Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

เอ็นฉีกคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 477,571 คน

เอ็น เป็นหนึ่งโครงสร้างสำคัญที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับข้อต่อ (Joint) โดยในหนึ่งข้อต่ออาจจะมีเอ็นจำนวนหลายเส้น ถึงแม้ว่าเอ็นจะเป็นโครงสร้างที่แข็งแรงมากและสามารถยืดหยุ่นได้บ้าง แต่ก็พบว่ามีคนจำนวนมากเดินทางมาพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดด้วยปัญหาเอ็นอักเสบ เอ็นฉีก หรือเอ็นขาด เนื่องมาจากสาเหตุต่างๆ เช่น การหกล้ม อุบัติเหตุจากกีฬา หรือใช้ท่าทางการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันไม่เหมาะสม

เอ็นฉีก มีอาการอย่างไร จะรักษาอย่างไร ช่วง เอ็นฉีก ควรกินอะไรเป็นพิเศษ ต้องเลี่ยงอะไรไหม HonestDocs มีคำตอบ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ไม่สบาย ไม่ต้องจ่ายเอง รักษาเต็มที่สบายใจ

ไม่อยากจ่ายเบี้ยแพง อยากได้รพดีๆ บอกเราได้ว่าอยากได้ประกันสุขภาพอย่างไร เราช่วยหาให้คุณได้ ไม่มีข้อผูกมัด

Hd insurance lp bg

เอ็นคืออะไร?

ก่อนจะรู้จักอาการ เอ็นฉีก ควรทำความรู้จัก เอ็น เสียก่อน “เอ็น” เป็นคำภาษาไทยซึ่งถูกใช้ทั้งในภาษาทั่วไปและภาษาเฉพาะในทางการแพทย์ ใช้เรียกรวมเนื้อเยื้อ 2 ชนิดซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมาก ได้แก่

  1. Tendon เอ็นกล้ามเนื้อ เอ็นชนิดนี้เป็นส่วนของมัดกล้ามเนื้อที่รวมตัวกันหนาแน่นขึ้น ปลายด้านหนึ่งเชื่อมกับมัดกล้ามเนื้อ ปลายด้านหนึ่งเชื่อมติดกับกระดูก เช่น เอ็นของกล้ามเนื้อน่อง (Triceps surae) ที่รู้จักกันในชื่อทั่วไปว่า เอ็นร้อยหวาย (Achilles tendon)
  2. Ligament เอ็นยึดกระดูก มีปลายทั้งสองข้างยึดติดกับกระดูกมีหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงให้กับข้อต่อ มักจะมีขนาดไม่ยาวเท่ากับเอ็นกล้ามเนื้อ

ดังนั้นเมื่อกล่าวถึงเอ็น หรือมีปัญหาเอ็นฉีก เอ็นบาดเจ็บ ควรจะระบุให้ชัดเจนว่าเป็นเอ็นกล้ามเนื้อหรือเอ็นยึดกระดูก เพื่อป้องกันการสับสน

เอ็นฉีกคืออะไร ต่างกับเอ็นขาดอย่างไร?

เอ็นกล้ามเนื้อ ยึดติดกับกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นอวัยวะที่มีความยืดหยุ่น (Contractile tissue) สูง จึงมีโอกาสบาดเจ็บต่ำ ในขณะที่เอ็นยึดกระดูกมีความยืดหยุ่นต่ำกว่า เมื่อได้รับแรงดึงยืดจึงบาดเจ็บหรือฉีกขาดได้ง่ายกว่า

โดยทั่วไปเมื่อพูดถึงเอ็นฉีกหรือขาด จึงมักจะเป็นการกล่าวถึงเอ็นยึดกระดูก ในบทความนี้ก็เช่นกัน ซึ่งความรุนแรงของการบาดเจ็บของเส้นเอ็นยึดกระดูก (Ligament sprain ) สามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ คือ

  • ระดับ 1 มีการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
  • ระดับ 2 มีการฉีกขาดออกจากกันของเส้นใยของเอ็นยึดกระดูกอย่างเห็นได้ชัดมากกว่าระดับ 1
  • ระดับ 3 มีการฉีกขาดออกจากกันของเส้นเอ็นอย่างสมบูรณ์

ดังนั้นการบาดเจ็บของเส้นเอ็นระดับ 1-2 จึงอนุมานได้ว่าเป็นเส้นเอ็นฉีก และระดับ 3 เป็นระดับที่มีความรุนแรงที่สุดสังเกตเห็นเส้นเอ็นขาดออกจากกันเป็น 2 ส่วน ถือว่าเป็นเส้นเอ็นขาดอย่างแท้จริง

ส่วนไหนของร่างกายที่เกิดเอ็นฉีกได้บ้าง พบเอ็นฉีกได้บ่อยที่อวัยวะไหน?

ในความเป็นจริงแล้ว บริเวณข้อต่อทุกข้อในร่างกายมีโอกาสบาดเจ็บหรือเกิด เอ็นฉีก หรือขาดได้ทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม ข้อต่อที่พบกว่ามีเส้นเอ็นบาดเจ็บหรือเอ็นฉีกขาดบ่อยๆ ได้แก่ ข้อศอกและข้อเท้า

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ไม่สบาย ไม่ต้องจ่ายเอง รักษาเต็มที่สบายใจ

ไม่อยากจ่ายเบี้ยแพง อยากได้รพดีๆ บอกเราได้ว่าอยากได้ประกันสุขภาพอย่างไร เราช่วยหาให้คุณได้ ไม่มีข้อผูกมัด

Hd insurance lp bg

ผู้ป่วยที่มีอาการเกี่ยวกับข้อศอกมักมาพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดด้วยอาการปวดข้อศอก ทั้งอาการปวดข้อศอกนักกอล์ฟ และอาการปวดข้อศอกของนักเทนนิส ส่วนผู้ป่วยเอ็นข้อเท้าบาดเจ็บมักจะมาพบด้วยอาการข้อเท้าแพลง

เนื่องจากข้อต่อทั้งสองมีการเคลื่อนไหวมากอยู่แล้ว เมื่อได้รับแรงกระทำจากภายนอกที่รุนแรง หรือการใช้งานในท่าที่ที่ไม่เหมาะสมซ้ำๆ จึงทำให้เกิดการบาดเจ็บขึ้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ก็จะมีเอ็นฉีกบางส่วน หรือขาดแบบสมบูรณ์ได้ในที่สุด

ความเสี่ยงที่ทำให้เกิดเอ็นฉีกมีอะไรบ้าง?

ดังที่ได้กล่าวไว้เบื้องต้นแล้วว่า ข้อต่อที่มีการเคลื่อนไหวมากในชีวิตประจำวันมักจะมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ เป็นเอ็นฉีก เอ็นขาด ได้สูง นอกจากนี้การใช้งานข้อต่อให้เคลื่อนไหวในทิศทางซ้ำๆ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเช่นกัน

หากเป็นการเคลื่อนไหวอย่างฉับพลัน ต้องอาศัยการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หรือมีการบิดข้อต่อนั้นๆ ร่วมด้วย ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการเอ็นฉีก เอ็นบาดเจ็บ เช่น ผู้เล่นกีฬากอล์ฟมีความเสี่ยงต่อเอ็นข้อศอกด้านในบาดเจ็บมากกว่าบุคคลทั่วไป และผู้ที่หกล้ม ทำให้ข้อเท้าบิดอย่างรวดเร็ว ก็มีความเสี่ยงที่เอ็นยึดกระดูกข้อเท้าจะบาดเจ็บได้

อาการเอ็นฉีกเป็นอย่างไร?

เมื่อมีอาการเอ็นฉีก หรือบาดเจ็บเกิดขึ้น อาการโดยทั่วไปก็จะเหมือนการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อชนิดอื่นๆ คือเกิดการกระบวนการอักเสบ (Inflammatory process) สังเกตได้จากมีอาการปวด บวม แดง ร้อนของเนื้อเยื่อบริเวณนั้น นอกจากนี้เนื้อเยื่อส่วนนั้นๆ ก็ทำงานได้น้อยลง

ในกรณีของเอ็นบาดเจ็บทุกระดับ อาจมีอาการข้างต้น ร่วมกับการไม่สามารถลงน้ำหนักที่ข้อต่อนั้นๆ ได้เต็มที่ เพราะจะมีอาการปวดมาก

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ไม่สบาย ไม่ต้องจ่ายเอง รักษาเต็มที่สบายใจ

ไม่อยากจ่ายเบี้ยแพง อยากได้รพดีๆ บอกเราได้ว่าอยากได้ประกันสุขภาพอย่างไร เราช่วยหาให้คุณได้ ไม่มีข้อผูกมัด

Hd insurance lp bg

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายงานหลายฉบับชี้ให้เห็นว่า เอ็นขาดแบบสมบูรณ์หรือบาดเจ็บระดับ 3 นั้น ในผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการปวดเลยก็ได้

การรักษาเอ็นฉีกทำได้อย่างไร มีวิธีไหนบ้าง?

วิธีการรักษาเอ็นบาดเจ็บ แบ่งตามระดับความรุนแรงของการบาดเจ็บได้ ดังนี้

  • ระดับ 1 ทำกายภาพบำบัด โดยมุ่งเน้นไปที่การลดความปวดและอาการบวม เช่น ประคบเย็น ทำอัลตราซาวนด์ ผู้ป่วยยังสามารถลงน้ำหนักที่ข้อต่อนั้นๆ ได้ เท่าที่ทำไหว
  • ระดับ 2 ทำกายภาพบำบัดเพื่อลดความเจ็บปวด ออกกำลังกายเพื่อรักษาช่วงการเคลื่อนไหวเมื่อความเจ็บปวดลดลง และอาจจะจำเป็นต้องใส่อุปกรณ์ช่วยพยุงข้อต่อ เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของข้อต่อนั้นๆ
  • ระดับ 3 ผู้ป่วยอาจจะถูกจำกัดการเคลื่อนไหวด้วยเฝือกชนิดแข็ง ต้องทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูตามความสามารถของแต่ละคน

    หลังถอดเฝือกออกยังคงต้องทำกายภาพบำบัดแบบต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถกลับไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามเดิม และลดโอกาสกลับไปบาดเจ็บซ้ำ

    นอกจากนี้ หากอาการรุนแรงมากอาจจะต้องรับการรักษาด้วยการผ่าตัดซ่อมแซมเส้นเอ็นที่ขาดด้วย

ระยะเวลารักษาเอ็นฉีก นานหรือไม่?

ระยะเวลาในการฟื้นตัวของเอ็นบาดเจ็บแต่ละระดับเป็นดังนี้

  • ระดับ 1 เนื่องจากมีการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ยังไม่ถึงเอ็นฉีก ระยะเวลาฟื้นตัวจึงสั้นกว่าระดับอื่นๆ คือประมาณ 0-3 วัน
  • ระดับ 2 มีเส้นเอ็นฉีกขาดไปบางส่วน ระยะเวลาฟื้นฟูขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของการรักษาที่ได้รับ และการพักการใช้งานของอวัยวะนั้นๆ โดยทั่วไปใช้เวลาเฉลี่ย 3 สัปดาห์ถึง 6 เดือน
  • ระดับ 3 เส้นเอ็นขาดอย่างสมบูรณ์ ทำให้การักษาซับซ้อนและยังต้องอาศัยระยะฟื้นฟู เพื่อทำกายภาพบำบัดให้สามารถกลับมาทำกิจวัตรประจำวันได้ใกล้เคียงปกติที่สุด

    เอ็นบาดเจ็บระดับนี้จึงใช้ระยะเวลาในรักษาและฟื้นฟูนานที่สุด โดยเฉลี่ยประมาณ 5 สัปดาห์ ถึง 1 ปี

การประคบร้อน-เย็นช่วยบรรเทาอาการเอ็นฉีกหรือไม่ วิธีการที่ถูกต้องเป็นอย่างไร?

เมื่อเอ็นฉีก หรือมีการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อเกิดขึ้น วิธีการปฐมพยาบาลที่มักจะถูกนำมาใช้เป็นลำดับแรกๆ คือการประคบร้อนและเย็น ซึ่งยังมีความเข้าใจผิดอยู่มาก

จริงๆ แล้วการประคบด้วยอุณหภูมิทั้ง 2 ชนิดนั้นให้ผลในด้านลดความปวด และส่งเสริมกระบวนการฟื้นฟูตนเองของเนื้อเยื่อ (Healing process) เหมือนกัน แต่กลไกไม่เหมือนกัน ดังนั้นการเลือกใช้วิธีให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก หากใช้สลับกันจะทำให้ปัญหาที่เป็นยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ดังนี้

  • การประคบเย็น จะใช้เพื่อทำให้เส้นเลือดรอบๆ บริเวณที่บาดเจ็บหรือมีเอ็นฉีกหดตัวลง มีผลให้การบวมลดลง สารที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดลดลง และควบคุมไม่ใช้เนื้อเยื่ออักเสบมาก
  • การประคบร้อน จะใช้เพื่อทำให้เส้นเลือดรอบๆ บริเวณที่บาดเจ็บหรือมีเอ็นฉีกขยายตัว ส่งผลให้ของเสียในบริเวณที่มีการบาดเจ็บหรืออักเสบถูกพัดพากลับสู่ระบบไหลเวียนเลือด และถูกทำลายต่อไป สามารถใช้ลดความเจ็บปวด และลดอาการบวมได้เหมือนกัน

การประคบทั้งสองแบบมีข้อบ่งชี้การใช้คือ การประคบเย็นจะใช้เมื่อเนื้อเยื่อบริเวณที่เอ็นฉีก เอ็นบาดเจ็บ นั้นมีสัญลักษณ์แสดงการอักเสบชัดเจน ได้แก่

