ไบโพลาร์ชนิดอ่อน (Cyclothymia) คืออะไร

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 1, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 171,143 คน

Cyclothymia เป็นโรคอารมณ์สองขั้ว (bipolar disorder) ชนิดอ่อน ๆ บางครั้งเรียกว่า Cyclothymic disorder ทั้ง Cyclothymia และ Bipolar ต่างมีลักษณะคืออารมณ์ที่แปรปรวนขึ้น ๆ ลง ๆ ตั้งแต่ช่วงที่มีอารมณ์ครื้นเครง ร่าเริงเกินปกติ (mania) จนไปถึงอารมณ์ซึมเศร้า (depression) โดยมีช่วงเวลาที่ปกติบ้างเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ความแตกต่างระหว่าง cyclothymia กับ bipolar แยกกันที่ความรุนแรงของตัวโรค ผู้ป่วยโรค Bipolar จะมีอาการที่รุนแรงกว่า คือมีภาวะโรคซึมเศร้า และอาการของ mania ในขณะนี้ผู้ป่วย Cyclothymia จะมีภาวะซึมเศร้าและ mania ที่อ่อนกว่า สำหรับโรค Cyclothymia แล้ว อาการก็คงเหมือนเวลาที่คุณผ่านวันที่ดี และวันที่แย่ ๆ สลับกันไป เพียงแต่ว่าอารมณ์แปรปรวนขึ้น ๆ ลง ๆ จะเป็นไปอย่างนี้ และแทบจะไม่มีช่วงเวลาที่อารมณ์ปกติเลย

อาการของ Cyclothymia

นอกจากอารมณ์ที่แปรปรวนขึ้นลงไปมาแล้วนั้น เกณฑ์การวินิจฉัยอื่น ๆ ได้แก่

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

คลิก
  • คุณมีอารมณ์ที่แปรปรวนขึ้น ๆ ลง ๆ มานานอย่างน้อย 2 ปี
  • เกิดผลกระทบต่อการทำงาน หรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้างอย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วง 2 ปี
  • ช่วงที่คุณไม่มีอาการนั้นน้อยกว่า 3 เดือน
  • อาการไม่เข้ากับเกณฑ์วินิจฉัยโรค bipolar

Cyclothymia VS Bipolar disorder อะไรคือความแตกต่างระหว่าง 2 โรคนี้

มีเพียงแต่แพทย์เท่านั้นที่จะสามารแยกความแตกต่างระหว่าง cyclothymia และ bipolar ได้อย่างชัดเจน โดยทั่วไปแล้วอาการซึมเศร้าในโรค bipolar นั้นจะมีการรบกวนการทำงานต่าง ๆ อยู่ด้วย Bipolar อาการจะเป็นอยู่นาน และส่งผลบั่นทอนคุณภาพชีวิตเป็นอย่างมาก อาการหลายอย่างใน Bipolar สามารถเกิดได้ในช่วงอารมณ์ซึมเศร้า ของ Cyclothymic เพียงแต่ว่าอาการใน Cyclothymic จะรุนแรงน้อยกว่า (แม้ว่าจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิต หรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้างแล้วก็ตาม) อารมณ์ซึมเศร้าใน Cyclothymia จะคงอยู่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ และมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันน้อยกว่า
ส่วนอาการ mania ในโรค bipolar นั้นตรงข้ามกับภาวะโรคซึมเศร้าโดยสิ้นเชิง แต่ก็สามารถทำลายสุขภาพร่างกายได้ไม่ต่างกัน อาการ mania จะเริ่มด้วยความรู้สึกที่อิ่มเอิบ เคลิ้มสุข และ ไม่อาจทำลายได้ ความรู้สึกที่รู้สึกว่าเป็น ที่สุดของโลกนี้ ซึ่งจะนำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ เช่น ขับรถเร็ว การเสพยา หรือ แอลกอฮอล์ คนที่มีอาการ manic อาจจะสามารถไม่นอนได้ติดต่อกัน 2 วัน พูดเร็วขึ้นโดยเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปอย่างรวดเร็ว และไม่สัมพันธ์กัน ในขณะที่คนที่มีอาการ hypomania ใน Cyclothymia จะมีอาการน้อยกว่า และเป็นระยะสั้นกว่า อาการนั้นรุนแรงน้อยมากจนแทบจะเหมือนปกติ เช่น นอนน้อยลง พูดคุยมากขึ้น รู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น

ผู้ป่วย Cyclothymia หลายคนสามารถมีชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยไม่รับการรักษา แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญที่คนรอบตัวควรจะสำรวจและคอยสังเกตดูอาการ เนื่องจาาก 1/3 ถึง 1/2 ของผู้ป่วย Cyclothymia สามารถดำเนินโรคเป็นโรค Bipolar ได้ โดยการดำเนินโรคนี้มีโอกาสสูงขึ้นในผู้ป่วยที่มีประวัติโรค Bipolar ในครอบครัว แม้ว่าการรักษาในเชิงป้องกันจะยังไม่ทราบแน่ชัด แต่นักวิจัยต่างเชื่อว่าการเริ่มรักษา Cyclothymia ให้เร็วที่สุดสามารถที่จะป้องกันการดำเนินโรคเป็นโรค Bipolar ได้

การรักษา cyclothymia

ณ ปัจจุบันไม่มีการรักษาที่แน่ชัดสำหรับ Cyclothymia ยาที่ใช้รักษาโรค Bipolar เช่น กลุ่มยาควบคุมอารมณ์ (Mood stabilizers) ก็ไม่สามารถรักษาให้ Cyclothymia ดีขึ้นเสมอไป ที่พบได้บ่อยสำหรับการรักษา Cyclothymia คือ การพูดคุยบำบัดกับนักจิตวิทยา (Talk therapy) โดยมีหลักการคือช่วยให้ตัวผู้ป่วยเองเข้าใจถึงสาเหตุที่อาจจะเป็นตัวกระตุ้นให้อาการอารมณ์แปรปวนนั้นแย่ลงหรือเป็นมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น อารมณ์ที่แปรปรวนนั้นสามารถถูกกระตุ้นได้จากการนอนหลับไม่เพียงพอ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการเดินทางที่ต้องผ่านหลายโซนเวลา แสงบำบัด (Light therapy) ก็เป็นอีกทางที่ใช้รักษา Cyclothymia ได้ด้วยความช่วยเหลือจากทีมผู้เชี่ยวชาญ เริ่มจากการพบแพทย์ เพื่อที่คุณจะได้เรียนรู้การจัดการกับอารมณ์ และใช้ชีวิตโดยปราศจาก Cyclothymia ได้อย่างมากที่สุด

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

อยากทราบวิธีป้องกันอาการปวดก่อนมีประจำเดือน
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
อาการของโรคซึมเศร้าข้างต้นเริ่มแบบไหน
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โรคซึมเศร้า มีอาการยังไงค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เสื่อมสมรรถถาพทสงเพศ พื้นฟูได้กรือไม่
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โรคซึมเศร้ารึกษาให้หายขาดได้หรือไม่
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การลดลงของฮอโมนหลังหมดประจำเดือน ในผู้หญิงวัย 50 ปีขึ้นไป ทำให้เกิดอาการ แสบร้อน ในร่างกาย วูบวาบ เหนื่อย เมื่อย อ่อนเพลีย หนาวภายในร่างกาย ควรจะเริ่มตรวจจากตรงไหนคับ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่