Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

นมผึ้ง (Royal jelly)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,424,444 คน

ข้อมูลภาพรวมของนมผึ้ง

นมผึ้ง (Royal jelly) คือสารคัดหลั่งขุ่นข้นที่ผลิตโดยผึ้งงาน ส่วนประกอบของนมผึ้งจะมีน้ำประมาณ 60-70%, โปรตีน 12-15%, น้ำตาล 10-16%, ไขมัน 3-6%, และวิตามิน, เกลือ, และกรดอะมิโนอีก 2-3% โดยองค์ประกอบของนมผึ้งจะแตกต่างกันออกไปตามภูมิประเทศ คำว่า Royal jelly ได้มาเพราะนมผึ้งถูกใช้เป็นอาหารสำหรับพัฒนาและเลี้ยงดูผึ้งราชินีของรัง 

บางคนยังได้นำนมผึ้งมาใช้เป็นยารักษาโรคต่าง ๆ อย่างหอบหืด (asthma), ไข้ละอองฟาง (hay fever), โรคตับ, ตับอ่อนอักเสบ (pancreatitis), เบาหวานประเภท 2, แผลที่เท้าจากเบาหวาน, ภาวะนอนไม่หลับ (insomnia), ความเหนื่อยล้า, มะเร็งชนิดทุติยภูมิ, กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (premenstrual syndrome (PMS)), ภาวะมีบุตรยาก, อาการหมดประจำเดือน, แผลในกระเพาะอาหาร, โรคไต, กระดูกเปราะ, ภาวะผิวหนังผิดปกติ, และคอเลสเตอรอลสูง อีกทั้งยังมีการใช้นมผึ้งเป็นยาบำรุงกำลัง, ใช้เพื่อต่อสู้กับผลจากการแก่ตัว, และใช้กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย

บางคนใช้วิธีทานมผึ้งบนผิวหนังเพื่อใช้เป็นยาบำรุงหรือทาบนหนังศีรษะเพื่อกระตุ้นการเติบโตของเส้นผม

นมผึ้งออกฤทธิ์อย่างไร?

ณ ขณะนี้ยังมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับผลของนมผึ้งที่จำกัดอยู่มาก แต่สำหรับสัตว์แล้วนมผึ้งอาจช่วยกระตุ้นกิจกรรมต่อต้านเนื้องอกและลดการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งได้

การใช้และประสิทธิภาพของนมผึ้ง

ภาวะที่อาจใช้กระเทียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • หมดประจำเดือน (Menopausal symptoms) งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการทานนมผึ้งนาน 3 เดือนสามารถเพิ่มคอเลสเตอรอลที่ดีหรือความหนาแน่นสูง ( high-density lipoprotein (HDL)) ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนได้ งานวิจัยอื่น ๆ ยังแสดงให้เห็นว่าการทานผลิตภัณฑ์นมผึ้งและเกสรดอกไม้นาน 12 สัปดาห์สามารถลดอาการจากภาวะหมดประจำเดือนและเพิ่มความรู้สึกกับอารมณ์ของผู้หญิงกลุ่มดังกล่าวได้ ผลิตภัณฑ์นมผึ้งอีกหนึ่งตัวที่รวมทั้งน้ำมันดอกพริมโรส, แดมเมียนา, และโสมก็ยังช่วยลดอาการจากวัยหมดประจำเดือนได้อีกเช่นกัน สำหรับการทานมผึ้งในช่องคลอดนั้นอาจเพิ่มเพิ่มคุณภาพชีวิตและปัญหาทางเพศของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนได้คล้ายกับการฉีดเอสโทรเจนเข้าช่องคลอด แต่การทาเอสโทรเจนในช่องคลอดนั้นอาจลดการอักเสบของช่องคลอดในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนได้ดีกว่าการใช้นมผึ้ง

ภาวะที่นมผึ้งอาจไม่สามารถรักษาได้

  • ไข้ละอองฟาง/ภูมิแพ้ตามฤดูกาล (hayfever) การทานผลิตภัณฑ์นมผึ้ง (Bidro) นาน 3-6 สัปดาห์ก่อนและระหว่างฤดูเกสรไม่อาจลดอาการคัดจมูก, จาม, หรือคันตาในเด็กที่เป็นไข้ละอองฟางได้

ภาวะที่ยังคงขาดหลักฐานว่าใช้นมผึ้งรักษาได้หรือไม่

  • เหน็ดเหนื่อยจากมะเร็ง งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการทานยาที่ผสมด้วยน้ำผึ้งกับนมผึ้งสองครั้งต่อวันนาน 4 สัปดาห์จะช่วยลดอาการเหนื่อยล้าของผู้ป่วยมะเร็งได้
  • เบาหวาน (Diabetes) งานวิจัยบางชิ้นได้แสดงให้เห็นว่าการทานนมผึ้งหนึ่งครั้งต่อวันนาน 8 สัปดาห์จะเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดและระดับอินซูลินในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานได้ แต่งานวิจัยชิ้นอื่นกลับแสดงให้เห็นว่าการทานนมผึ้งเพียงโดสเดียวหรือสามครั้งต่อวันนาน 8 สัปดาห์ไม่อาจควบคุมน้ำตาลในเลือดหรือระดับอินซูลินในผู้ป่วยเบาหวานได้
  • แผลที่เท้าจากเบาหวาน งานวิจัยบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าการทานมผึ้งที่แผลหลังการทำความสะอาดและกำจัดเนื้อเยื่อที่ตายออกไม่ได้ช่วยเร่งกระบวนการฟื้นตัวขึ้น แต่งานวิจัยอื่น ๆ กลับแสดงให้เห็นว่าการทาขี้ผึ้งที่ประกอบด้วยนมผึ้งกับ panthenol นาน 6 เดือนหลังทำความสะอาดและกำจัดเนื้อเยื่อตายแล้วอาจเร่งกระบวนการฟื้นตัวของแผลที่เท้าจากเบาหวานได้
  • ภาวะมีบุตรยาก งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการทาสารละลายที่ประกอบด้วยนมผึ้ง, น้ำผึ้งอียิปต์, และเกสรผึ้งที่ช่องคลอดนาน 2 สัปดาห์อาจเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ของผู้ที่มีปัญหามีบุตรยากเนื่องจากมีการผลิตสเปิร์มน้อยลงได้ (asthenozoospermia)
  • คอเลสเตอรอลสูง งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการทานนมผึ้งอาจช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในผู้ที่มีปัญหาคอเลสเตอรอลสูงได้
  • กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (Premenstrual syndrome (PMS)) งานวิจัยพบว่าการทานผลิตภัณฑ์นมผึ้ง, สารสกัดจากเกสรผึ้ง, และสารสกัดเกสรตัวเมียกับเกสรผึ้งนาน 2 รอบเดือนสามารถลดอาการบางอย่างของ PMS ได้อย่างฉุนเฉียว, น้ำหนักเพิ่ม, และบวม
  • ลดน้ำหนัก งานวิจัยกล่าวว่าการทานนมผึ้งหนึ่งครั้งต่อวันนาน 8 สัปดาห์จะลดน้ำหนักร่างกายของผู้ที่เป็นเบาหวานและมีน้ำหนักตัวมากได้เล็กน้อย ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ถูกนับเป็นนัยสำคัญใด ๆ ทางการแพทย์
  • หอบหืด (Asthma)
  • หัวล้าน
  • กระดูกเปราะ
  • เพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย
  • โรคไต
  • โรคตับ
  • โรคตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis)
  • ภาวะผิดปรกติของผิวหนัง
  • แผลในกระเพาะอาหาร
  • นอนไม่หลับ
  • ภาวะสุขภาพอื่น  

จำเป็นต้องรวบรวมหลักฐานให้มากขึ้นเพื่อให้ข้อมูลด้านประสิทธิผลของนมผึ้งเพิ่มเติม

ผลข้างเคียงและความปลอดภัยของนมผึ้ง

นมผึ้งถูกจัดว่าค่อนข้างปลอดภัยสำหรับผู้คนส่วนมากเมื่อบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม ผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยส่วนผสมของนมผึ้ง, สารสกัดจากเกสรผึ้ง, และสารสกัดจากเกสรผึ้งกับเกสรตัวเมีย (Femal by Natumin Pharma) สามารถใช้ได้นาน 2 เดือน ส่วนผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ประกอบด้วยนมผึ้งกับเกสรดอกไม้ (Melbrosia) ก็สามารถใช้ได้นาน 3 เดือน นมผึ้งอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้ร้ายแรงได้อย่างหอบหืด, คอบวม, และเสียชีวิต แต่ก็อาจจะทำให้เกิดอาการเลือดออกในลำไส้ใหญ่ร่วมกับอาการปวดท้องและท้องร่วงเป็นเลือดได้ด้วย (หายาก)

นมผึ้งยังถูกใช้ทาบนผิวหนังได้อย่างปลอดภัยเมื่อใช้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่ก็อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้อย่างทำให้หนังศีรษะอักเสบและผื่นภูมิแพ้ได้

คำเตือนและข้อควรระวังเป็นพิเศษ:

เด็ก: นมผึ้งถูกจัดว่าอาจจะปลอดภัยเมื่อรับประทานนาน 6  เดือน

สตรีมีครรภ์และแม่ที่ต้องให้นมบุตร: ณ ขณะนี้ยังคงขาดแคลนข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความปลอดภัยจากการใช้นมผึ้งในกลุ่มผู้หญิงที่ต้องให้นมบุตรกับผู้มีครรภ์ ดังนั้นคนในกลุ่มดังกล่าวควรเลี่ยงใช้นมผึ้งเพื่อความปลอดภัย

หอบหืดหรือภูมิแพ้: หากคุณเป็นโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้ไม่ควรใช้นมผึ้งเด็ดขาดเนื่องจากอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้ร้ายแรงจนถึงเสียชีวิตได้

โรคผิวหนังอักเสบ (dermatitis): นมผึ้งอาจทำให้อาการของโรคผิวหนังอักเสบทรุดลงได้

ความดันโลหิตต่ำ: นมผึ้งอาจลดความดันโลหิตลงได้ หากคุณมีความดันโลหิตต่ำอยู่แล้ว การรับประทานนมผึ้งอาจทำให้ความดันตกลงต่ำมากขึ้นได้

การใช้นมผึ้งร่วมกับยาชนิดอื่น

ใช้นมผึ้งร่วมกับยาเหล่านี้ด้วยความระมัดระวัง

  • warfarin-anticoagulant' target='_blank'>Warfarin (Coumadin) กับนมผึ้ง

นมผึ้งอาจเพิ่มผลของยา warfarin (Coumadin) ขึ้นได้ ดังนั้นการทานนมผึ้งร่วมกับ warfarin (Coumadin) อาจส่งผลให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการฟกช้ำหรือเลือดออกได้

ปริมาณยาที่ใช้

ปริมาณหรือขนาดยาที่ใช้ดังต่อไปนี้ได้ถูกศึกษาจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

รับประทาน:

  • สำหรับภาวะหมดประจำเดือน: นมผึ้ง 150 mg ทุกวันนาน 3 เดือน, แคปซูลที่ประกอบด้วยนมผึ้งและเกสรดอกไม้หนึ่งหรือสองแคปซูลนาน 12 สัปดาห์, ผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยนมผึ้ง, น้ำมันอิฟนิ่งพริมโรส, แดมเมียนา, และโสมสองแคปซูลทุกวันนาน 4 สัปดาห์

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

สั่งซื้อยาออนไลน์

เป็นเพื่อนกับเราทาง LINE: "@honestdocs" คุณสามารถสั่งให้เราจัดส่งยาถึงบ้านได้แล้ววันนี้ จัดส่งฟรีด้วย "EMS ทั่วประเทศภายใน 3 วัน หรือค่าบริการส่งตามระยะทางสำหรับการ"ส่งด่วน"ภายใน 24 ชม. ใน กทม. คุณสามารถจ่ายโดยการโอนเงินผ่านทางธนาคาร หมายเหตุ: i) เราไม่ได้เป็นร้านขายยาเอง แต่เราให้ความสะดวกแก่คนไข้โดยมีบริการสั่งซื้อยาจากเภสัชกรแล้วจัดส่งให้แก่ท่าน ii) เราไม่สามารถบริการจัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาอันตราย และยาควบคุม (ซึ่งต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น)

เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์