Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

โรคสะเก็ดเงิน คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 13 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,825,517 คน

โรคสะเก็ดเงินเป็นภาวะผิวหนังที่ทำให้เกิดปื้นหรือผื่นหนาหยาบสีแดงและมีสะเก็ดสีเงินปกคลุมอยู่ ซึ่งมักจะเกิดบนข้อศอก ข้อเข่า หนังศีรษะ และแผ่นหลังส่วนล่าง แต่ความเป็นจริงแล้วปื้นนี้สามารถเกิดขึ้น ณ ตำแหน่งใดของร่างกายก็ได้ ผู้ป่วยส่วนมากจะประสบกับปื้นเป็นบริเวณเล็กๆ และในบางกรณีปื้นก็อาจก่อให้เกิดอาการคันหรือปวดได้ด้วย

โรคสะเก็ดสามารถพบได้ในทุกช่วงวัย แต่พบได้มากในผู้ใหญ่อายุประมาณ 35 ปี และภาวะนี้สามารถเกิดกับผู้ชายและผู้หญิงเท่าๆ กัน ความรุนแรงของโรคสะเก็ดเงินจะแตกต่างกันออกไปตามกรณี บางคนอาจจะมีอาการระคายเคืองเล็กน้อย แต่ผู้ป่วยอีกกลุ่มอาจได้รับผลกระทบจากโรคอย่างรุนแรงจนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้

ประเภทของโรคสะเก็ดเงิน

  • โรคสะเก็ดเงินชนิดปื้นหนา เป็นโรคสะเก็ดเงินที่พบได้บ่อยที่สุดหรือเกิดขึ้นประมาณ 80% ของผู้ป่วยทั้งหมด อาการคือจะเกิดแผลสีแดงและแห้งบนผิวหนังโดยมีสะเก็ดเงินปกคลุมอยู่ข้างบน ปกติแล้วปื้นจะเกิดขึ้นบนข้อเข่า ข้อศอก หนังศีรษะ และแผ่นหลังส่วนล่าง แต่ก็สามารถเกิดขึ้นบนส่วนใดของร่างกายก็ได้ ปื้นหนาที่เกิดขึ้นสามารถก่อให้เกิดอาการคันและปวดได้ และอาจทำให้ผิวหนังรอบข้อต่อแตกลายและมีเลือดออกได้ด้วย แต่กรณีหลังนี้พบไม่บ่อย
  • โรคสะเก็ดเงินที่หนังศีรษะ เป็นโรคสะเก็ดเงินที่เกิดขึ้นบนหนังศีรษะบางส่วนหรือทั้งหมด ซึ่งจะมีปื้นสีแดงบนผิวหนังที่ปกคลุมด้วยสะเก็ดสีเงินหนา ผู้ป่วยบางคนอาจมีอาการคันรุนแรง แต่บางคนอาจไม่มีอาการใดๆ เลย หากรุนแรงอาจทำให้เกิดผมร่วงได้ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น
  • โรคสะเก็ดเงินที่เล็บ เกือบครึ่งของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินจะมีอาการเกิดขึ้นที่เล็บด้วย โดยโรคสะเก็ดเงินจะทำให้เล็บเป็นหลุมเป็นบ่อขนาดเล็กๆ สีของเล็บเปลี่ยน หรืองอกผิดปกติ เล็บอาจจะคลอนและหลุดออกจากฐานเล็บได้ สำหรับกรณีรุนแรงอาจทำให้เล็บหลุดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้
  • โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นเล็ก เป็นโรคสะเก็ดเงินที่มีผื่นปวดรูปหยดน้ำขนาดเล็ก (น้อยกว่า 1cm) เกิดขึ้นที่หน้าอก แขน ขา และหนังศีรษะ ซึ่งมักหายไปเองภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ แต่บางคนอาจกลายไปเป็นโรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนาได้ด้วย โรคสะเก็ดเงินประเภทนี้สามารถเกิดขึ้นหลังการติดเชื้อในลำคอ และจะพบได้มากในเด็กและวัยรุ่น
  • โรคสะเก็ดเงินตามรอยพับ เป็นโรคสะเก็ดเงินที่เกิดขึ้นตามข้อพับหรือรอยย่นบนผิวหนัง เช่น ขาหนีบ รักแร้ ระหว่างบั้นท้าย และใต้หน้าอก โดยจะทำให้เกิดปื้นขนาดใหญ่ เรียบ และแดง ผู้ป่วยจะมีอาการทรุดลงจากการที่ผิวหนังแตก และจะรู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวอย่างมากเมื่อมีเหงื่อ
  • โรคสะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนอง เป็นภาวะสะเก็ดเงินที่พบได้ไม่บ่อย ผู้ป่วยจะมีตุ่มหนองเกิดขึ้นบนผิวหนัง ส่งผลต่อตำแหน่งต่างๆ บนร่างกาย
  • โรคสะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนองที่ส่งผลต่อระบบร่างกาย (von Zumbusch psoriasis) จะทำให้เกิดตุ่มหนองบนผิวหนังเป็นบริเวณกว้างและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หนองที่ออกมาจะประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ไม่มีร่องรอยของการติดเชื้อใดๆ และตุ่มหนองสามารถปรากฏออกมาใหม่ได้ทุกไม่กี่วันหรือทุกสัปดาห์เป็นวัฏจักร ในระหว่างช่วงวัฏจักรนี้ผู้ป่วยอาจมีไข้ หนาวสั่น น้ำหนักลด และเหนื่อยอ่อนได้
  • โรคสะเก็ดเงินบริเวณมือเท้า ก่อให้เกิดตุ่มหนองขึ้นบนฝ่ามือและฝ่าเท้า ตุ่มหนองมักจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นวงกลมสีน้ำตาล จุดสะเก็ด ก่อนจะค่อยๆ หลุดออก และมีตุ่มหนองใหม่เกิดขึ้นมาใหม่ได้ทุกไม่กี่วันหรือทุกสัปดาห์
  • ภาวะตุ่มหนองตามขอบนิ้ว เป็นภาวะที่ก่อให้เกิดตุ่มหนองบนนิ้วมือและนิ้วเท้า ซึ่งใช้เวลาไม่นานกว่าจะระเบิดออก ทิ้งให้บริเวณที่เป็นมีสีแดงสดและมีหนองขับออกมาเล็กน้อย หรือกลายเป็นสะเก็ดซึ่งอาจทำให้เล็บผิดรูปจนเจ็บปวด 
  • โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นแดงลอกทั่วตัว เป็นภาวะสะเก็ดเงินที่หายาก ส่งผลให้ผิวหนังแทบจะทุกส่วนของร่างกายมีอาการคันหรือแสบร้อนรุนแรง ภาวะนี้ทำให้ร่างกายสูญเสียโปรตีนและของเหลวเร็วขึ้นจนทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ภาวะขาดน้ำ หัวใจล้มเหลว ภาวะร่างกายเย็นเกิน และทุพโภชนาการได้

