ภูมิแพ้

วิธีการกินยาแก้แพ้ที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันอันตรายจากผลข้างเคียง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 23, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,274,111 คน

วิธีการกินยาแก้แพ้ที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันอันตรายจากผลข้างเคียง

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 23/04/2562

ยาแก้แพ้หรือชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า "คลอร์เฟนิรามีน (Chlorpheniramine)" มีทั้งชนิดเม็ด ชนิดน้ำเชื่อม และชนิดฉีด

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย เคอร์รี่ ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01
  • ยาแก้แพ้ชนิดน้ำเชื่อม เหมาะสำหรับใช้กับเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 4 ปีลงไป แต่ไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 สัปดาห์เพราะจะทำให้เสมหะของเด็กเหนียวขับออกยาก
  • ยาแก้แพ้ชนิดเม็ด จะเป็นชนิดที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะเมื่อเราเกิดป่วยเป็นหวัดขึ้นมาและมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล จาม หรืออาจเกิดอาการแพ้อาหารทะเล มีผื่นคันขึ้นตามตัวคงต้องลงเอยที่การรับประทานยาแก้แพ้แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเราคงต้องทนทุกข์กับความทรมานของอาการที่เกิดจากการแพ้ดังกล่าวมา

วิธีการกินยาแก้แพ้ที่ถูกต้อง

  1. ควรกินยาแก้แพ้ วันละ 2-4 ครั้ง หรืออย่างน้อยหลังจากกินยาแก้แพ้ครั้งแรก ต้องรอให้ผ่านไปอีกประมาณ 6 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย จึงจะเริ่มกินยาแก้แพ้ครั้งต่อไป
  2. ห้ามกินยาแก้แพ้ร่วมกันกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือยาจำพวกระงับประสาทเด็ดขาด เพราะจะทำให้เพิ่มความง่วงนอนอย่างมาก
  3. การใช้ยาแก้แพ้เพื่อให้นอนหลับอาจมีประโยชน์ในผู้ป่วยที่มีอาการคันจนนอนไม่หลับ ไม่แนะนำให้ใช้ยาแก้แพ้เป็นยานอนหลับ แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุของอาการนอนไม่หลับ
  4. หากกินยาแก้แพ้เข้าไปแล้ว เกิดอาการไอเพิ่มขึ้นอย่างมาก ควรเลิกทานยาแก้แพ้โดยทันที เพราะยาแก้แพ้จะทำให้เสลดหรือเสมหะมีความเหนียวข้นมากกว่าเดิม
  5. ปริมาณการกินยาแก้แพ้ชนิดเม็ด ในวัยผู้ใหญ่ ควรกินครั้งละ 1 เม็ด เด็กที่มีอายุ 7-12 ปีควรกินครั้งละครึ่งเม็ด เด็กที่มีอายุ 4-7 ปี ควรกินครั้งละ 1 ใน 4 ของเม็ด ส่วนเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 4 ปี ต้องทานยาแก้แพ้ชนิดน้ำเชื่อมเท่านั้น เพราะว่าถ้าหากเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 4 ปี ทานยาแก้แพ้เกินขนาดอาจทำให้เกิดอาการชักรุนแรงขึ้นได้
  6. ปริมาณการกินยาแก้แพ้ชนิดน้ำเชื่อม สำหรับเด็กอายุ 4-7 ปี ทานครั้งละครึ่งถึงหนึ่งช้อนชา เด็กอายุ 1-4 ปี กินครั้งละครึ่งช้อนชา โดยต้องไม่มากไปกว่าวันละ 3-4 ครั้งต่อวัน เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี กินครั้งละครึ่งช้อนชา โดยต้องไม่มากไปกว่าวันละ 2 ครั้งต่อวัน
  7. การกินยาแก้แพ้ ห้ามเคี้ยวหรือบดตัวยาอย่างเด็ดขาด

ในบางครั้งการรักษาอาการแพ้ อาจจะต้องแก้ไขหรือทำการป้องกันไปที่สาเหตุของการแพ้กันก่อนเป็นอันดับแรกสุด ว่าเราแพ้อะไร เช่น หากเราแพ้อาหารทะเล ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารทะเล หากแพ้อากาศ ก็ต้องหลีกเลี่ยงการนำตัวเองไปในสถานที่ที่มีฝุ่นละอองอยู่เยอะ เป็นต้น แต่ยารักษาที่วิเศษที่สุดก็คือ การออกกำลังกายให้ร่างกายมีภูมิต้านทานที่แข็งแรงอยู่เสมอ

ที่มาของข้อมูล

Yasuda SU, Wellstein A, Likhari P, Barbey JT, Woosley RL (1995). "Chlorpheniramine plasma concentration and histamine H1-receptor occupancy". Clin. Pharmacol. Ther. 58 (2): 210–20. doi:10.1016/0009-9236(95)90199-X. PMID 764877

Fischer, Jnos; Ganellin, C. Robin (2006). Analogue-based Drug Discovery. John Wiley & Sons. p. 546. ISBN 9783527607495.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่