ปัญหาโรคเหงือก และปัญหาในช่องช่องปากที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 4, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที

โรคเบาหวานมีผลต่อช่องปากของฉันได้อย่างไร ?

ภาวะน้ำตาลกลูโคสในเลือดที่สูงมากจากโรคเบาหวาน อาจทำให้เกิดอาการปวด การติดเชื้อ และปัญหาอื่น ๆ ในช่องปากของคุณ ซึ่งช่องปากของคุณนั้นประกอบไปด้วย

  • ฟันของคุณ
  • เหงือกของคุณ
  • กระดูกขากรรไกร
  • เนื้อเยื่ออ่อน เช่น ลิ้น เพดานปาก และพื้นช่องปากที่มีต่อมน้ำลาย รวมถึงด้านในแก้มของคุณ

น้ำตาลกลูโคสมีอยู่ในน้ำลาย ซึ่งเป็นของเหลวในช่องปากของคุณที่ทำให้เปียกชุ่มอยู่เสมอ เมื่อเป็นเบาหวาน และไม่มีการควบคุมระดับน้ำตาล ทำให้น้ำตาลในน้ำลายสูงมากขึ้นนั้นจะช่วยให้แบคทีเรียที่เป็นอันตรายเติบโตได้ดียิ่งขึ้น แบคทีเรียเหล่านี้รวมตัวกับอาหาร เพื่อสร้างแผ่นฟิล์มเหนียวที่เรียกว่าคราบจุลินทรีย์ หรือคราบพลัค (plaque) คราบนี้ยังเกิดมาจากการทานอาหารที่มีน้ำตาลหรือแป้ง โดยบางประเภทของคราบจุลินทรีย์ทำให้ฟันผุ แผ่นบางประเภทของคราบจุลินทรีย์ทำให้เกิดโรคเหงือก โรคปริทันต์ และกลิ่นปาก

โรคเหงือกจะมีภาวะที่รุนแรงมากขึ้น ยากที่จะรักษาและใช้เวลารักษานานถ้าคุณมีโรคเบาหวานร่วมด้วย ในทางกลับกันการมีโรคเหงือกที่รุนแรงสามารถทำให้คุณควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดยากขึ้นมากเช่นกัน

จะเกิดอะไรขึ้นหากฉันมีคราบจุลินทรีย์?

หากคราบจุลินทรีย์ที่เกาะบนผิวฟันไม่ได้ถูกกำจัดออก จะแข็งตัวขึ้นก่อเกิดเป็นหินน้ำลายหรือที่เรียกง่ายๆว่าหินปูน สะสมอยู่เหนือขอบเหงือกของคุณ การมีหินน้ำลายนี้ทำให้แปรงฟัน และทำความสะอาดซอกระหว่างฟันได้ยากขึ้น เหงือกของคุณจะอักเสบกลายเป็นสีแดง บวมเป่ง และมีเลือดออกได้ง่าย – สิ่งเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณของเหงือกที่ไม่แข็งแรง หรือเรียกว่าโรคเหงือกอักเสบ

เมื่อโรคเหงือกอักเสบไม่ได้รับการรักษาก็สามารถพัฒนาไปสู่โรคเหงือกที่รุนแรงมากยิ่งขึ้นซึ่งเรียกว่า โรคปริทันต์อักเสบ ในภาวะโรคปริทันต์อักเสบ เหงือกจะเปิดอ้าออกจากฟัน และสร้างช่องว่างแคบๆเล็กๆเรียกว่าร่องลึกปริทันต์ ซึ่งมีการติดเชื้อช้าๆอยู่ภายใน การติดเชื้อนี้กินเวลานาน และทำให้ร่างกายของคุณต้องต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียตลอดเวลา เนื่องจากคราบจุลินทรีย์จะแพร่กระจายและเติบโตเข้าไปใต้ขอบเหงือก ทั้งแบคทีเรียและการตอบสนองของร่างกายของคุณต่อการติดเชื้อนี้จะก่อให้เกิดการทำลายกระดูกและเนื้อเยื่อยึดรากฟันทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมากทั้งฟันโยก และเหงือกร่น หากโรคปริทันต์ไม่ได้รับการรักษา เหงือก กระดูก และเนื้อเยื่อรองรับรากฟันจะถูกทำลาย ฟันอาจโยกรุนแรง และอาจต้องถูกถอนออก โดยหากพบว่าคุณมีโรคปริทันต์อักเสบที่รุนแรง ทันตแพทย์ทั่วไปที่ตรวจพบ อาจส่งคุณไปรักษากับ periodontist หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคเหงือก

ปัญหาช่องปากมากที่สุดจากโรคเบาหวานคืออะไร?

โรคต่อไปนี้แสดงปัญหาช่องปากที่พบบ่อยที่สุดจากโรคเบาหวาน

โรค

ลักษณะของโรค

อาการที่พบ

การป้องกัน และรักษา

โรคเหงือกอักเสบ

เหงือกที่ไม่แข็งแรง หรือมีการอักเสบ

 

  • เหงือกแดง
  • เหงือกบวม
  • และมีเลือดออกตามไรฟัน รวมถึงขณะแปรงฟัน
  • การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
  • เข้ารับการขูดหินน้ำลาย หรือขูดหินปูนโดยทันตแพทย์

โรคปริทันต์อักเสบ

โรคเหงือกซึ่งสามารถพัฒนาจากระยะเริ่มต้นเป็นรุนแรงยิ่งขึ้น

  • เหงือกแดง, บวมและมีเลือดออก
  • เหงือกเปิดอ้าจากตัวฟัน
  • การติดเชื้อเรื้อรังระหว่างฟันและเหงือก
  • มีกลิ่นปาก
  • ฟันแท้โยก หรือเคลื่อนออกจากกัน
  • กัดฟันไม่ลงที่เดิม
  • อาจเกิดตุ่มหนอง
  • ฟันปลอมไม่ลงตำแหน่งเดิม
  • การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
  • เข้ารับการขูดหินน้ำลาย และเกลารากฟันซึ่งเป็นการทำความสะอาดที่ลึกยิ่งขึ้นโดยทันตแพทย์
  • การผ่าตัดแต่งเหงือกในกรณีที่รุนแรง

ฝ้าขาว

(Candidiasis)

การเจริญเติบโตของเชื้อราปกติที่มีในช่องปาก แต่ภูมิคุ้มกันร่างกายไม่สามารถต่อสู้ได้

  • แผลสีขาว หรือบางครั้งเป็นสีแดงบนเหงือก ลิ้น แก้ม หรือในช่องปากของคุณ
  • แผ่นฝ้าขาวหนาที่สามารถแตกออกกลายเป็นแผลเปิด และมีอาการเจ็บปวด

 

  • ยาฆ่าเชื้อราที่แพทย์หรือทันตแพทย์สั่ง
  • ทำความสะอาดฟันปลอมสม่ำเสมอ
  • การถอดฟันปลอมออกเป็นพักๆ ในเวลากลางวันและไม่ใส่ฟันปลอมตอนกลางคืน
  • แช่ฟันปลอมไว้ในยาที่ทันตแพทย์สั่ง

ภาวะช่องปากแห้ง (xerostomia)

การขาดน้ำลายในช่องปากของคุณซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคฟันผุ และโรคเหงือกมากยิ่งขึ้น

  • รู้สึกแห้งปากของคุณบ่อยขึ้น หรือตลอดเวลา
  • รู้สึกลิ้นแห้งและสาก
  • ปวดแสบในช่องปาก
  • ริมฝีปากแตก
  • เกิดแผลในช่องปากหรือมีการติดเชื้อ
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการเคี้ยว การกิน การกลืนหรือการพูด
  • ใช้น้ำลายเทียม หรือยาเพื่อให้ช่องปากของคุณชุ่มชื้นตามที่ทันตแพทย์กำหนด
  • บ้วนด้วยน้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ
  • เคี้ยวหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาลเพื่อเพิ่มการไหลของน้ำลาย
  • จิบน้ำบ่อยๆ
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ คาเฟอีน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดหรือเค็มจัด ที่อาจทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนในภาวะช่องปากแห้ง

