Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
HONESTDOCS MEDICAL TEAM
มะเร็งและโรคร้าย

ท้องผูก ต้นเหตุของโรคริดสีดวงทวาร ลำไส้ใหญ่อักเสบ และมะเร็ง

ท้องผูก ไม่ใช่เรื่องตลก มารู้เท่าทันสาเหตุ และวิธีการป้องกัน กันเถอะ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,102,882 คน

ท้องผูก ต้นเหตุของโรคริดสีดวงทวาร ลำไส้ใหญ่อักเสบ และมะเร็ง

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 05/06/2562

ท้องผูก ปัญหาสุขภาพที่รบกวนความสงบสุขในชีวิตประจำวัน ซึ่งท้องผูก หมายถึง มีการขับถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ร่วมกับก้อนอุจจาระมีลักษณะแข็งและยากต่อการขับถ่ายออกมา อาจรู้สึกเจ็บปวดเวลาถ่ายอุจจาระซึ่งมักต้องออกแรงเบ่ง ใช้เวลานานกว่าจะขับถ่ายได้สำเร็จ  ท้องอืดมีลมเยอะ แน่นท้องและรู้สึกว่าถ่ายไม่หมด บางครั้งอุจจาระก็ก้อนใหญ่มาก ครูดเนื้อเยื่อบางๆ ของลำไส้ใหญ่ มีเลือดปนออกมาได้ ส่วนมากแล้วภาวะท้องผูกพบได้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และเป็นได้ในทุกช่วงวัย

โฆษณาจาก HonestDocs
เชื้อ HPV สาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูก

ฉีดวัคซีน ป้องกันไว้ก่อนเลยวันนี้ เริ่มต้นเพียง 3,185 เท่านั้น

Hpv35 internal ad

สาเหตุที่ทำให้ท้องผูก

สาเหตุของท้องผูกอาจจะไม่เกี่ยวกับอาหารการกินเลยก็ได้

1. เป็นอาการหนึ่งของโรค เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่  ต่อมไทรอยด์หรือพาราไทรอยด์ผิดปกติ หรือรวมไปถึงการตีบแคบของลำไส้จากพังผืดหรือการผ่าตัด เป็นต้น

2. เป็นอาการข้างเคียงของยา เช่น ยาแก้ปวดกลุ่มที่มีมอร์ฟีน ยารักษาอาการทางจิตเวช ยามะเร็งบางชนิด ยาแก้ท้องเสีย ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ยาลดความดัน ยาคุมกำเนิด เป็นต้น

3. ความเครียด มีความทุกข์หมกมุ่นในใจ ทำให้การขับถ่ายพลอยเปลี่ยนแปลงไปด้วย ที่เห็นชัดคือ ในขณะเดินทาง หากห้องน้ำห้องส้วมไม่สะอาด ต้องงดเว้นขับถ่าย บางวันยกยอดไปจัดการคราวเดียวเมื่อถึงบ้านแล้ว เมื่อทำบ่อยเข้าก็กลายเป็นท้องผูกเป็นประจำ

4. การรับประทานอาหาร เช่น การรับประทานอาหารไม่เพียงพอ ไม่ถูกส่วน ไม่รับประทานผักหรือผลไม้ ดื่มน้ำน้อยเกินไป ไม่รับประทานอาหารเช้า เป็นต้น

5. ตั้งครรภ์ เนื่องจากขณะตั้งครรภ์ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะสูงขึ้น และฮอร์โมนโมทิลินลดลง ทำให้การเคลื่อนตัวในลำไส้นานขึ้นและเกิดท้องผูก

6. การเคลื่อนไหวตัวของลำไส้ผิดปกติ หรืออาจจะเรียกว่าลำไส้แปรปรวน ซึ่งอาการท้องผูกจะพบได้ประมาณเกือบครึ่งหนึ่งของภาวะนี้

7. มีความผิดปกติของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการขับถ่าย เกิดจากการที่กล้ามช่องท้องที่ใช้ช่วยในการเบ่งมีแรงไม่เพียงพอ หรือการที่กล้ามเนื้อหูรูดทำงานไม่สัมพันธ์กับการเบ่งถ่ายอุจจาระ โดยมีการเกร็งตัวหรือไม่คลายตัวดีพอขณะทำการเบ่งถ่าย

โฆษณาจาก HonestDocs
เชื้อ HPV สาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูก

ฉีดวัคซีน ป้องกันไว้ก่อนเลยวันนี้ เริ่มต้นเพียง 3,185 เท่านั้น

Hpv35 internal ad

8. ท้องผูกชนิดที่ลำไส้มีภาวะเคลื่อนไหวตัวช้ากว่าปกติ

9. ขาดการออกกำลังกาย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ 

อาการท้องผูก

อาการท้องผูกสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกวัย ตั้งแต่วัยทารกแบเบาะ จนถึงวัยชรา ในเด็กทารกที่เลี้ยงด้วยนมแม่อาจท้องผูกเมื่อเปลี่ยนไปดูดนมขวด หรือเริ่มหัดรับประทานอาหารเสริม แต่ส่วนใหญ่มักหายได้เองเมื่อเริ่มคุ้นชินกับอาหารใหม่ๆ พ่อแม่สามารถช่วยเหลือลูกน้อยให้บรรเทาอาการเจ็บปวดขณะถ่ายอุจจาระได้ โดยให้ดูดน้ำมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำสะอาด น้ำผลไม้ หรือน้ำผสมน้ำตาลก็ได้ และหากลูกน้อยรับประทานอาหารที่มีกากได้แล้ว ก็ควรให้ผักและผลไม้มากขึ้น

เด็กวัยก่อนเรียนบางคนมีอาการท้องผูก เพราะกลั้นไว้ ด้วยเหตุผลบางอย่าง เช่น เคยรู้สึกเจ็บเวลาถ่าย ถึงเวลาปวดอุจจาระก็ไม่อยากถ่ายเพราะเกรงว่าจะเจ็บอีก บางคนถูกหัดให้นั่งส้วมเร็วเกินไป หรือเมื่อถ่ายรดกางเกงก็ถูกดุว่าบ่อย ก็เลยกลั้นไว้ ซึ่งหากกลั้นนาน อุจจาระก็ยิ่งแข็งและก้อนใหญ่ขึ้น ทำให้เจ็บมากขึ้นอีก ดังนั้น พ่อแม่ควรดูแลอย่างใกล้ชิด ช่วยเหลือปลอบโยน ให้เวลาถ่ายเพียงพอ ถ้าจำเป็นอาจต้องช่วยสวนหรือเหน็บยาให้

สำหรับเด็กวัยห้าหกขวบขึ้นไป เข้าห้องน้ำเองได้แล้ว เมื่อพ่อแม่เห็นว่าโตแล้ว อาจละเลยไม่ถามเรื่องการขับถ่าย หรือเด็กบางคนถือว่าการเข้าห้องน้ำทำให้เสียเวลาเล่น ห่วงเล่นมากกว่า จึงกลั้นเอาไว้เรื่อยๆ ซึ่งกรณีที่ยกมานี้ ก็เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล เพราะฉะนั้น ในวัยเด็กจึงต้องปลูกฝังนิสัยการกินและการขับถ่ายที่ดี อย่าปล่อยให้ท้องผูกจนเป็นนิสัย และไม่ควรใช้ยาถ่ายหากไม่จำเป็น และการใช้ยาถ่ายชนิดที่เป็นน้ำมันแร่ อาจทำให้ร่างกายพลอยสูญเสียวิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ อี ดี และเค ซึ่งในวัยเติบโต ร่างกายไม่ควรขาดวิตามินเหล่านี้

