กองบรรณาธิการ HonestDocs
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HonestDocs

เบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 Diabetes)

เผยแพร่ครั้งแรก 13 มิ.ย. 2019 อัปเดตล่าสุด 19 พ.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • โรคเบาหวาน เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน แบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ โรงเบาหวานชนิดที่ 1 และโรคเบาหวานชนิดที่ 2
  • โรคเบาหวานชนิดที่ 1 คือ ผู้ป่วยไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ควบคุมปริมาณน้ำตาลกลูโคสในเลือดได้ เป็นชนิดที่พบได้น้อย และมักพบในเด็ก ซึ่งในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดแน่ชัด
  • โรคเบาหวานชนิดที่ 2 คือ ผู้ป่วยผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้มีน้ำตาลกลูโคสสะสมในเลือดปริมาณสูง เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด ประมาณ 90-95% ของผู้ป่วยเบาหวาน
  • เมื่อป่วยเป็นโรคเบาหวาน สิ่งหนึ่งที่ผู้ป่วยจะต้องให้ความสำคัญก็คือ การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่เหมาะสมสำหรับตัวเอง ซึ่งสามารถขอคำปรึกษาจากแพทย์ประจำตัวได้
  • ทุกคนสามารถเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้หมด ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น ชอบรับประทานอาหารที่มีรสชาติหวาน หรือไม่ออกกำลังกาย เพื่อความปลอดภัย คุณควรตรวจสุขภาพทุกปี โดยในโปรแกรมตรวจสุขภาพจะรวมไปถึงการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วย (ดูแพ็กเกจตรวจเบาหวานได้ที่นี่)

โรคเบาหวาน เป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน แบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งเกิดจากร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) หรือผลิตได้ไม่เพียงพอ

ฮอร์โมนอินซูลิน ทำหน้าที่ควบคุมปริมาณของน้ำตาลกลูโคสในเลือด โดยการช่วยให้ตับ กล้ามเนื้อ และเซลล์ไขมันดูดซึมน้ำตาลเข้าไป เมื่อไม่สามารถนำน้ำตาลกลูโคสในเลือดไปใช้จึงเกิดการสะสม ส่งผลให้ค่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงจนส่งผลเสียต่อร่างกายตามมา หรือเป็นโรคเบาหวานนั่นเอง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจเบาหวานวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 664 บาท ลดสูงสุด 4705 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

176

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 คืออะไร?

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เคยรู้จักในชื่อโรคเบาหวานชนิดที่ต้องใช้อินซูลิน (Insulin dependent diabetes) หรือ โรคเบาหวานในเด็ก (Juvenile Onset Diabetes) เนื่องจากมักพบในเด็ก 

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 พบได้ 5% ของผู้ป่วยโรคเบาหวานทั้งหมด อ้างอิงจากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (Centers for Disease Control and Prevention: CDC)

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดเมื่อร่างกายผลิตอินซูลินได้น้อย หรือไม่ได้เลย ถือเป็นความผิดปกติทางระบบภูมิคุ้มกัน หมายความว่า ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดพลาด เข้าโจมตี และทำลาย Beta cells ของตับอ่อนที่ทำหน้าที่ผลิตอินซูลิน ซึ่งในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดแน่ชัด

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 กับชนิดที่ 2 แตกต่างกันอย่างไร?

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ตับอ่อนจะไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ ซึ่งเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายนั้นเข้าโจมตีตับอ่อน และทำลายเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างอินซูลิน 

ในขณะที่เบาหวานชนิดที่ 2 นั้น ตับ กล้ามเนื้อ และเซลล์ไขมันไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน หรือเรียกว่า "ภาวะดื้อต่ออินซูลิน" ทำให้น้ำตาลกลูโคสไม่สามารถเข้าสู่เซลล์เหล่านี้ได้ดีเท่าเดิม และไปสะสมอยู่ในกระแสเลือด

ในโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ตับอ่อนจะตอบสนองต่อระดับน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นด้วยการสร้างอินซูลินออกมามากขึ้น แต่ไม่สามารถสร้างออกมาได้มากพอที่จะจัดการกับระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดในช่วงที่สูงที่สุดได้ ซึ่งพบในช่วงหลังรับประทานอาหาร

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจเบาหวานวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 664 บาท ลดสูงสุด 4705 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

176

ซึ่ง CDC ได้กล่าวว่า โรคเบาหวานชนิดที่ 2 พบมากถึง 90-95% ของผู้ป่วยโรคเบาหวานทั้งหมด

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 1

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 1 แต่มีข้อสันนิษฐานว่า ผู้ป่วยโรคนี้อาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดการทำลาย Beta cell ของตับอ่อน ซึ่งทำให้สูญเสียความสามารถในการผลิตอินซูลิน

ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ที่เป็นไปได้ประกอบด้วย

  • พันธุกรรม
  • ประวัติครอบครัว
  • ภาวะขาดวิตามินดี
  • เริ่มดื่มนมวัวเร็วเกินไป
  • โรคทางระบบภูมิคุ้มกันอื่นๆ เช่น โรคที่ต่อมไทรอยด์ โรคแอดดิสัน (Addison’s disease) โรคเซลิแอค (Celiac Disease) และ Autoimmune gastritis
  • ติดเชื้อไวรัสในช่วงวัยเด็ก
  • การเริ่มอาหารประเภทซีเรียล และกลูเตนเร็วเกินไป (ก่อย 4 เดือน) หรือช้าเกินไป (หลัง 7 เดือน)
  • ขณะคลอด มารดามีอายุมาก หรือมีภาวะครรภ์เป็นพิษ

จะรู้ได้อย่างไรว่า เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1

ทุกคนสามารถเป็นโรคเบาหวานโดยที่ไม่รู้ตัวได้ เนื่องจากบางครั้งอาการแสดงไม่ชัดเจน โดยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 สามารถเกิดได้ทั้งแบบฉับพลัน และแบบค่อยเป็นค่อยไป

เวลาที่ผู้ป่วยเพิ่งเริ่มเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 พวกเขามักจะมีอาการดังต่อไปนี้

  • ปัสสาวะบ่อย เนื่องจากร่างกายพยายามกำจัดน้ำตาลกลูโคสส่วนเกินโดยการขับออกทางปัสสาวะ
  • ดื่มน้ำมากขึ้น เพื่อชดเชยสารน้ำที่เสียไปทางปัสสาวะ
  • กินเยอะ เนื่องจากร่างกายต้องการพลังงานชดเชยพลังงานที่ไม่ได้รับจากน้ำตาล (ไม่สามารถดูดซึมน้ำตาลได้)
  • น้ำหนักลด เนื่องจากร่างกายเริ่มนำไขมัน และกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงาน
  • รู้สึกอ่อนเพลียตลอดเวลา
  • เด็กผู้หญิงที่เป็นโรคเบาหวาน อาจมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อราที่ช่องคลอด ก่อนที่จะได้รับการวินิจฉัยว่า เป็นโรคเบาหวาน

หากไม่สามารถสังเกตพบอาการเหล่านี้ และไม่ได้รับการรักษา จะมีการสะสมสารเคมีในเลือดที่ทำให้ร่างกายมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน มีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจและอาจหมดสติได้ แพทย์เรียกภาวะนี้ว่า ภาวะคิโตซิส (Diabetic Ketoacidosis: DKA)

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจเบาหวานวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 664 บาท ลดสูงสุด 4705 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

176

อย่างไรก็ตาม การเข้ารับการรักษาจะช่วยควบคุม หรือหยุดอาการเหล่านี้ได้ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาแทรกซ้อนในระยะยาว ซึ่งแพทย์สามารถวินิจฉัยโรคนี้ได้จากการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด

การพยากรณ์โรคเบาหวานชนิดที่ 1

โดยทั่วไป ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 จะมีอายุขัยสั้นลง อ้างอิงจากการศึกษาในวารสาร Journal of the American Medical Assocation (JAMA) ปี 2015 พบว่า ผู้ชายที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 จะมีอายุขัยสั้นกว่าผู้ชายที่ไม่ได้เป็นโรค 11 ปี และในผู้หญิงจะสั้นลง 13 ปี 

แต่การประมาณอายุขัยนั้นขึ้นอยู่กับการควบคุมระดับน้ำตาลและตัวโรคด้วย   

นอกจากนี้จากการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งได้รับการรักษาอย่างเข้มงวดเป็นเวลา 6.5 ปี จะสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อน และลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตโดยรวมได้

การใช้ชีวิตร่วมกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1

ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 จะต้องใส่ใจการรับประทานอาหาร และการใช้ชีวิตมากกว่าคนปกติทั่วไป ดังนี้

  • ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดวันละหลายๆ ครั้ง
  • ฉีดยาอินซูลินให้กับตัวเอง หรือใช้ปั๊มอินซูลิน
  • รับประทานอาหารที่เหมาะสมและดีต่อสุขภาพ นับปริมาณน้ำตาลและแป้งในอาหารที่รับประทาน และระยะเวลาระหว่างมื้ออาหาร
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาล และป้องกันการเกิดปัญหาในระยะยาวเช่นโรคหัวใจ
  • ติดตามกับแพทย์และทีมรักษาเป็นประจำ เพื่อให้มีสุขภาพที่ดี และได้รับการรักษาสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น

บางครั้งผู้ป่วยโรคเบาหวานอาจจะรู้สึกว่า ตัวเองแตกต่างจากคนอื่น เนื่องจากพวกเขาต้องฉีดยาอินซูลิน คิดเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองกิน และต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดทุกๆ วัน

ผู้ป่วยวัยรุ่นบางคนอาจจปฏิเสธว่า ตัวเองไม่ได้เป็นโรค พวกเขาอาจจะคิดว่า หากไม่สนใจมันก็โรคจะหายไปเอง อาจจะรู้สึกโกรธ เศร้า หรือรู้สึกว่า พ่อแม่เจ้ากี้เจ้าการกับการควบคุมโรคเบาหวาน

หากคุณเป็นโรคเบาหวานไม่ว่าจะชนิดใดก็ตาม มันเป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกว่า เหมือนโลกนั้นพลิกคว่ำ แต่อย่างน้อยทีมแพทย์นั้นสามารถให้คำตอบ และการสนับสนุนได้ ดังนั้นอย่าลังเลที่จะถามแพทย์

นอกจากนี้ คุณควรขอความช่วยเหลือจากกลุ่มคนที่คุณสามารถพูดคุยแสดงความรู้สึกได้ และทำความเข้าใจว่าพวกเขาอยู่ร่วมกับโรคนี้ได้อย่างไร

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 นั้นเป็นเรื่องยากที่จะทำใจยอมรับ แต่เด็ก หรือวัยรุ่นที่เป็นโรคเบาหวานชนิดนี้ก็ยังคงสามารถเล่นกีฬา ท่องเที่ยว ออกเดท ไปโรงเรียน และทำงานได้เหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆ หากดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม 

ดูแพ็กเกจตรวจเบาหวาน เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


36 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Type 1 Diabetes: Symptoms, Treatment, Causes, and Vs. Type 2. Healthline. (https://www.healthline.com/health/type-1-diabetes-causes-symtoms-treatments)
Type 1 diabetes: Overview, symptoms, and treatment. Medical News Today. (https://www.medicalnewstoday.com/articles/323729)
Type 1 diabetes. NHS (National Health Service). (https://www.nhs.uk/conditions/type-1-diabetes/)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาการนี้
เราป่วยเป็นโรคความดัน และเบาหวานรับยาต่อเนื่อง
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
มึนๆงงๆตาลายหูอื้อค่ะเมื่อก่อนไม่เคยเป็นเกียวกับอะไรค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
พ่อเป็นต้อกระจก ตอนนี้บอดไปแล้ว ถ้าไปผ่าจะหายไหมคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
นอนกรนเสียงดัง ตื่นเช้ามีอาการง่วง เป็นเบาหวาน ควรไปตรวจที่ไหนดีคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
มีอาการเหมือนคนเป็นโรคเบาหวาน แต่ตรวจแล้วไม่เป็น มีข้อบงชี้ว่าจะเป็นโรคอะไรไหมคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
หากคุณยังมีคำถาม ส่งคำถามให้คุณหมอตอบได้ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม