โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์คืออะไร ?


โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เป็นโรคที่พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง3 เท่า แต่สาเหตุของโรคที่แท้จริงนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เป็นโรคของการอักเสบเรื้อรังที่เกิดขึ้นบริเวณข้อต่อหลายข้อต่อ ซึ่งเป็นสภาวะผิดปกติของการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มองว่าเยื่อบุบริเวณข้อต่อร่างกายนั้นเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงเข้าไปทำลายและพยายามจะกำจัดมัน จนเป็นเหตุให้เกิดอาการปวดและอาการอักเสบเกิดขึ้น ซึ่งมักจะส่งผลกระทบบริเวณข้อเล็ก ๆ ที่มือ และเท้าเป็นอันดับแรก จากการสำรวจของ Arthritis Foundation พบว่า ผู้คนในสหรัฐอเมริกาเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์กว่า 1.5 ล้านคน ซึ่งโรคดังกล่าวมักพบมากในคนที่มีช่วงอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป และจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า


สาเหตุของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

เช่นเดียวกับโรคทางระบบภูมิคุ้มกันอื่น ๆ นักวิจัยยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ซึ่งหนึ่งในสาเหตุนั้นอาจเกิดจากไวรัสหรือแบคทีเรียที่กระตุ้นให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันไปทำลายเนื้อเยื่อของร่างกาย การสูบบุหรี่และประวัติของคนในครอบครัวที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์นั้นเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่และไม่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ vs โรคข้อเสื่อม (Rheumatoid Arthritis vs. Osteoarthritis)

โรคข้อเสื่อม

อาการข้ออักเสบนั้นมีหลายชนิดด้วยกัน ซึ่งโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์และโรคข้อเสื่อมนั้นเป็น 2 โรคที่พบบ่อยมากที่สุด โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์นั้นเกิดจากการที่เยื่อบุข้อต่อเกิดการอักเสบขึ้นและมีการทำลายข้อต่อ แต่ในโรคข้อเสื่อมเกิดจากกระดูกอ่อนที่ปกคลุมบริเวณส่วนท้ายของกระดูกบริเวณข้อต่อมีการเสื่อมสลายจากการใช้งานตามปกติ

ภาวะแทรกซ้อน

ความเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์นั้นเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป รวมถึงการไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

ภาวะแทรกซ้อน มีดังนี้

  • ข้อจะผิดรูปและสูญเสียการทำงาน
  • มีอาการปวดเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการชาบริเวณมือและเท้า
  • บริเวณเม็ดเลือดแดงลดลง หรือมีภาวะซีด ซึ่งจะทำให้เกิดอาการเหนื่อยและอ่อนแรงง่ายขึ้น
  • เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • ผิวหนังผิดปกติ เช่น มีแผลพุพอง มีผื่น ตุ่มน้ำใต้ผิวหนัง โดยเฉพาะรอบข้อต่อ
  • Sjögren's syndrome  โรคโจเกรน คือกลุ่มอาการที่มีความผิดปกติของการผลิตน้ำตาและน้ำลาย ทำให้เกิดอาการตาแห้ง ระคายเคืองตา แสบตา และเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • กระดูกอ่อนแรงหรือกระดูกพรุน เมื่อได้รับยารักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์อาจทำให้เกิดอาการดังกล่าวมากขึ้น
  • หายใจลำบากหรือมีอาการเจ็บขณะหายใจ ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะการอักเสบของเยื่อบุของปอด เยื่อหุ้มปอด หรือมีการบวมหรือมีแผลในเนื้อปอด
  • อาจมีปัญหาโรคหัวใจ เนื่องจากโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์สามารถก่อพยาธิสภาพที่เยื่อหุ้มหัวใจ หรือเส้นเลือดที่ทำหน้าที่ขนส่งเลือดสู่หัวใจได้ ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์นั้นจะมีโอกาสเสี่ยงในการเกิดการอุดตันของเส้นเลือดหัวใจมากขึ้น
  • กลุ่มอาการ Carpal tunnel syndrome หรือมีอาการบวมบริเวณข้อมือซึ่งทำให้เกิดแรงกดดันบริเวณเส้นประสาทของมือ ทำให้เกิดอาการชาและทำให้การเคลื่อนไหวของมือและนิ้วมือผิดปกติ
  • เหงือกบวมและโรคเหงือกหรือโรคปริทันต์
  • ไตและตับเสื่อมจากการใช้ยารักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
  • อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายและเนื้อเยื่อมีประสิทธิภาพในการทำงานลดลง เนื่องจากเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงนั้นมีการอักเสบ
  • มีปัญหาด้านอารมณ์และความกังวล ซึ่งอาจะเกี่ยวเนื่องจากความเครียดจากการมีปัญหาสุขภาพเรื้อรังและสูญเสียการทำงานของอวัยวะในร่างกาย
  • เพิ่มความเสี่ยงในการเกิด Non-Hodgkin's lymphoma
  • ภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์ เช่น ความดันโลหิตสูงในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์หรือมีอาการแสดงหลังจากคลอดบุตร

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เป็นเก๊าปฏิบัติตัวยังไงดี
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โรคข้ออักเสบ มีวิธีการดูแลตัวเองอย่างไรคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ปวดข้อนิ้วมือครับ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