มือชาคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 744,986 คน

อาการมือชา คือความรู้สึกผิดปกติที่เกิดจากความเปลี่ยนแปลงและการทำงานของเส้นประสาทรับความรู้สึกที่ถูกส่งไปยังสมองผ่านนิวรอนในไขสันหลัง หากการไหลเวียนโลหิตไปยังเส้นประสาทถูกจำกัด หรือเกิดความเสียหายที่เส้นประสาทจะทำให้เกิดความรู้สึกแปลกๆ ที่นิ้วมือขึ้น

หากเกิดความเสียหายรุนแรงหรือการสูญเสียเลือดปริมาณมากๆ อาจส่งผลให้เส้นประสาทเสียหายถาวร เช่น การเป็นโรคเบาหวานที่อาจทำให้การไหลเวียนโลหิตไปยังมือลดลง จึงอาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่ามือชาเกือบตลอดเวลา

โฆษณาจาก HonestDocs
ตรวจเบาหวานวันนี้ เริ่มที่ 594 บาท

คนไทยกว่า 40% ไม่รู้ว่าตนเองเป็นเบาหวาน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 5 ล้านคนต่อปี

Istock 908625742

สาเหตุของอาการมือชา

อาการมือชา สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุดังต่อไปนี้

  • ภาวะผิดปกติที่เส้นประสาท เช่น
    • โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis (MS))
    • โรครากประสาท (Radiculopathy)
    • ภาวะผิดปกติที่สมองหรือไขสันหลัง
    • การกดทับที่เส้นประสาท
    • โรคปวดเส้นประสาท (Neuralgias) หรือความเสียหายรุนแรงที่เส้นประสาท
    • โรคปลายประสาทอักเสบ (Peripheral Neuropathy) หรือความรู้สึกชาที่มือและเท้าจากเบาหวาน (Diabetes)
    • การบาดเจ็บของเส้นประสาทส่วนปลายเลี้ยงกล้ามเนื้อ (Brachial Plexus Injury) ที่เป็นประเภทหนึ่งของการบาดเจ็บที่สันหลังที่ทำให้เกิดความเสียหายของประสาทหลัง แขน และมือ ซึ่งเกิดจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ
  • ภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เช่น
    • HIV หรือ AIDS
    • โรคกิลเลน-บาร์เร่ (Guillain-Barré Syndrome) ที่ร่างกายจะเข้าโจมตีเส้นประสาทของตนเอง
    • กลุ่มอาการโจเกร็น (Sjögren’s Syndrome) มักเกิดร่วมกับภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองอีกหนึ่งชนิด ส่วนมากจะทำให้เกิดอาการตากับปากแห้ง
  • ภาวะขาดสารอาหาร เช่น
    • ภาวะขาดวิตามิน B ทั่วไป
    • เหน็บชา (Beriberi)
    • ภาวะขาดวิตามิน B1
    • โลหิตจางร้ายแรง (Pernicious Anemia)
  • โรคติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคลายม์ (Lyme Disease) โรคเรื้อน (Leprosy) และโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies)
  • สาเหตุอื่น ๆ
    • ภาวะติดแอลกอฮอล์ (Alcoholism)
    • ภาวะแอมีลอยโดซิส (Amyloidosis) ภาวะที่ทำให้มีโปรตีนเข้าสะสมในอวัยวะต่างๆ
    • ภาวะวิตกกังวล (Anxiety)
    • โรคข้ออักเสบ (Arthritis)
    • กลุ่มอาการประสาทมือชา (carpal Tunnel Syndrome)
    • การทำเคมีบำบัด
    • โรคไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia)
    • หิมะกัด
    • ไมเกรน
    • ปรากฏการณ์เรย์เนาด์ (Raynaud’s phenomenon) ที่ทำให้นิ้วมือและนิ้วเท้าเย็นและชา เกิดจากความเครียด อุณหภูมิเย็น หรือเมื่อมีการเคลื่อนไหวซ้ำๆ
    • งูกัด
    • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
    • การกระทบกระแทก
    • การสัมผัสกับสารพิษ เช่น ตะกั่ว
    • เบาหวาน (Diabetes)
    • โรคหลอดเลือดอักเสบ (Vasculitis)
    • การบาดเจ็บวิพแลช (Whiplash)

ควรติดต่อแพทย์เมื่อใด?

หากพบอาการมือชาต่อเนื่อง และเริ่มมีอาการทรุดลง หรือมีอาการชาลามไปยังส่วนอื่นของร่างกาย ให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดความเสียหายถาวรที่เส้นประสาทลง และถ้าหากพบอาการมือชาร่วมกับอาการต่อไปนี้ ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

  • อ่อนแรง
  • เจ็บปวด
  • วิงเวียน
  • ซึม
  • สูญเสียการมองเห็น
  • ผื่นขึ้น
  • พูดจาติดอ่าง
  • ชักเกร็ง
  • ปวดศีรษะรุนแรง

การวินิจฉัยอาการมือชา

มีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการมือชา ดังนั้น แพทย์จะต้องตรวจสอบประวัติทางการแพทย์ก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจะมีการตรวจร่างกายเพื่อสรุปผลวินิจฉัยต่อไป

สิ่งสำคัญคือการตอบคำถามของแพทย์เกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่อาจส่งผลให้เกิดอาการนี้ขึ้นมา เช่น การบริโภคแอลกอฮอล์ เพราะข้อมูลเหล่านี้จะเป็นสิ่งระบุการทดสอบเพื่อให้ได้ผลการวินิจฉัยที่ตรงกับความเป็นจริงที่สุด โดยการทดสอบที่แพทย์อาจดำเนินการ มีดังนี้

  • การตรวจเลือด
  • การทดสอบการชักนำประสาท (Nerve Conduction Velocity Tests)
  • การวัดคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (Electromyography (EMG)) ที่ใช้วัดกิจกรรมทางไฟฟ้าระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ
  • การถ่ายภาพอย่างเอกซเรย์หรือ MRI
  • การเจาะตรวจเส้นประสาท (Nerve Biopsy)
  • การเจาะกรวดไขสันหลัง (Spinal Taps) ที่นิยมใช้วินิจฉัยภาวะผิดปกติทางประสาทวิทยา

การรักษาอาการมือชา

การรักษาอาการมือชาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ โดยมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาอาการลง ซึ่งอาจมีทั้งการรักษาที่บ้านและตามแบบแผนต่างๆ รวมกัน เช่น การทำกายภาพบำบัด เป็นต้น

แพทย์มักไม่นิยมใช้ยาในการรักษาอาการมือชากันนัก เพราะจะช่วยบรรเทาอาการได้เพียงเวลาสั้นๆ เท่านั้น เว้นแต่จะพบสาเหตุของอาการที่แท้จริง แพทย์อาจจัดให้ใช้ยาสำหรับภาวะนั้นๆ โดยเฉพาะ เช่น โรคเบาหวาน ซึ่งอาการนี้จะดีขึ้นเองตามระยะเวลาที่เริ่มมีการควบคุมโรคนี้

เมื่อรวมการดูแลตนเองที่บ้านเข้ากับการบำบัดทางการแพทย์ จะช่วยให้อาการโดยรวมดีมากขึ้น ซึ่งผู้ป่วยสามารถดูแลอาการมือชาได้ด้วยตนเองด้วยการประคบอุ่นที่มือเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและกิจกรรมของเส้นประสาทขึ้น กับการยืดเส้นยืดสายเพื่อกระตุ้นการไหลเวียน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ปวดหลังกว่าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ทำไมปวดหลังแล้วทำให้ขาไม่มีแรงเลยค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
ปลายนิ้วมือชา มีสาเหตุจากอะไรค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
การฉีดSNRB.เป็นทางเลือกดีที่สุด สำหรับปัญหากระดูกทับเส้นประสาทหรือมีวิธีใดดีกว่านี่
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)
อาการชาที่ปลายนิ้วมือเกิดจากสาเหตุอะไรค่ะคุณหมอ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ที่มีใบอนุญาต (คำตอบนี้เป็นการให้คำแนะนำเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค หรือการรักษา)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป