มะเร็งและโรคร้าย

ท้องผูก ต้นเหตุของโรคริดสีดวงทวาร ลำไส้ใหญ่อักเสบ และมะเร็ง

Istock 466999740 m

ท้องผูก รบกวนความสงบสุขในชีวิตประจำวันเพียงใด คนที่ ท้องผูก เสมอรู้ดี ถึง ท้องผูก จะไม่ใช่โรค เป็นอาการผิดปกติอย่างหนึ่งของร่างกายเท่านั้น หากไม่จัดการแก้ไขเสียงตั้งแต่เริ่มเป็นปล่อยให้เรื้อรังอาจกลายเป็นโรคริดสีดวงทวาร ลำไส้ใหญ่อักเสบ ลำไส้ใหญ่เป็นแผล โชคร้ายนักอาจถึงกับเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

ท้องผูกตรงกันข้ามกับท้องเดิน ท้องเดินหมายถึงการถ่ายอุจจาระไม่หยุด ให้ภาพเด่นชัดกว่าท้องเสีย มีความผิดปกติเกิดขึ้นในท้องก่อน ทำให้ต้องเดินไปถ่ายบ่อยครั้งขึ้น ถ้าใช้คำว่าท้องร่วงรู้สึกจะรุนแรงมากขึ้นถึงขนาดยั้งไม่อยู่ เดินยังไม่ถึงที่กำหนดก็ถ่ายออกมาแล้ว

ท้องผูก หมายถึง การถ่ายน้อยครั้งลงตามปกติ เคยถ่ายอุจจาระทุกวัน เวลาท้องผูกกลับถ่ายเว้นวันบ้าง เว้นหลายวันบ้าง บางคนเก่งมาก ถ่ายอุจจาระอาทิตย์ละครั้ง เวลาถ่ายมักมีอาการทุกข์ทรมานเหมือนำลำไส้ผูกปิดกั้นทางผ่านของอุจจาระ ต้องออกแรงเบ่งให้หลุด ใช้เวลานานกว่าจะขับถ่ายได้สำเร็จ อุจจาระแข็งบางครั้งก้อนใหญ่มาก ครูดเนื้อเยื่อบาง ๆ ของลำไส้ใหญ่ จึงมีเลือดปน ลำไส้ใหญ่ส่วนใกล้ทวารหนักอาจหลุดตามอุจจาระออกมาด้วย ต้องยัดกลับคืนเข้าไปใหม่

สาเหตุที่ทำให้ท้องผูก

  • บางประการไม่เกี่ยวกับอาหารการกินเลย เป็นอาการหนึ่งของโรคอื่น ได้แก่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ถูกอุดตัน ต่อมไทรอยด์หรือพาราไทรอยด์ผิดปกติ เป็นต้น

    ยาหลายอย่างทำให้ท้องผูกได้ เช่น ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ยาลดความดัน ยาคุมกำเนิด เป็นต้น

    สาเหตุที่เกี่ยวกับอาหารได้แก่ การกินอาหารไม่เพียงพอ กินอาหารไม่ถูกส่วน ไม่กินผักหรือผลไม้ กินน้ำน้อยเกินไป ไม่กินอาหารเช้า การกินอยู่เปลี่ยนไป แปลกที่หรือแปลกอาหาร สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน

    จิตใจกระวนกระวาย มีความทุกข์หมกมุ่นในใจ ทำให้การขับถ่ายพลอยเปลี่ยนแปลงไปด้วย ที่เห็นชัดคือ ในขณะเดินทาง หากห้องน้ำห้องส้วมไม่สะอาด ต้องงดเว้นขับถ่าย บางวันยกยอดไปจัดการคราวเดียวเมื่อถึงบ้านแล้ว เดินทางบ่อยเข้า กลายเป็นท้องผูกเป็นประจำ

อาการท้องผูกเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย

ตั้งแต่ทารกวัยแบเบาะ จนถึงวัยชรา ทารกที่เลี้ยงด้วยนมแม่อาจท้องผูกเมื่อเปลี่ยนไปกินนมขวด หรือเมื่อเริ่มหัดกินอาหารเสริม ส่วนใหญ่มักหายไปเองเมื่อคุ้นกับอาหารใหม่ แต่ควรช่วยเหลือให้บรรเทาอาการเจ็บปวดขณะถ่ายอุจจาระได้ โดยให้กินน้ำมากขึ้น น้ำสะอาด น้ำผลไม้ หรือน้ำผสมน้ำตาลก็ได้ หากกินอาหารที่มีกากได้แล้ว ก็ควรให้ผักและผลไม้มากขึ้น

เด็กวัยก่อนเรียนบางคนท้องผูกเพราะกลั้นไว้ บางคนเคยรู้สึกเจ็บเวลาถ่าย ถึงเวลาปวดอุจจาระไม่กล้าถ่ายเพราะเกรงว่าจะเจ็บอีก บางคนถูกหัดให้นั่งส้วมเร็วเกินไป หรือเมื่อถ่ายรดกางเกงถูกดุว่าบ่อย ยิ่งกลั้นไว้บ่อย หรือกลั้นนาน อุจจาระยิ่งแข็งและก้อนใหญ่ขึ้น ทำให้เจ็บมากขึ้นอีก เป็นวงจรที่ไม่ที่สิ้นสุด พ่อแม่ควรดูแลอย่างใกล้ชิด ช่วยเหลือปลอบโยน ให้เวลาถ่ายเพียงพอ ถ้าจำเป็นอาจต้องช่วยสวนหรือเหน็บให้

เด็กวัยห้าหกขวบขึ้นไป เข้าห้องน้ำเองได้แล้ว พ่อแม่เห็นว่าโตแล้ว ละเลยไม่ถามเรื่องการขับถ่าย เด็กบางคนถือว่าการเข้าห้องน้ำทำให้เสียเวลาเล่น ห่วงเล่นมากกว่า กลั้นเอาไว้เรื่อย ๆ มีตัวอย่างให้เห็นแล้ว บางคนเข้าโรงพยาบาลเพราะปวดท้องมาก กว่าจะสืบถามได้เรื่องว่าเนื่องจากไม่ถ่ายมาหลายวัน พ่อแม่ก็ขายหน้าแทบจะต้องคลุมหน้าเดินออกจากโรงพยาบาล เพราะฉะนั้น ในวัยเด็กจึงต้องปลูกฝังนิสัยการกินและการขับถ่ายที่ดี อย่าปล่อยให้ท้องผูกจนเป็นนิสัย และไม่ควรใช้ยาถ่าย ยาถ่ายชนิดที่เป็นน้ำมันแร่ อาจทำให้ร่างกายพลอยสูญเสียวิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ อี ดี และเค ในวัยเติบโต ร่างกายขาดวิตามินเหล่านี้ไม่ได้

การขาดการออกกำลังกาย สาเหตุทำให้ท้องผูก

บางคนกินดีอยู่ดีขึ้น ดูถูกว่าผักหญ้าหรือผลไม้เป็นของพื้นบ้าน เลือกกินแต่เนื้อสัตว์หรืออาหารที่ถูกลิ้นถูกปากตัว หรือเมื่อถึงวัยชรา ฟันไม่ดีเหงือกไม่ปกติ ฟันปลอมหลวมไม่อยากเคี้ยวนาน ล้วนแต่ทำให้กินอาหารที่มีกากน้อยลง ปริมาณและน้ำหนักของกากอาการที่เคยช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อลำไส้เคลื่อนไหวน้อยลง เป็นผลให้กากหรือุจจาระเลื่อนลงไปสู่ทวารหนักช้าลง ผสมความชราทำให้ผนังลำไส้เริ่มอ่อนแอ กล้ามเนื้อหย่อนกำลัง ผนังลำไส้เกิดเป็นกระเปาะ เส้นเลือดฝอยแตก ผนังลำไส้อักเสบ เลาถ่ายรู้สึกเจ็บและปวดแสบปวดร้อน โดยเฉพาะที่ทวารหนัก