วิธีป้องกันท้องผูก

วิธีป้องกัน หมายถึง การกระตุ้นให้กล้ามเนื้อลำไส้ใหญ่ทำงานได้เอง ได้แก่ การรับประทานอาหารที่มีกากใย* (fiber) มากๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยการเดินเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับทุกวัย ประหยัดและดีต่อสุขภาพ อีกทั้งการสร้างสุขนิสัยการขับถ่ายใหม่ โดยถ่ายให้เป็นเวลา เมื่อรู้สึกปวดไม่ควรอั้นไว้ และไม่ขับถ่ายอย่างรีบเร่ง และที่สำคัญ ควรดื่มน้ำเยอะๆ วันละ 6 - 8 แก้ว เพียงเท่านี้ ปัญหาท้องผูกก็ไม่สามารถมารบกวนเราได้แล้ว

*กากใย หมายถึง ใยพืชส่วนที่ร่างการย่อยไม่ได้ ได้แก่ เซลลูโลสที่เป็นโครงสร้างของใบและก้านผัก หรือเพคติน ที่มีมากในน้ำผลไม้  เมื่อเซลลูโลสและเพคตินไปถึงลำไส้ใหญ่ยังช่วยดูดซับน้ำไว้ทำให้อุจจาระอ่อนนุ่ม ขับถ่ายได้ง่าย

10 อาหารที่ช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น

1. ราสเบอร์รี่

ราสเบอร์รี่ ถือว่าเป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีไฟเบอร์สูง เนื่องจากมีปริมาณไฟเบอร์ประมาณ 8 กรัมต่อถ้วย ซึ่งมากกว่าสตรอว์เบอร์รี่ถึงสองเท่า โดยประโยชน์ของไฟเบอร์ คือ ช่วยเพิ่มมวลของอุจจาระเพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายไปยังระบบย่อยอาหาร นอกจากนี้ไฟเบอร์ยังเป็นอาหารที่สำคัญของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ด้วยเช่นกัน

2. ส้ม

นอกจากส้มจะอุดมไปด้วยวิตามินซีแล้ว ก็ยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มมวลของอุจจาระได้ อีกทั้งยังมีสารนารินจีนิน (Naringenin) ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ที่ถูกค้นพบว่าทำหน้าที่คล้ายยาระบาย

3. น้ำเปล่า

การที่ร่างกายขาดน้ำจะส่งผลให้อุจจาระแข็งและเคลื่อนตัวไปยังระบบย่อยอาหารได้ยากและนำไปสู่การเกิดอาการท้องผูก ดังนั้น ในแต่ละวันควรดื่มน้ำด้วยปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย โดยดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 6 - 8 แก้ว

4. คีเฟอร์

คีเฟอร์ (Kefir) เป็นผลิตภัณฑ์นมที่ผ่านกรรมวิธีการหมักซึ่งอุดมไปด้วยโปรไบโอติก (Probiotics) ที่นับว่าเป็นแบคทีเรียชนิดดีและมีความสำคัญต่อลำไส้ใหญ่ และปริมาณของแบคทีเรียมีมากกว่าโยเกิร์ตถึงสิบเท่า ทำให้อุจจาระอ่อนตัวลง ส่งผลดีต่อการขับถ่าย   

5. อัลมอนด์

นอกจากถั่วอัลมอนด์จะอุดมไปด้วยไขมันที่ดีต่อหัวใจ โปรตีน และไฟเบอร์แล้ว ก็ยังเป็นแหล่งของธาตุโพแทสเซียมด้วย ซึ่งธาตุนี้สามารถช่วยรักษาสมดุลของกรดในกระเพาะอาหารและทำให้อุจจาระเคลื่อนผ่านลำไส้ได้สะดวกขึ้น

6. ถั่วดำ

ถั่วดำหนึ่งถ้วยอุดมไปด้วยไฟเบอร์ถึง 15 กรัม อีกทั้งยังมีธาตุโพแทสเซียมและแมคนีเซียมที่ช่วยให้อุจจาระเคลื่อนผ่านทางเดินอาหารได้ง่ายขึ้น

7. ลูกพรุน

นอกจากจะพบไฟเบอร์ปริมาณสูงในลูกพรุนแล้ว ก็ยังมีสารไดไฮดรอกซีฟีนีลอิซาติน (Dihydroxyphenylisatin) ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ สารซอร์บิทอล (Sorbitol) ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบาย และธาตุโพแทสเซียม ที่มีมากกว่ากล้วยถึงสองเท่า ช่วยให้อุจจาระเคลื่อนผ่านทางเดินอาหารได้ง่ายขึ้นด้วย

8. ผักใบเขียว

ตัวอย่างผักใบเขียว เช่น ผักโขม ผักสวิสชาร์ด และผักเคล เป็นต้น ล้วนอุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อระบบขับถ่าย ได้แก่ ไฟเบอร์ที่ช่วยให้อุจจาระเคลื่อนตัวในลำไส้ได้สะดวกขึ้น ธาตุแมคนีเซียมและโพแทสเซียมที่ช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อของระบบย่อยอาหารดีขึ้น  

9. รำข้าวสาลี

เปลือกของรำข้าวสาลี อุดมไปด้วยไฟเบอร์ถึง 25 กรัมต่อถ้วย จึงสามารถช่วยบรรเทาอาการท้องผูกและช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นได้

10. ชา กาแฟ 

เครื่องดื่มอย่างชาและกาแฟ เป็นที่ทราบกันดีว่า มีสารคาเฟอีนที่สามารถช่วยให้บางคนขับถ่ายได้ดีขึ้น มีผลการวิจัยหนึ่งพบว่า เครื่องดื่มทั้งแบบมีคาเฟอีนและดีแคฟ (Decaf) ทำให้คนประมาณ 30% รู้สึกปวดอุจจาระ ซึ่งเชื่อว่ากุญแจหลักของการเกิดความรู้สึกดังกล่าว เกิดจากสารที่ทำให้กาแฟมีรสขมอย่างกรดโครโรจีนิก (Chrologenic acid) นั่นเอง

อ่านต่อ : ท้องผูก กินอะไรดี จึงจะทำให้ขับถ่ายได้ปกติ 

จริงอยู่ว่าอาการท้องผูก สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่ในเมื่อเรารู้แล้วว่าสาเหตุของอาการท้องผูกนั้นเกิดขึ้นได้จากอะไรบ้าง เราก็ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านั้น แต่หากท้องผูกเกิดขึ้นจากโรค เราก็ควรพบแพทย์เพื่อรักษาให้ตรงจุด และที่สำคัญควรดูแลตนเองให้ขับถ่ายคล่องอยู่เสมอ โดยการรับประทานผักและผลไม้ อย่างน้อย 400 กรัมขึ้นไป ควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย ออกกำลังกาย รู้จักผ่อนคลายความเครียด นอนหลับให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะๆ เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้แล้ว

อ่านต่อ : ท้องผูก กินอะไรดี จึงจะทำให้ขับถ่ายได้ปกติ 

ที่มาของข้อมูล

กุลเทพ รัตนโกวิท, ท้องผูกอย่าเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติ (https://www.bangkokhospital.co...), 1 มิถุนายน 2562

รศ.นพ. สุเทพ กลชาญวิทย์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ท้องผูก (Constipation) (https://bit.ly/2zkPdci) , 1 มิถุนายน 2562

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
ชนิดของมะเร็งลำไส้
ชนิดของมะเร็งลำไส้

มะเร็งลำไส้ชนิดต่าง ๆ

การรับมือกับมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 4
การรับมือกับมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 4

สิ่งที่คุณต้องรู้เมื่อต้องใช้ชีวิตต่อไปหลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 4

ฉันควรรับประทานอาหารอย่างไรหลังจากการผ่าตัดทำทวารเทียมหรือการผ่าตัดเอาลำไส้ใหญ่ออก
ฉันควรรับประทานอาหารอย่างไรหลังจากการผ่าตัดทำทวารเทียมหรือการผ่าตัดเอาลำไส้ใหญ่ออก

การเปลี่ยนแปลงอาหารเล็กๆ น้อยๆ หลังการผ่าตัดทำทวารเทียมจะช่วยให้ร่างกายของคุณปรับตัวได้