ยา

Nadroparin

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
Nadroparin

ชื่อสามัญ           Nadroparin calcium

ชื่อการค้า           Fraxiparine/ Fraxiparine Forte

ประเภท             เป็นสารคล้าย Heparin แต่มีอณูเล็กกว่า ซึ่งเป็นสาร Mucopolysaccharide มีคุณสมบัติ เป็นกรดอย่างแรง ป้องกันเลือดแข็ง แต่ไม่มีฤทธิ์ละลายลิ่มเลือดหรือไฟบริน และไม่มีผลต่อการจับกลุ่มของเกล็ดเลือด

ข้อบ่งใช้             รักษาอาการเจ็บหน้าอก (Unstable angina) และ Non-Q-wave myocardial infarction ใช้ป้องกันและรักษา Thromboembolic disease ขณะทํา Hemodialysis ป้องกันและรักษา Deep vein thrombosis ใช้สําหรับ Venous Stroke และ Intracranial embols ใช้ระหว่างการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ในกรณีใช้ Heparin sodium ไม่ได้ผล

การออกฤทธิ์       ยับยั้งการเกิด Thrombin ขัดขวาง thrombin ในการกระตุ้น Fibrinogen ให้เป็น Fibrin และยับยั้งการกระตุ้น Factor 13 ไม่ให้เกิดลิ่มเลือด ช่วยละลายก้อนเลือด เพื่อให้ได้องค์ประกอบในการแข็งตัวของเลือดคืนมา จะใช้ในการรักษาภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ

ผลข้างเคียง        ที่พบบ่อย คือ มีเลือดออก โดยเฉพาะถ้าได้รับยาขนาดสูง หรือมีรอยโรคอยู่แล้ว นอกจากนี้ อาจมีอาการแพ้ เช่น ผื่นคัน มีใช้ หนาวสั่น เป็นต้น อาการที่พบน้อย ได้แก่ เจ็บปวด บริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ ปวดข้อ คัดจมูก ผมร่วง กระดูกพรุน เกล็ดเลือดต่ำ หลอดลมตีบ และหายใจไม่สะดวก

การพยาบาล       

  • บันทึกสัญญาณชีพจํานวนเม็ดเลือด และความเข้มข้นของเลือด ก่อนและระหว่างให้ยา
  • ในกรณีที่ได้รับยาต่อเนื่องตลอดเวลา ต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับยาที่ถูกต้องทั้งขนาดและอัตราหยดต่อนาที
  • ติดตามผลการแข็งตัวของเลือด เช่น PT (Protrombin time), PTT (Partial throboplastin time) เป็นต้น ก่อนให้ยา และระหว่างให้ยาทุก 4 ชั่วโมง โดยเฉพาะในระยะแรกๆ ของการรักษา เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการปรับขนาดของเฮปาริน
  • สังเกตอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เพราะอาจมีเลือดออกหรืออาการแพ้ได้
  • แนะนําผู้ป่วยให้รู้จักสังเกตอาการเลือดออกผิดปกติ หรืออาการผิดปกติอื่นๆ เช่น เจ็บหน้าอก ปวดหรือเจ็บตามอวัยวะต่างๆ เป็นต้น เพราะอาจเกิดการอุดตันในหลอดเลือด                
  • หลีกเลี่ยงการฉีดยาตัวอื่นเข้าในหลอดเลือดดําที่กําลังให้เราวิน แต่ถ้าจําเป็นจะต้องฉีดน้ำเกลือประมาณ 1-2 มิลลิตร ก่อนและหลังให้ยา
  • ให้การพยาบาลด้วยความนุ่มนวล เช่น การดูดเสมหะ การใส่สายยางเข้ากระเพาะอาหารเป็นต้น
  •  ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุ หรือการบาดเจ็บต่างๆ
  • การเจาะเลือด ควรรวมกันเจาะครั้งเดียว และควรหยุดเลือดให้นานกว่าปกติ

 หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนผู้แต่ง รองศาสตราจารย์ปราณี ทู้ไพเราะ  ได้โดยการซื้อหนังสือ “คู่มือยา (Handbook of Drugs)”

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่