Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

โลนคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,549,849 คน

อาการคันบริเวณผิวหนังและขนรอบอวัยวะเพศอาจมีสาเหตุมาจากโลน แต่ไม่ใช่อาการที่ร้ายแรง และสามารถรักษาให้หายขาดได้

โลนคืออะไร

โลน (Pediculosis Pubis หรือ Pubic Lice) เป็นปรสิตขนาดเล็กที่มีลักษณะคล้ายปู มักอาศัยอยู่บนผิวหนังและขนบริเวณรอบอวัยวะเพศ สามารถแพร่กระจายได้ง่ายในระหว่างมีเพศสัมพันธ์

โลนที่พบตามขนอวัยวะเพศมีวงจรชีวิตอย่างไร

  • โลนที่พบตามขนอวัยวะเพศสามารถพบได้ทั้งตัวผู้และตัวเมีย
  • โลนตัวผู้จะตายลงหลังจากมีการผสมพันธุ์ ส่วนโลนตัวเมียจะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 25-30 วัน
  • โลนตัวเมียจะเริ่มวางไข่ไปตามเส้นขน โดยทั่วไปแล้วโลน 1 ตัวจะสามารถวางไข่ได้อย่างน้อย 30 ฟอง
  • หลังจากนั้น 7 วันไข่จะฟักตัวออกมา
  • โลนจะใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ในการพัฒนาจากตัวอ่อนเป็นตัวเต็มวัย และพร้อมจะผสมพันธุ์ได้ต่อไป

การแพร่กระจายของโลน

ปกติแล้วโลนมักจะติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพราะตัวโลนจะเคลื่อนที่จากขนของคนหนึ่งไปยังขนของอีกคนได้ง่ายขึ้น เมื่ออวัยวะเพศของทั้งสองสัมผัส หรืออยู่ใกล้กันมาก หรือได้รับตัวโลนที่ขนบริเวณอื่นก็ได้ เช่น ขนตา ขนคิ้ว ขนหน้าอก ขนรักแร้ หรือแม้แต่หนว และเครา เป็นต้น

นอกจากการสัมผัสอย่างใกล้ชิดกันแล้ว โลนยังสามารถติดต่อกันได้ผ่านการใช้เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว หรือเตียงของผู้ที่เป็นได้อีกด้วย (โลนสามารถมีชีวิตอยู่นอกร่างกายได้ 1-2 วัน) อย่างไรก็ตาม โลนไม่แพร่กระจายผ่านการสัมผัสแบบผิวเผิน เช่น การจับมือกัน หรือกอดกัน และมีโอกาสน้อยมากที่ติดจะโลนจากฝารองชักโครก เนื่องจากโลนไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานนอกร่างกายมนุษย์ และไม่สามารถเกาะบนพื้นผิวที่เรียบๆ ได้

แม้ว่าโลนจะชอบอยู่ตามบริเวณที่เป็นขน แต่พวกมันก็ไม่ได้ชอบเส้นผมบนหนังศีรษะ เนื่องจากโลนเป็นสิ่งมีชีวิตคนละชนิดกับเหา และใช้ชีวิตต่างกัน ดังนั้นจะไม่มีการติดโลนบนเส้นผม และเหาก็จะไม่ปรากฏขึ้นในบริเวณอวัยวะเพศเช่นกัน

ลักษณะอาการเมื่อมีโลนอยู่บนร่างกาย

ปกติจะแสดงอาการหลังจากติดโลนประมาณ 1 สัปดาห์เป็นต้นไป โดยบางคนอาจจะไม่มีอาการใดๆ หรือคิดว่าอาการคันเกิดจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่เกิดจากโลน เช่น ผื่นคัน 

อาการที่พบมากคือ อาการคันอย่างรุนแรงบริเวณอวัยวะเพศ เกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายต่อการกัดของตัวโลน แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงอื่นๆ แต่อย่างใด

อาการของโลน ได้แก่

  • มีอาการคันมากในบริเวณอวัยวะเพศ
  • สังเกตเห็นแมลงตัวเล็กมากๆ ตามขนที่อวัยวะเพศ มีสีน้ำตาลอ่อน หรือสีเทาขาว และมีลักษณะคล้ายปูตัวเล็กๆ หากมีสีเข้มขึ้นเมื่อไหร่ แสดงว่าโลนตัวนั้นได้กินเลือดเข้าไปแล้ว
  • ไข่ตัวโลนจะเกาะอยู่ด้านล่างโคนขนที่อวัยวะเพศ มีขนาดเล็กมาก และยากที่จะมองเห็น โดยจะมีลักษณะเป็นรูปไข่ มีสีเหลือง สีขาว หรือสีม่วง อยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนหลายๆ ใบ
  • จุดสีเข้มหรือสีฟ้าบนผิวหนังเป็นรอยจากการกัดของโลน
  • รู้สึกเป็นไข้ อ่อนแรง หรือหงุดหงิดกระสับกระส่าย

การตรวจโลน

คนทั่วไปมักจะทราบว่ามีโลนก็ต่อเมื่อมีอาการคันที่บริเวณอวัยวะเพศ และสังเกตเห็นตัวโลน หรือเห็นกลุ่มไข่เล็กๆ ที่ติดอยู่บนโคนขนอวัยวะเพศ หากคุณมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่ผ่านมาแล้วไม่แน่ใจว่าตนเองมีโลนหรือเปล่า สามารถไปตรวจที่โรงพยาบาลหรือคลินิกใกล้บ้านได้ โดยเมื่อพบโลนแล้ว แพทย์อาจจะตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ร่วมด้วย

