Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

ภาวะช็อก (Shock)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,037,401 คน

ภาวะช็อก อาจหมายถึงภาวะช็อกทางจิตวิทยาหรือทางกายภาพก็ได้ โดยภาวะช็อกทางจิตวิทยานั้นมักเกิดจากการเผชิญกับเหตุการณ์รุนแรงหรือสะเทือนขวัญ มีชื่อเรียกว่าภาวะเครียดเฉียบพลัน (Acute Stress Disorder) ซึ่งภาวะช็อกประเภทนี้เป็นผลจากการตอบสนองทางอารมณ์หรือทางร่างกายที่รุนแรงมาก

ส่วนภาวะช็อกทางกายภาพเกิดจากการไหลเวียนของระบบโลหิตในร่างกายที่ไม่เพียงพอจะช่วยในการทำงานของอวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ ได้อย่างที่ควรจะเป็น ภาวะช็อกทางร่างกายสามารถเกิดได้จากการบาดเจ็บหรือภาวะอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการไหลเวียนโลหิตก็ได้ ทำให้อวัยวะต่างๆ ล้มเหลว หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

ภาวะช็อกมีกี่ประเภท?

ภาวะช็อกมีอยู่หลายชนิด โดยแยกเป็น 4 ประเภทหลักตามสาเหตุที่ส่งผลต่อการไหลเวียนโลหิต และทุกชนิดสามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ทั้งนั้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. ภาวะช็อกจากการอุดกั้นนอกหัวใจ (Obstructive Shock) เกิดจากการที่เลือดไม่มีตำแหน่งที่จะไหลไปได้ เกิดขึ้นได้เมื่อมีอากาศหรือของเหลวสะสมในโพรงปอด เช่น
    • ภาวะปอดรั่ว (Pneumothorax)
    • ภาวะเลือดออกในเยื่อหุ้มปอด (Hemothorax)
    • ภาวะบีบรัดหัวใจ (Cardiac Tamponade)
  2. ภาวะช็อกจากโรคหัวใจ (Cardiogenic Shock) เกิดจากความเสียหายที่หัวใจ ส่งผลให้ปริมาณเลือดที่ไหลเวียนไปเลี้ยงร่างกายลดลง มักเกิดจากความเสียหายที่กล้ามเนื้อหัวใจ หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ และหัวใจเต้นช้าเกิน
  3. ภาวะช็อกจากปริมาณเลือดลดลง (Distributive Shock) เกิดจากหลอดเลือดเปิดออกและเริ่มอ่อนตัวลง ทำให้ความดันของเลือดลดน้อยลงจนไม่สามารถไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้เพียงพอ ภาวะช็อกประเภทนี้มักทำให้เกิดอาการหน้าแดง ความดันโลหิตต่ำ และหมดสติ ทั้งนี้ภาวะช็อกจากปริมาณเลือดลดลงยังสามารถแยกได้อีกหลายประเภท ดังนี้
    • ภาวะช็อกจากปฏิกิริยาภูมิแพ้เฉียบพลัน (Anaphylactic shock) เป็นภาวะแทรกซ้อนจากปฏิกิริยาแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) เกิดจากการที่ร่างกายเข้าใจผิดคิดว่าสิ่งที่ไม่เป็นอันตรายเป็นของผิดแปลก จนทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิต้านทานชนิดรุนแรงขึ้นมา มักมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารที่แพ้ การถูกพิษของแมลง และการรับประทานยาที่แพ้
    • ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Septic shock) เป็นภาวะช็อกที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในเลือด จึงทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงขึ้นที่เนื้อเยื่อหรืออวัยวะในร่างกาย
    • ภาวะช็อกทางระบบประสาท (Neurogenic shock) เกิดจากความเสียหายที่ระบบประสาทส่วนกลางที่มักมีสาเหตุมาจากการบาดเจ็บที่ไขสันหลัง ภาวะนี้จะทำให้หลอดเลือดหดตัวลงและทำให้ผิวหนังอุ่นหรือแดงขึ้น หัวใจเต้นช้าลง และความดันโลหิตลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว
  4. ภาวะช็อกจากการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ (Hypovolemic Shock) เกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดไม่มีเลือดเพียงพอต่อการขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย ภาวะนี้อาจเกิดจากการสูญเสียเลือดปริมาณมาก เช่น การประสบอุบัติเหตุ หรืออาจเกิดจากภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงก็ได้

สัญญาณและอาการของภาวะช็อก

หากผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะช็อก อาจสังเกตอาการต่อไปนี้ได้ตั้งแต่หนึ่งอาการขึ้นไป

สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะช็อก

ทุกสิ่งที่ส่งผลต่อการไหลเวียนโลหิตทั่วร่างกาย สามารถทำให้เกิดภาวะช็อกขึ้นได้ เช่น

  • ปฏิกิริยาแพ้รุนแรง
  • การสูญเสียเลือดปริมาณมาก
  • ภาวะหัวใจล้มเหลว
  • การติดเชื้อในเลือด
  • ภาวะขาดน้ำ
  • การได้รับสารพิษ
  • การถูกไฟคลอก

การวินิจฉัยภาวะช็อก

ในขั้นตอนการวินิจฉัยภาวะช็อก สิ่งสำคัญอันดับแรกที่แพทย์ต้องปฏิบัติคือการรักษาชีวิตผู้ป่วย เพื่อให้มีการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงร่างกายให้เร็วและมากที่สุดเท่าที่ทำได้ ซึ่งอาจทำได้ด้วยการให้ของเหลว ยา เลือด และการดูแลประคับประคองอื่นๆ ไปพร้อมๆ กับการตรวจหาสาเหตุของภาวะช็อกที่เกิดขึ้น ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • การตรวจเลือด แพทย์อาจใช้วิธีการตรวจเลือดเพื่อตรวจสอบว่ามีการสูญเสียเลือดปริมาณมาก มีการติดเชื้อในเลือด และมีการใช้ยาเกินขนาดหรือไม่
  • การทดสอบถ่ายภาพ แพทย์อาจพิจารณาให้มีการถ่ายภาพร่างกายเพื่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บหรือความเสียหายที่เนื้อเยื่อและอวัยวะภายใน เช่น ภาวะกระดูกร้าว อวัยวะฉีกขาด หรือกล้ามเนื้อฉีกขาด เป็นต้น โดยอาจมีการถ่ายภาพด้วยวิธีดังต่อไปนี้
    • การอัลตราซาวด์ (Ultrasound)
    • การเอกซเรย์ (X-ray)
    • การสแกนคอมพิวเตอร์ (CT Scan)
    • การสแกนคลื่นสะท้อนแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI Scan)

การรักษาภาวะช็อก

หากคาดว่าคนใกล้ชิดมีภาวะช็อก ให้รีบติดต่อโรงพยาบาล หรือโทรสายด่วน 1669 เพื่อเรียกรถฉุกเฉิน และทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ทันที

  • หากผู้ป่วยหมดสติ ให้ตรวจสอบการหายใจและดูว่าหัวใจยังเต้นอยู่หรือไม่ หากผู้ป่วยยังหายใจอยู่ ให้จัดร่างกายผู้ป่วยให้นอนหงาน ยกขาให้สูงขึ้น เพื่อให้เลือดไหลไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญ และหาผ้ามาห่มให้ผู้ป่วยไว้ ซึ่งในระหว่างนี้ต้องคอยตรวจสอบการหายใจของผู้ป่วยอยู่เสมอ จนกว่าความช่วยเหลือจะมาถึง
  • หากผู้ป่วยไม่หายใจหรือไม่มีการเต้นของหัวใจ ให้ทำ CPR ทันที

อ่านเพิ่มเติม: วิธีทำ CPR

หากสงสัยว่าผู้ป่วยมีการบาดเจ็บที่ศีรษะ คอ หรือหลัง พยายามอย่าเคลื่อนไหวร่างกายผู้ป่วย แต่ถ้าผู้ป่วยมีบาดแผลที่มองเห็นได้ หรือคาดว่าผู้ป่วยมีภาวะช็อกที่เกิดจากอาการภูมิแพ้ ให้สอบถามผู้ป่วยว่ามียาอิพิเนฟริน (Epinephrine Auto-injector) ติดตัวหรือไม่ ถ้ามีให้รีบฉีดให้ผู้ป่วยทันที แล้วอยู่เป็นเพื่อนผู้ป่วยจนกว่าความช่วยเหลือจะมาถึง

เมื่อผู้ป่วยไปถึงโรงพยาบาล แผนการรักษาภาวะช็อกของแพทย์จะขึ้นอยู่กับสาเหตุ ซึ่งภาวะช็อกแต่ละประเภทจะมีวิธีรักษาแตกต่างกันออกไป เช่น

  • ใช้ Epinephrine กับยาอื่นๆ ในการรักษาภาวะช็อกจากภูมิแพ้รุนแรง
  • ถ่ายเลือดเพื่อชดเชยเลือดที่เสียไป ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะช็อกจากการสูญเสียน้ำและเกลือแร่
  • ผ่าตัดหัวใจ หรือใช้ยาบางชนิดเพื่อรักษาภาวะช็อกจากโรคหัวใจ
  • ใช้ยาปฏิชีวนะรักษาภาวะช็อกจากเหตุเลือดเป็นพิษ

การป้องกันภาวะช็อก

ภาวะช็อกบางประเภทและบางกรณีสามารถป้องกันได้ เช่น

  • หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภูมิแพ้รุนแรง ให้พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งเร้าที่ทำให้เกิดอาการแพ้ และพกยาฉีด Epinephrine ไว้กับตัวตลอด เมื่อมีสัญญาณของอาการแพ้ให้รีบใช้ยาฉีดทันที
  • ลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียเลือดจากการบาดเจ็บ โดยสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันก่อนเล่นกีฬา หรือก่อนใช้งานเครื่องมืออันตรายต่างๆ
  • ลดโอกาสการเกิดความเสียหายที่หัวใจด้วยการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือดมควันบุหรี่มือสอง

ที่มาของข้อมูล

April Khan, shock (https://www.healthline.com/symptom/shock), 27 กรกฎาคม 2018

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่