Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS

หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน NSTEMI (Acute Coronary Syndrome)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,458,450 คน

โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute Coronary Syndrome) จะเกิดขึ้นเมื่อเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจเกิดการอุดตัน เส้นเลือดดังกล่าวเรียกว่า "coronary" ทำหน้าที่นำเลือดที่มีออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ภาวะนี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ เนื่องจากการอุดตันของเส้นเลือด หรือการมีเลือดไปเลี้ยงหัวใจน้อย จะทำให้เกิดอันตรายต่อกล้ามเนื้อที่หัวใจ หากไม่มีเลือดไปเลี้ยงหัวใจในระยะเวลาหนึ่ง จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย

ผู้ที่มีการสะสมของไขมันในเส้นเลือดแดงจะทำให้เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โดยไขมันที่สะสมนั้นเกิดจากไขมัน cholesterol และสารอื่นๆ รวมกัน เกาะอยู่ภายในเยื่อบุผนังหลอดเลือดชั้นใน ภาวะนี้เรียกว่า ภาวะเส้นเลือดแดงแข็ง (atherosclerosis) และหากลิ่มเลือดอุดตันในเส้นเลือดใดเส้นเลือดหนึ่งซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการตีบมาก่อน จะทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจลดลงอย่างมาก หรือถูกตัดออกไปอย่างสิ้นเชิง 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

ประเภทของโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันสามารถแบ่งออกได้เป็นกลุ่มต่างๆ ตามความรุนแรง

  • STEMI (ST-segment elevation myocardial infarction) เป็นประเภทที่รุนแรงที่สุด ภาวะนี้เกิดจากการที่เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจเกิดการอุดตันทั้งหมด ทำให้มีกล้ามเนื้อหัวใจส่วนมากที่ไม่มีเลือดไปเลี้ยง และเริ่มตายลงอย่างรวดเร็ว หากรักษาไม่ทันเวลา อาจทำให้เสียชีวิตได้
  • NSTEMI (non-ST segment elevation myocardial infarction) เกิดเมื่อเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจเกิดการตีบอย่างมาก แต่ไม่ได้ถูกอุดตันทั้งหมด  โรคนี้มักทำให้เกิดความเสียหายต่อหัวใจน้อยกว่าแบบแรก
  • Silent heart attack ผู้ป่วยบางคนอาจเกิดหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันโดยที่มีอาการน้อยหรือไม่มีเลยได้ แต่ถึงแม้ว่าจะไม่มีอาการ แต่โรคนี้ก็ยังสามารถทำให้เกิดการทำลายกล้ามเนื้อหัวใจอย่างถาวรได้เช่นกัน

หัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและหัวใจหยุดเต้น

ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันมักถูกสับสนกับภาวะหัวใจหยุดเต้น ถึงแม้ว่าหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันจะสามารถทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นได้ แต่ก็ไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องเกิดหัวใจหยุดเต้นขณะที่มีหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

ภาวะหัวใจขาดเลือดกับโรคหัวใจ

ภาวะหัวใจขาดเลือดเกิดเมื่อมีการอุดตันเลือดที่ไหลไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ภาวะหัวใจขาดเลือดส่วนใหญ่เกิดขึ้นในคนที่เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจ ผู้ป่วยโรคนี้จะมีการสะสมของไขมันภายในเส้นเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ไขมันเหล่านี้เกิดจากการรวมตัวของทั้งไขมัน cholesterol และสารอื่นๆ ซึ่งเกิดขึ้นภายในหลอดเลือดแดง เมื่อเวลาผ่านไป ไขมันเหล่านี้ก็จะมีการหนาตัวขึ้นและทำให้เส้นเลือดแดงมีการตีบแคบลง ภาวะนี้มักเรียกว่าภาวะเส้นเลือดแดงแข็ง ซึ่งไขมันเหล่านี้อาจเกิดการแตก ทำให้เกิดลิ่มเลือดมายังบริเวณดังกล่าว เมื่อมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นในเส้นเลือดแดงที่ตีบแคบอยู่เดิม จะทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจผ่านไปไม่ได้ ทำให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือด เนื่องจากเลือดทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปยังหัวใจ ดังนั้นหากเลือดไม่สามารถเดินทางไปสู่หัวใจได้นานๆ ก็จะทำให้เกิดการตายของกล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนอย่างถาวร

สาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือด

ภาวะนี้อาจเกิดได้จากการบีบตัวอย่างรุนแรงของเส้นเลือดหัวใจ แต่พบได้น้อย หากมีเส้นเลือดหัวใจมีการบีบตัวอย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดการตัดไม่ให้มีเลือดไหลเวียนไปยังหัวใจได้ ซึ่งอาจเกิดในผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจหรือมีเส้นเลือดแดงแข็งอยู่เดิม และแม้ว่าจะไม่รู้แน่ชัดว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดการบีบตัวดังกล่าวนั้นเกิดจากอะไร แต่พบว่าการสูบบุหรี่ การมีความดันโลหิตสูงและการมีระดับ cholesterol สูงจัดเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดได้

ตัวกระตุ้นอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดการบีบตัวของเส้นเลือดหัวใจเช่น

  • ยาบางชนิดเช่นกลุ่มยากระตุ้นประสาทหรือยาเสพติด (โคเคน)
  • ภาวะถอนแอลกอฮอล์
  • ความเครียดทางอารมณ์อย่างรุนแรงและฉับพลัน
  • การได้รับอากาศเย็นจัด

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 อย่าง คือปัจจัยที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคหัวใจที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจที่คุณไม่สามารถควบคุมได้ประกอบด้วย

  • อายุ : ความเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดของคุณจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคุณมีอายุมากขึ้น ไม่ว่าคุณจะมีสุขภาพแข็งแรงขนาดไหนก็ตาม American Heart Association ได้กล่าวว่า ผู้ที่เสียชีวิตจากโรคหัวใจประมาณ 82% นั้นมีอายุ 65 ปีขึ้นไป
  • เพศ : ผู้ชายมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดได้ในอายุที่น้อยกว่าผู้หญิง ในผู้หญิง ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจนั้นจะเพิ่มขึ้นภายหลังจากเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน
  • ประวัติครอบครัว : การมีสมาชิกในครอบครัวที่ใกล้ชิด (เช่นพ่อแม่หรือพี่น้อง) เป็นโรคหัวใจหมายความว่าคุณจะมีแนวโน้มที่เกิดโรคนี้มากขึ้นเช่นกัน
  • เชื้อชาติ : ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจจะสูงขึ้นในกลุ่มคนเชื้อสายแอฟริกันอเมริกันมากกว่าชาวอเมริกันผิวขาว และชาวแม๊กซิกันอเมริกัน อินเดียนแดง ชนเผ่าพื้นเมืองของฮาวายและกลุ่มเอเชียนอเมริกันบางกลุ่มก็จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจที่สามารถปรับเปลี่ยนได้

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจที่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงได้ประกอบด้วย

  • การสูบบุหรี่ :ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีแนวโน้มที่เกิดโรคหัวใจมากขึ้น 2-4 เท่า และมีโอกาสในการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเพิ่มขึ้น 2 เท่า อ้างอิงจาก American Heart Association
  • ระดับ cholesterol สูง : เมื่อมีระดับ cholesterol ในเลือดสูงมากขึ้นจะทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจมากขึ้นเช่นกัน
  • ความดันโลหิตสูง : ความดันโลหิตสูงสามารถทำให้กล้ามเนื้อของหัวใจทำงานได้ไม่ปกติ ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดหัวใจขาดเลือด
  • ไม่ออกกำลังกาย : คนที่ไม่ค่อยออกกำลังกายนั้นจะมีแนวโน้มที่จะเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจได้มากกว่าผู้ที่ออกกำลังกายเกือบ 2 เท่า The Surgeon General ได้แนะนำให้ออกกำลังกายระดับปานกลาง (เช่นเดินเร็ว ปั่นจักรยาน ตีเทนนิส) อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • น้ำหนักมากหรืออ้วน : ผู้ที่มีไขมันส่วนเกินในร่างกายจะมีแนวโน้มที่เกิดโรคหัวใจได้มากกว่า ข่าวดีก็คือหากคุณมีน้ำหนักเกินแล้วสามารถลดน้ำหนักลงได้ 5-10% ของน้ำหนักตัวเดิม ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้อย่างมาก
  • โรคเบาหวาน : American Heart Association ได้กล่าวว่า 65% ของผู้ป่วยโรคเบาหวานเสียชีวืตจากการเกิดโรคหัวใจ ดังนั้นหากคุณเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 หรือ 2 คุณจะต้องควบคุมเบาหวานและลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจอื่นๆ

ประวัติทางการแพทย์อื่นๆ เช่นภาวะครรภ์เป็นพิษ หรือความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันเช่นโรคลูปัส

อาการที่พบบ่อย

อาการที่พบได้บ่อยและจัดเป็นสัญญาณเตือนของภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันประกอบด้วย

เจ็บหน้าอก : ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันส่วนมากจะทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกหรือไม่สบายตัวบริเวณหน้าอกหรือหน้าอกด้านซ้าย อาการปวดดังกล่าวอาจไม่รุนแรงหรืออาจรุนแรงก็ได้ อาการเจ็บหน้าอกมักจะมีลักษณะแน่นๆ ตื้อๆ เหมือนมีอะไรมาทับ เหมือนถูกบีบ หรืออาจจะรู้สึกเป็นอาการแสบร้อนกลางหน้าอกหรืออาหารไม่ย่อยก็ได้ อาการเจ็บหน้าอกนี้มักจะอยู่นานไม่กี่นาที บางครั้งอาจหายไปแล้วกลับเป็นใหม่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

รู้สึกไม่สบายตัวตามร่างกายส่วนบน : คุณอาจรู้สึกปวดหรือไม่สบายร่างกายบริเวณแขน ขากรรไกร คอ หลัง (โดยเฉพาะระหว่างไหล่) หรือกระเพาะอาหารส่วนบนได้ (เหนือสะดือ)

หายใจลำบาก : คุณอาจมีอาการหายใจลำบากหรือรู้สึกหายในไม่ออกขณะที่อยู่เฉยๆ หรือทำกิจกรรมที่ไม่รุนแรงซึ่งมักไม่ทำให้เกิดอาการเหนื่อยดังกล่าว

อาการอื่นๆ ที่พบได้บ่อย

สัญญาณเตือนอื่นๆ ที่แสดงว่าคุณอาจจะมีภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันประกอบด้วย

  • มึนหัวหรือเวียนหัวฉับพลัน
  • เหงื่อออกเย็น หรือผิวหนังเย็น
  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • ใจสั่น (โดยเฉพาะในผู้หญิง)
  • ไอ (โดยเฉพาะในผู้หญิง)
  • แสบร้อนกลางหน้าอก (โดยเฉพาะในผู้หญิง)
  • อ่อนเพลียหรือเหนื่อยมาก (อาจมีอาการอยู่นานได้หลายวันหรือหลายสัปดาห์ก่อนที่จะเกิดหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และพบได้บ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย)

สิ่งที่ต้องทำเมื่อเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

ภาวะนี้จัดเป็นภาวะเร่งด่วนทางการแพทย์ ยิ่งคุณไปถึงโรงพยาบาลได้เร็วเท่าไหร่ คุณก็จะมีโอกาสในการรอดชีวิตและเกิดการทำลายต่อกล้ามเนื้อหัวใจน้อยลงเท่านั้น NIH ได้กล่าวว่า ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันนั้นมักจะรออย่างน้อย 2 ชั่วโมงหลังจากที่มีอาการครั้งแรกก่อนที่จะเริ่มหาวิธีการรักษา หากคุณหรือคนรอบข้างมีอาการของภาวะหัวใจขาดเลือด คุณควรปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้

โทร 911 ทันที : ไม่ควรรอนานกว่า 5 นาที หากคุณมียาอมใต้ลิ้นที่ใช้สำหรับบรรเทาอาการเจ็บหน้าอกหลังออกกำลังกายและทำให้อาการหายไปได้เองหลังหยุดพัก ให้อมยานั้นทันที หากอาการเจ็บหน้าอกยังไม่ดีขึ้นภายใน 5 นาที ให้โทร 911

เคี้ยวยาแอสไพริน : หลังจากที่คุณโทรหา 911 แล้วนั้น เจ้าหน้าที่อาจบอกให้คุณรับประทานยาแอสไพริน ยานี้อาจช่วยชะลอหรือลดการอุดตันของลิ่มเลือดและบริเวณที่มีการแตกตัวของไขมันที่พอกเส้นเลือด แต่แอสไพรินจะไม่ได้รักษาอาการหัวใจขาดเลือดหรือทำให้อาการของโรคหายไป ดังนั้นอย่ารอที่จะรับประทานยาจนทำให้โทรหา 911 ช้าเกินไป

นั่งลงและทำใจให้สงบ : พยายามทำร่างกายให้สงบระหว่างที่รอความช่วยเหลือ หากคุณอยู่ที่บ้านคนเดียว ควรเปิดประตูหน้าบ้านและนั่งรอที่พื้นใกล้กับทางออก เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือสามารถมองหาคุณได้อย่างรวดเร็วหากคุณหมดสติก่อนที่รถพยาบาลจะมาถึงและทำให้พวกเขามีพื้นที่ราบที่จะสามารถเริ่มต้นการช่วยชีวิตได้ทันทีหากจำเป็น

จำเวลาที่เกิดเหตุ : คุณควรจดเวลาที่คุณเริ่มมีอาการและเหตุการณ์ที่คุณกำลังทำอยู่หากสามารถทำได้ ข้อมูลนี้จะช่วยให้แพทย์สามารถรักษาคุณได้เมื่อถึงโรงพยาบาล หากคุณกำลังมีอาการของภาวะหัวใจขาดเลือดและไม่สามารถโทรหา 911 ได้ ควรให้ใครสักคนขับรถพาคุณไปโรงพยาบาล อย่าขับรถไปด้วยตนเองยกเว้น่าจะไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ

ภาวะแทรกซ้อนจากภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

ภาวะแทรกซ้อนอาจเกิดได้ตามหลังจากการเกิดหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและปริมาณของกล้ามเนื้อหัวใจที่ถูกทำลาย ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยมีดังนี้

  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ เกิดจากการที่คลื่นสัญญาณไฟฟ้าที่ทำหน้าที่ควบคุมการเต้นของหัวใจ ไม่สามารถเดินทางไปทั่วหัวใจได้ปกติ ภาวะนี้อาจทำให้เกิดอาการใจสั่น หรือหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอได้
  • หัวใจวาย การทำลายหัวใจจากภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ อาจทำให้เกิดปัญหาในการสูบฉีดเลือดของหัวใจ และเมื่อหัวใจสามารถสูบฉีดเลือดออกไปได้น้อยลง ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายจะทำให้เกิดภาวะหัวใจวายนั่นเอง
  • ปัญหาเกี่ยวกับลิ้นหัวใจ หัวใจขาดเลือดเฉียบพลันอาจทำให้เกิดการทำลายลิ้นหัวใจที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลเวียนของเลือดให้ไปในทิศทางที่เหมาะสม การเกิดปัญหากับลิ้นหัวใจจะทำให้ได้ยินเสียงของหัวใจเต้นผิดปกติ
  • โรคซึมเศร้า หัวใจขาดเลือดเฉียบพลันเป็นภาวะที่น่ากลัว เครียด และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในชีวิต มีการศึกษาทางการแพทย์พบว่า ผู้ป่วยประมาณ 1 ใน 5 เกิดอาการซึมเศร้าภายหลังจากเป็นโรคนี้

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เป็นโรึหัวใจขาดเลือด หมอบอกต้องฉีดสีทำบอลลูน แต่ค่าใช้จ่ายสูงมาก. ได้ข่าวว่าทาง ร.พ. มีการทำบอลลูน พันกว่าบาท อยากทราบรายละเอียดต่างๆครับ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
มีอาการแสบร้อนกลางอก ปวดท้องแบบระบมทั่วท้อง ปัสวะบ่อย ปวดหลัง แสบท้อง มีใจสั่น แน่นหน้าอก หายใจไม่ถนัด ที่สำคัญมักมีอาการรุ่นแรงตอนกลางคืน ตั้งแต่ เวลา 22.00น.เป็นต้นไป
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ช่วยอธิบายอาการที่หมอสรุปตรงนี้มห้หน่อยได้มั้ยคะ (ขอบคุณค่ะ)
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป