อีโบลา (Ebola) คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 18, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

การระบาดของโรคอีโบลาในปี ค.ศ. 2014 ถือเป็นการบันทึกสถิติที่เลวร้ายที่สุด นี่คือสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับโรคแห่งความตายนี้

โรคร้ายแรงที่เรียกกันทั่วๆ ไปว่า อีโบลา เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola virus) ตามข้อมูลขององค์กรอนามัยโลก (WHO) 25%-90% จากจำนวนคนที่ติดเชื้ออีโบลาเสียชีวิตด้วยโรคนี้ลงในที่สุด

ไวรัสอีโบลาเป็นหนึ่งในสองของเชื้อที่ถูกระบุว่าเป็นไวรัสในกลุ่ม Filoviridae ไวรัสอีกชนิดที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน คือ ไวรัส Marburg ซึ่งไวรัสทั้งสองชนิดนี้ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออก ซึ่งเป็นสภาวะร้ายแรงที่เส้นเลือดรั่วไหลนำไปสู่การตกเลือดหรือการมีเลือดออกอย่างหนักและทำให้เกิดอาการช็อคในที่สุดและทำให้เสียชีวิตได้เนื่องจากอวัยวะในร่างกายไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ

ไวรัสอีโบลา 5 สายพันธุ์ ซึ่งได้รับการระบุไว้ มีดังนี้ Tai Forest (เรียกแบบเป็นทางการว่า Ivory Coast), Sudan, Zaire, Reston และ Bundibugyo มีแค่ไวรัส Ebola-Reston เท่านั้นที่ไม่สามารถก่อให้เกิดโรคร้ายแรงในมนุษย์ได้ อีโบลาจะอาศัยสัตว์เป็นพาหะนำโรค (เช่น ค้างคาวและลิง) ในแอฟริกาและเชื้อสามารถกระโดดไปสู่คนได้เป็นครั้งคราว ซึ่งมันเกิดขึ้นได้อย่างไรนั้นก็ยังไม่เป็นที่รู้จักแน่ชัด

อาการของโรคอีโบลา

อาการของโรคจะเริ่มจากส่วนไหนก็ได้ภายหลังการติดเชื้อไวรัสเป็นเวลา 2-21 วัน จากกรณีส่วนใหญ่จะเริ่มมีอาการภายในวันที่ 5-10 สัญญาณและอาการแรกเริ่มของอีโบลาอาจไม่รุนแรงและไม่เฉพาะเจาะจง ดังนี้

  • มีไข้ต่ำ
  • มีความเมื่อยล้า
  • อึดอัดใจหรือรู้สึกเหมือนจะป่วย ไม่สบาย

เพราะอาการเหล่านี้ค่อนข้างคลุมเครือและอาจจะบ่งชี้ถึงอาการของโรคต่างๆ มากมาย อาการของอีโบลาจึงมักจะถูกวินิจฉัยผิดว่าเป็นอาการของโรคอื่นและในทำนองเดียวกันก็มีกรณีการติดเชื้ออีโบลาหลายกรณีที่น่าสงสัยว่าจะเเสดงอาการเนื่องจากสิ่งอื่นที่ไม่ใช่อาการเหล่านี้ สัญญาณและอาการที่รุนแรงขึ้นเหล่านี้บังเกิดขึ้นเมื่อไวรัสเริ่มสร้างตัว (เลียนแบบไวรัสอันแรก) ในร่างกายผู้ติดเชื้อและทำให้เส้นเลือดเกิดรั่วไหล

  • มีไข้สูง
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • ปวดหัว
  • อาเจียน
  • ท้องร่วง
  • เลือดออกตามไรฟัน จมูก ทวารหนัก และอวัยวะภายใน
  • ความดันโลหิตต่ำ
  • คลุ้มคลั่งหรือมึนเมา
  • อาการโคม่า หมดสติ

อีโบลาจะถูกวินิจฉัยบนพื้นฐานของอาการและประวัติที่เพิ่งผ่านมาของผู้ป่วย (เช่น สัมผัสกับผู้ติดเชื้อและประวัติการเดินทาง) และการทดสอบเลือด

การแพร่เชื้อของไวรัสอีโบลา

มนุษย์มิได้ติดเชื้อ หมายถึงม นุษย์ไม่สามารถแพร่เชื้อโรคไปสู่ผู้อื่นได้ ตราบใดที่พวกเขายังไม่แสดงอาการ เมื่อคนๆ หนึ่งเริ่มแสดงอาการ ไวรัสอีโบลาจะแพร่จากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งผ่านการสัมผัสกับของเหลวและสาวคัดหลั่งจากร่างกายผู้ติดเชื้อ เช่น เลือด อาเจียน อุจจาระ และอุปกรณ์อื่นๆ (เสื้อผ้า เตียงนอน ฯลฯ) ซึ่งมีของเหลวจากู้ติดเชื้อปนเปื้อนอยู่ด้วย การแพร่กระจายเชื้อทางอากาศ เช่น การไอหรือการจาม ยังไม่ปรากฎว่าเป็นแพร่เชื้ออีโบลาในหมู่มนุษย์

สมาชิกครอบครัวของคนที่ติดเชื้ออีโบลาและแพทย์ผู้ให้การรักษามีความเสี่ยงสูงต่อการติดโรคเป็นพิเศษเพราะมีการสัมผัสกับผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ผู้ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการก็มีความเสี่ยงเช่นกันเมื่อต้องจัดการเลือดและตัวอย่างอื่นๆ ที่ได้จากผู้ติดเชื้อ มาตรการที่สามารถป้องกันไม่ให้อีโบลาแพร่กระจาย ประกอบด้วย

  • แยกตัวผู้ป่วยที่ติดเชื้อออกจากคนที่ไม่ติดเชื้ออีโบลาทุกคน
  • ในขณะที่ดูแลผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ที่ทำการรักษาต้องสวมชุดป้องกัน โดยมีถุงมือ หน้ากาก แว่นตา ชุดคลุม (กาวน์) และเครื่องแต่งกายอื่นๆ
  • การกำจัดสิ่งปนเปื้อนหรือการทำลายพื้นผิวหรืออุปกรณ์ใดๆ ก็ตามที่ผู้ป่วยได้สัมผัส รวมทั้งเข็มฉีดยา เข็ม และอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ
  • ทำความสะอาดบุคลากรทางการแพทย์ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างคลอรีน ซึ่งสามารถฆ่าเชื้อไวรัสอีโบลาได้
  • สนับสนุนให้ผู้รอดชีวิตจากอีโบลาที่เชื่อว่าพ้นขีดอันตรายจากเชื้อที่เคยได้รับแล้วให้ช่วยดูแลผู้ที่เจ็บป่วยจากอีโบลาและ/หรือช่วยฝังศพคนที่เสียชีวิต
  • ติดตามผลของทุกคนที่ได้สัมผัสผู้ป่วยที่ติดเชื้ออีโบลา

ตามหลักการแล้ว คนที่มีการติดต่อสัมผัสผู้ป่วยอีโบลาไม่ว่าจะในหรือนอกโรงพยาบาลจะถูกติดตามอาการการติดเชื้อเป็นเวลาอย่างน้อย 21 วันหลังการสัมผัสครั้งสุดท้าย ในบางเคส ผู้ที่คลุกคลีอย่างใกล้ชิดถูกกักตัวจนกว่าจะผ่านระยะฟักตัวภายใน 21 วันไป เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาไม่ได้แพร่เชื้อไวรัสสู่ผู้อื่น ผู้คนจะยังคงติดเชื้อตราบใดที่ไวรัสยังคงอยู่ในเลือดหรือของเหลวในร่างกายซึ่งรวมไปถึงอสุจิและน้ำนมด้วย

อ้างอิงจากองค์กรอนามัยโลก (WHO) ผู้ชายที่ฟื้นตัวจากอีโบลาสามารถแพร่เชื้อไวรัสนี้ผ่านทางน้ำอสุจิเป็นเวลาหลายเดือนภายหลังการฟื้นตัวได้ ในปี ค.ศ. 2015 แพทย์ผู้ติดเชื้ออีโบลาซึ่งได้รับการรักษาแล้วถูกตรวจพบว่าเขายังมีเชื้อไวรัสอยู่ที่ตา ซึ่งเป็นเวลาหลายเดือนหลังจากที่มีการประกาศว่าเขาไม่มีเชื้อไวรัสแล้วในปี ค.ศ. 2014 ผู้เชี่ยวชาญทำการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้และผลกระทบในระยะยาวอื่นๆ จากการติดเชื้ออีโบลาและ "กลุ่มอาการโรคหลังเป็นโรคอีโบลา" (post-Ebola syndrome)

การบำบัดและรักษาโรคอีโบลา

ไม่มีการรักษาอีโบลาที่เป็นที่รู้จักกันจริงๆ แต่คนบางส่วนรอดชีวิตจากอีโบลาและเข้าใจว่ามีภูมิคุ้มกันจากการที่เคยติดเชื้อแล้ว แต่ภูมิคุ้มกันนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหนก็สุดจะรู้ อ้างอิงจากองค์กรอนามัยโลก (WHO) ไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้ออีโบลาแม้ว่าปัจจุบันจะมีการทดสอบวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสองวัคซีนก็ตาม

การรักษาโรคอีโบลาหลักๆ คือ การดูแลไปตามอาการ ได้แก่ การจัดการสารน้ำทางหลอดเลือดดำ การถ่ายเม็ดเลือดแดงและผลิตภัณฑ์เลือดอื่นๆ ในกรณีที่จำเป็น และการรักษาตามอาการ ผู้ป่วยบางคนจำเป็นต้องฟอกไตและใช้เครื่องช่วยหายใจถ้าหากมีอาการป่วยหนัก

มีการรักษาที่ถูกทดลองอยู่ 2 อย่างซึ่งถูกนำมาทดลองใช้ในช่วงที่อีโบลาระบาดหนักในปี ค.ศ. 2014 คือ

  • น้ำเลือดหรือพลาสม่า พลาสม่าของู้รอดชีวิตจากอีโบลารายหนึ่งถูกถ่ายโอนไปยังผู้ป่วยหลายคน ด้วยความหวังว่าแอนติบอดี้ของผู้รอดชีวิตรายนั้นจะช่วยต่อสู้กับเชื้อไวรัสในคนที่ติดเชื้อเหล่านั้นได้ ในขณะที่ผู้ป่วยที่ได้รับการถ่ายโอนพลาสม่านั้นก็มีชีวิตรอดมาจนถึงเดี๋ยวนี้ ซึ่งก็ไม่รู้เลยว่าพลาสม่าที่ถ่ายโอนนั้นไปทำหน้าที่อะไรกันแน่ แนวคิดที่ใช้พลาสม่าของผู้รอดชีวิตจากเชื้ออีโบลาเพื่อรักษาผู้ป่วยรายอื่นไม่ใช่แนวคิดใหม่และแนวคิดนี้ก็ถูกใช้มาแล้วกับกลุ่มผู้ป่วยจำนวนเล็กๆ จากการระบาดในคราวก่อน ซึ่งก็ให้ผลดีอย่างเห็นได้ชัด
  • ZMapp ชาวอเมริกันสองคนที่รอดชีวิตได้รับการรักษาด้วยยาทดลองที่ชื่อ ZMapp ซึ่งถูกพัฒนาโดยบริษัท แมปป์ ไบโอฟามาซูติคัล (Mapp Biopharmaceutical, Inc) ตัวยาเป็นการผสมกันของโมโนโคลนอลแอนติบอดีสามชนิดที่ผูกกับโปรตีนของเชื้อไวรัสอีโบลา ZMappยังไม่ได้รับการทดสอบกับมนุษย์อย่างปลอดภัยหรือมีประสิทธิภาพเลยและมียาเหลือเพียงน้อยนิดเท่านั้นในช่วงที่อีโบลาระบาดในปี ค.ศ. 2014

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่