี 2015

อ้างอิงจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ในปี 2015 มีผู้ป่วยมากกว่า 150 คนใน 17 รัฐที่ป่วยเป็นโรคหัด ผู้ป่วยส่วนมากเป็นส่วนหนึ่งของการระบาดใน Disneyland ที่แคลิฟอร์เนีย ไม่มีใครทราบต้นเหตุของการระบาดแต่เชื่อว่าน่าจะเกิดจากนักท่องเที่ยวที่ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ และเดินทางมาท่องเที่ยวที่ Disneyland มีผู้ป่วยจำนวน 52 รายที่ยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับการระบาดที่ Disneyland โดยในจำนวนนี้ มากกว่าครึ่งไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน และมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่อายุน้อยเกินกว่าจะได้รับวัคซีน

การระบาดของโรคหัดในระดับนานาชาติ

องค์การอนามัยโลกได้ระบุว่ามีประชากร 145,700 คน ส่วนมากเป็นเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปีที่เสียชีวิตจากโรคหัดทั่วโลกในปี 2013 อัตราการตายนี้ถือว่าน้อยกว่าอัตราการตายจากโรคหัดช่วงก่อนปี 1980 ที่มีมากถึง 2.6 ล้านคนก่อนที่การฉีดวัคซีนจะแพร่หลาย อย่างไรก็ตาม โรคหัดยังเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตที่พบมากที่สุดในเด็กทั่วโลก โดยมีผู้ติดเชื้อประมาณ 20 ล้านคนต่อปี อ้างอิงจาก CDC ในปี 2012 และ 2013 มีการระบาดของโรคหัดที่ Wales ส่งผลกระทบในประชากรประมาณ 1,400 คนและมีรายงานการติดเชื้อหัดอีก 1,000 คนทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษ ในทวีปยุโรปมีจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อหัดมากขึ้นตั้งแต่ปี 2011 และมีการระบาดครั้งใหญ่ (ส่งผลกระทบมากกว่า 10,000 คน) ในประเทศฝรั่งเศส โรมาเนีย และยูเครน อ้างอิงจากMeasles and Rubella Initiative ในปี 2014 มีการระบาดของโรคครั้งใหญ่ในประเทศฟิสิปปินส์ มีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า 21,000 คนและเสียชีวิตมากกว่า 100 คน และยังมีอีกหลายประเทศที่มีการระบาดของโรคหัดครั้งใหญ่ในช่วงที่ผ่านมาเช่นปากีสถาน ไนจีเรีย และคองโก

5 การอ้างอิง
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
โรคหัด
โรคหัด

ทำความรู้จัก "โรคหัด" โรคระบาดที่เป็นอันตรายต่อคุณและลูกน้อย

ดูในแอป