Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS

การเกิดลิ่มเลือดในกระแสเลือด (Disseminated intravascular Coagulation: DIC)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 408,361 คน

การเกิดลิ่มเลือดในกระแสเลือด (Disseminated intravascular Coagulation: DIC) หมายถึง ความผิดปกติที่มีลิ่มเลือดและเลือดออกในระบบการไหลเวียนเลือดทั่วร่างกาย

สาเหตุของ DIC

DIC มักเกิดจากภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการดำเนินโรคต่างๆ ดังนี้

  • โรคติดเชื้อแบคทีเรียแกรมบวกและแกรมลบ
  • โรคติดเชื้อเชื้อไวรัส
  • โรคมาลาเรียจากการติดเชื้อพลาสโมเดียมฟัลซิพารัม (Plasmodium Falciparum)
  • โรคมะเร็ง
  • ภาวะทางสูติกรรม (การเกิดลิ่มเลือดในกระแสเลือดแบบเฉียบพลัน) ได้แก่ ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด (Placenta abruption) และภาวะน้ำคร่ำอุดตันในหลอดเลือด (Amniotic fluid embolism)
  • การเกิดลิ่มเลือดในกระแสเลือดแบบเรื้อรัง เช่น ครรภ์เป็นพิษ (Eclampsia) การยุติการตั้งครรภ์ (Saline induce abortion) ที่เกิดจากการบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออย่างรุนแรง (Severe tissue injury) เช่น ศัลยกรรม (Surgery) การบาดเจ็บ (Trauma) การกระแทก (Crush injuries) มีเนื้อร้ายขนาดใหญ่ (Massive tissue necrosis) หรือเป็นโรคลมแดด (Heatstroke) เป็นต้น
  • โรคตับ เช่น ตับอักเสบชนิดร้ายแรง ภาวะตับวายเฉียบพลัน
  • สาเหตุอื่นๆ เช่น ผู้ป่วยใส่ลิ้นหัวใจเทียม (Prosthetic valve) โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) ภาวะแทรกซ้อนในเนื้อเยื่อ (Greft Versus Host Disease: GVHD) ภาวะเกล็ดเลือดต่ำจากยาเฮปพาริน (Heparin-Induced Thrombocytopenia: HIT)

กระบวนการเกิด DIC

ระบบการไหลเวียนเลือดมีความผิดปกติ เนื่องจากร่างกายมีการกระตุ้นกระบวนการแข็งตัวของเลือดซึ่งนำไปสู่การสร้างก้อนลิ่มเล็กๆ ในหลอดเลือดเล็กๆ ทั่วร่างกาย ซึ่งการแข็งตัวของเลือดอย่างผิดปกตินี้จะทำให้มีการใช้เกล็ดเลือด ไฟบริน และแฟกเตอร์ในการแข็งตัวของเลือดเพิ่มขึ้น รวมทั้งกระตุ้นกลไกการสลายไฟบรินด้วย ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะเลือดออกอย่างผิดปกติ

กลไกสำคัญที่กระตุ้นให้เกิด DIC

กลไกสำคัญที่กระตุ้นให้เกิด DIC คือ การหลั่งสารทรอมโบพลาสติน (Thromboplastin substances) ออกสู่กระแสเลือด และมีการบาดเจ็บของผนังเยื่อบุชั้นในของหลอดเลือด

พยาธิสรีรวิทยา

การเปลี่ยนแปลงของระบบต่างๆ ภายในร่างกายเมื่อเกิดภาวะ DIC ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่าผู้ป่วยจำนวนมากมีกระบวนการเกิดโรคเริ่มต้นจากการถูกกระตุ้นโดยโปรทรอมบิน (Prothrombin) โปรตีนชนิดหนึ่งที่พบในกระแสเลือด ซึ่งถือเป็นสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปในกระแสเลือด และผนังหลอดเลือดในขณะที่ได้รับบาดเจ็บ

โดยโปรทรอมบินจะกระตุ้นให้เกิดการเร่งกระบวนการแข็งตัวของหลอดเลือดเพื่อไปประสานแผลที่บาดเจ็บ เริ่มจากทำให้ทรอมบิน (Thrombin) เปลี่ยนเป็นไฟบริโนเจน (Fibrinogen) และกลายเป็นไฟบริน (Fibrin) เส้นใยเหนียวที่ทำหน้าประสานกันเป็นร่างแหอุดรอยฉีกขาดของเส้นเลือดตรงบริเวณปากแผล

หากเกิดกระบวนการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ก็จะทำให้เลือดไหลเวียนได้น้อยลงในที่สุดนั่นเอง

ลักษณะอาการ DIC

  • มีผิวหนังคล้ำ และเย็นกว่าปกติ
  • มีรอยจ้ำๆ ตามผิวหนัง เมื่อกดแล้วจะจางลง เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงไม่พอ และมีเลือดคั่ง
  • มีเลือดออกจากรอยเจาะเลือด ผิวหนังทั่วร่างกาย และเยื่อบุอวัยวะภายใน เช่น จากทางเดินอาหาร ไต ปอด และ สมอง
  • มีภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute respiratory distress syndrome: ARDS)
  • มีภาวะเนื้อเยื่อพร่องออกซิเจน (Hypoxemia)
  • ภาวะช็อก (Shock)
  • ภาวะไตวายเฉียบพลัน ระยะต่างๆ เช่น เอทีเอ็น (Acute Tubular Necrosis: ATN) อาร์ซีเอ็น (Renal cortical necrosis: RCN)
  • ภาวะความตื่นตัวผิดปกติ (Stupor)
  • อาการบวมน้ำ (Edema)
  • อาการชัก (Convulsions)
  • ความผิดปกติของสมองเฉพาะแห่ง (Focal lesions)
  • เลือดออกในสมอง (Intracranial bleeding)
  • ภาวะเลือดเป็นกรด (Acidosis)
  • ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย (Myocardial infarction)
  • มีการอุดตันในหลอดเลือดใหญ่ กลาง และเล็ก

อาการข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของอาการที่พบได้ในภาวะ DIC เท่านั้น หากมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย หรือมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งที่กล่าวไป ควรไปพบแพทย์ทันที

การวินิจฉัย DIC

การวินิจฉัยยโรค DIC ในเบื้องต้น มักเริ่มจากสังเกตอาการแสดงทางคลินิกว่า มีการตายของส่วนปลายของอวัยวะต่างๆ หรือไม่ โดยบริเวณที่พบบ่อยคือ ผิวหนัง สมอง ไต และปอด นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการช็อกร่วมด้วย

หลังจากนั้นแพทย์จะส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าดีไดเมอร์ (FDP/D-dimer) การนับเกล็ดเลือด (Platelet count) การให้ยาโปรตาไมด์เพื่อต้านฤทธิ์ยายาเฮปพาริน (Protamine test) ตรวจทรอมบินในเลือด (Thrombin test) ตรวจการแข็งตัวของลิ่มเลือด ได้แก่ ทีที (Thrombin time: TT) ไฟบริโนเจน และพีที (Prothrombin time: PT) การตรวจระยะเวลาการแข็งตัวของสารเคมีเมื่อหยดลงไปในเลือดแบบวินาที (Activated partial thromboplastin time: aPTT)

การรักษา DIC

วิธีการรักษาที่ดีที่สุดคือ การกำจัดสาเหตุให้เร็วที่สุด เช่น หากเกิดในภาวะทางสูติกรรม จะต้องรีบเอาเด็กและรกออกให้เร็วที่สุด หรือเมื่อเกิดการติดเชื้อก็ต้องรีบรักษาภาวะติดเชื้อ และกำจัดเชื้อให้เร็วที่สุด เป็นต้น

นอกจากนี้จะต้องควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุของ DIC เช่น โรคมะเร็ง มะเร็งควรรีบรักษาภาวะติดเชื้อ และกำจัดต้นเหตุโดยเร็วที่สุด มะเร็งควรรีบรักษาเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของมะเร็ง โรคแพ้ภูมิตนเอง และโรคที่เกิดจากการอักเสบ (Inflammatory disease)

หากมีอาการข้างเคียงจะต้องรักษาตามอาการด้วย เช่น เมื่อเกิดภาวะช็อก แพทย์จะให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำเพื่อให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น หรือรักษาภาวะสมดุลกรดด่างในเลือดโดยการเปลี่ยนถ่ายเลือด เป็นต้น

การพยาบาล DIC

  • ดูแลผู้ป่วยให้ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ
  • ประเมินและระมัดระวังการเกิดเลือดออกตามอวัยวะต่างๆ
  • ดูแลให้ได้รับอาหารอ่อน ย่อยง่าย รสไม่จัดไม่ระคายเคืองต่อปาก และทางเดินอาหาร ควรมีธาตุเหล็ก โปรตีน และวิตามินซีสูง
  • สังเกตและติดตามผลการตรวจเลือดจากการตรวจค่าซีบีซี (Complete blood count: CBC) การแข็งตัวของโปรทรอมบิน เป็นต้น
  • ดูแลให้ได้รับเลือดตามแผนการรักษา และปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อน
  • อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงอาการ และอาการแสดงของภาวะเลือดออกผิดปกติ
  • ดูแลด้านจิตใจและความสุขสบายของผู้ป่วย ช่วยเหลือผู้ป่วยและญาติในการเผชิญภาวะเลือดออก และให้การช่วยเหลือเพื่อคลายความวิตกกังวลให้ผู้ป่วยและครอบครัว

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7


ที่มาของข้อมูล

อาจารย์ถนอมศรี ศรีชัยกุล, แผนกโลหิตวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, วารสารโลหิตวิทยาและเวชศาสตร์บริการโลหิต, 4 ตุลาคม 2541

Levi M, Ten Cate H. Disseminated intravascular coagulation. N Engl J Med 1999

Taylor FB, Jr, Toh CH, Hoots WK, Wada H, Levi M. Scientific Subcommittee on Disseminated Intravascular Coagulation (DIC) of the International Society on Thrombosis and Haemostasis (ISTH). Towards Definition, Clinical and Laboratory Criteria, and a Scoring System for Disseminated Intravascular Coagulation. Thromb Haemost 2001

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เบาหวานขึ้นตามีวิธีรักษาอย่างไรบ้างค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ทำไมหนูปวดเมื่อยตรงสะบักมักจะปวดหัวทุกที
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ความดันสูงมีสิทธิ์หายขาดมั้ยคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ปวดหัวไมเกรนปวดมากๆเส้นเลือดในสมองจะแตกมั๊ยคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
อาการเวลาอากาศเย็นแล้วปวดขา ปวดนิ้วมือ เมื่อย เป็นเพราะอะไรครับ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป