Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis) คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,442,843 คน

ความหมายของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis) เราสามารถเรียกชื่อโรคนี้ได้สั้นๆว่า "โรค MG"  เป็นโรคแพ้ภูมิตนเองเรื้อรังชนิดหนึ่งซึ่งทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยคำว่า "Myasthenia Gravis" มาจากภาษาละตินและกรีก ซึ่งหมายถึงกล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม การรักษาโรคนี้ในปัจจุบันสามารถทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตได้ยืนยาวเท่าคนปกติ

ความชุกของโรค

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงสามารถเกิดได้กับทุกเชื้อชาติ ทุกเพศและทุกวัย แต่มักพบในผู้หญิงอายุน้อยกว่า 40 ปีและผู้ชายอายุมากกว่า 60 ปี ถึงแม้ว่าโรคนี้จะไม่ใช่โรคติดต่อ หรือไม่ได้ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่อาจพบโรคนี้ในครอบครัวเดียวกันมากกว่า 1 คนได้

โฆษณาจาก HonestDocs
ฟื้นฟูระบบประสาท ด้วยกายภาพบำบัด

ลดเพิ่ม 15% เริ่มที่ 850 บาท นักกายภาพระบบประสาทบำบัดวิชาชีพ ประสบการณ์สูง

Istock 1007757630

สาเหตุของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเกิดจากความผิดปกติในการสื่อสารระหว่างเส้นประสาท และกล้ามเนื้อ ซึ่งเกิดได้จากปัจจัยต่อไปนี้

1. ภูมิคุ้มกัน 

เพราะเส้นประสาทจะสื่อสารกับกล้ามเนื้อ โดยการใช้สารเคมีซึ่งจะถูกจับที่กล้ามเนื้อในตำแหน่งที่เรียกว่า "Nerve-muscular junction" หากคุณเป็นโรคนี้ ร่างกายจะทำการผลิตภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะไปขัดขวางการจับ หรือทำลายตัวรับสารที่เรียกว่า "อะซิทิลโคลีน" (acetylcholine) ที่กล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อได้รับสัญญาณจากเส้นประสาทลดลง และกลายเป็นอ่อนแรงในเวลาต่อมา 

และภูมิคุ้มกันเหล่านี้ยังอาจยับยั้งการทำงานของโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบของ Nerve-muscular junction ซึ่งทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงตามมาได้ด้วย

2. ต่อมไทมัส 

ต่อมไทมัส เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน ตั้งอยู่บริเวณหน้าอกส่วนบน ซึ่งอาจเป็นตัวกระตุ้น หรือควบคุมการสร้างภูมิคุ้มกันที่ไปยังยั้งสาร Acetylcholine เพราะต่อมไทมัสในคนปกติมักมีขนาดเล็ก  แต่พบว่าในผู้ป่วยโรคนี้จะมีขนาดใหญ่ นอกจากนั้นอาจมีเนื้องอก (ที่มักไม่ใช่มะเร็ง) เกิดขึ้นภายในต่อมไทมัสของผู้ป่วยโรคนี้

3. พันธุกรรม

ตัวอย่างเช่น ทารกที่มีแม่เป็นโรคนี้ก็อาจเกิดมาเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน แต่จะพบได้น้อย โดยหากได้รับการรักษาในทันที ทารกเหล่านี้มักจะสามารถกลับมาเป็นปกติได้ภายใน 2 เดือนหลังคลอด หรือเด็กบางคนอาจเกิดมาพร้อมกับภาวะ Congenital myasthenic syndrome ซึ่งเป็นโรคที่พบได้น้อยมาก

4. สาเหตุอื่นๆ  

หากโรคนี้ไม่ได้เกิดจากการสร้างภูมิคุ้มกันมายับยั้งสาร Acetylcholine หรือตัวรับที่กล้ามเนื้อแล้ว เราจะเรียกว่า "Antibody-negative myasthenia gravis" ในปัจจัยกลุ่มนี้ โดยภูมิคุ้มกันจะทำงานต่อต้านกับโปรตีนอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Lipoprotein-related protein 4 ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคได้

โฆษณาจาก HonestDocs
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

ปัจจัยที่ทำให้อาการของโรคแย่ลง

ปัจจัยต่อไปนี้จะทำให้โรคแย่ลง มีดังต่อไปนี้

  • ความเหนื่อยเหนื่อย
  • อาการเจ็บป่วย
  • ความเครียด
  • ความร้อน
  • ยาบางกลุ่ม เช่น 
    • Beta blockers (เบต้า บล็อกเกอร์)
    • Quinidine gluconate (ควินิดิน กลูโคเนต)
    • Quinidine sulfate (ควินิดิน ซัลเฟต)
    • Quinine (ควินิน)
    • Phenytoin (เฟนิโทอิน)
    • ยาดมสลบบางชนิด 
    • ยาปฏิชีวนะบางชนิด

การรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด Myasthenia Gravis

มีผู้ป่วยประมาณ 50% ที่โรคสงบหลังจากการตัดต่อมไทมัส

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด Myasthenia Gravis สามารถควบคุมได้ด้วยการรักษาและการบำบัดซึ่งจะช่วยให้ภาวะกล้ามเนื้อ่อนแรงดีขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทจะเป็นคนกำหนดว่าการรักษาในรูปแบบใดเหมาะกันคุณมากที่สุด โดยคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้

  • อายุ
  • ความรุนแรงของโรค
  • ตำแหน่งของกล้ามเนื้อที่เป็น
  • โรคร่วมอื่นๆ

การใช้ยา

แพทย์อาจสั่งจ่ายยาต่อไปนี้เพื่อช่วยรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด Myasthenia Gravis Anticholinesterase agents เช่น neostigmine และ pyridostigmine (Mestinon) โดยยาในกลุ่มนี้จะช่วยเพิ่มการสื่อสารระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ และเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น

โฆษณาจาก HonestDocs
ฟื้นฟูระบบประสาท ด้วยกายภาพบำบัด

ลดเพิ่ม 15% เริ่มที่ 850 บาท นักกายภาพระบบประสาทบำบัดวิชาชีพ ประสบการณ์สูง

Istock 1007757630
  • ปัญหาทางระบบทางเดินอาหาร
  • คลื่นไส้
  • มีน้ำลายและเหงื่อออกมาก

การใช้ยากดภูมิคุ้มกัน (Immunosuppressive drugs) เช่น prednisolone, azathioprine, cyclosporine, mycophenolate mofetil และ tacrolimus จะไปยับยั้งการสร้างภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น

อย่างไรก็ตามยาในกลุ่มนี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ ดังนั้นแพทย์จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ผลข้างเคียงดังกล่าวประกอบด้วย

  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • ปัญหาทางระบบทางเดินอาหาร
  • เพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อ
  • อันตรายต่อตับ
  • อันตรายต่อไต

การผ่าตัด

Mayo Clinic ได้กล่าวว่ามีผู้ป่วยโรคนี้ประมาณ 15% ที่มีเนื้องอกภายในต่อมไทมัส การผ่าตัดต่อมนี้ออก (เรียกว่า thymectomy) จะช่วยลดอาการในผู้ป่วยบางคนและอาจหายขาดได้ในบางคนเพราะมีการปรับสมดุลของภูมิคุ้มกันในร่างกายใหม่ ถึงแม้ว่าจะไม่มีเนื้องอกที่ต่อมไทมัส แต่พบว่าการตัดต่อมออกอาจช่วยให้อาการของโรคดีขึ้น และอาจหยุดยาได้ อย่างไรก็ตามอาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเห็นผลของการผ่าตัด และในบางคนอาจพบว่าไม่มีอาการดีขึ้นเลยได้ การผ่าตัดต่อมไทมัส (Thymectomy) สามารถทำได้โดยวิธีการ

ผ่าตัดเปิด (Open surgery) : แพทย์จะทำการตัดกระดูกหน้าอกเพื่อเปิดเข้าสู่ช่องอกก่อนจะตัดต่อมไทมัสออก

การผ่าตัดแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery) : การผ่าตัดแบบนี้อาจได้ผลดีกว่าเนื่องจาก

  • เสียเลือดน้อย
  • ปวดน้อยกว่า
  • ลดอัตราการตาย
  • ลดระยะเวลาที่ต้องนอนโรงพยาบาลเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิด

การผ่าตัดแบบนี้สามารถทำได้หลายวิธี เช่น

Video-assisted thymectomy แพทย์จะทำการลงแผลเล็กๆ บริเวณลำคอ และใส่กล้องและเครื่องมือลงไปเพื่อทำการตัดต่อมไทมัส หรืออาจเปิดแผลเล็กๆ ที่บริเวณด้านข้างของหน้าอก ก่อนจะใส่เครื่องมือและกล้องลงไปทางแผลดังกล่าวเพื่อทำการตัดต่อมไทมัสออก

การผ่าตัดต่อมไทมัสโดยใช้หุ่นยนต์ช่วย (Robot-assisted thymectomy) การผ่าตัดแบบนี้จะมีการลงแผลหลายตำแหน่งบริเวณด้านข้างของหน้าอก ก่อนจะใช้ระบบหุ่นยนต์ซึ่งประกอบด้วยแขนกล้องและแขนกลในการตัดเอาต่อมไทมัสออกมา

ทางเลือกอื่นในการรักษา

ในช่วงที่อาการป่วยรุนแรงมาก อาจต้องใช้การรักษาด้วยวิธีต่อไปนี้

Plasmapheresis คือหัตถการที่นำส่วนประกอบของเลือดซึ่งมีภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติออกจากเลือด ก่อนที่จะนำกลับเข้าสู่ร่างกาย

การให้ immune globulin ทางเส้นเลือดดำปริมาณสูง จะช่วยปรับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผ่านการให้ภูมิคุ้มกันเข้าสู่กระแสเลือด

การปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต

การปรับวิธีการใช้ชีวิตต่อไปนี้อาจช่วยควบคุมอาการของโรคได้

วิธีการรับประทานอาหาร

  • รับประทานอาหารมื้อเล็กๆ ตลอดทั้งวัน
  • รับประทานเมื่อกล้ามเนื้อมีแรง
  • ค่อยๆ เคี้นวอาหาร
  • หยุดระหว่างการกัดแต่ละคำ
  • กินอาหารอ่อน
  • หลีกเลี่ยงอาหารทีต้องเคี้ยวหาก เช่นผลไม้หรือผักสด

ระวังความปลอดภัย

  • ติดตั้งราวจับในบ้านหากต้องการ
  • ทำให้พื้นสะอาดและไม่มีพรมเผยอขึ้นมา
  • กวาดใบไม้ หิมะ และขยะอื่นๆ ออกจากทางเท้าหรือทางขับรถ

การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือต่างๆ : การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เช่นแปรงสีฟันไฟฟ้า ที่เปิดกระป๋องอัตโนมัติจะช่วยให้คุณไม่ต้องออกแรงมากเกินไป

ใช้ที่ปิดตา : หากคุณมีการเห็นภาพซ้อน คุณอาจใช้วิธีการปิดตาข้างใดข้างหนึ่ง เพื่อช่วยในการเขียน การอ่าน หรือการดูโทรทัศน์

วางแผนล่วงหน้า : เตรียมการวางแผนการทำงานบ้านต่างๆ ให้อยู่ในช่วงที่คุณมีพลังงานมากที่สุด และพักผ่อนเมื่อต้องการ

การพยากรณ์โรคของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด Myasthenia Gravis

การรักษาโรคนี้ในผู้ป่วยส่วนมากจะช่วยลดอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ ทำให้สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ ผู้ป่วยบางคนอาจมีช่วงสงบของโรคและอาจไม่ต้องใช้ยาในช่วงนั้น ซึ่งถือเป็นเป้าหมายของการตัดต่อมไทมัส อ้างอิงจากสถาบันความผิดปกติทางระบบประสาทและเส้นเลือดสมอง (National Institute of neurological Disorders and Stroke) พบว่าผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดประมาณ 50% จะทำให้โรคสงบและอาจสงบได้ถาวร

ภาวะแทรกซ้อนของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

แม้ว่าภาวะแทรกซ้อนของโรคนี้ส่วนมากจะสามารถรักษาได้ แต่มีบางภาวะที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ซึ่งภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ประกอบด้วย

  • Myasthenic crisis หรือกล้ามเนื้อกะบังลงอ่อนแรง เป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิต เนื่องจากกระทบต่อการหายใจ และจำเป็นต้องได้รับการรักษาทันทีเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถหายใจเองได้
  • เนื้องอกที่ต่อมไทมัส ซึ่งมักไม่ใช่มะเร็ง แต่สามารถพบได้ประมาณ 15% ของผู้ป่วยโรคนี้
  • การทำงานของต่อมไทรอยด์ที่มากเกินไป หรือน้อยเกินไป 
  • โรคที่เกี่ยวข้องกับการแพ้ภูมิตนเองโรคอื่นๆ เช่น ข้ออักเสบชนิดรูห์มาติก (Rheumatoid arthritis) หรือโรคลูปัส (Lupus)

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ทำไม่ ต้องอ้วนลงพุ่งค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ปวดกลังปวดเอว.เอ็นข้อศอกอักเสบเรื้อรังไม่หายสักที
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
การปวดหลังเป็นประจำทุกวันเกิดจากอะไร
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
มีลูกเป็นเด็ก CP ค่ะ ตอนนี้ทานอาหารทางสายยาง...ไม่ทราบว่าน้องมีโอกาสต้องเจาะใส่สายทางหน้าท้องหรือป่าวค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
อาการปวดเมื้อยบริเวณเหนือสะโพก เกิดจากอะไร มีวิธีรักษายังไงคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป