NSTEMI คืออะไร? หัวใจขาดเลือดเฉียบพลันมีกี่ประเภท?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,171,718 คน

โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute Coronary Syndrome) จะเกิดขึ้นเมื่อเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจเกิดการอุดตัน เส้นเลือดดังกล่าวเรียกว่า "coronary" ทำหน้าที่นำเลือดที่มีออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ภาวะนี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ เนื่องจากการอุดตันของเส้นเลือด หรือการมีเลือดไปเลี้ยงหัวใจน้อย จะทำให้เกิดอันตรายต่อกล้ามเนื้อที่หัวใจ หากไม่มีเลือดไปเลี้ยงหัวใจในระยะเวลาหนึ่ง จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย

ผู้ที่มีการสะสมของไขมันในเส้นเลือดแดงจะทำให้เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โดยไขมันที่สะสมนั้นเกิดจากไขมัน cholesterol และสารอื่นๆ รวมกัน เกาะอยู่ภายในเยื่อบุผนังหลอดเลือดชั้นใน ภาวะนี้เรียกว่า ภาวะเส้นเลือดแดงแข็ง (atherosclerosis) และหากลิ่มเลือดอุดตันในเส้นเลือดใดเส้นเลือดหนึ่งซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการตีบมาก่อน จะทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจลดลงอย่างมาก หรือถูกตัดออกไปอย่างสิ้นเชิง 

โฆษณาจาก HonestDocs
กรนดัง ง่วงระหว่างวัน ปวดหัวตอนตื่น อาจต้องตรวจการนอนหลับ 😳 .

เราจัดดีลตรวจการนอนหลับมาลดราคาให้ 30-50% 💪🏻 เริ่มต้นเพียง 1950 บาท เท่านั้น

%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9ainternal ad

ประเภทของโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันสามารถแบ่งออกได้เป็นกลุ่มต่างๆ ตามความรุนแรง

  • STEMI (ST-segment elevation myocardial infarction) เป็นประเภทที่รุนแรงที่สุด ภาวะนี้เกิดจากการที่เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจเกิดการอุดตันทั้งหมด ทำให้มีกล้ามเนื้อหัวใจส่วนมากที่ไม่มีเลือดไปเลี้ยง และเริ่มตายลงอย่างรวดเร็ว หากรักษาไม่ทันเวลา อาจทำให้เสียชีวิตได้
  • NSTEMI (non-ST segment elevation myocardial infarction) เกิดเมื่อเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจเกิดการตีบอย่างมาก แต่ไม่ได้ถูกอุดตันทั้งหมด  โรคนี้มักทำให้เกิดความเสียหายต่อหัวใจน้อยกว่าแบบแรก
  • Silent heart attack ผู้ป่วยบางคนอาจเกิดหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันโดยที่มีอาการน้อยหรือไม่มีเลยได้ แต่ถึงแม้ว่าจะไม่มีอาการ แต่โรคนี้ก็ยังสามารถทำให้เกิดการทำลายกล้ามเนื้อหัวใจอย่างถาวรได้เช่นกัน

หัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและหัวใจหยุดเต้น

ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันมักถูกสับสนกับภาวะหัวใจหยุดเต้น ถึงแม้ว่าหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันจะสามารถทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นได้ แต่ก็ไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องเกิดหัวใจหยุดเต้นขณะที่มีหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

ภาวะหัวใจขาดเลือดกับโรคหัวใจ

ภาวะหัวใจขาดเลือดเกิดเมื่อมีการอุดตันเลือดที่ไหลไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ภาวะหัวใจขาดเลือดส่วนใหญ่เกิดขึ้นในคนที่เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจ ผู้ป่วยโรคนี้จะมีการสะสมของไขมันภายในเส้นเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ไขมันเหล่านี้เกิดจากการรวมตัวของทั้งไขมัน cholesterol และสารอื่นๆ ซึ่งเกิดขึ้นภายในหลอดเลือดแดง เมื่อเวลาผ่านไป ไขมันเหล่านี้ก็จะมีการหนาตัวขึ้นและทำให้เส้นเลือดแดงมีการตีบแคบลง ภาวะนี้มักเรียกว่าภาวะเส้นเลือดแดงแข็ง ซึ่งไขมันเหล่านี้อาจเกิดการแตก ทำให้เกิดลิ่มเลือดมายังบริเวณดังกล่าว เมื่อมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นในเส้นเลือดแดงที่ตีบแคบอยู่เดิม จะทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจผ่านไปไม่ได้ ทำให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือด เนื่องจากเลือดทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปยังหัวใจ ดังนั้นหากเลือดไม่สามารถเดินทางไปสู่หัวใจได้นานๆ ก็จะทำให้เกิดการตายของกล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนอย่างถาวร

สาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือด

ภาวะนี้อาจเกิดได้จากการบีบตัวอย่างรุนแรงของเส้นเลือดหัวใจ แต่พบได้น้อย หากมีเส้นเลือดหัวใจมีการบีบตัวอย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดการตัดไม่ให้มีเลือดไหลเวียนไปยังหัวใจได้ ซึ่งอาจเกิดในผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจหรือมีเส้นเลือดแดงแข็งอยู่เดิม และแม้ว่าจะไม่รู้แน่ชัดว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดการบีบตัวดังกล่าวนั้นเกิดจากอะไร แต่พบว่าการสูบบุหรี่ การมีความดันโลหิตสูงและการมีระดับ cholesterol สูงจัดเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดได้

ตัวกระตุ้นอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดการบีบตัวของเส้นเลือดหัวใจเช่น

  • ยาบางชนิดเช่นกลุ่มยากระตุ้นประสาทหรือยาเสพติด (โคเคน)
  • ภาวะถอนแอลกอฮอล์
  • ความเครียดทางอารมณ์อย่างรุนแรงและฉับพลัน
  • การได้รับอากาศเย็นจัด

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 อย่าง คือปัจจัยที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้

โฆษณาจาก HonestDocs
กรนดัง ง่วงระหว่างวัน ปวดหัวตอนตื่น อาจต้องตรวจการนอนหลับ 😳 .

เราจัดดีลตรวจการนอนหลับมาลดราคาให้ 30-50% 💪🏻 เริ่มต้นเพียง 1950 บาท เท่านั้น

%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9ainternal ad

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคหัวใจที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจที่คุณไม่สามารถควบคุมได้ประกอบด้วย

  • อายุ : ความเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดของคุณจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคุณมีอายุมากขึ้น ไม่ว่าคุณจะมีสุขภาพแข็งแรงขนาดไหนก็ตาม American Heart Association ได้กล่าวว่า ผู้ที่เสียชีวิตจากโรคหัวใจประมาณ 82% นั้นมีอายุ 65 ปีขึ้นไป
  • เพศ : ผู้ชายมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดได้ในอายุที่น้อยกว่าผู้หญิง ในผู้หญิง ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจนั้นจะเพิ่มขึ้นภายหลังจากเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน
  • ประวัติครอบครัว : การมีสมาชิกในครอบครัวที่ใกล้ชิด (เช่นพ่อแม่หรือพี่น้อง) เป็นโรคหัวใจหมายความว่าคุณจะมีแนวโน้มที่เกิดโรคนี้มากขึ้นเช่นกัน
  • เชื้อชาติ : ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจจะสูงขึ้นในกลุ่มคนเชื้อสายแอฟริกันอเมริกันมากกว่าชาวอเมริกันผิวขาว และชาวแม๊กซิกันอเมริกัน อินเดียนแดง ชนเผ่าพื้นเมืองของฮาวายและกลุ่มเอเชียนอเมริกันบางกลุ่มก็จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจที่สามารถปรับเปลี่ยนได้

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจที่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงได้ประกอบด้วย

  • การสูบบุหรี่ :ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีแนวโน้มที่เกิดโรคหัวใจมากขึ้น 2-4 เท่า และมีโอกาสในการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเพิ่มขึ้น 2 เท่า อ้างอิงจาก American Heart Association
  • ระดับ cholesterol สูง : เมื่อมีระดับ cholesterol ในเลือดสูงมากขึ้นจะทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจมากขึ้นเช่นกัน
  • ความดันโลหิตสูง : ความดันโลหิตสูงสามารถทำให้กล้ามเนื้อของหัวใจทำงานได้ไม่ปกติ ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดหัวใจขาดเลือด
  • ไม่ออกกำลังกาย : คนที่ไม่ค่อยออกกำลังกายนั้นจะมีแนวโน้มที่จะเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจได้มากกว่าผู้ที่ออกกำลังกายเกือบ 2 เท่า The Surgeon General ได้แนะนำให้ออกกำลังกายระดับปานกลาง (เช่นเดินเร็ว ปั่นจักรยาน ตีเทนนิส) อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • น้ำหนักมากหรืออ้วน : ผู้ที่มีไขมันส่วนเกินในร่างกายจะมีแนวโน้มที่เกิดโรคหัวใจได้มากกว่า ข่าวดีก็คือหากคุณมีน้ำหนักเกินแล้วสามารถลดน้ำหนักลงได้ 5-10% ของน้ำหนักตัวเดิม ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้อย่างมาก
  • โรคเบาหวาน : American Heart Association ได้กล่าวว่า 65% ของผู้ป่วยโรคเบาหวานเสียชีวืตจากการเกิดโรคหัวใจ ดังนั้นหากคุณเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 หรือ 2 คุณจะต้องควบคุมเบาหวานและลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจอื่นๆ

ประวัติทางการแพทย์อื่นๆ เช่นภาวะครรภ์เป็นพิษ หรือความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันเช่นโรคลูปัส

อาการที่พบบ่อย

อาการที่พบได้บ่อยและจัดเป็นสัญญาณเตือนของภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันประกอบด้วย

เจ็บหน้าอก : ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันส่วนมากจะทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกหรือไม่สบายตัวบริเวณหน้าอกหรือหน้าอกด้านซ้าย อาการปวดดังกล่าวอาจไม่รุนแรงหรืออาจรุนแรงก็ได้ อาการเจ็บหน้าอกมักจะมีลักษณะแน่นๆ ตื้อๆ เหมือนมีอะไรมาทับ เหมือนถูกบีบ หรืออาจจะรู้สึกเป็นอาการแสบร้อนกลางหน้าอกหรืออาหารไม่ย่อยก็ได้ อาการเจ็บหน้าอกนี้มักจะอยู่นานไม่กี่นาที บางครั้งอาจหายไปแล้วกลับเป็นใหม่

โฆษณาจาก HonestDocs
กรนดัง ง่วงระหว่างวัน ปวดหัวตอนตื่น อาจต้องตรวจการนอนหลับ 😳 .

เราจัดดีลตรวจการนอนหลับมาลดราคาให้ 30-50% 💪🏻 เริ่มต้นเพียง 1950 บาท เท่านั้น

%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9ainternal ad

รู้สึกไม่สบายตัวตามร่างกายส่วนบน : คุณอาจรู้สึกปวดหรือไม่สบายร่างกายบริเวณแขน ขากรรไกร คอ หลัง (โดยเฉพาะระหว่างไหล่) หรือกระเพาะอาหารส่วนบนได้ (เหนือสะดือ)

หายใจลำบาก : คุณอาจมีอาการหายใจลำบากหรือรู้สึกหายในไม่ออกขณะที่อยู่เฉยๆ หรือทำกิจกรรมที่ไม่รุนแรงซึ่งมักไม่ทำให้เกิดอาการเหนื่อยดังกล่าว

อาการอื่นๆ ที่พบได้บ่อย

สัญญาณเตือนอื่นๆ ที่แสดงว่าคุณอาจจะมีภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันประกอบด้วย

  • มึนหัวหรือเวียนหัวฉับพลัน
  • เหงื่อออกเย็น หรือผิวหนังเย็น
  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • ใจสั่น (โดยเฉพาะในผู้หญิง)
  • ไอ (โดยเฉพาะในผู้หญิง)
  • แสบร้อนกลางหน้าอก (โดยเฉพาะในผู้หญิง)
  • อ่อนเพลียหรือเหนื่อยมาก (อาจมีอาการอยู่นานได้หลายวันหรือหลายสัปดาห์ก่อนที่จะเกิดหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และพบได้บ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย)

สิ่งที่ต้องทำเมื่อเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

ภาวะนี้จัดเป็นภาวะเร่งด่วนทางการแพทย์ ยิ่งคุณไปถึงโรงพยาบาลได้เร็วเท่าไหร่ คุณก็จะมีโอกาสในการรอดชีวิตและเกิดการทำลายต่อกล้ามเนื้อหัวใจน้อยลงเท่านั้น NIH ได้กล่าวว่า ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันนั้นมักจะรออย่างน้อย 2 ชั่วโมงหลังจากที่มีอาการครั้งแรกก่อนที่จะเริ่มหาวิธีการรักษา หากคุณหรือคนรอบข้างมีอาการของภาวะหัวใจขาดเลือด คุณควรปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้

โทร 911 ทันที : ไม่ควรรอนานกว่า 5 นาที หากคุณมียาอมใต้ลิ้นที่ใช้สำหรับบรรเทาอาการเจ็บหน้าอกหลังออกกำลังกายและทำให้อาการหายไปได้เองหลังหยุดพัก ให้อมยานั้นทันที หากอาการเจ็บหน้าอกยังไม่ดีขึ้นภายใน 5 นาที ให้โทร 911

เคี้ยวยาแอสไพริน : หลังจากที่คุณโทรหา 911 แล้วนั้น เจ้าหน้าที่อาจบอกให้คุณรับประทานยาแอสไพริน ยานี้อาจช่วยชะลอหรือลดการอุดตันของลิ่มเลือดและบริเวณที่มีการแตกตัวของไขมันที่พอกเส้นเลือด แต่แอสไพรินจะไม่ได้รักษาอาการหัวใจขาดเลือดหรือทำให้อาการของโรคหายไป ดังนั้นอย่ารอที่จะรับประทานยาจนทำให้โทรหา 911 ช้าเกินไป

นั่งลงและทำใจให้สงบ : พยายามทำร่างกายให้สงบระหว่างที่รอความช่วยเหลือ หากคุณอยู่ที่บ้านคนเดียว ควรเปิดประตูหน้าบ้านและนั่งรอที่พื้นใกล้กับทางออก เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือสามารถมองหาคุณได้อย่างรวดเร็วหากคุณหมดสติก่อนที่รถพยาบาลจะมาถึงและทำให้พวกเขามีพื้นที่ราบที่จะสามารถเริ่มต้นการช่วยชีวิตได้ทันทีหากจำเป็น

จำเวลาที่เกิดเหตุ : คุณควรจดเวลาที่คุณเริ่มมีอาการและเหตุการณ์ที่คุณกำลังทำอยู่หากสามารถทำได้ ข้อมูลนี้จะช่วยให้แพทย์สามารถรักษาคุณได้เมื่อถึงโรงพยาบาล หากคุณกำลังมีอาการของภาวะหัวใจขาดเลือดและไม่สามารถโทรหา 911 ได้ ควรให้ใครสักคนขับรถพาคุณไปโรงพยาบาล อย่าขับรถไปด้วยตนเองยกเว้น่าจะไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ

ภาวะแทรกซ้อนจากภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

ภาวะแทรกซ้อนอาจเกิดได้ตามหลังจากการเกิดหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและปริมาณของกล้ามเนื้อหัวใจที่ถูกทำลาย ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยมีดังนี้

  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ เกิดจากการที่คลื่นสัญญาณไฟฟ้าที่ทำหน้าที่ควบคุมการเต้นของหัวใจ ไม่สามารถเดินทางไปทั่วหัวใจได้ปกติ ภาวะนี้อาจทำให้เกิดอาการใจสั่น หรือหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอได้
  • หัวใจวาย การทำลายหัวใจจากภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ อาจทำให้เกิดปัญหาในการสูบฉีดเลือดของหัวใจ และเมื่อหัวใจสามารถสูบฉีดเลือดออกไปได้น้อยลง ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายจะทำให้เกิดภาวะหัวใจวายนั่นเอง
  • ปัญหาเกี่ยวกับลิ้นหัวใจ หัวใจขาดเลือดเฉียบพลันอาจทำให้เกิดการทำลายลิ้นหัวใจที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลเวียนของเลือดให้ไปในทิศทางที่เหมาะสม การเกิดปัญหากับลิ้นหัวใจจะทำให้ได้ยินเสียงของหัวใจเต้นผิดปกติ
  • โรคซึมเศร้า หัวใจขาดเลือดเฉียบพลันเป็นภาวะที่น่ากลัว เครียด และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในชีวิต มีการศึกษาทางการแพทย์พบว่า ผู้ป่วยประมาณ 1 ใน 5 เกิดอาการซึมเศร้าภายหลังจากเป็นโรคนี้

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่