การรักษาโลน

โลนเป็นเรื่องง่ายในการรักษา โดยปกติแล้วสามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล คลินิก หรือซื้อยาจากเภสัชกรตามร้านขายยาได้โดยไม่ต้องมีสั่งใบสั่งยาจากแพทย์ ตัวยาพื้นฐานที่ใช้รักษาโลนนั้น จะมาในรูปแบบยาทา หรือแชมพู โดยคุณควรทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด และอาจจำเป็นต้องใช้ยานั้นซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้ง

หากมีอาการที่รุนแรงขึ้น สามารถเข้าพบแพทย์เพื่อรับยาที่แรงขึ้นในการรักษาโลนแบบอื่นๆ เช่น หากมีโลนที่ขนคิ้ว หรือขนตา คุณจำเป็นต้องได้รับการรักษาเป็นพิเศษจากแพทย์เท่านั้น และยิ่งหากคุณกำลังตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาใดๆ

สิ่งเดียวที่จะกำจัดโลนได้คือ ยาที่ฆ่าตัวโลนโดยตรง การรักษาเสริมอื่นๆ เช่น การอาบน้ำร้อน หรือโกนขนทิ้งไม่สามารถกำจัดต้นตอของสาเหตุไปได้ นอกจากนี้ยาบรรเทาอาการคันทั่วไปสามารถช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้ แต่ไม่สามารถรักษาโลนให้หายขาด

วิธีกำจัดโลนให้หายขาด

  • หลังจากเสร็จสิ้นการรักษาด้วยยาแล้ว ส่วนใหญ่ไข่โลนจะติดค้างอยู่ตามขน ให้ใช้หวีละเอียดสางออกไป
  • ล้างหรือซักแห้งผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว และเสื้อผ้าทั้งหมดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ โดยใช้น้ำอุ่น และผึ่งให้แห้งกลางแดด หรืออบแห้งเป็นเวลาอย่างน้อย 20 นาที
  • หากไม่สามารถซักได้ ให้ใส่ถุงเก็บไว้เป็นเวลา 2 สัปดาห์ หรือจนกว่าโลนและไข่โลนจะตายลง
  • ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์หรือการสัมผัสใกล้ชิดใดๆ จนกว่าจะเสร็จสิ้นการรักษาและหายขาดดี ในช่วงเวลานี้ก็ควรตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ร่วมด้วย
  • ถ้ายังคงเห็นโลนอยู่หลังจากเสร็จสิ้นการใช้ยาไปแล้วประมาณ 9-10 วัน ให้เริ่มรักษาใหม่อีกครั้ง และให้แน่ใจว่าได้ล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่สัมผัส รวมถึงคู่นอนก็ต้องเข้ารับการรักษาด้วย แต่ถ้าโลนยังคงไม่หายไปอีก คุณควรเข้ารับการตรวจรักษาโดยแพทย์

วิธีป้องกันการติดโลน

โลนสามารถแพร่กระจายได้อย่างง่ายดายในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ แม้ว่าจะใช้ถุงยางอนามัยอยู่ก็ตาม วิธีป้องกันเพียงหนึ่งเดียวที่มั่นใจได้หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์คือ การไม่สัมผัสอย่างใกล้ชิด ถึงแม้ว่าโลนจะดูเหมือนเป็นเรื่องน่ากลัว แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเครียดหรือวิตกกังวลมากนัก เพราะรักษาได้ง่าย และไม่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่รุนแรง

ถุงยางอนามัยเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ แม้ว่าจะไม่ได้ปกป้องจากการติดโลน การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยจึงควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง และควรได้รับการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

หากคนที่คุณรู้จักติดโลน ให้หลีกเลี่ยงการใช้เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว และเตียงเดียวกันกับพวกเขาจนกว่าจะเสร็จสิ้นการรักษา และต้องมั่นใจว่าสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ถูกทำความสะอาดหมดแล้ว หากคุณมีเพศสัมพันธ์กับพวกเขาในเดือนก่อนหน้าให้ใช้ยารักษาร่วมด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีการติดโลนกลับไปกลับมาระหว่างคนสองคน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความต่อไป
อาการ
อาการ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถ้าตังครรภ์ สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้หรือไม มีผลกระอย่างไรบ้าง
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
หลังผ่าคลอด 6 เดือนแล้ว ทำไมเวลามีเพศสัมพันธ์ถึงรู้สึกเจ็บคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ผู้หญิงควรจะฉีดยาเผื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูกหรือไม่หากสมควรจะฉีดควรจะฉีดเมื่อใดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
อายุ43 มีเพศสัมพันธ์แล้วไม่ถึง3เดือน จึงไปฉีดวัคซีนกันมะเร็งปากมดลูก จะป้องกันได้มากแค่ไหนคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
โรคมะเร็งปากมดลูกมีวิธีป้องกันอย่างไรบ้างค่ะเกิดขึ้นในช่วงอายุเท่าไรค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
มีลูกยากมีวิธีแก้ไหม
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป