ผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้า

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 1, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 9 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 210,765 คน

ผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้าเป็นภาวะผิวหนังระยะยาวที่ส่งผลต่อขาส่วนล่าง และมักเกิดกับผู้ที่มีภาวะเส้นเลือดดำขอด

สัญญาณและอาการของผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้า

เช่นเดียวกับโรคผื่นผิวหนังอักเสบประเภทอื่น ๆ ผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้าจะทำให้ผิวหนังที่เป็นโรคมีอาการ: คัน แดงและบวม แห้งและแตก มีสะเก็ดหรือหยาบกร้าน

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

อาการของโรคจะมีทั้งช่วงที่ดีขึ้นและรุนแรงลงกว่าเดิม โดยจะทำให้ขาของคุณบวมได้ โดยเฉพาะช่วงท้ายวันหรือหลังจากยืนเป็นเวลานาน อีกทั้งยังทำให้เห็นเส้นเลือดดำขอดบนขาได้ชัดเจน

ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการ: ผิวหนังคล้ำ ผิวหนังแดง กดเจ็บ และเกร็งจนแข็ง (lipodermatosclerosis) เกิดแผลเป็นสีขาวเล็ก ๆ เจ็บปวด ผิวหนังอักเสบเกิดขึ้น ณ ตำแหน่งอื่นบนร่างกาย

หากปล่อยให้เกิดอาการเหล่านี้อาจทำให้เป็นแผลที่ขาได้ ซึ่งบาดแผลดื้อรั้นที่เกิดขึ้นจะปรากฏออกมาบนผิวหนังที่เสียหาย

ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?

ให้คุณไปพบแพทย์ทันทีที่มีอาการของผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้า เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยผิวหนังทันที

 

ผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้าเกิดมาจากแรงดันที่เพิ่มขึ้นภายในเส้นเลือดที่ขา

เมื่อลิ้นขนาดเล็กในเส้นเลือดหยุดทำงาน จะทำให้เลือดภายในสูบฉีดได้ยากขึ้นและอาจทำให้เลือดไหลย้อนทาง

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

การเพิ่มขึ้นของแรงดันในเส้นเลือดอาจทำให้ของเหลวภายในรั่วไหลออกสู่เนื้อเยื่อโดยรอบ ซึ่งคาดกันว่าภาวะผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้าเกิดขึ้นเพราะระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อของเหลวที่รั่วออกมานั่นเอง

ผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้าจะพบได้บ่อยกับผู้ป่วยเส้นเลือดดำขอด เนื่องจากผู้ป่วยผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้ามักมีสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเส้นเลือดที่ขาทำงานไม่ปกติ

ผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้ารักษาได้อย่างไร?

ผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้าเกิดมักจะเป็นปัญหาระยะยาว แต่ก็มีการรักษาที่สามารถควบคุมภาวะได้ ซึ่งสำหรับผู้ป่วยส่วนมากจะได้รับการรักษาที่เป็นการผสานกันของ:

หลักการดูแลตนเอง: รวมไปถึงวิธีการเพิ่มอัตราการไหลเวียนโลหิตอย่างการทำตัวให้กระฉับกระเฉง และยกขาขึ้นสูงบ่อย ๆ

การใช้สารเพิ่มความชุ่มชื้น: เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้ง

ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่: ครีมหรือขี้ผึ้งที่ใช้ทาผิวหนังเพื่อรักษาภาวะผิวหนังอักเสบและบรรเทาอาการต่าง ๆ

การสวมถุงเท้ารัดกล้ามเนื้อ: ซึ่งเป็นถุงเท้าที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษที่ต้องใส่ทุกวันเพื่อบีบรัดขาและช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดขึ้น

หากว่าการรักษาเหล่านี้ไม่ได้ผล แพทย์จะส่งคุณไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังเพื่อหาสาเหตุของอาการของคุณ หรือเพื่อตรวจหาความเสี่ยงที่คุณจะเป็นโรคผิวหนังอักเสบสัมผัส

หากคุณมีภาวะเส้นเลือดดำขอดอยู่ก่อน คุณอาจถูกส่งไปพบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นเลือดดำเพื่อปรึกษาตัวเลือกการรักษาภาวะเส้นเลือดดำขอดแบบต่าง ๆ

สาเหตุของผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้า

ผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้ามักเกิดมาจากแรงดันที่เพิ่มขึ้นในเส้นเลือดดำที่ขา

ภายในเส้นเลือดดำจะมีลิ้นที่ใช้สำหรับสูบฉีดเลือดให้ไหลไปในทิศทางเดียวตลอดเวลาและป้องกันไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับ

บางครั้งพนังเส้นเลือดดำอาจยืดออกและเสียความยืดหยุ่นไปจนทำให้ลิ้นดังกล่าวอ่อนแอลง หากว่าลิ้นเส้นเลือดดำทำงานไม่ได้ตามปกติ เลือดภายในอาจไหลย้อนกลับได้

ภาวะข้างต้นจะส่งผลให้ความดันในเส้นเลือดดำเพิ่มขึ้นจนทำให้ของเหลวภายในรั่วไหลไปสู่เนื้อเยื่อโดยรอบ ซึ่งแพทย์คาดกันว่าภาวะผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้าเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของคุณตอบสนองต่อของเหลวที่เนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวหนัง

การเพิ่มขึ้นของแรงดันในเส้นเลือดดำยังทำให้เลือดสะสมอยู่ภายในเส้นเลือดจนบวมและเบ่งออก (ภาวะเส้นเลือดดำขอด)

ใครมีความเสี่ยงต่อภาวะผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้าที่สุด?

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเหตุใดพนังเส้นเลือดดำจึงยืดออกจนทำให้ลิ้นเส้นเลือดอ่อนแอลง บางคนอาจเกิดภาวะเช่นนี้โดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน แต่ก็มีหลายปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงนี้ เช่น:

เพศ: ภาวะเส้นเลือดดำขอดมักเกิดกับผู้หญิงมากที่สุด

ภาวะอ้วน: จะไปเพิ่มแรงดันของเส้นเลือดที่ขาขึ้น

การตั้งครรภ์: เหตุผลเดียวกับภาวะอ้วน

ไม่ขยับขาเป็นเวลานาน: จะส่งผลต่อการไหลเวียนโลหิตในเส้นเลือดดำที่ขา

เคยประสบกับภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน (DVT) มาก่อน: ภาวะที่ลิ่มเลือดเกิดขึ้นภายในเส้นเลือดที่ขาจนสร้างความเสียหายกับลิ้นที่เส้นเลือดดำ

อายุที่เพิ่มขึ้น: เมื่อคนเราแก่ตัวลงจะทำให้การขยับร่างกายลำบากขึ้นจนอาจส่งผลต่อการไหลเวียนโลหิตได้

การวินิจฉัยผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้า

คุณควรไปพบแพทย์ทันทีที่มีอาการของผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้า โดยแพทย์จะสามารถวินิจฉัยได้จากการสังเกตบริเวณที่มีอาการชัดเจนที่สุด

แพทย์อาจทำการสอบถามคุณเพื่อชี้ชัดถึงปัญหาการไหลเวียนโลหิตที่ขา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดภาวะผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้าขึ้น

เพื่อประกอบการวินิจฉัย แพทย์อาจอยากทราบประวัติการรักษาของคุณว่าคุณมีประวัติต่อไปนี้หรือไม่:

เส้นเลือดดำขอด: การบวมและขยายใหญ่ขึ้นของเส้นเลือดดำ

ภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน (DVT): ภาวะที่มีลิ่มเลือดอุดตันที่เส้นเลือดขา

แผลที่ขา: มีผิวหนังที่เสียหายและใช้เวลาหลายอาทิตย์กว่าจะฟื้นตัวหรือไม่

ภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ: การติดเชื้อของผิวหนังชั้นในและเนื้อเยื่อ

การผ่าตัดหรือการบาดเจ็บที่ขา

แพทย์อาจทำการตรวจชีพจรที่ขาและทำการตรวจวัดดัชนีความดันเลือดเทียบหลอดเลือดแดงแขนขา (ABPI) เพื่อดูว่าคุณสามารถใช้ถุงเท้ารัดกล้ามเนื้อได้หรือไม่

การทดสอบ ABPI จะเกี่ยวข้องกับการเปรียบเทียบค่าความดันโลหิตที่ได้จากข้อเท้าและแขนส่วนบน ความแตกต่างที่ได้มาจะบ่งชี้ถึงปัญหาของการไหลเวียนโลหิตในเส้นเลือดแดงของคุณ ซึ่งหากมีมากจะหมายความว่าคุณไม่เหมาะสมกับวิธีการรักษาด้วยการสวมถุงเท้าบีบรัดกล้ามเนื้อ

การส่งตัวไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

คุณอาจถูกส่งไปพบผู้เชี่ยวชาญตามโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการทดสอบเพิ่มเติม ซึ่งอาจเป็นแพทย์ด้านหลอดเลือดหรือแพทย์ด้านผิวหนังก็ได้ถ้าเกิดว่า:

คุณประสบกับภาวะเส้นเลือดขอดและการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังคุณ เช่นมีผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้า มีภาวะผิวหนังหนาตัวขึ้น หรือมีประวัติเคยมีแผลที่ขา เป็นต้น

การไหลเวียนโลหิตที่ขาของคุณมีต่ำ

อาการไม่ดีขึ้นแม้จะรับการรักษามาแล้ว

มีความเป็นไปได้ที่คุณอาจเป็นภาวะผิวหนังแพ้สัมผัส

การรักษาผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้า

การรักษาผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้ามีเป้าหมายเพื่อเยียวยาภาวะบนผิวหนังให้ดีขึ้น ซึ่งการรักษาอาการที่เกิดขึ้นจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดขึ้นตามไปด้วย

สำหรับกรณีผู้ป่วยส่วนมากจะเป็นการรักษาระยะยาวที่เป็นการผสานกันของ: การใช้สารเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง การใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่ การใช้ถุงเท้ารัดกล้ามเนื้อ

อีกทั้งยังมีวิธีดูแลตนเองให้คุณปฏิบัติพร้อมกับการรักษาข้างต้นไปด้วย ซึ่งรายละเอียดของตัวเลือกการดูแลจะกล่าวถึงในหัวข้อถัดไป

ภาวะผิวหนังแข็งตัวจะมีวิธีการรักษาคล้ายกับการรักษาผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้า

การดูแลตนเอง

หลักปฏิบัติต่อไปนี้จะช่วยลดอาการของผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้าได้ และยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอื่นขึ้นมาได้อีกด้วย:

เลี่ยงการบาดเจ็บที่ผิวหนัง: การบาดเจ็บต่าง ๆ ที่ผิวหนังจะนำไปสู่การเกิดแผลที่ขา

ยกขาขึ้นให้สูงขณะพักผ่อน: ยกตัวอย่างเช่นหนุนขาขึ้นด้วยหมอนขณะนอน (เพื่อให้ขาอยู่สูงกว่าระดับหัวใจ) เพื่อลดอาการบวม

ทำตัวให้กระฉับกระเฉงเสมอ: เพื่อเพิ่มการไหลเวียนโลหิตและช่วยทำให้ร่างกายมีสุขภาพและน้ำหนักดีอยู่เสมอ

ของเหลวสามารถลงไปสะสมอยู่ที่ขาได้หากคุณนั่งหรือยืนเป็นเวลานาน ดังนั้นคุณควรต้องขยับร่างกายให้มากที่สุด ซึ่งการเดินจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อได้ทำงานและดันเลือดให้ไหลไปตามเส้นเลือดสู่หัวใจ

การใช้สารเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง

สารเพิ่มความชุ่มชื้นที่ใช้กับผิวหนังจะช่วยลดอัตราการสูญเสียน้ำของผิวหนังลง และช่วยปกคลุมผิวราวกับเป็นแผ่นฟิล์มป้องกัน สารเหล่านี้สามารถใช้จัดการกับภาวะผิวแห้งแตกที่เกิดจากโรคผิวหนังอักเสบได้

การเลือกใช้สารเพิ่มความชุ่มชื้น

สารเพิ่มความชุ่มชื้นที่วางขายตามท้องตลาดมีอยู่มากมาย บ้างก็สามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาโดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ แต่หากคุณเป็นผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้า คุณควรเข้าปรึกษากับแพทย์เพื่อขอคำแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับคุณจะดีที่สุด

คุณจะลองใช้สารเพิ่มความชุ่มชื้นหลาย ๆ ตัวและเลือกตัวที่ดีที่สุดก็ได้ หรือแพทย์อาจจะแนะนำให้คุณใช้สารเพิ่มความชุ่มชื้นแบบผสมกันไปก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น: ขี้ผึ้งสำหรับผิวแห้งมาก ครีมหรือโลชั่นสำหรับผิวแห้งน้อย สารเพิ่มความชุ่มชื้นที่สามารถใช้แทนสบู่ได้ สารเพิ่มความชุ่มชื้นที่ใส่ลงอ่างอาบน้ำหรือใช้ขณะอาบน้ำได้

ความแตกต่างระหว่างโลชั่น ครีม และขี้ผึ้งคือปริมาณน้ำมันที่เป็นส่วนประกอบ ขี้ผึ้งจะเป็นยาที่มีน้ำมันมากที่สุดจึงทำให้เหนอะหนะ แต่ก็เป็นตัวเลือกยาที่มีประสิทธิภาพคงความชุ่มชื้นแก่ผิวมากที่สุด โลชั่นจะมีน้ำมันน้อยและไม่เหนอะหนะ แต่ก็อาจจะไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเท่าไรนัก ส่วนครีมจะมีประสิทธิภาพและข้อด้อยอยู่ระหว่างสารทั้งสองนี้

วิธีใช้สารเพิ่มความชุ่มชื้น

หากคุณเป็นโรคผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้า คุณควรใช้สารเพิ่มความชุ่มชื้นอย่างน้อยสองครั้งต่อวันแม้ว่าจะไม่มีอาการอะไรก็ตาม

ในการใช้สารเพิ่มความชุ่มชื้นคุณต้อง: ใช้ในปริมาณมาก ๆ : เพื่อให้สารคลุมผิวหนังขาส่วนล่างทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะตำแหน่งที่ตาเห็น ไม่ขยี้: ใช้วิธีบรรจงทาผิวในทิศทางเดียวกับไรขน ทาทุก ๆ สองหรือสามชั่วโมงหากมีผิวหนังแห้งมาก หลังจากอาบน้ำ ค่อย ๆ ทำให้ผิวแห้ง และจึงลงสารเพิ่มความชุ่มชื้นทันทีในขณะที่ผิวกำลังชื้นอยู่ ไม่ใช้สารเพิ่มความชุ่มชื้นร่วมกับผู้อื่น

หากคุณมีอาการปะทุขึ้นกะทันหัน การใช้สารเพิ่มความชุ่มชื้นจะจำเป็นอย่างมากเนื่องจากผิวหนังต้องการความชุ่มชื้น การทาสารเพิ่มความชุ่มชื้นบ่อย ๆ และใช้ในปริมาณมากๆ จะช่วยคุณได้

ผลข้างเคียงสารเพิ่มความชุ่มชื้น

สารเพิ่มความชุ่มชื้นมักไม่ก่อผลข้างเคียงใด ๆ แต่หากเกิดขึ้นก็มักจะเป็นผื่น และสำหรับสารเพิ่มความชุ่มชื้นที่มีความเหนอะหนะก็อาจทำให้เกิดภาวะรูขุมขนอุดตันขึ้น (การอักเสบของรูขุมขน) หากคุณประสบกับผลข้างเคียงเหล่านี้ให้แจ้งแพทย์ทันทีเพื่อให้เปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้อยู่

สารเพิ่มความชุ่มชื้นที่ใส่ลงอ่างน้ำทำให้อ่างอาบน้ำลื่น ดังนั้นคุณจึงต้องความระมัดระวังการการเหยียบหรือสัมผัสอ่างอย่างมาก

ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่

ถ้าผิวหนังของคุณอักเสบจากอาการของผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้าที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน แพทย์จะจ่ายยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่มาให้คุณ (ครีมหรือขี้ผึ้งคอร์ติโคสเตียรอยด์ที่ใช้ทาผิวหนังโดยตรง) เพื่อลดการอักเสบอย่างรวดเร็ว

ความแรงของยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่ที่แพทย์จ่ายให้จะแตกต่างตามความรุนแรงของอาการผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้าที่คุณประสบ หากว่าคุณเป็นภาวะผิวหนังหนาตัวเฉียบพลันคุณอาจจะได้รับยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่ที่แรงเป็นพิเศษมา

วิธีใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่

ในการใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่ ให้ทายาที่บริเวณที่มีอาการเท่านั้น แพทย์จะแนะนำปริมาณและเวลาที่คุณควรใช้เองอีกที คุณสามารถตรวจสอบวิธีใช้ที่ฉลากยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่นั้น ๆ ได้

ผู้ป่วยส่วนมากจะถูกกำหนดให้ใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่เพียงหนึ่งครั้งต่อวันเท่านั้น และขณะใช้ยา คุณควร:

ใช้สารเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวหนังก่อน และรอเป็นเวลา 30 นาทีก่อนลงยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่ (เพื่อให้สารเพิ่มความชุ่มชื้นซึมเข้าสู่ผิวหนังคุณ)

ให้ใช้ยาเฉพาะบริเวณที่มีอาการเท่านั้น

ให้ใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่เป็นเวลา 7 ถึง 14 วัน และใช้ต่อเนื่องเป็นเวลาอีก 48 ชั่วโมงหลังจากอาการเฉียบพลันหายไป

หากภาวะผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้าของคุณมีความรุนแรงระดับปานกลางถึงรุนแรงมาก คุณอาจต้องใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่ทั้งระหว่างช่วงที่เกิดอาการเฉียบพลันและระหว่างที่อาการคงที่

หากคุณต้องใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่เป็นเวลานาน คุณควรใช้ยาให้ถี่น้อยลง โดยแพทย์จะกำหนดช่วงเวลาที่คุณควรใช้ยาใหม่แก่คุณอีกที

คุณควรปรึกษาแพทย์หากว่าคุณใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่แล้วอาการไม่ดีขึ้นเลย

ผลข้างเคียงของยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่

ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่อาจก่อให้เกิดอาการแสบร้อนสั้น ๆ และไม่รุนแรงขณะที่ใช้ยา โดยเฉพาะหากเป็นรูปแบบของครีม

ทั่วไปแล้วการใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่ที่แรง ๆ เป็นเวลานานจะเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่ร้ายแรงมากขึ้น เช่นผิวหนังบาง โดยแพทย์จะเป็นผู้แนะนำความแรงของยาที่คุณต้องใช้และเวลาที่คุณต้องใช้ยาเอง

ถุงเท้ารัดกล้ามเนื้อ

ถุงเท้ารัดกล้ามเนื้อเป็นถุงเท้าที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อบีบรัดส่วนขาของคุณและเพิ่มการไหลเวียนโลหิตขึ้น ถุงเท้าชนิดนี้จะมีความแน่นที่ข้อเท้ามากที่สุด และจะค่อย ๆ หลวมขึ้นเรื่อย ๆ  ณ ส่วนบนของขา เพื่อช่วยเร่งการสูบฉีดเลือดให้ไปถึงหัวใจดีขึ้นนั่นเอง

ถุงเท้ารัดกล้ามเนื้อที่ใช้กันทางการแพทย์จะมีไว้เพื่อรักษาทั้งภาวะผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้าและภาวะผิวหนังหนาตัว โดยการเพิ่มอัตราการไหลเวียนเลือดขึ้นไปยังหัวใจและลดแรงดันในเส้นเลือดลง

การเลือกใช้ถุงเท้ารัดกล้ามเนื้อ

ถุงเท้ารัดกล้ามเนื้อจะมีหลายขนาดและหลายแรงรัด อีกทั้งยังมีหลากหลาย: สี ความยาว: บ้างก็ยาวไปถึงเข่า บ้างก็อาจจะยาวถึงต้นขา (สำหรับผู้ป่วยโรคผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้าควรใช้ถุงเท้าที่สูงระดับเข่าเท่านั้น) รูปร่างตามลักษณะเท้า: บ้างก็อาจจะคลุมทั้งเท้า บ้างก็อาจจะเปิดนิ้วเท้าไว้

กางเกงหรือสายรัดถุงเท้าที่มีการรัดส่วนขาน้อยสามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาทั่วไป ส่วนถุงเท้ารัดกล้ามเนื้อนั้นจะหาได้จากการสั่งจากแพทย์ทำให้คุณต้องเข้าพบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อทำการวัดขนาดก่อน

ในบางกรณีผู้ป่วยอาจมีการสวมถุงเท้าประเภทนี้ลำบาก ซึ่งอาจเปลี่ยนไปใช้วิธีพันผ้ารัดแทน

การสวมถุงเท้ารัดกล้ามเนื้อ

คุณมักจะถูกแนะนำให้สวมถุงเท้ารัดกล้ามเนื้อทันทีที่คุณตื่นนอนในตอนเช้า และถอดออกเฉพาะก่อนเข้านอน เพราะว่าการสวมถุงเท้าประเภทนี้ตอนนอนมักจะทำให้ไม่สบายตัวโดยเฉพาะในช่วงที่มีอากาศร้อน หากคุณสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และสวมใส่ทั้งวันจะทำให้คุณได้รับประโยชน์จากถุงเท้ารัดกล้ามเนื้ออย่างมาก

ควรดึงถุงเท้าไปยังตำแหน่งหรือระดับที่บีบรัดส่วนขาอย่างเหมาะสม ไม่ควรปล่อยให้ถุงเท้าไหลไปกองที่ข้อเท้า หรือรัดถุงเท้าแน่นเกินไปด้วยสายเพิ่มความแน่นรอบขา หากถุงเท้าที่คุณใช้ก่อให้เกิดความไม่สบายตัว แสดงว่าถุงเท้านั้นมีขนาดไม่พอดี ซึ่งคุณอาจต้องเปลี่ยนไปใช้ถุงเท้าแบบที่สั่งตัดเป็นพิเศษแทน

ขณะทำการถอดถุงเท้ารัดกล้ามเนื้อต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากเพื่อไม่ให้ผิวหนังที่บอบบางเสียหาย หากคุณมีแผลที่ขาอยู่ ควรรอให้แผลหายสนิทก่อนเริ่มการรักษาด้วยถุงเท้ารัดกล้ามเนื้อ

การดูแลถุงเท้ารัดกล้ามเนื้อ

ต้องทำการเปลี่ยนถุงเท้ารัดกล้ามเนื้อทุก ๆ 3 ถึง 6 เดือน และหากถุงเท้าเสียหายให้แจ้งแพทย์ทันที

คุณควรจะได้รับถุงเท้ามา 2 ตัว (หรือถุงเท้าสองชุดหากคุณจำต้องที่ขาทั้งสองข้าง) เพื่อให้คุณสามารถใส่ตัวหนึ่งและทำความสะอาดอีกหนึ่งตัวรอเอาไว้ คุณควรทำการซักถุงเท้ารัดกล้ามเนื้อในน้ำอุ่นและซักด้วยมือ และทำให้แห้งด้วยการให้ความร้อนโดยตรง

การรักษาภาวะเส้นเลือดดำขอด

หากคุณมีภาวะเส้นเลือดดำขอด แพทย์จะทำการรักษาภาวะนี้เพื่อให้เป็นการรักษาภาวะผื่นผิวหนังอักเสบที่ข้อเท้าไปในตัว

หากแพทย์คาดว่าการรักษานี้จะช่วยได้จริง คุณอาจจะถูกส่งตัวไปพบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหลอดเลือดเพื่อเข้ารับการอัลตราซาวด์ขาเพื่อหาหลอดเลือดตัวปัญหา และเพื่อประกอบการวางแผนรักษาภาวะเส้นเลือดดำขอด

การรักษาภาวะนี้มีอยู่มากมาย ดังนี้:

การทำลายเยื่อบุ: โดยการใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงหรือเลเซอร์ในการผนึกเส้นเลือดที่มีอาการ

การฉีดสารระคายเคืองหลอดเลือด: ที่ซึ่งเป็นการฉีดโฟมชนิดพิเศษเข้าไปปิดเส้นเลือด

การผ่าตัดเส้นเลือดขอด: เป็นการผ่าตัดเพื่อนำเส้นเลือดที่ขอดออกหรือผูกเอาไว้

กระบวนการเหล่านี้มักดำเนินการเป็นการผ่าตัดภายในวันเดียวตามโรงพยาบาลทั่วไป

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

อาการผิวหนังอักเสบ จนเป็นแผล เป็นอาการของโรคไตรึเปล่าครับ?
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เป็นผื่นแดงตามผิดหนังอยากทราบว่าแพ้อะไรค่ะจะทำยังไงค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่