ภาวะปวดแสบปวดร้อน

ความรู้สึกแสบร้อนภายในช่องปาก ซึ่งเกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไป

 

  • แสบปากตลอดเวลา
  • ช่องปากแห้ง
  • รู้สึกมีรสขม
  • อาการอาจแย่ลงเรื่อยๆ ตลอดทั้งวัน

 

  • พบแพทย์ของคุณเพื่อทำการปรับยาเบาหวาน
  • เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดของคุณอยู่ในระดับทีเหมาะสม อาการปวดแสบร้อนจะหายไป

อาการในช่องปากอื่นๆที่อาจเกิดได้ร่วมกับภาวะโรคเบาหวาน ได้แก่

  • รู้สึกแสบร้อนในช่องปาก
  • แผลที่ไม่หาย
  • จุดด่างดำ หรือเกิดรูในฟันของคุณ
  • ความเจ็บปวดบริเวณช่องปาก ใบหน้า หรือภายในกระดูกกรามของคุณที่ไม่หายไป
  • ฟันโยกหนักหลายตำแหน่ง
  • ปวดเมื่อเคี้ยวอาหาร
  • ความรู้สึกของรสชาติที่เปลี่ยนไป หรือรสชาติไม่ดี เกิดรสชาติขมในช่องปากของคุณ
  • กลิ่นปากที่ยังคงอยู่แม้ว่าคุณจะแปรงฟันแล้ว

ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าฉันมีปัญหาเกี่ยวกับช่องปากจากโรคเบาหวาน?

ลองตรวจช่องปากด้วยตนเองหน้ากระจกคร่าวๆเพื่อตรวจสอบสัญญาณของปัญหาจากโรคเบาหวาน หากพบปัญหาใด ๆ ให้เข้าพบทันตแพทย์ทันที บางส่วนของสัญญาณแรกของโรคเหงือก คือ ลักษณะเหงือกบวม นุ่มไม่แนบไปกับฟัน หรือมีเลือดออกตามร่องเหงือก แต่ในบางครั้งคุณจะไม่มีอาการใด ๆ ของโรคเหงือก คุณอาจไม่ทราบว่าคุณเป็นโรคเหงือกอักเสบเลย จนกว่าคุณจะเกิดความเสียหายร้ายแรงขึ้นมา การป้องกันที่ดีที่สุดของคุณ คือ เข้าพบทันตแพทย์ของคุณปีละสองครั้งเพื่อทำความสะอาด และตรวจช่องปากโดยผู้เชี่ยวชาญ

ฉันจะเตรียมตัวสำหรับการเข้าพบทันตแพทย์ได้อย่างไร?

 

วางแผนล่วงหน้า ทำการเข้าเช็คภาวะโรคเบาหวานโดยแพทย์ประจำตัวของคุณก่อน สอบถามเกี่ยวกับภาวะโรค และระดับน้ำตาลของคุณก่อนทำการนัดทันตแพทย์เพื่อให้ทำการรักษาได้เหมาะสมและราบรื่น

หากคุณใช้ยาเบาหวานที่อาจทำให้เกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ เช่น การใช้อินซูลินหรือยารักษาโรคเบาหวานอื่น ๆ ให้ทานยา และรับประทานอาหารตามปกติก่อนไปพบทันตแพทย์ อย่างไรก็ตาม คุณควรนำยาโรคเบาหวาน และโรคประจำตัวอื่นๆ และลูกอมติดตัวไปด้วย ที่คลินิกทันตแพทย์

คุณอาจจำเป็นต้องถูกเลื่อนหัตถการทันตกรรมที่ไม่เร่งด่วนออกไป หากระดับน้ำตาลในเลือดของคุณไม่อยู่ภายใต้การควบคุม และสูงมากจนอาจเกิดภาวะฉุกเฉินอันตรายตอนทำฟันได้

ถ้าคุณรู้สึกกังวลเกี่ยวกับการทำฟัน ให้บอกทันตแพทย์และเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยโดยตรง และเปิดใจเกี่ยวกับความรู้สึกของคุณ ทันตแพทย์สามารถปรับการรักษาตามความต้องการของคุณได้หลายวิธี อย่าปล่อยให้แค่เพียงความกังวลของคุณรั้งคุณจากการตรวจสุขภาพเป็นประจำ การปล่อยปัญหาไว้นานเกินไปในการดูแลช่องปากของคุณอาจทำให้สิ่งต่างๆแย่ลงอย่างถาวร

เกิดอะไรขึ้นถ้าเจ็บในช่องปากหลังการทำฟัน?

อาการเจ็บได้บ้างบางตำแหน่ง เป็นเรื่องปกติหลังจากการทำหัตถการทางทันตกรรม หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ คุณอาจไม่สามารถทานอาหารรสจัด หรือเคี้ยวอาหารแข็งๆเหนียวๆที่คุณเคยทานได้เป็นเวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวัน สำหรับคำแนะนำในการปรับตัวระหว่างที่ช่องปากของคุณกำลังได้รับการรักษาอยู่ ให้ปรึกษาแพทย์ และทันตแพทย์ของคุณว่าต้องดูแลอย่างไร เช่น

  • คุณควรทานอาหารและเครื่องดื่มอะไร
  • คุณควรเปลี่ยนเวลาที่คุณใช้ยาเบาหวานของคุณหรือไม่
  • คุณควรเปลี่ยนปริมาณยาเบาหวานของคุณหรือไม่
  • ความถี่ที่คุณควรตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดของคุณ

การสูบบุหรี่ส่งผลต่อปากของฉันอย่างไร?

การสูบบุหรี่ทำให้ปัญหาเกี่ยวกับช่องปากของคุณแย่ลงทุกๆด้าน การสูบบุหรี่เพิ่มโอกาสในการเป็นโรคเหงือก มะเร็งในช่องปากและลำคอ และการติดเชื้อราในช่องปาก การสูบบุหรี่ยังเปลี่ยนสีฟันของคุณให้คล้ำ ปากดำ และทำให้กลิ่นปากของคุณแย่ลงมาก

การสูบบุหรี่และการเป็นโรคเบาหวานร่วมด้วยอีก ถือเป็นส่วนผสมที่เป็นอันตรายมาก การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาโรคเบาหวานมากมาย

ซึ่งถ้าคุณเลิกสูบบุหรี่

  • คุณจะลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคเส้นประสาท, โรคไตและโอกาสเสี่ยงในการถูกตัดแขนขาในอนาคต
  • ระดับคอเลสเตอรอล และความดันโลหิตของคุณจะดีขึ้น
  • การไหลเวียนโลหิตของคุณจะดีขึ้น

ถ้าคุณสูบบุหรี่ ให้หยุดสูบบุหรี่ตั้งแต่ตอนนี้ ขอความช่วยเหลือและคำแนะนำ เพื่อให้คุณไม่ต้องเริ่มต้นเลิกบุหรี่เพียงคนเดียว คุณสามารถเริ่มต้นด้วยการโทร สายด่วนเลิกบุหรี่ 1600

ฉันจะทำให้ช่องปากของฉันมีสุขภาพดีได้อย่างไร?

คุณสามารถรักษาสุขภาพช่องปากของคุณได้ดีขึ้นโดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  • รักษาระดับกลูโคสในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม แพทย์ของคุณจะช่วยคุณรักษาระดับกลูโคสในเลือด กำหนดเป้าหมายของคุณ และสอนว่าจะทำอย่างไรถ้าตัวเลขค่าน้ำตาลของคุณสูงเกินไปหรือต่ำเกินไป
  • รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และปฏิบัติตามแผนการรับประทานอาหารที่คุณ แพทย์หรือนักโภชนาการของคุณได้แนะนำ
  • แปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้งด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ ฟลูออไรด์ได้รับการรับรองโดยงานวิจัยหลายชิ้นตลอดมาว่าช่วยป้องกันฟันผุได้ดีมาก
    • มุ่งมั่นในการแปรงฟัน ทั้งในตอนเช้า และก่อนเข้านอน และอาจรวมถึงหลังอาหารทุกมื้อและขนมขบเคี้ยวที่มีน้ำตาลหรือหวาน
    • ใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม และค่อยๆแปรง อย่าถูเข้าออกแรงๆเหมือนทำให้เสร็จๆไป
    • ใช้การหมุนวนแบบวงกลมเล็ก ๆ รอบตัวฟัน ให้ขนแปรงสัมผัสขอบเหงือกด้วยเพื่อกำจัดคราบต่างๆที่อาจก่อให้เกิดเป็นหินปูน
    • แปรงด้านหน้า, ด้านหลังและด้านบนของฟันแต่ละซี่จนครบทั้งฟันหน้า ฟันหลัง จากนั้นจึงแปรงลิ้นของคุณ
    • เปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆ 3 เดือน หรือเร็วกว่านั้น ถ้าแปรงสีฟันดูสกปรกหรือขนแปรงอ้ากระจายออก แปรงสีฟันใหม่จะขจัดคราบจุลินทรีย์ได้ดีกว่า
  • บ้วนน้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์ตามท้องตลาด หรือตามทันตแพทย์สั่งเพื่อป้องกันฟันผุ
  • สอบถามทันตแพทย์เกี่ยวกับน้ำยาบ้วนปากป้องกันคราบจุลินทรีย์หรือป้องกันฟันผุเพื่อล้างคราบจุลินทรีย์หรือป้องกันโรคเหงือก
  • ใช้ไหมขัดฟันเพื่อทำความสะอาดซอกฟันของคุณอย่างน้อยวันละครั้ง การใช้ไหมขัดฟันช่วยป้องกันคราบจุลินทรีย์ไม่ให้ก่อตัวในบริเวณซอกอับที่แปรงฟันเข้าไม่ถึง โดย
    • เลื่อนไหมขัดฟันขึ้นและลงผ่านซอกฟันที่ชิดกันแน่น แล้วโค้งไหมไปรอบ ๆ ฐานของฟันแต่ละซี่ใต้ขอบเหงือกลงไปได้อีกเล็กน้อย
    • ใช้ส่วนของไหมขัดฟันที่สะอาด ในขณะที่คุณเคลื่อนไปทำความสะอาดซอกฟันซี่ใหม่
  • อีกทางหนึ่งของการทำความสะอาดคราบจุลินทรีย์ระหว่างซอกฟัน คือ การใช้แปรงซอกฟัน หรือเครื่องพ่นน้ำทำความสะอาด คุณสามารถซื้อสิ่งเหล่านี้ได้ตามคลินิกทันตกรรม หรือร้านขายยาและอุปกรณ์การแพทย์ชั้นนำทั่วไป
  • ถ้าคุณใส่ฟันปลอม ให้ทำความสะอาดและนำออกในเวลากลางคืน ห้ามใส่นอนทิ้งไว้ และเข้าพบทันตแพทย์สม่ำเสมอเพื่อปรับให้เหมาะสมหากฟันปลอมหลวมไป หรืออึดอัดไป
  • โทรนัดคลินิกทันตแพทย์ของคุณได้ทันที หากคุณมีอาการในช่องปากที่เร่งด่วน
  • พบทันตแพทย์ของคุณปีละสองครั้ง เพื่อทำความสะอาดช่องปาก และตรวจสอบปัญหาอื่นๆ ทันตแพทย์ของคุณอาจแนะนำการเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมหากจำเป็น

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่