Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์และเภสัชกร HONESTDOCS

Norfloxacin (นอร์ฟลอกซาซิน)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,292,354 คน

Norfloxacin หรือนอร์ฟลอกซาซิน เป็นยาปฏิชีวนะสำหรับรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียต่างๆ โดยนิยมนำมาใช้รักษาผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ และต่อมลูกหมากอักเสบจากการติดเชื้อ 

ตัวอย่างยี่ห้อยา Norfloxacin ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย

Gonorcin, Janacin, Manoflox, M-Flox 400, Norbactin, Norflocin, Norflox Osoth, Norflox RX, Norfloxacin Community Pharm, Norfloxin, Norfloxyl, Norxacin, Noxine, Proxinor, Rexacin, Sefnor และ Urinox

โฆษณาจาก HonestDocs
กรนดัง ง่วงระหว่างวัน ปวดหัวตอนตื่น อาจต้องตรวจการนอนหลับ 😳 .

เราจัดดีลตรวจการนอนหลับมาลดราคาให้ 30-50% 💪🏻 เริ่มต้นเพียง 1950 บาท เท่านั้น

%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9ainternal ad

รูปแบบและส่วนประกอบของยา Norfloxacin

Norfloxacin เป็นยาปฏิชีวนะสำหรับรับประทาน อยู่ในรูปแบบยาเม็ด มี 3 ขนาดด้วยกัน ได้แก่ นอร์ฟลอกซาซินขนาด 100 มิลลิกรัม 200 มิลลิกรัม และ 400 มิลลิกรัม

กลไกการออกฤทธิ์ของยา Norfloxacin

Norfloxacin เป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่มฟลูออโรควิโนโลน (Fluoroquinolone) มีกลไกการออกฤทธิ์โดยยับยั้งการสังเคราะห์ DNA ผ่านกระบวนการยับยั้งเอนไซม์ดีเอ็นเอ ไจเรส (DNA gyrase) และเอนไซม์โทพอยโซเมอเรส 4 (Topoisomerase IV) ยานี้มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อได้กว้างขวาง ทั้งต่อเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก และแบคทีเรียแกรมลบ

ข้อควรระวังในการใช้ยา Norfloxacin

  • ไม่ใช้ยา Norfloxacin ในผู้ป่วยที่แพ้ยานี้ หรือแพ้ยาในกลุ่มควิโนโลน (Quinolones)
  • ไม่ใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด Myasthenia gravis ผู้ป่วยเอ็นอักเสบ หรือมีประวัติเอ็นเสียหายเนื่องจากการใช้ยาควิโนโลน
  • ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพต่อไปนี้ ควรใช้ยา Norfloxacin อย่างระมัดระวัง
    • ผู้ที่มีประวัติการแพ้ยากลุ่มบีต้า-แลคแตม (Beta-lactam)
    • ผู้ป่วยที่มีปัญหาการเต้นของหัวใจแบบ QT interval prolongation
    • ผู้ป่วยที่มีภาวะโพแทสเซียมต่ำ
    • ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง หรือมีปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดการชัก
    • ผู้ที่มีการปลูกถ่ายไต ปอด หรือหัวใจ
    • ผู้ป่วยโรคไต
    • สตรีมีครรภ์ และสตรีที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ยานี้อาจก่อให้เกิดอาการมึนงงและวิงเวียนศีรษะได้ จึงไม่ควรขับรถหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้เครื่องจักรหลังจากรับประทานยา 
  • ผู้ป่วยอาจไวต่อแสงมากยิ่งขึ้นในระหว่างที่ใช้ยานี้ จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรืออยู่ท่ามกลางแดดจ้า

ข้อบ่งใช้ของยา Norfloxacin

  • รักษาต่อมลูกหมากอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ชนิดเรื้อรัง ปริมาณการใช้ยาในผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 28 วัน
  • รักษาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะชนิดเรื้อรังที่กลับมาเป็นซ้ำ ปริมาณการใช้ยาในผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 12 สัปดาห์ อาจลดปริมาณยาเหลือวันละ 1 ครั้ง หากการรักษาสามารถต้านทานเชื้อได้ดีพอภายในช่วง 4 สัปดาห์แรก
  • รักษาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ชนิดมีภาวะแทรกซ้อน ปริมาณการใช้ยาในผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 10-21 วัน
  • รักษาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ชนิดไม่มีภาวะแทรกซ้อน สำหรับการติดเชื้อ E. coli, Klebsiella pneumoniae, และ Proteus mirabilis รับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 3 วัน สำหรับการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่น ให้รับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 7-10 วัน 
  • รักษาอาการอุจจาระร่วง อาหารเป็นพิษในนักท่องเที่ยว (Traveler’s diarrhea) ปริมาณการใช้ยาในผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 3 วัน 

ข้อปฏิบัติเมื่อลืมรับประทานยา Norfloxacin

หากลืมรับประทานยา Norfloxacin ให้รับประทานยาทันทีที่นึกได้ตามปริมาณปกติ แต่หากใกล้ถึงเวลารับประทานในครั้งถัดไป ให้ข้ามไปรับประทานยาในมื้อถัดไปได้เลย และไม่ต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา Norfloxacin

การใช้ยา Norfloxacin อาจทำให้มีอาการข้างเคียงที่ไม่รุนแรง เช่น มึนงง ปวดศีรษะ ง่วงซึม คลื่นไส้ ปวดเกร็งท้อง ท้องเสีย อาเจียน เบื่ออาหารท้องผูก แน่นท้อง แต่หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์ 

ในกรณีที่มีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที 

  • อาการแพ้ยา เช่น ลมพิษ หน้าบวม ปากบวม คอบวม แน่นหน้าอก หรือหายใจลำบาก
  • ปัญหาเกี่ยวกับตับอ่อน เช่น ปวดท้องหรือปวดหลังอย่างมาก ถ่ายท้องหรืออาเจียนอย่างรุนแรง
  • ปัสสาวะขัดหรือปัสสาวะไม่ออก มีเลือดปนในปัสสาวะ
  • ชาปลายมือปลายเท้า ปวดข้อ ชัก กล้ามเนื้อหดเกร็ง
  • การเต้นของหัวใจผิดปกติแบบ QT prolongation 
  • น้ำตาลในเลือดต่ำ  
  • มีอาการของตับอักเสบ เช่น ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด รู้สึกเหนื่อย ไม่อยากอาหาร และดีซ่าน (ตาขาวและผิวหนังมีสีออกเหลือง)
  • มีอาการท้องเสียที่เกิดจากการติดเชื้อ Clostridium difficile (CDAD) เช่น ปวดท้องอย่างรุนแรง ร่วมกับถ่ายเหลวมาก หรืออุจจาระปนเลือด

ข้อมูลการใช้ยา Norfloxacin ในสตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร

ตัวยา Norfloxacin จัดอยู่ในกลุ่มยาประเภท C คือควรระมัดระวังการใช้ยาในสตรีมีครรภ์และสตรีที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร โดยจะต้องปรึกษาแพทย์เพื่อชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์และความเสี่ยงจากยาก่อนใช้

ประเภทของยา Norfloxacin ตามข้อมูลจากองค์การอาหารและยา ประเทศไทย

ยา Norfloxacin จัดอยู่ในกลุ่มยาอันตราย จำหน่ายเฉพาะในร้านขายยาแผนปัจจุบันที่มีเภสัชกรชั้นหนึ่งเป็นผู้จ่ายยาเท่านั้น

การเก็บรักษายา Norfloxacin

ควรเก็บรักษายา Norfloxacin ที่อุณหภูมิ 15-30 องศาเซลเซียส และเก็บไว้ให้พ้นจากแสงแดด


ที่มาของข้อมูล

Norfloxacin (https://reference.medscape.com/drug/noroxin-norfloxacin-systemic-342535)

กลุ่มระบาดวิทยาโรคติดต่อ สำนักระบาดวิทยา, อุจจาระร่วงเฉียบพลัน (Acute diarrhea) (www.boe.moph.go.th/fact/Diarrhea.doc)

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล