กองบรรณาธิการ HonestDocs
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HonestDocs

โรคอีสุกอีใส (Chicken pox)

เผยแพร่ครั้งแรก 2 ต.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 13 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • โรคอีสุกอีใส เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเชื้อไวรัสวาริเซลลา (varicella virus) อาการเด่นคือ ผื่นแดง ตุ่มใส และตุ่มหนองขึ้นตามร่างกาย หลังจากนั้น 2 - 4 วัน ก็จะตกสะเก็ด ระหว่างที่มีผื่นและตุ่มต่างๆ ขึ้นนี้จะมีอาการคันอยางมาก ร่วมกับมีไข้และไม่มีแรง
  • เมื่อหายจากโรคอีสุกอีใสแล้ ผู้ป่วยจะมีภูมิคุ้มกันตลอดชีวิตและส่วนมากจะไม่เป็นซ้ำอีก แต่เชื้อไวรัสอาจหลบซ่อนอยู่ในปมประสาท ภายหลังหากมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง เชื้อไวรัสที่ว่านี้ก็อาจจะก่อให้เกิดโรคงูสวัดได้
  • กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโรคอีสุกอีใส ได้แก่ ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ หญิงตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 1 (ระยะสามเดือนแรก) ถ้ามีการติดเชื้อสุกใสอาจทำให้ทารกในครรภ์พิการได้ หญิงใกล้คลอด หากติดโรคอีสุกอีใสในระยะก่อนคลอด 5 วันหรือหลังคลอด 2 วัน ทารกที่เกิดมาอาจเป็นอีสุกอีใสชนิดรุนแรงได้
  • ปัจจุบันมีวัคซีนอีสุกอีใสที่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ หรือลดความรุนแรงของโรคหากติดเชื้อ วัคซีนนี้สามารถใช้ได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ นอกจากนี้การป้องกันโรคที่สำคัญคือ การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลให้ดี หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วย
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจสุขภาพ

อีสุกอีใส หรือโรคสุกใส (Chicken pox) เป็นโรคที่มีอาการเด่นคือ ตุ่มแดง ตุ่มใส และตุ่มหนองขึ้นตามร่างกาย คัน ร่วมกับมีไข้และไม่มีแรง พบได้บ่อยในฤดูร้อน เกิดบ่อยในเด็กและพบประปรายในผู้ใหญ่

เมื่อหายจากโรคอีสุกอีใสแล้วก็มักทิ้งร่องรอยแผลเป็นไว้ให้ดูต่างหน้าอีก แต่ข้อดีของโรคนี้ก็ยังพอมีคือ เมื่อเป็นโรคอีสุกอีใสแล้ว ผู้ป่วยจะมีภูมิคุ้มกันตลอดชีวิตและส่วนมากจะไม่เป็นซ้ำอีก

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 427 บาท ลดสูงสุด 13385 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 2

โรคอีสุกอีใส 

โรคอีสุกอีใส เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเชื้อไวรัสวาริเซลลา (varicella virus) แต่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า "Chicken pox" มาจากลักษณะของรอยโรคที่คล้ายกับหนังไก่ที่ต้มแล้ว ซึ่งผู้ป่วยจะมีตุ่มเหล่านี้ขึ้นมาตามร่างกาย เรียกว่า "ตุ่มอีสุกอีใส" 

เมื่อเป็นแล้วโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำน้อยมาก เนื่องจากร่างกายได้สร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านไวรัสขึ้นมา อย่างไรก็ตาม เชื้อไวรัสจะยังไม่หายไปจากร่างกายแต่เชื้ออาจหลบซ่อนอยู่ในปมประสาท ภายหลังหากมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุด้านโรคภัยไข้เจ็บ หรือการเสื่อมสภาพตามอายุที่เพิ่มขึ้น 

เชื้อไวรัสที่ว่านี้ก็อาจจะก่อให้เกิดโรคงูสวัด (Shingles) ได้

อาการของโรคอีสุกอีใส

สำหรับเด็กเมื่อติดเชื้อจะมีอาการไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลียและเบื่ออาหาร ส่วนผู้ใหญ่มักมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ทั้งนี้เด็กและผู้ใหญ่จะมีอาการเด่นของโรคอีสุกอีใสเช่นเดียวกันคือ มีผื่นแดงและตุ่มใสขึ้นตามใบหน้า ลำตัว และแขนขา

บางรายจะเริ่มมีผื่นขึ้นพร้อมกันกับไข้ หรือบางรายอาจมีผื่นขึ้น 1 วันหลังจากมีไข้ กระจายไปยังใบหน้า ลำตัว และแขนขา

นอกจากผื่นแดงที่ว่า ยังมีตุ่มน้ำเกิดขึ้นและมีอาการคันตามมา ต่อมาตุ่มใสนี้จะกลายเป็นหนอง แล้วหลังจากนั้น 2 - 4 วัน ก็จะตกสะเก็ด ผู้ป่วยบางรายอาจมีตุ่มใส ตุ่มหนองขึ้นภายในช่องปากทำให้ปากเปื่อย ลิ้นเปื่อย และเจ็บในลำคอ ทำให้เบื่ออาหาร และรับประทานอาหารได้ยากลำบาก

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 427 บาท ลดสูงสุด 13385 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 2

หลังจากเกิดผื่นแล้วผู้ป่วยไม่ควรออกไปภายนอกและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น เนื่องจากเป็นโรคที่ติดได้ง่าย จากนั้นผื่นแห้งและตกสะเก็ด จนหลุดหมดจะถือว่าเป็นภาวะที่ผู้ป่วยไม่แพร่โรคสู่ผู้อื่นแล้ว

สำหรับระยะแพร่เชื้อของโรคอีสุกอีใสจะเริ่มต้นตั้งแต่ 24 ชั่วโมง หลังได้รับเชื้อมา ก่อนมีผื่นขึ้นตามร่างกาย จนกระทั่งถึง 6 วันหลังผื่นขึ้น

การติดต่อของโรคอีสุกอีใส

โรคอีสุกอีใสเป็นโรคติดต่อที่สามารถแพร่เชื้อได้หลายทาง เช่น

  • มีการสัมผัสกับการไอ จาม ของผู้ป่วย
  • ผู้ดูแลผู้ป่วยสัมผัสกับตุ่มน้ำ หรือของเหลวภายในตุ่มนั้น
  • สัมผัสกับสิ่งของที่ผู้ป่วยใช้ เช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า เสื้อผ้า
  • สัมผัสร่างกายกับผู้ป่วยโดยตรง

โรคอีสุกอีใสส่วนมากจะพบได้ในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี แต่อาจพบได้ในผู้ใหญ่ ซึ่งอาการจะรุนแรงกว่าและเป็นนานกว่าเด็ก โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 14-24 วันหลังจากได้รับเชื้อไวรัสในการแสดงอาการของโรค

ปัจจัยเสี่ยงของการติดโรคอีสุกอีใส

  • ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำ ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำจะเป็นผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคสูงกว่าคนปกติ
  • หญิงตั้งครรภ์ โอกาสที่จะติดโรคสูงจะอยู่ในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 1 (ระยะสามเดือนแรก) ถ้ามีการติดเชื้อสุกใสอาจทำให้ทารกในครรภ์พิการได้
  • หญิงใกล้คลอด หากติดโรคอีสุกอีใสในระยะก่อนคลอด 5 วันหรือหลังคลอด 2 วัน ทารกที่เกิดมาอาจเป็นอีสุกอีใสชนิดรุนแรงได้

การวินิจฉัย

ในเบื้องต้นแพทย์จะตรวจดูรอยโรค หากพบผื่นแดง ก็จะซักประวัติผู้ป่วยว่า มีอาการอื่นที่สอดคล้องกับโรคอีสุกอีใสหรือไม่ ในบางรายแพทย์อาจส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อให้แน่ใจในการวินิจฉัย

การรักษา

โรคอีสุกอีใสเป็นโรคที่หายเองได้ ปกติแล้วแพทย์จะให้ยาที่รักษาตามอาการ ได้แก่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 427 บาท ลดสูงสุด 13385 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 2
  • ยาต้านไวรัสอะไซโคลเวียร์ (Acyclovir) ทำให้อาการหายเร็วขึ้น มักนิยมให้ในเด็กที่มีโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • ยาต้านฮีสตามีน (Antihistamines) เพื่อลดอาการคัน และบวมแดงของผื่น ในบางครั้งอาจให้ร่วมกับยาแก้ปวดในช่วงที่ตุ่มน้ำแตก
  • ยาปฏิชีวนะ จะให้ในกรณีที่ผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย (เกิดจากการเกา) แต่เกิดขึ้นได้น้อยมาก
  • ทายาคารามายด์เพื่อบรรเทาอาการคัน
  • ยาพาราเซตามอล บรรเทาอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อนตามตัว

อาการของโรคจะทุเลาลงภายใน 15 วัน และหลังจากเป็นโรคแล้ว ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคขึ้นทำให้ไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก

ข้อควรปฏิบัติ และข้อควรระวัง เมื่อเป็นโรคอีสุกอีใส

  • หยุดเรียน หรือหยุดงานเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
  • ไม่เกาบริเวณผื่น เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อบริเวณแผลที่เกาได้
  • พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวจากโรคได้เร็วขึ้น และเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น
  • ดื่มน้ำสะอาดมากๆ
  • บำรุงร่างกายด้วยครีมบำรุงผิว เพราะการทำให้ผิวชุ่มชื่นจะช่วยลดอาการคันได้
  • ใช้ใบสะเดาใส่ลงในน้ำอุ่นแล้วอาบ เพื่อช่วยลดความคัน และช่วยลดการติดเชื้อได้
  • ซักทำความสะอาดผ้าปูที่นอนของผู้ป่วยด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของสารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายโรคในอนาคต
  • หากมีตุ่มอีสุกอีใสขึ้นในปาก ควรกลั้วคอด้วยน้ำเกลือเพื่อฆ่าเชื้อ และป้องกันอาการปากเปื่อย ลิ้นเปื่อย

โรคแทรกซ้อนอีสุกอีใส

ส่วนมากอาการแทรกซ้อนจากโรคอีสุกอีใสนั้นมักพบในผู้ใหญ่ หญิงตั้งครรรภ์ มากกว่าเด็ก ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยได้แก่ การติดเชื้อแบคทีเรียซ้อน ทำให้ตุ่มน้ำกลายเป็นหนอง และอาจทำให้กลายเป็นแผลเป็นได้ 

ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงแต่พบได้น้อยคือ ปอดอักเสบและสมองอักเสบ

การป้องกันโรคอีสุกอีใส

ปัจจุบันมีวัคซีนอีสุกอีใสที่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ หรือลดความรุนแรงของโรคหากติดเชื้อ วัคซีนนี้สามารถใช้ได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ 

ในกรณีเด็กแนะนำให้ฉีด 2 ครั้ง ครั้งแรกในเด็กอายุ 12 - 15 เดือน และครั้งที่สองในเด็กอายุ 4 - 6 ปี

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของวัคซีน หรือผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการรักษา เช่น ฉายรังสี หรือเคมีบำบัด ก็ไม่ควรได้รับวัคซีน

นอกจากการใช้วัคซีนแล้ว วิธีอื่นที่สามารถป้องกันโรคอีสุกอีใส ได้แก่

  • ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ หลังจากออกไปพบปะผู้คน หรือไปในที่สาธารณะ
  • หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ร่วมกับผู้อื่น 
  • หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ หรือคลุกคลีผู้ป่วยโรคอีสุกอีใส

เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจสุขภาพ จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกการอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


13 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Chickenpox - Varicella. MedlinePlus. (Available via: https://medlineplus.gov/chickenpox.html)
Chickenpox Vaccine, Symptoms, Treatment, Pictures, Contagious. MedicineNet. (Available via: https://www.medicinenet.com/chickenpox_varicella/article.htm)
How to care for children with chickenpox. American Academy of Dermatology. (Available via: https://www.aad.org/public/parents-kids/childhood-conditions/chicken-pox)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาการนี้
อีสุกอีใส เคยเป็นแล้ว และจะเป็นอีกได้หรือไม่
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
คนที่เคยเป็นอีสุกอีใสมาเเล้วจะมีโอกาสเป็นได้อีกมั้ย
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
โรคอีสุกอีใสกับโรคเบาหวานจะหายขาดได้ไหมคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
เป็นอิสุกอิใส ทำยังไงให้หายไวๆ มียากินมั้ย
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
อีสุกอีใสเกิดขึ้นครั้งเเรกที่ใด
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
อายุ 33 ปี ไม่เคยเป็นอีสุกอีใส มีโอกาสเป็นอีกไหมค่ะ และจะมีวิธีป้องกันอย่างไร
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
หากคุณยังมีคำถาม ส่งคำถามให้คุณหมอตอบได้ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม