เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ (Cellulitis) คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 2, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 908,270 คน

เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ (Cellulitis) เป็นการติดเชื้อจากแบคทีเรีย มักจะทำให้เกิดผื่น เซลล์เนื้อเยื่อที่อักเสบสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว

เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ เป็นการติดเชื้อที่ผิวหนังซึ่งมีสาเหตุมาจากแบคทีเรีย staphylococcus หรือ streptococcus และไม่เป็นโรคติดต่อ โดยจะปรากฏเป็นผื่นสีแดงบวมที่ผิวหนัง (มักจะเกิดที่บริเวณขาหรือแขน) ทำให้รู้สึกแสบร้อน สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง แต่ในหลาย ๆ กรณีจะพบว่ายาปฏิชีวนะชนิดกินช่วยรักษาการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใน 10-14วัน 

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

คลิก

ปัจจัยเสี่ยง

การอักเสบของเซลล์เนื้อเยื่อเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผลหรือรอยแตกของผิวหนัง ซึ่งคุณอาจจะมีความเสี่ยงต่อโรคนี้มากก็ได้ ถ้าคุณมีบางอย่างต่อไปนี้

  • มีรอยบาด รอยขีดข่วน หรือแมลงกัดต่อย
  • มีเชื้อราหรือการติดเชื้อไวรัสที่ผิวหนัง (รวมทั้งโรคน้ำกัดเท้าและอีสุกอีใส)
  • มีโรคทางผิวหนังเรื้อรัง (เช่น กลาก)
  • กำลังใช้ยาที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกัน (เช่น คอร์ติโคสเตียรอยด์ เคมีบำบัด)
  • เป็นโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักเกิน
  • ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอเนื่องจากโรคเบาหวาน โรคไต หรือโรคตับ ลูคีเมียร์ (มะเร็งเม็ดเลือดขาว) และการรักษาด้วยการฉายรังสี หรือเอดส์
  • เคยมีอาการบวมน้ำ เป็นโรคตับหรือโรคหัวใจ หรือเคยผ่าตัดเพื่อเอาต่อมน้ำเหลืองออก
  • เคยมีอาการเซลล์เนื้อเยื่อติดเชื้อมาก่อน

อาการของโรคเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ

อาการของโรคเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ ประกอบด้วย

  • มีผื่นที่ผิวหนังในทันทีทันใดและกระจายไปยังส่วนต่างๆอย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมง
  • บริเวณผิวที่อักเสบเป็นสีแดงมีขนาดใหญ่ขึ้น
  • รู้สึกปวดบริเวณที่ติดเชื้อ
  • เจ็บปวด
  • ผิวตึงและแตกออก
  • มีไข้

ถ้าบริเวณที่เป็นเกิดติดเชื้อ อาจจะมีอาการต่อไปนี้ร่วมด้วย ได้แก่

การวินิจฉัยโรคเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ

แพทย์จะทำการตรวจบริเวณที่เป็นผื่นเพื่อดูอาการของคุณว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเป็นเซลล์เนื้อเยื่อติดเชื้อหรือไม่ ซึ่งแพทย์อาจใช้ปากกาทำเครื่องหมายบริเวณผื่นเพื่อติดตามการแพร่กระจายของการติดเชื้อ ซึ่งอาจต้องเช็คต่อมน้ำเหลืองเพื่อตรวจหาสัญญาณของการติดเชื้อและทำการทดสอบสารเหลวต่าง ๆ ที่สะสมอยู่บริเวณที่เป็นผื่น และอาจต้องตรวจเลือดเพื่อตัดความเป็นไปได้ของการเป็นลิ่มเลือด เนื่องจากลิ่มเลือดกับเซลล์เนื้อเยื่อติดเชื้อจะมีอาการคล้ายคลึงกัน

การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) อาจถูกนำมาใช้เพื่อเช็คว่าจำนวนเม็ดเลือดขาวสูงหรือไม่ ซึ่งนั่นจะบ่งชี้ว่าเกิดการติดเชื้อนั่นเอง

การป้องกันโรคเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ

เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์เนื้อเยื่อติดเชื้อ คุณจึงควรรักษารอยขีดข่วนและบาดแผลอย่างเหมาะสม ด้วยการล้างแผลด้วยสบู่และน้ำอุ่นอยู่เสมอ ทาขี้ผึ้งต้านแบคทีเรีย และปิดแผลด้วยผ้ากอซเพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียเข้าสู่กระแสเลือด เช็คบาดแผลว่ามีอาการแดง ปวด การระบายของเหลว หรือสัญญาณอื่นๆที่แสดงว่าติดเชื้อหรือไม่

และยังมีข้อแนะนำอีกมากมาย เช่น

  • คุณควรสวมอุปกรณ์ป้องกันตัวที่เหมาะสมเมื่อเล่นกีฬาหรือทำงาน
  • สวมถุงมือในฤดูหนาว รวมถึงตอนล้างจานหรือตอนทำความสะอาดเพื่อปกป้องมือของคุณ 
  • หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของส่วนตัว (เช่น ผ้าเช็ดตัว มีดโกน)

ถ้าคุณเป็นโรคเบาหวานหรือมีโรคอื่น ๆ ที่ส่งผลให้การไหลเวียนในร่างกายไม่ดี คุณจำเป็นต้องทาโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้นเป็นประจำทุกวันเพื่อให้ผิวมีสุขภาพดี

นอกจากนี้คุณควรตรวจสุขภาพเท้าเป็นประจำเพื่อดูว่ามีรอยหรือบาดแผลหรือไม่ รักษาโรคน้ำกัดเท้าในทันที และตัดเล็บอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ไปขีดข่วนผิวหนังจนเกิดรอย

การรักษาโรคเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ

เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบสามารถรักษาให้หายได้โดยทานยาปฏิชีวนะเป็นเวลา 10-14 วัน อาการจะเริ่มดีขึ้นประมาณ 3 วันให้หลัง แต่ถึงอย่างนั้นคุณก็ควรทานยาให้หมดเพราะแบคทีเรียอาจยังคงอยู่แม้คุณจะมีอาการดีขึ้นแล้วก็ตาม

ถ้าคุณมีอาการที่รุนแรง แพทย์อาจสั่งยาแก้ปวดหรือแนะนำยาบรรเทาปวดตามร้านขายยาให้คุณ การรักษาบริเวณที่ติดเชื้อที่อยู่เหนือหัวใจขึ้นไปก็ช่วยลดอาการปวดและบวมได้ คุณควรพบแพทย์ทันทีถ้าอาการคุณยังไม่ดีขึ้น แย่ลง หรือคุณเกิดมีไข้ขึ้นสูง ถ้าอาการอักเสบของเซลล์เนื้อเยื่อไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะแบบทาน คุณอาจต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเพื่อรับยาปฏิชีวนะเข้าทางหลอดเลือดดำ หากคุณป่วยเรื้อรังหรือมีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ภาวะแทรกซ้อน

การรักษาอาการติดเชื้อของเนื้อเยื่อในทันทีเป็นสิ่งจำเป็นเพราะจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ ถ้าแบคทีเรียแพร่เชื้อไปที่ชั้นผิวหนังชั้นลึก ๆ ลงไป เชื้อก็อาจเข้าไปในกระแสเลือดหรือต่อมน้ำเหลืองได้ นั่นอันตรายมาก ๆ เลยล่ะ สำหรับคนที่เกิดการติดเชื้อซ้ำนั้นอาจเป็นอันตรายต่อระบบไหลเวียนของน้ำเหลืองได้ และอาจนำไปสู่อาการบวมที่รุนแรงด้วย

Perianal Streptococcal Cellulitis

Perianal streptococcal cellulitis เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus และทำให้เกิดการอักเสบของทวารหนักได้ มักจะพบมากที่สุดในเด็ก และมักเกิดพร้อมกับโรคเจ็บคอสเตรปโธรท (Strep throat) คอหอยอักเสบ (Pharyngitis) หรือโรคพุพอง (Impetigo) เชื้อแบคทีเรียจะแพร่จากปากหรือจมูกผ่านไปยังมือ ซึ่งมักจะแพร่ไปตอนที่เด็ก ๆ ล้างมือหลังจากเข้าห้องน้ำ

เบ้าตาอักเสบ (Orbital Cellulitis)

เบ้าตาอักเสบเกิดจากการที่แบคทีเรียเข้าไปในตาซึ่งอาจเป็นตอนที่ตาได้รับบากเจ็บหรือเกิดการติดเชื้อไซนัส ซึ่งมักเกิดกับเด็กเป็นส่วนใหญ่

อาการของเบ้าตาอักเสบ ได้แก่ ปวด บวม สีของเปลือกตาเปลี่ยนไป มองเห็นไม่ชัด ขยับตาลำบา และมีไข้ ซึ่งถ้าไม่รีบรักษาอาการเบ้าตาอักเสบจะรุนแรงขึ้นและอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นหรือตาบอดเลยทีเดียว ฉะนั้นเมื่อมีอาการดังกล่าวนี้ คนไข้จึงมักได้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ส่วนการรักษาโดยทั่วไปก็ได้แก่การใช้ยาปฏิชีวนะและการผ่าตัด

โรคแบคทีเรียกินเนื้อ (Necrotizing Fasciitis)

แม้จะพบอาการนี้ได้ยาก แต่โรคแบคทีเรียกินเนื้อเกิดขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อที่อักเสบลุกลามไปยังเนื้อเยื่ออ่อนชั้นลึก ๆ ลงไปซึ่งเรียกว่า fascial lining ซึ่งมีอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดอย่างรุนแรง
  • มีอาการบวม
  • บริเวณติดเชื้อเป็นสีแดง
  • มีจุดด่างดำ
  • เป็นแผลพุพอง
  • เป็นแผลมีหนอง
  • มีไข้สูง
  • สัญญาณของอาการอักเสบอื่นๆ

โดยที่เรียกว่า "โรคแบคทีเรียกินเนื้อ" เพราะการติดเชื้อนี้อาจเติบโตได้อย่างรวดเร็วและทำให้เสียชีวิตได้ ถ้าคุณมีอาการเหมือนกับที่กล่าวมาข้างต้น คุณต้องพบแพทย์ในทันที ซึ่งการรักษาก็ประกอบด้วยการฉีดยาปฏิชีวนะเข้าหลอดเลือดดำ (โดยต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาล) และการตัดเอาเนื้อเยื่อที่ตายแล้วออกไป

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่