  1. ปวด
  2. บวม
  3. แดง
  4. ร้อน
  5. เคลื่อนไหวไม่สะดวก (Dysfunction)

ถ้ามีอาการ 2 ใน 5 อย่างข้างต้น ให้ใช้การประคบเย็นก่อน จนเมื่ออาการบรรเทาลงเหลือเพียงอาการใดอาการหนึ่ง จึงเปลี่ยนมาใช้การประคบร้อน

วิธีนี้เป็นวิธีที่สนับสนุนให้เกิดกระบวนการฟื้นฟูตนเองของเนื้อเยื่ออย่างรวดเร็วและถูกต้องที่สุดในปัจจุบัน

ความเข้าใจที่ผิดเรื่องการประคบร้อนประคบเย็น มักเกิดจากมีความพยายามทำให้การประคบร้อนและประคบเย็นจำง่ายขึ้น เพราะโดยมากเมื่อมีเอ็นฉีก เอ็นบาดเจ็บ กระบวนการอักเสบที่รุนแรงมักจะเกิดขึ้นในช่วง 3 วันแรก ดังนั้นจึงมีผู้สรุปว่า 3 วันแรกควรประคบเย็น แล้ววันต่อๆ มาค่อยประคบร้อน แต่ในความจริง ไม่ใช่ทุกกรณีเอ็นฉีก เอ็นบาดเจ็บ ที่การอักเสบจะลดลงใน 3 วัน ดังนั้นจริงไม่ควรใช้จำนวนเป็นหลักในการพิจารณา

นอกจากนี้ เมื่อมีเอ็นฉีก เอ็นบาดเจ็บเกิดขึ้น ควรจะปฐมพยาบาลตามหลักการ POLICE เพื่อช่วยลดกระบวนการอักเสบของเนื้อเยื่อได้ดี ดังนี้

P - Protection (พักการใช้งาน) คือควรหยุดการใช้งานโครงสร้างที่ได้รับการบาดเจ็บทันที เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่เพิ่มขึ้น อาจจะพยุงด้วยการพันผ้ายืด ติดเทปหรือใส่อุปกรณ์ช่วยพยุงต่างๆ รวมถึงการใช้เครื่องช่วยเดินต่างๆ เช่น ไม้ค้ำรักแร้ ไม้เท้า ร่วมด้วย

O L - Optimum Loading (ขยับเท่าที่ทำได้) สำหรับข้อเท้าพลิก สามารถทำได้ด้วยการขยับข้อเท้าเท่าที่ทำได้ เดินลงน้ำหนักเท่าที่ไหว โดยระวังไม่ให้มีอาการปวดมากขึ้น

I - Ice (ประคบด้วยความเย็น) เพื่อลดกระบวนการอักเสบของเนื้อเยื่อที่ได้รับการบาดเจ็บ

C - Compression (ให้แรงกดเบาๆ ขณะประคบเย็น) ขณะประคบเย็นอาจจะใช้ผ้ายืดรัด โดยรัดแน่นที่ส่วนปลายเท้า และค่อยๆ ผ่อนแรงตึงของผ้าลงเรื่อยๆ เมื่อเข้าใกล้ส่วนลำตัว เป็นเวลา 15-20 นาที ก่อนจะแกะออก และทำซ้ำใหม่ทุกๆ 2 ชั่วโมง หรืออาจะเลือกติดเทปที่ผลิตเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ซึ่งสามารถให้ความเย็นและไม่แฉะด้วย

E - Elevation (ยกข้อเท้าให้สูงกว่าระดับหัวใจ) ทำได้โดยการนอนหงาย ใช้หมอนรองใช้ข้อเท้าข้างที่มีอาการให้สูงกว่าระดับหัวใจเล็กน้อย เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือดจากปลายเท้ากลับสู่หัวใจ ซึ่งช่วยลดอาการบวมได้ ทั้งนี้อาจกระดกข้อเท้าเบาๆ ร่วมด้วย จะช่วยให้ได้ผลดียิ่งขึ้น

ช่วงรักษาเอ็นฉีกควรรับประทานอาหารอะไรเป็นพิเศษหรือไม่?

เมื่อเกิดอาการเอ็นฉีก เอ็นบาดเจ็บ ไม่มีอาหารชนิดไดที่ต้องรับประทานเป็นพิเศษ เพียงแค่รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ก็เพียงพอแล้ว

สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงเมื่อเอ็นฉีกหรือเอ็นบาดเจ็บคือ การลงน้ำหนักและเคลื่อนไหวข้อต่อที่มีปัญหา ควรปฏิบัติตามที่นักกายภาพบำบัดแนะนำอย่างเคร่งครัด


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป