โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ต.ค. 15, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

เชื้อไวรัสและจุลชีพหลายชนิดสามารถทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบซึ่งเป็นอาการเจ็บป่วยที่รุนแรงได้

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบเป็นการอักเสบของเยื่อหุ้มสมองซึ่งเป็นโรคที่อันตราย โรคนี้สามารถทำให้เกิดอาการแบบไม่รุนแรงที่หลากหลาย เช่นไข้ คลื่นไส้ ปวดหัว คอแข็ง ไวต่อแสง และผื่นที่ผิวหนัง ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจทำให้เกิดอาการสับสน ชัก โรคเส้นเลือดสมอง สมองถูกทำลายและเสียชีวิตได้ ในปัจจุบันไม่ทราบตัวเลขของผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ต่อปีที่แน่ชัด แต่มีรายงานในวารสาร The Lancet ปี 2014 ที่ระบุว่าในปี 2013 มีผู้ที่เสียชีวิตจากโรคนี้ 303,500 รายทั่วโลก โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบไม่เหมือนกับโรคสมองอักเสบหรือไขสันหลังอักเสบ

สาเหตุของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ

โดยส่วนมากเยื่อหุ้มสมองจะเกิดการอักเสบเมื่อน้ำไขสันหลังซึ่งอยู่ในระบบประสาทส่วนกลางเกิดการติดเชื้อ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากเชื้อไวรัสจัดเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยที่สุดอ้างอิงจาก Centers for Disease Control and Prevention (CDC) และมักจะเกิดจากเชื้อ enterovirus สายพันธุ์ที่ไม่ใช่เชื้อโปลิโอเช่น echnovirus และ coxsackievirus A และ B อย่างไรก็ตามมีเชื้อไวรัสอีกหลายสายพันธุ์ที่อาจทำให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกัน เช่นหัด คางทูม HIV, West Nile และ  herpes โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียนั้นพบได้น้อยแต่มักรุนแรงและอันตรายถึงชีวิต ในสหรัฐอเมริกา เชื้อที่มักก่อให้เกิดโรคนี้ประกอบด้วย Haemophilus influenzae type b, Streptococcus pneumoniae (pneumococcus meningitis), group B Streptococcus, Listeria monocytogenes, และ  Neisseria meningitidis (meningococcal meningitis) โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อราเช่น Cryptococcus, Histopllasma, Blastomyces, Coccidioides, Candida นั้นไม่ใช่โรคติดต่อเหมือนที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส แต่โรคนี้มักจะเกิดเมื่อเชื้อรามีการแพร่กระจายจากเลือดเข้าสู่ไขสันหลัง

เชื้ออะมีบาชื่อ Naegleria fowleri สามาถทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อปรสิตรูปแบบที่พบได้น้อยมาก ชื่อ primary amebic meninogoencephalitis ซึ่งมีการอักเสบของสมองร่วมด้วย เชื้อปรสิตอื่นๆ เช่น Angiostrongylus cantonensis และ  Gnathostoma spinigerum สามารถทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้เช่นกัน โดยเฉพาะแบบที่เรียกว่า eosionophilic meningitis ซึ่งจะตรวจพบเม็ดเลือดขาวชนิด eosinophil ในน้ำไขสันหลังสูง 

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่การติดเชื้อ

มีสาเหตุที่ไม่ใช่การติดเชื้อหลายอย่างที่สามารถทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้

ตัวอย่างเช่น โรคต่างๆ โดยเฉพาะการอักเสบและโรคทางระบบภูมิคุ้มกัน เช่น

  • โรคลูปัส และโรคความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันและการอักเสบอื่นๆ
  • โรคมะเร็งที่มีการแพร่กระจายไปยังสมอง เช่นมะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งเม็ดสี มะเร็งเต้านมและมะเร็งปอด
  • โรคข้ออักเสบชนิดรูห์มาตอยด์
  • กลุ่มอาการ Behcet ซึ่งเป็นการอักเสบของหลอดเลือด
  • กลุ่มอาการ Sjogren เป็นโรคความผิดปกติของภูมิคุ้มกันของร่างกายที่เกิดกับต่อมต่างๆ

ยาหลายชนิดสามารถทำให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกัน เช่น

  • ยาปฏิชีวนะบางชนิด
  • ยากลุ่ม Non-steroidal inflammatory drugs (NSAIDs)
  • ยาเคมีบำบัด
  • ยาดมสลบที่ให้ทางไขสันหลัง
  • ยากดภูมิ เช่น azathioprine (Imuran)

นอกจากนี้คุณยังอาจเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบหลังจากที่ศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนหรือจากการผ่าตัดสมอง

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

วัคซีนสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสซึ่งทำให้เกิดโรคนี้ได้ เช่นเชื้อ meninogococcus, pneumococcus, คางทูม และหัด การไม่ได้รับวัคซีนตามกำหนดจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อเหล่านี้ การอาศัยอยู่ในที่ที่มีคนจำนวนมากอย่างใกล้ชิดเช่นในหอพัก สถานรับเลี่ยงเด็ก หรือค่ายทหาร จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อแบคทีเรียและไวรัสจากคนอื่น หากคุณมีภูมิคุ้มกันบกพร่องเช่นการรับประทานยา การติดเชื้อ HIV/AIDS การเป็นโรคเบาหวาน การตั้งครรภ์ (โดยเฉพาะเชื้อ listeria) ติดแอลกอฮอล์ เคยตัดม้าม หรือเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะและปลูกถ่ายไขกระดูก ก็จะทำให้คุณมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อเช่นกันทารกจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียเพิ่มขึ้น และเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปีจะมีโอกาสในการเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อไวรัสสูงขึ้น เด็กที่คลอดก่อนกำหนดและมีน้ำหนักตัวน้อยมากอาจมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อรา ซึ่งเกิดจากเชื้อ Candida จากกระแสเลือดที่เข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง การได้รับเชื้อ Naegleria fowleri ซึ่งมักอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืดอุ่น เช่นน้ำพุร้อน ทะเลสาบ และสระว่ายน้ำที่ทำความสะอาดไม่ดีนั้นอาจเพิ่มโอกาสในการเกิดโรค primary amebic meningoencephalitis (PAM) นอกจากนั้นคุณยังอาจมีการติดเชื้อปรสิต A. cantonensis และ G. spinigerum ได้จากการรับประทานอาหารดิบบางชนิดเช่นหอยทาก หมู ไก่ ปลาน้ำจืด กบ และกุ้ง โดยเฉพาะจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่