Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
มะเร็งและโรคร้าย

การเปลี่ยนหัวใจ

ทำความรู้จักเกี่ยวกับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ผู้บริจาคคือใคร และใครที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,567,588 คน

การเปลี่ยนหัวใจ

หัวใจ (Heart ) เป็นอวัยวะที่สำคัญมากในร่างกายของมนุษย์ เพราะหากไม่มีหัวใจก็จะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ เพราะหัวใจเป็นอวัยวะที่สูบฉีดเลือดที่อุดมไปด้วยออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายนั่นเอง

ทางการแพทย์จึงวินิจฉัยการเสียชีวิตโดยใช้การเต้นหัวใจเป็นตัวชี้วัดว่า ผู้ป่วยยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ถึงแม้อวัยวะอื่นๆ จะยังทำงานอยู่ก็ตาม

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
วดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad

ดังนั้น เมื่อผู้ป่วยมีความผิดปกติของหัวใจ เช่น หัวใจวาย หรือหัวใจล้มเหลวระยะสุดท้าย (หัวใจไม่สามารถบีบส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้) โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือแม้แต่ผู้ป่วยที่มีหัวใจพิการตั้งแต่กำเนิด

การรักษาด้วยวิธีการ “ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ” จะสามารถช่วยยืดอายุ และช่วยชีวิตของผู้ป่วยเหล่านี้ได้

ความรู้ทั่วไปในการเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ

การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจมักทำร่วมกับปอด เนื่องจากอวัยวะทั้งสองต้องทำงานร่วมกันเสมอ เมื่อเกิดความผิดปกติที่อวัยวะใดอวัยวะหนึ่งก็จะส่งผลกระทบไปยังอวัยวะหนึ่งด้วยเสมอ ทางการแพทย์จึงมักเรียกการผ่าตัดนี้ว่า “การปลูกถ่ายหัวใจและปอด”

ซึ่งในปัจจุบันการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจมีอัตราความสำเร็จมากขึ้น เนื่องจากวิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้าขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาประสิทธิภาพของยากดภูมิคุ้ม แต่อย่างไรก็ตาม การบริจาคหัวใจยังมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนผู้บริจาคที่มีน้อยกว่าผู้รับบริจาค ทำให้การผ่าตัดนี้ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก

โดยสำหรับผู้ป่วยที่ทำการผ่าตัดรักษาไปแล้วจะต้องปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดอย่างเคร่งครัด เพื่อถนอมสุขภาพและหัวใจให้อยู่กับเราไปนานๆ ดังนี้

  • ไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง
  • ดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรงอยู่เสมอ
  • ระมัดระวังความเสี่ยงในการติดเชื้อ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • ออกกำลังกายตามที่แพทย์แนะนำ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ

สถิติการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ

จากสถิติของสมาคมผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจนานาชาติ พบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจมากกว่า 70% จะมีชีวิตอยู่ได้ถึง 10 ปี และส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะดำรงชีวิตเหมือนหรือใกล้เคียงคนปกติได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
วดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad

เมื่อไหร่ที่ต้องเปลี่ยนหัวใจ?

ผู้ป่วยโรคหัวใจตีบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือโรคหัวใจล้มเหลวระยะสุดท้าย ที่มีค่าความสามารถในการทำงานของหัวใจเหลือน้อยกว่า 25% แพทย์จะพิจารณาเปลี่ยนหัวใจใหม่ในกรณีที่มีผู้บริจาคให้

โดยการบริจาคหัวใจนั้นจะมีระยะเวลาจำกัดคือ หัวใจที่บริจาคจะต้องปลูกถ่ายให้ผู้รับบริจาคภายใน 4-6 ชั่วโมงเท่านั้น ทำให้การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจจำเป็นต้องมีการวางแผนและเตรียมการล่วงหน้าอย่างดี ซึ่งการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจนั้นจะเป็นวิธีสุดท้ายที่แพทย์จะเลือกใช้ในการรักษา

ข้อควรรู้เกี่ยวกับผู้บริจาคหัวใจ

ผู้ที่จะบริจาคหัวใจได้นั้นจะต้องเป็นผู้ที่สมองตาย ส่วนมากมาจากผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุ ซึ่งญาติจะเป็นผู้แจ้งความประสงค์ โดยหัวใจที่บริจาคจะทำการผ่าตัดออกมาเก็บรักษาไว้ได้ไม่เกิน 3 ชั่วโมง ก่อนจะถูกเปลี่ยนผ่านไปยังชุดผ่าตัดหัวใจอีกชุดหนึ่ง

ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดและการดูแลหลังผ่าตัดครั้งแรกประมาณ 1 แสนบาท และการทำการผ่าตัดตั้งแต่การบริจาคจนถึงการรับบริจาคจะต้องผ่านการรับรอง และวินิจฉัยจริยธรรมจากคณะกรรมการ

ซึ่งเป็นคณะกรรมการกลางที่ไม่เกี่ยวข้องกับทีมที่ทำการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ และมีการลงชื่อรับรองโดยแพทย์ผู้ตรวจอย่างน้อย 2 คน จากนั้นก็จะนำหัวใจที่บริจาคส่งมอบให้กับทีมทแพทย์ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจต่อไป

ข้อกำหนดเบื้องต้นของผู้รับบริจาค

  • เป็นโรคหัวใจที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจเท่านั้น ได้แก่ โรคกล้ามเนื้อหัวใจโป่งพองโดยไม่ทราบสาเหตุ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือโรคลิ้นหัวใจพิการระยะสุดท้าย โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดบางชนิด
  • ส่วนมากจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี หากไม่ได้รับการรักษา
  • อายุไม่ควรเกิน 60 ปี
  • ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง เช่น โรคมะเร็ง
  • ไม่มีโรคติดเชื้อรุนแรง
  • ผู้ป่วยจะต้องให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์โดยเคร่งครัด

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป