โรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis) คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ต.ค. 15, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

หากอาการเจ็บป่วยนี้ไม่ได้รับการรักษาก็อาจนำไปสู่การเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

ในผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี โครงสร้างที่เป็นพวงและมีขนาดเล็กที่เรียกว่า diverticula นี้มักจะก่อตัวอยู่ในทางเดินอาหาร ถ้าลำไส้ diverticula เหล่านี้ติดเชื้อหรืออักเสบ อาการป่วยที่เรียกว่าถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ diverticulitis ก็จะสามารถก่อตัวขึ้นได้ โรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบอาจสร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ป่วยได้และหากไม่ได้รับการรักษาก็อาจนำไปสู่โรคแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ ข้อมูลจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) มีคนที่มีลำไส้ ซึ่งกำลังพัฒนาให้กลายเป็นโรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบมากถึง 25% และครึ่งหนึ่งของคนอเมริกันจะมีการก่อตัวของลำไส้ diverticula เมื่อพวกเขามีอายุ 60 ปี

สาเหตุ 

Diverticula จะก่อตัวขึ้นเมื่อชั้นเนื้อเยื่ออ่อนภายในของลำไส้สส่งผ่านมายังภายนอกซึ่งเรียกว่า ชั้นกล้ามเนื้อ ก่อตัวเป็นเหมือนกับกระเป๋าหรือกระพุ้งเป็นพวง ซึ่งลักษณะดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้บ่อยที่สุดในตำแหน่งที่กล้ามเนื้อของลำไส้อ่อนแอที่สุด โดยเฉพาะในลำไส้ใหญ่ (sigmoid colon)

Diverticula ส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตรายและอาจปรากฏให้เห็นได้เวลาไปตรวจสุขภาพ เช่น การ X-rays หรือการส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารส่วนล่าง colonoscopies ถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีอาการใดๆ เลยก็ตาม ยังไม่มีต้นตอที่แน่ชัดว่าเหตุใด diverticula จึงก่อตัวขึ้น ถึงแม้ว่างานวิจัยบางงานแนะนำว่าคนที่ทานอาหารไฟเบอร์ต่ำมีแนวโน้มที่จะพัฒนา diverticula มากกว่าคนที่กินอาหารมีไฟเบอร์สูงก็ตาม

การทานอาหารไฟเบอร์ต่ำตลอดอาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ ซึ่งในทางกลับกันแล้วสามารถทำให้ความดันในระบบทางเดินอาหารสูงขึ้นได้และเกิดการรัดของกล้ามเนื้อลำไส้ขณะที่ลำไส้มีการเคลื่อนไหวได้ เชื่อกันว่าการที่เกิดทั้งความดันและการรัดนี้จะทำให้กล้ามเนื้อลำไส้อ่อนแออย่างต่อเนื่องและกล้ามเนื้อที่อ่อนแอนี้ส่งผลให้ง่ายต่อการสร้าง diverticula การศึกษาหลายๆ งานได้โยงการสร้างพวง diverticula เหล่านี้กับ

  • โรคอ้วน
  • การบริโภคเนื้อแดง
  • มีพฤติกรรมแน่นิ่งหรือเคลื่อนไหวน้อย (Sedentary behavior)

แพทย์และนักวิจัยยังไม่แน่ใจว่า สาเหตุใดที่ทำให้ diverticula เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ แต่พวกเขาได้ระบุถึงสาเหตุที่น่าจะเป็นไปได้หลายประการ

ทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางที่สุดคือการที่ความดันในลำไส้ใหญ่เพิ่มสูงขึ้น โดยเกิดจากอาการท้องผูกหรือปัญหาเกี่ยวกับการย่อยอาหารอื่นๆ ซึ่งสามารถนำไปสู่การฉีกขาดของผนังของถุง diverticulum แบคทีเรียหรือสิ่งปฏิกูลหนักๆ ในอุจจาระที่อยู่ในลำไส้สามารถฝังอยู่ในถุง diverticulum ได้และเป็นเหตุให้เกิดการอักเสบหรือการติดเชื้อ

เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่ทฤษฎีสุดท้ายนี้อธิบายว่าทำไมแพทย์ทั้งหลายจึงแนะนำไม่ให้คนที่มีโรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (มี diverticula) กินถั่ว เมล็ดพืชต่างๆ หรือป๊อปคอร์น ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าจะเป็นตัวปิดกั้นช่องของ diverticula และจะไปจุดชนวนให้เกิดการอักเสบของถุงผนังลำไส้ใหญ่ได้

อย่างไรก็ตาม การวิจัยยังไม่เคยพิสูจน์ให้เห็นว่าการทานอาหารเหล่านี้จะเพิ่มความเสี่ยงในการพัฒนาให้เกิดโรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบจริงหรือไม่ ดังนั้นแพทย์จึงไม่ได้เตือนคนไข้ให้เลิกกินอาหารดังกล่าวอีกแล้ว ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ไม่ได้เกิดจากอาหารซึ่งสามารถเพิ่มแนวโน้มในการเกิดโรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ ได้แก่

  • อายุ
  • ระดับของเซโรโทนิน ในสมองลดลง
  • พันธุกรรม
  • โรคอ้วน
  • ไม่ได้ออกกำลังกาย
  • การสูบบุหรี่

ยาหลายตัวก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเสี่ยงของโรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ ได้แก่

  • สเตอรอยด์
  • โอปิแอต (Opiates)
  • ยาต้านอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ที่นี่มีNicu เด็กคลอดก่อนกำหนดไหมคะ อายุครรภ์ 34 สัปดาห์ หนักประมาณ 1,700 กรัมคะถ้ามีคืนละประมาณเท่าไหร่คะ เผื่อเป็นทางเลือกในการตัดสินใจเพื่อมีเหตุฉุกเฉินต้องไปคลอดคะ เพราะว่าใกล้บ้านคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การทำงานของ Diverticula คืออะไรคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่