เนื่องจากอาการท้องผูกเกิดจากหลายสาเหตุ ก่อนแก้ต้องพยายามเรียนรู้สาเหตุที่ทำให้แต่ละคนเป็น แล้วหาทางแก้ไขให้ถูกจุดข้อสำคัญ อย่าปล่อยให้ล่วงเลยจนถึงขึ้นเป็นริดสีดวงทวาร ทางที่ดีควรป้องกันมิให้เกิดขึ้น อีกทั้งไม่ควรพึ่งยาถ่าย การใช้ยาถ่ายบ่อยและติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้กล้ามเนื้อของลำไส้ใหญ่อ่อนกำลัง บางครั้งท้องเสียสลับท้องผูก ยาถ่ายแบบสมุนไพรของไทยบางอย่างแรงมาก ทำให้อุจจาระเหลว ไหลไม่หยุด ริดสีดวงไม่หาย

## ท้องผูก กินอะไรดี จึงจะทำให้ขับถ่ายได้ปกติ ##

วิธีป้องกันท้องผูก

วิธีป้องกันคือกระตุ้นให้กล้ามเนื้อทำงานเอง ได้แก่ การกินอาหารที่มีกากมาก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การเดินเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับทุกวัย สร้างสุขนิสัยการขับถ่ายใหม่ โดยถ่ายให้เป็นเวลา เมื่อรู้สึกปวดไม่ควรอั้นไว้ และถ่ายอย่างไม่รีบเร่ง ทั้งควรดื่มน้ำวันละ 5-8 แก้ว (กากอาหารหมายถึงใยพืชส่วนที่ร่างการย่อยไม่ได้ กากที่เหลือจากเนื้อสัตว์ไม่ช่วยการขับถ่ายเลย ใยพืชไม่แข็งกระด้างหรือจำเป็นต้องเคี้ยวเสมอ เซลลูโลสที่เป็นโครงสร้างของใบและก้านผักนั้นต้องเคี้ยวแน่ แต่เพคตินซึ่งมีมากในน้ำผลไม้ ไม่ต้องเคี้ยวเสมอเช่นเดียวกับวุ้นที่ใช้ทำขนม กลืนลงคอได้ง่าย เมื่อเซลลูโลสและเพคตินไปถึงลำไส้ใหญ่ยังช่วยดุดซับน้ำไว้ทำให้อุจจาระอ่อนตัวลงได้อีก)

10 อาหารที่ช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น

หลายคนอาจเคยประสบกับปัญหาท้องผูกซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างความทรมานให้แก่ผู้เป็นแล้วเท่านั้นแต่ยังเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคร้ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นริดสีดวง ลำไส้ใหญ่อักเสบ หรือมะเร็ง อย่างไรก็ตามเราลองมาดู 10 อาหารดังต่อไปนี้ที่จะช่วยให้ขับถ่ายได้สะดวกขึ้น

1. ราสเบอร์รี

ราสเบอร์รีถือว่าเป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รีที่มีไฟเบอร์สูง เนื่องจากมีปริมาณไฟเบอร์ประมาณ 8 กรัมต่อถ้วย ซึ่งมากกว่าสตรอว์เบอร์รีถึงสองเท่า โดยประโยชน์ของไฟเบอร์ คือ ช่วยเพิ่มมวลของอุจจาระเพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายไปยังระบบย่อยอาหาร นอกจากนี้ไฟเบอร์ยังเป็นอาหารที่สำคัญของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ด้วยเช่นกัน

2. ส้ม

นอกจากส้มจะอุดมไปด้วยวิตามินซีแล้วก็ยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มมวลของอุจจาระได้ อีกทั้งยังมีสารนารินจีนิน (Naringenin) ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ที่ถูกค้นพบว่าทำหน้าที่คล้ายยาระบาย

3. น้ำเปล่า

การที่ร่างกายขาดน้ำจะส่งผลให้อุจจาระแข็งและเคลื่อนตัวไปยังระบบย่อยอาหารได้ยากและนำไปสู่การเกิดอาการท้องผูก ดังนั้นในแต่ละวันควรดื่มน้ำด้วยปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย โดยดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

4. คีเฟอร์

คีเฟอร์ (Kefir) เป็นผลิตภัณฑ์นมที่ผ่านกรรมวิธีการหมักซึ่งอุดมไปด้วยโปรไบโอติก (Probiotics) ที่นับว่าเป็นแบคทีเรียชนิดดีและมีความสำคัญต่อลำไส้ใหญ่ เพราะสามารถช่วยบรรเทาอาการท้องผูกให้ดีขึ้น รวมถึงทำให้อุจจาระมีความอ่อนตัวลงซึ่งส่งผลดีต่อการขับถ่าย นอกจากนี้คีเฟอร์ยังมีปริมาณของแบคทีเรียมากกว่าโยเกิร์ตถึงสิบเท่าอีกด้วย

5. อัลมอนด์

นอกจากถั่วอัลมอนด์จะอุดมไปด้วยไขมันที่ดีต่อหัวใจ โปรตีน และไฟเบอร์แล้ว ก็ยังเป็นแหล่งของธาตุโพแทสเซียมซึ่งช่วยรักษาสมดุลของกรดในกระเพาะอาหารและทำให้อุจจาระเคลื่อนผ่านลำไส้ได้สะดวกขึ้น

6. ถั่วดำ

ถั่วดำหนึ่งถ้วยอุดมไปด้วยไฟเบอร์ถึง 15 กรัม อีกทั้งยังมีธาตุโพแทสเซียมและแมคนีเซียมที่ช่วยให้อุจจาระเคลื่อนผ่านทางเดินอาหารได้ง่ายขึ้น

7. ลูกพรุน

นอกจากจะพบไฟเบอร์ปริมาณสูงในลูกพรุนแล้ว ก็ยังมีสารไดไฮดรอกซีฟีนีลอิซาติน (Dihydroxyphenylisatin) ซึ่งช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ อีกทั้งยังมีสารซอร์บิทอล (Sorbitol) ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบาย อย่างไรก็ตามลูกพรุนมีปริมาณของธาตุโพแทสเซียมมากกว่ากล้วยถึงสองเท่า ซึ่งหากร่างกายขาดธาตุดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดอาการท้องผูกได้ ดังนั้นการบริโภคลูกพรุนเป็นประจำจะช่วยให้มีระบบขับถ่ายดีขึ้นอย่างแน่นอน

8. ผักใบเขียว

ผักใบเขียวอย่างผักโขม ผักสวิสชาร์ด และผักเคล อุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อระบบขับถ่าย เช่น ไฟเบอร์ที่ช่วยให้อุจจาระเคลื่อนตัวในลำไส้ได้สะดวกขึ้น ธาตุ แมคนีเซียมและโพแทสเซียมที่ล้วนดีต่อการทำงานของกล้ามเนื้อของระบบย่อยอาหาร เป็นต้น

9. รำข้าวสาลี

ด้วยความที่เปลือกของรำข้าวสาลีอุดมไปด้วยไฟเบอร์ถึง 25 กรัมต่อถ้วย จึงสามารถช่วยบรรเทาอาการท้องผูกและช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น

10. กาแฟ ชา

เครื่องดื่มอย่างชาและกาแฟซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีสารคาเฟอีนโดยสามารถช่วยให้บางคนขับถ่ายได้ดีขึ้น เนื่องจากมีผลการวิจัยหนึ่งพบว่าเครื่องดื่มทั้งแบบมีคาเฟอีนและดีแคฟ (Decaf) ทำให้คนประมาณ 30% รู้สึกปวดอุจจาระซึ่งเชื่อว่ากุญแจหลักของการเกิดความรู้สึกดังกล่าวเกิดจากสารที่ทำให้กาแฟมีรสขมอย่างกรดโครโรจีนิก (Chrologenic acid) นั่นเอง
แม้ว่าอาการท้องผูกจะสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกช่วงวัย แต่หากบริโภคอาหารที่กล่าวไว้ข้างต้นเป็นประจำ รับรองว่าจะสามารถป้องกันและบรรเทาอาการท้องผูกได้อย่างแน่นอน

นักโภชนาการแนะนำว่าควรกินใยพืชอย่างน้อยวันละ 6 กรัม ถ้าอยากรู้ว่ากินผักหรือผลไม้ได้กากเพียงพอหรือยัง ให้สังเกตที่อุจจาระ ถ้าอ่อนและลอยน้ำแสดงว่าใบพืชเพียงพอแล้ว ถ้าแข็งจะจมน้ำ ต้องกินผักและไม้เพิ่มขึ้น

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