อาการของโรคสะเก็ดเงิน

โรคสะเก็ดเงินมักจะก่อให้เกิดปื้นบนผิวหนังที่แห้ง แดง และมีสะเก็ดสีเงินปกคลุมตามร่างกาย บางรายอาจมีอาการคันหรือปวดร่วมด้วย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วโรคสะเก็ดเงินจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนกว่าจะทุเลาและหายไป

อย่างไรก็ตาม โรคสะเก็ดเงินมีอยู่หลายประเภท โดยผู้ป่วยส่วนมากจะเป็นโรคสะเก็ดเงินประเภทใดประเภทหนึ่ง แต่ก็มีกรณีที่เป็นพร้อมกันสองประเภทอยู่เช่นกัน อีกทั้งโรคสะเก็ดเงินประเภทหนึ่งก็สามารถเปลี่ยนไปเป็นอีกประเภทหรือมีความรุนแรงมากขึ้นได้

สาเหตุของโรคสะเก็ดเงิน

โรคสะเก็ดเงินเกิดขึ้นเมื่อเซลล์ผิวหนังถูกผลิตออกมาทดแทนเซลล์เก่าเร็วเกินไป โดยปกติร่างกายคนเราจะผลิตเซลล์ผิวหนังใหม่ที่ผิวหนังชั้นที่ลึกที่สุด ซึ่งจะค่อยๆ ดันมาขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงผิวหนังชั้นนอกสุด เมื่อผิวหนังตายและหลุดออก ผิวหนังใหม่ที่อยู่ชั้นถัดไปจะเข้ามาแทนที่ ใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์อยู่แล้ว แต่ผู้ป่วยโรคนี้จะมีกระบวนการทางผิวหนังทุก 3-7 วัน ทำให้เซลล์ที่ยังเติบโตไม่เต็มที่สะสมอยู่บนผิวหนังชั้นนอกอย่างรวดเร็วจนผิวหนังเกิดปื้นแดงหนา 

นักวิจัยยังไม่พบสาเหตุที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ผิวหนังผลิตเซลล์ใหม่จนเกิดโรคสะเก็ดเงิน แต่คาดว่าเกิดจากปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นความผิดปกติของหนึ่งในเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันที่เรียกว่าทีเซลล์ (T-cell) เซลล์นี้มักจะเดินทางไปทั่วร่างกายเพื่อตรวจหาและกำจัดเชื้อโรคแปลกปลอมอย่างแบคทีเรีย แต่ในผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินนั้นทีเซลล์กลับเข้าโจมตีเซลล์ผิวหนังสุขภาพดีแทน จนทำให้ผิวหนังชั้นลึกสุดผลิตผิวหนังใหม่ออกมาเร็วกว่าปกติ ซึ่งจะยิ่งเร่งให้ร่างกายผลิตทีเซลล์ออกมาต่อสู้เพิ่มขึ้นตาม

นอกจากนี้ปัจจัยต่อไปนี้ก็อาจมีส่วนกระตุ้นให้เกิดโรคสะเก็ดเงินขึ้นได้เช่นกัน

  • พันธุกรรม โรคสะเก็ดเงินสามารถถ่ายทอดภายในครอบครัวได้ โดยผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน 1 ใน 3 จะมีญาติใกล้เคียงเป็นภาวะเดียวกัน อย่างไรก็ตามตัวพันธุกรรมที่เป็นต้นเหตุก็ยังเป็นปริศนา
  • การบาดเจ็บที่ผิวหนัง  เช่น ถูกของมีคมบาด แมลงกัดต่อย หรือแดดเผา
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะในผู้หญิง เช่น ระหว่างช่วงเจริญพันธุ์ และช่วงหมดประจำเดือน
  • การใช้ยาบางประเภท เช่น ยาลิเทียม ยาต้านเชื้อมาลาเรียบางตัว ยาต้านอักเสบอย่างไอบูโพรเฟน ยาลดความดันโลหิตกลุ่ม ACE inhibitors และยาเบต้า บล็อกเกอร์ (Beta blockers)
  • การติดเชื้อในลำคอ โรคสะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนองอาจเกิดหลังการจากติดเชื้อภายในลำคอ โดยเฉพาะในเด็กและผู้ใหญ่อายุน้อย
  • ภาวะความผิดปรกติของภูมิคุ้มกันร่างกาย เช่น การติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ที่ทำให้โรคสะเก็ดเงินปะทุขึ้นหรือเกิดขึ้นครั้งแรก
  • การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
  • การสูบบุหรี่
  • ความเครียด

การวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงิน

แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงินได้จากการสังเกตลักษณะที่เกิดขึ้นบนผิวหนังของผู้ป่วย และอาจมีการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อจากผิวหนังไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อหาประเภทของโรคสะเก็ดเงินและให้แน่ใจว่าไม่ได้เป็นภาวะผิวหนังอื่น เช่น ภาวะต่อมไขมันอักเสบ โรคไลเคนพลานัส โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง หรือโรคผื่นขุยกุหลาบ

ผู้ป่วยอาจถูกส่งไปพบกับผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังหากแพทย์ไม่มั่นใจผลการวินิจฉัย หรือภาวะของคุณมีความรุนแรงเกินไป แต่หากแพทย์สันนิษฐานว่าคุณเป็นภาวะสะเก็ดเงินข้ออักเสบที่ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคสะเก็ดเงิน คุณจะถูกส่งไปพบแพทย์ด้านข้อต่อและรับการตรวจเลือดเพื่อหาร่องรอยของภาวะอื่นๆ เช่น โรคข้อต่ออักเสบรูมาตอยด์ รวมถึงกับการเอกซเรย์ข้อต่อบริเวณที่มีอาการ

การรักษาโรคสะเก็ดเงิน

การรักษาโรคสะเก็ดเงินจะขึ้นอยู่กับประเภทและความรุนแรงของอาการบริเวณผิวหนังที่มีอาการ โดยแพทย์อาจจะเริ่มการรักษาแบบอ่อนสุดก่อน เช่น การทาครีมภายนอก ก่อนเปลี่ยนไปใช้การรักษาที่แรงขึ้นตามความจำเป็น

อย่างไรก็ตามการหาวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพที่สุดเป็นเรื่องยาก ส่วนมากแพทย์จะดำเนินการรักษาหลายวิธีผสมผสานกัน และจะมีการติดตามอาการของคุณไปตลอดการรักษา โดยการรักษาโรคสะเก็ดเงินแบ่งออกเป็นประเภทหลักๆ 3 ประเภท คือ การใช้ยาภายนอก การรักษาด้วยแสง และการรักษาทั่วระบบ

การรักษาโรคสะเก็ดเงินภายนอก

การรักษาโรคสะเก็ดเงินภายนอกมักเป็นการรักษาขั้นตอนแรกสุดสำหรับโรคสะเก็ดเงินที่มีความรุนแรงตั้งแต่ระดับอ่อนไปจนถึงปานกลาง โดยเป็นการใช้ครีมกับขี้ผึ้งทาบนผิวหนังที่มีอาการ ผู้ป่วยบางคนสามารถควบคุมอาการได้ด้วยการรักษาวิธีนี้ แต่กว่าจะเห็นผลชัดเจนก็อาจใช้เวลานานถึง 6 สัปดาห์ และหากคุณเป็นโรคสะเก็ดเงินบนหนังศีรษะ การรักษาที่ใช้จะเป็นการผสานกันของการใช้แชมพูกับขี้ผึ้ง

  • สารเพิ่มความชุ่มชื้น จะช่วยลดอัตราการสูญเสียน้ำและปกป้องผิวหนังด้วยการเคลือบแผ่นฟิล์มที่ผิวหนังไว้ หากเป็นโรคสะเก็ดเงินแบบไม่รุนแรง แพทย์มักให้การรักษาด้วยสารเพิ่มความชุ่มชื้นเป็นวิธีแรก เพื่อช่วยลดอาการคันและสะเก็ดลง อีกทั้งช่วยให้ยาที่ใช้ภายนอกบางตัวทำงานได้ดีขึ้นเมื่อผิวหนังชุ่มชื้น ซึ่งก่อนใช้ยาเหล่านั้นจะต้องทาสารเพิ่มความชุ่มชื้นก่อนเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง ผลิตภัณฑ์ที่เป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้นหลายตัวสามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาทั่วไป
  • ครีมหรือขี้ผึ้งสเตียรอยด์ (คอร์ติโคสเตียรอยด์ภายนอก) เป็นยาที่นิยมใช้รักษาภาวะสะเก็ดเงินแบบอ่อนไปจนถึงปานกลางกันมากที่สุด เพื่อช่วยลดการอักเสบ ชะลอกระบวนการผลิตเซลล์ผิวหนัง และลดอาการคัน ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่มีความแรงตั้งแต่อ่อนไปจนถึงแรงมาก จึงควรใช้เมื่อแพทย์สั่งเท่านั้น และควรใช้ในปริมาณเล็กน้อยกับผิวหนัง หากใช้มากเกินไปจะทำให้ผิวหนังหนาตัวขึ้นได้
  • สารแทนวิตามินดี มักใช้ไปพร้อมกันหรือแทนครีมสเตียรอยด์สำหรับโรคสะเก็ดเงินที่ไม่รุนแรงมากที่เกิดขึ้นบนส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น แขนขา หรือหนังศีรษะ สารประเภทนี้จะช่วยชะลอกระบวนการผลิตเซลล์ผิวหนัง ทั้งยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบอีกด้วย ตัวอย่างสารแทนวิตามิน D ได้แก่ ยาคาล์ซิโพรทริโอล และทาตาลซิโทล ซึ่งเป็นยาที่มีผลข้างเคียงน้อยหากใช้ในปริมาณที่แพทย์แนะนำ
  • ตัวยับยั้งคาล์ซินิวริน เช่น ทาโครลิมัสกับพิเมโครลิมัส ซึ่งเป็นขี้ผึ้งหรือครีมที่ใช้ลดกิจกรรมของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายและช่วยลดการอักเสบลง สามารถใช้กับโรคสะเก็ดเงินบนพื้นที่อ่อนไหวได้ เช่น หนังศีรษะ อวัยวะเพศ และรอยพับตามร่างกาย ในกรณีที่ใช้ครีมสเตียรอยด์ไม่ได้ผล ยาชนิดนี้จะก่อความระคายเคืองหรือแสบร้อนและคันบนผิวหนังได้เมื่อเริ่มใช้ ซึ่งอาการข้างเคียงดังกล่าวจะค่อยๆ ลดลงเมื่อใช้ติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์
  • น้ำมันดิน เป็นวิธีการรักษาโรคสะเก็ดเงินที่เก่าแก่ที่สุด แต่ก็มีประสิทธิผลอย่างมากจนน่าฉงน ผลของน้ำมันดินจะช่วยลดสะเก็ด ลดการอักเสบและอาการคันลง คุณสามารถใช้สารตัวนี้กับแขนขา ลำตัว หรือหนังศีรษะได้ และมักใช้กับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ภายนอกอื่นๆ ทั้งนี้น้ำมันดินยังสามารถใช้ร่วมกับการบำบัดด้วยแสงได้ แต่มีกลิ่นแรงและอาจเลอะเสื้อผ้ากับผ้าปูเตียงได้
  • ไดทรานอล เป็นยาที่ใช้ในการรักษาโรคสะเก็ดเงินมากว่า 50 ปีแล้ว โดยยามีฤทธิ์กดกระบวนการผลิตเซลล์ผิวหนังได้ดีมากและยังมีผลข้างเคียงน้อย แต่หากใช้ในความเข้มข้นสูงจะทำให้ผิวหนังไหม้ได้ ยาตัวนี้มักใช้รักษาโรคสะเก็ดเงินที่แขนขาหรือลำตัวในระยะสั้น โดยจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมการใช้ยาจากทางโรงพยาบาล เนื่องจากยาจะเปื้อนทุกสิ่งที่สัมผัส รวมไปถึงผิวหนังส่วนอื่น และเสื้อผ้า ทำให้คุณต้องทายาในขณะที่สวมถุงมือ และปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลา 10-60 นาทีก่อนล้างออก ยานี้สามารถใช้ร่วมกับการบำบัดด้วยแสงได้

การบำบัดด้วยแสง

เป็นการใช้แสงทั้งตามธรรมชาติและแสงเทียมช่วยรักษาโรคสะเก็ดเงิน การบำบัดด้วยแสงเทียมมักดำเนินการตามโรงพยาบาลและศูนย์เฉพาะทางต่างๆ และมักอยู่ภายใต้การกำกับโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง และการรักษาเหล่านี้ไม่เหมือนกับการใช้เตียงอบผิว หากคุณเป็นโรคสะเก็ดเงินรุนแรงที่ไม่ตอบสนองกับการรักษา แพทย์อาจเลือกใช้การรักษานี้ 

  • การบำบัดด้วยแสง UVB การบำบัดด้วยแสงอัลตราไวโอเลต B (UVB) เป็นการใช้คลื่นแสงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า โดยแสงดังกล่าวจะช่วยชะลอกระบวนการผลิตเซลล์ผิวหนัง และเป็นกระบวนการรักษาโรคสะเก็ดเงินที่มีประสิทธิภาพมากในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบภายนอก การรักษาแต่ละครั้งจะใช้เวลาไม่กี่นาที คุณอาจต้องไปโรงพยาบาล 2-3 วันต่อสัปดาห์เป็นเวลานาน 6-8 สัปดาห์
  • รังสีอัลตราไวโอเลต เอ พูว่า (PUVA) การรักษานี้จะเริ่มจากการรับยาเม็ดที่ประกอบด้วยสารโซราเลนที่สามารถใช้กับผิวหนังได้ ซึ่งสารตัวนี้จะทำให้ผิวหนังอ่อนไหวต่อแสงมากขึ้น จากนั้นจะฉายแสงอัลตราไวโอเล็ต A (UVA) ไปที่ผิวหนัง ซึ่งเป็นแสงที่สามารถผ่านทะลุผิวหนังได้ลึกกว่าแสง UVB

ผลข้างเคียงของการรักษาด้วยแสงมีทั้งคลื่นไส้ ปวดศีรษะ แสบร้อนและคัน โดยคุณต้องสวมแว่นตาแบบพิเศษเป็นเวลา 24 ชั่วโมง หลังจากได้รับยา เพื่อป้องกันการเกิดต้อกระจก แต่แพทย์จะไม่แนะนำให้ใช้การรักษานี้ในระยะยาว เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนัง

นอกจานี้บางครั้งการรวมกระบวนการบำบัดด้วยแสงกับวิธีการรักษาอื่นก็มักจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาได้ โดยแพทย์บางท่านอาจใช้การบำบัดด้วยแสง UVB พร้อมกับน้ำมันดิน เพราะน้ำมันดินจะทำให้ผิวหนังรับแสงได้ดีขึ้น ส่วนการบำบัดด้วยแสง UVB ก็อาจทำร่วมกับการใช้ครีมไดทรานอล

การรักษาในรูปแบบทั้งระบบ

หากภาวะสะเก็ดเงินมีความรุนแรงหรือการรักษาอื่นไม่ได้ผล แพทย์อาจจัดการรักษาในรูปแบบทั้งระบบกับผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นการรักษากับทั้งร่างกาย

การรักษาเหล่านี้อาจมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคสะเก็ดเงินอย่างมาก แต่ก็มีผลข้างเคียงรุนแรงมากเช่นเดียวกัน โดยกระบวนการรักษาแบบทั้งระบบทั้งหมดมีทั้งประโยชน์และความเสี่ยง ดังนั้นก่อนเริ่มการรักษารูปแบบนี้แพทย์จะแจ้งตัวเลือกการรักษาและความเสี่ยงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้ผู้ป่วยพิจารณาทุกครั้ง

การรักษาแบบทั้งระบบมีอยู่ 2 ประเภท คือ การรักษาทางชีวภาพ (มักเป็นการฉีดยา) และการรักษาที่ไม่ใช่ทางชีวภาพ ซึ่งมักเป็นการใช้ยาเม็ดหรือแคปซูล

การรักษาที่ไม่ใช่ชีวภาพ

  • ยาเมโทเทรเซต สามารถใช้ควบคุมโรคสะเก็ดเงินได้ด้วยการชะลอการผลิตเซลล์ผิวหนังและกดการอักเสบ ซึ่งมักจะใช้ยา 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ยานี้ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และอาจส่งผลต่อกระบวนการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง การใช้ยาระยะยาวจะสร้างความเสียหายกับตับ ทำให้ผู้ที่เป็นโรคตับไม่ควรใช้ยาเมโทเทรเซต และไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เมื่อใช้ยาตัวนี้ นอกจากนี้ตัวยาเมโทเทรเซตยังเป็นอันตรายต่อการสร้างเด็กทารก ทำให้ผู้หญิงควรคุมกำเนิดและไม่ควรตั้งครรภ์ในขณะที่ต้องใช้ยา และไม่ควรตั้งครรภ์ในช่วงหลังจากหยุดยา 3 เดือน รวมทั้งสามารถส่งผลต่อการผลิตเซลล์น้ำเชื้อของผู้ชาย ทำให้ไม่ควรวางแผนมีบุตรในช่วงที่ใช้ยาไปจนถึงหลังหยุดยาแล้ว 3 สัปดาห์
  • ไซโคลสโพริน เป็นยากดภูมิคุ้มกันที่ในตอนแรกใช้เพื่อป้องกันภาวะปฏิเสธอวัยวะปลูกถ่าย แต่ก็มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคสะเก็ดเงินด้วยเช่นกัน และมักถูกกำหนดให้ใช้เป็นรายวัน แต่ยานี้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไตและภาวะความดันโลหิตสูง ทำให้แพทย์ต้องตรวจประเมินสุขภาพของคุณระหว่างใช้ยาเป็นประจำ
  • อะซิทรีทิน เป็นสารเรทินอยด์ทางปากที่ช่วยลดกระบวนการผลิตเซลล์ผิวหนัง ใช้รักษาโรคสะเก็ดเงินที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบทั้งร่างกายที่ไม่ใช่ชีวภาพ และมักใช้ยาเป็นรายวัน ยาอะซิทรีทินมีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก เช่น ริมฝีปากแห้งและแตก ช่องจมูกแห้ง และในกรณีที่พบได้น้อย อาจเกิดตับอักเสบขึ้นได้ ยาอะซิทรีทินจัดเป็นยาที่อันตรายต่อทารกในครรภ์ ผู้หญิงที่ใช้ยานี้ควรคุมกำเนิดและไม่ควรตั้งครรภ์ในขณะที่ต้องใช้ยา และไม่ควรตั้งครรภ์หลังหยุดยาเป็นเวลา 2 ปี แต่ยานี้ปลอดภัยสำหรับผู้ชาย สามารถวางแผนมีบุตรได้ตามปกติ

การรักษาทางชีวภาพ

การรักษาทางชีวภาพจะช่วยลดการอักเสบด้วยการเข้าจู่โจมเซลล์ที่ทำงานมากเกินไปในระบบภูมิคุ้มกัน การรักษาเหล่านี้มักใช้ในกรณีที่คุณเป็นโรคสะเก็ดเงินรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น หรือคุณไม่สามารถรับการรักษาอื่นได้

  • อีทาเนอร์เซพ เป็นยาฉีด 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งผู้ป่วยสามารถเรียนรู้และทำได้ด้วยตนเอง หากผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาโรคสะเก็ดเงินด้วยยานี้ เป็นเวลา 12 สัปดาห์ แพทย์จะแนะนำให้ยุติการรักษาทันที ผลข้างเคียงของยานี้ คือ ขึ้นผื่นบริเวณที่ฉีดยา อย่างไรก็ตามยาอีทาเนอร์เซพนี้จะส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันทั้งหมดทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อร้ายแรงอื่นๆ ได้ หากคุณเคยเป็นวัณโรคในอดีต การใช้ยาตัวนี้จะสร้างความเสี่ยงที่ทำให้โรคกลับมา และระหว่างใช้ยาอาจต้องมีการติดตามผลข้างเคียงจากยา
  • อะดาลิมูมาบ เป็นยาฉีดที่ต้องฉีด 1 ครั้งทุก 2 สัปดาห์ ซึ่งคุณสามารถเรียนรู้และทำได้ด้วยตนเอง หากภาวะสะเก็ดเงินไม่ดีขึ้นหลังดำเนินการรักษาด้วยวิธีนี้เป็นเวลา 16 สัปดาห์ แพทย์จะยุติการรักษาทันที ยาอะดาลิมูมาบเป็นยาที่อันตรายต่อทารกในครรภ์ ทำให้ผู้หญิงที่ใช้ยานี้ควรคุมกำเนิดและไม่ควรตั้งครรภ์ในขณะที่ใช้ยา ไปจนถึงหลังหยุดการรักษาเป็นเวลา 5 เดือน ผลข้างเคียงของยาอะดาลิมูมาบมีทั้งปวดศีรษะ เกิดผื่นบนบริเวณที่ฉีดยา คลื่นไส้ และเสี่ยงต่อผลข้างเคียงร้ายแรง รวมทั้งการติดเชื้อรุนแรง ระหว่างที่ใช้ยาแพทย์จะติดตามอาการและผลข้างเคียงตลอดจากการรักษา
  • อินฟลิซิมาบ เป็นยาหยดเข้าเส้นเลือดที่ต้องให้ที่โรงพยาบาล คุณจะได้รับการฉีดยาเข้าเส้นเลือด 3 ครั้งในช่วง 6 สัปดาห์แรก หลังจากนั้นจะเปลี่ยนเป็น 1 ครั้งทุก 8 สัปดาห์ หากอาการสะเก็ดเงินไม่ดีขึ้นหลังจากดำเนินการรักษา 10 สัปดาห์ แพทย์จะยุติการรักษาทันที ผลข้างเคียงหลักของยาอินฟลิซิมาบคือปวดศีรษะ และยายังส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันทั่วร่างกาย ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงร้ายแรง รวมไปถึงการติดเชื้อรุนแรง
  • อัสทีคินูมาบ ยาอัสทีคินูมาบเป็นยาฉีดในช่วงต้นของการรักษา และฉีดอีกครั้ง 4 สัปดาห์หลังจากนั้น หลังจากนั้นจะฉีดยาประเภทนี้ทุก 12 สัปดาห์ หากภาวะสะเก็ดเงินไม่ดีขึ้นหลังดำเนินการรักษาเป็นเวลา 16 สัปดาห์ แพทย์จะยุติการรักษา ผลข้างเคียงของยาอัสทีคินูมาบคือการติดเชื้อในคอและผื่นบริเวณที่ฉีดยา และจะส่งผลต่อภูมิคุ้มกันทั่วร่างกาย ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงรุนแรง รวมไปถึงการติดเชื้อรุนแรง 

ส่วนมากแพทย์จะดำเนินการรักษาเหล่านี้ผสมกันไป และจะติดตามอาการของผู้ป่วยไปตลอดการรักษา จึงควรไปพบแพทย์ตามนัดหมายตามนัด หากรู้สึกว่าการรักษาที่ทำอยู่ไม่ได้ผลหรือประสบกับผลข้างเคียงจากการรักษาที่รุนแรงเกินรับไหว ควรปรึกษาแพทย์ทันที ไม่ต้องรอให้ถึงเวลานัด

การอยู่ร่วมกับโรคสะเก็ดเงิน

แม้ว่าโรคสะเก็ดเงินจะสร้างความระคายเคืองเล็กน้อยกับผู้ป่วยบางคน แต่ในผู้ป่วยบางรายก็อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างร้ายแรงได้ คุณสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้เพื่อรับมือกับโรคนี้ได้อย่างเหมาะสมถูกต้อง

  • ดูแลตนเองตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อเสริมสร้างร่างกายและจิตใจให้แข็งแรงตลอดเวลา ป้องกันโรคภัยหรืออุบัติเหตุ และจัดการกับโรคภัยทั้งแบบเล็กน้อยกับระยะยาว ผู้ที่ป่วยโรคสะเก็ดเงินระยะยาวที่ดูแลตัวเองดีจะมีชีวิตยืนยาวขึ้น มีความเจ็บปวดลดน้อยลง มีภาวะทางจิตน้อยลง เหน็ดเหนื่อยยากขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งยังอาจทำให้มีความกระฉับกระเฉงเพิ่มขึ้น
  • ติดตามการรักษา ผู้ป่วยต้องดำเนินการรักษาตามที่แพทย์กำหนดแม้ว่าภาวะสะเก็ดเงินจะดีขึ้นแล้ว การดำเนินการรักษาต่อเนื่องจะช่วยป้องกันไม่ให้อาการกำเริบขึ้น และหากมีคำถามหรือความกังวลเกี่ยวกับการรักษาที่ยาวนานหรือมีผลข้างเคียงจากการรักษา ให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายสม่พเสมอ เนื่องจากผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินจะมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทั้งนี้การออกกำลังกายและการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่ในผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินเท่านั้น ทั้งยังช่วยบรรเทาความเครียด ทำให้ภาวะสะเก็ดเงินของคุณดีขึ้น
  • พูดคุยระบายกับผู้อื่นบ้าง ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินหลายรายรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้พบปะกับผู้ป่วยที่ประสบกับอาการป่วยเดียวกัน หรืออาจคุยหับทีมแพทย์เพื่อเพิ่มความมั่นใจ ลดความโดดเดี่ยว และรับคำแนะนำต่างๆ มาปรับใช้กับการใช้ชีวิตอยู่กับโรคสะเก็ดเงิน

ผลกระทบทางอารมณ์จากโรคสะเก็ดเงิน

เนื่องจากธรรมชาติของโรคสะเก็ดเงินที่มีต่อรูปลักษณ์ ทำให้ผู้ป่วยส่วนมากมีความมั่นใจในตนเองต่ำและมีภาวะวิตกกังวล ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะของโรคสะเก็ดเงินรุนแรงขึ้น คุณสามารถปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลหรือแพทย์ผิวหนังได้หากมีความกังวลหรือปัญหาทางอารมณ์ที่เกิดจากโรคสะเก็ดเงิน

โรคสะเก็ดเงินข้ออักเสบคืออะไร?

ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินบางรายอาจกลายเป็นโรคสะเก็ดเงินข้ออักเสบได้ ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้เกิดอาการกดเจ็บ เจ็บปวด บวมที่ข้อต่อและเนื้อเยื่อเชื่อมต่อต่างๆ ภาวะนี้มักส่งผลกับตอนปลายของนิ้วมือและนิ้วเท้า ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการที่หลังส่วนล่าง ลำคอ ข้อเข่าได้ด้วย และส่วนมากจะกลายเป็นโรคสะเก็ดเงินข้ออักเสบหลังจากเป็นโรคสะเก็ดเงินแล้ว แต่ก็มีประมาณ 20% ที่เกิดโรคนี้ขึ้นก่อนที่จะถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคสะเก็ดเงิน

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีทดสอบหาโรคสะเก็ดเงินข้ออักเสบที่เฉพาะเจาะจง มีเพียงการวินิจฉัยด้วยกรรมวิธีต่างๆ ผสานกัน รวมไปถึงการตรวจสอบประวัติทางการแพทย์ การตรวจร่างกาย การตรวจเลือด การเอกซเรย์ และการสแกน MRI หากคุณเป็นโรคสะเก็ดเงินคุณจะต้องเข้าประเมินร่างกาย เพื่อหาสัญญาณของโรคสะเก็ดเงินข้ออักเสบเป็นประจำทุกปี หากแพทย์คาดว่าคุณเป็นโรคสะเก็ดเงินข้ออักเสบ คุณจะถูกส่งไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านข้อต่อ เพื่อรับยารักษาต้านการอักเสบหรือยาต้านโรครูมาตอยด์ต่อไป

การมีบุตรขณะเป็นโรคสะเก็ดเงิน

โรคสะเก็ดเงินไม่ส่งผลต่อความสามารถในการมีบุตร ผู้หญิงที่ป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงินสามารถตั้งครรภ์ได้ตามปกติโดยที่บุตรที่คลอดออกมาจะมีสุขภาพดีสมบูรณ์ แต่บางคนจะมีภาวะของโรคสะเก็ดเงินดีขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์หรือบางคนอาจจะมีอาการทรุดลงแทน

อย่างไรก็ตามคุณควรปรึกษาแพทย์หากคุณต้องการมีบุตร เนื่องจากการรักษาโรคสะเก็ดเงินบางวิธีจะส่งผลอันตรายต่อการมีบุตร ทำให้อาจต้องคุมกำเนิดไปก่อน ซึ่งข้อห้ามนี้ส่งผลต่อทั้งผู้ชายและผู้หญิงขึ้นอยู่กับกระบวนการรักษาที่ดำเนินการ แพทย์จะแนะนำวิธีการที่ดีที่สุดที่ใช้ควบคุมอาการของโรคสะเก็ดเงินในกรณีที่ผู้ป่วยอยากมีบุตร

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

โรคสะเก็ดเงินที่เล็บรักษาไม่หายจริงหรอค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โรคสะเก็ดเงินรักษาอย่างไรให้หายขาด
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เป็นโรคสะเก็ดเงินค่ะ ทำยังไงจึงหาย
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โรคสะเก็ดเงินทำให้โครงหน้าเปลี่ยนใช่ไหมคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
โรคเรื้อนกวางเป็นโรคติดต่อมั้ยค่ะแล้วควรรักษายังไงค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่