Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

Acyclovir (Zovirax) คือยาอะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 13 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,341,991 คน

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 15/03/2562

Acyclovir ใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อไวรัส

อะไซโคลเวียร์ (Acyclovir) เป็นยาต้านเชื้อไวรัส ที่เกิดจาก Herpes simplex virus ,Vericella zoster virus  ยาอะไซโคลเวียร์จะออกฤทธิ์เข้าไปยับยั้งการแพร่พันธุ์ของเชื้อไวรัส โดยรบกวนการสร้างและสังเคราะห์สารทางพันธุกรรม (DNA) ของเชื้อไวรัส ทำให้ไวรัสอ่อนกำลังลงและไม่สามารถก่อโรคได้ในทีสุด  Acyclovir ได้รับการอนุมัติจาก U.S. FDA ในปี ค.ศ. 1980

Acyclovir ใช้รักษาโรคอะไรบ้าง

  • ใช้เพื่อบรรเทาอาการและลดระยะเวลาการเกิดเป็นแผลหรือตุ่มน้ำพอง ในผู้ป่วยโรคอีสุกอีใสหรือติดเชื้องูสวัด (Herpes zoster)
  • เริมในที่ต่างๆ ทั้งที่ ริมฝีปาก และอวัยวะเพศ ทั้งในการเป็นครั้งแรกหรือการกลับเป็นซ้ำ
  • ใช้เพื่อรักษากลุ่มของภาวะอักเสบของโรคผิวหนังที่เป็นผื่นแดง (Eczema Herpeticum) หรือการติดเชื้อ Herpes ที่ผิวหนัง ตา จมูก และปาก ใช้ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี และใช้เพื่อรักษาโรค Hairy leukoplakia

Acyclovir นับเป็นยาที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายและเป็นยาที่ถูกใช้เป็นชนิดแรกๆ ของการรักษาภาวะติดเชื้อเหล่านี้ ปัจจุบันมีงานวิจัยชี้ว่าประสิทธิภาพการรักษาของ Acyclovir ลดลง เนื่องจากมีการพัฒนาสายพันธุ์ที่ดื้อยา (Acyclovir-resistant herpes strains) อ้างอิงข้อมูลตีพิมพ์ในวารสารเมื่อปี 2013 ภาวะดื้อยาเกิดขึ้นทั้งในผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันดีและในผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

กลไกการออกฤทธิ์

Acyclovir มีกลไก การออกฤทธิ์ที่จำเพาะต่อเอ็นไซม์ของไวรัสคือ viral thymidine kinase (TK) enzyme ซึ่งจะเปลี่ยน Acyclovir เป็นรูป active และเข้าไปยับยั้งขบวนการสร้างสารพันธุกรรม (DNA) ของไวรัสภายในเซลล์โดยผ่านเอ็นไซม์ DNA polymerase ของไวรัส

รูปแบบของยา Acyclovir

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน มี 3 ขนาด คือ 200, 400 และขนาด 800 มิลลิกรัม
  • ยาแคปซูลสำหรับรับประทาน
  • ยาครีมสำหรับทาภายนอก ประกอบด้วยอะไซโคลเวียร์ ความเข้มข้น 5% 
  • ยาน้ำ
  • ยาขี้ผึ้งป้ายตา ประกอบด้วยอะไซโคลเวียร์ ความเข้มข้น 3% 
  • ยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ประกอบด้วย อะไซโคลเวียร์ ความเข้มข้น 25 mg/ml

ยาชนิดรับประทาน

จะดูดซึมเข้าร่างกายได้ประมาณ 15 - 30% ดังนั้นหากแพทย์ประเมินแล้วว่าต้องการระดับความเข้มข้นของยาในกระแสเลือดที่สูง ก็จำเป็นต้องใช้ยาฉีด โดยสามารถใช้ Acyclovir รักษาโรคต่าง ๆ ได้ในเด็กตั้งแต่อายุ 2 ขวบขึ้นไป ให้รับประทานครั้งละ 20 มิลลิกรัม/กิโลกรัม (สูงสุด 800 มิลลิกรัม) ทุก 6 ชั่วโมง นาน 5 วัน

  • รักษาโรคงูสวัด: 800 มิลลิกรัม 5 ครั้ง/วัน  เป็นเวลา 7-10 วัน
  • รักษาโรคเริมอวัยวะเพศ: 200 - 400 มิลลิกรัม  5 ครั้ง/วัน  เป็นเวลา 7-10 วัน
  • ป้องกันการกำเริบของโรคเริมที่อวัยวะเพศ: 400 มิลลิกรัม ทุก 12 ชั่วโมง ติดต่อกันเป็นเวลา 12 เดือน
  • โรคอีสุกอีใสในผู้ใหญ่: 800 มิลลิกรัม  ทุก 6 ชั่วโมง หรือ 4 ครั้ง/วัน  ติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน
  • โรคอีสุกอีใสในเด็ก : 20 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ทุก 6 ชม. เป็นเวลา 5 วัน โดยขนาดสูงสุดไม่เกิน 800 มิลลิกรัม/ครั้ง
    ยาชนิดครีม

ยาชนิดครีม

ยาชนิดครีมสำหรับทาภายนอก มีข้อบ่งใช้ คือ รักษาผิวหนังอักเสบจากการติดเชื้อ Herpes simplex ขนาดการใช้ยาในผู้ใหญ่ ขนาดความเข้มข้น 5% ทาบริเวณที่ติดเชื้อวันละ 5-6 ครั้ง ติดต่อกันเป็นเวลา 5-10 วัน

ยาชนิดขี้ผึ้งป้ายตา

ยาชนิดขี้ผึ้งป้ายตา มีข้อบ่งใช้ คือ รักษาผิวหนังอักเสบจากการติดเชื้อ Herpes simplex ขนาดการใช้ยาในผู้ใหญ่ ขนาดความเข้มข้น 3% ป้ายเปลือกตาล่างด้านในวันละ 5 ครั้ง ห่างกัน 4 ชั่วโมง ใช้ยาต่อเนื่องกัน 3 วัน หลังจากอาการหายดีแล้วไม่ควรใช้ต่อ เนื่องจากยาขี้ผึ้งสำหรับป้ายตาอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการมองเห็น และไม่ควรขับขี่ยานพาหนะหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้เครื่องจักรหลังการใช้ยา 

ข้อควรระวังของ Acyclovir

  • Acyclovir ไม่ได้รักษาโรคติดเชื้อไวรัส แต่ทำให้ภาวะติดเชื้อหายเร็วขึ้นและรุนแรงน้อยลงในบางคน
  • หากใช้ Acyclovir เพื่อรักษาเริมที่อวัยวะเพศ ยานี้สามารถลดความรุนแรงหรือป้องกันการเกิดซ้ำของโรคได้
  • หากใช้ Acyclovir เพื่อรักษาโรคอีสุกอีใสหรืองูสวัด ยานี้สามารถลดความรุนแรงของภาวะติดเชื้อได้
  • การรักษาด้วย Acyclovir จะได้ผลดีที่สุดเมื่อคุณเริ่มใช้เร็วที่สุดหลังมีผื่นปรากฏ เช่น ควรใช้ยาภายใน 3 วัน หากเป็นผื่นงูสวัด และภายใน 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ในเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรงแล้วเป็นผื่นอีสุกอีใสอาจไม่จำเป็นต้องใช้ยานี้ แต่ในเด็กโตหรือผู้ใหญ่ที่ได้รับอีสุกอีใสควรต้องใช้ยานี้รักษา ควบคู่กับการดื่มน้ำตามมากๆ
  • เด็กอายุน้อยกว่า 2 ปีไม่ควรใช้ยานี้ 
  • หากคุณมีโรคไตหรือระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอควรใช้ Acyclovir ด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจเกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรง
  • กรณีมีการติดเชื้อเริมที่อวัยวะเพศ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย เพราะเชื้อจะกระจายผ่านกิจกรรมทางเพศและการใช้ยา Acyclovir เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้

การใช้ Acyclovir ในหญิงตั้งครรภ์

ยังไม่มีการศึกษาการใช้ Acyclovir ในหญิงตั้งครรภ์ จึงไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะบอกว่ามีความปลอดภัยที่จะใช้ในหญิงตั้งครรภ์หรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์หากคุณต้องการกินยานี้ขณะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมลูก เนื่องจาก Acyclovir สามารถส่งผ่านทางน้ำนมได้

ผลข้างเคียงของ Acyclovir

อาการข้างเคียงที่พบบ่อย คือ 

  • ท้องร่วง
  • อาเจียน
  • อาการปวดหัว
  • เวียนหัว
  • เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า
  • ปวดกล้ามเนื้อหรือปวดข้อ
  • การมองเห็นมีปัญหา
  • น้ำคั่งในร่างกาย
  • ผมร่วง
  • สับสน
  • พฤติกรรมบางอย่างเปลี่ยนแปลง

ผลข้างเคียงร้ายแรงที่ควรพบแพทย์ทันที

  • ผื่นรุนแรง ลมพิษ หรือมีผื่นที่ทำให้เกิดตุ่มน้ำและแผลถลอก
  • ผิวหนังหรือดวงตามีสีเหลือง
  • มีเลือดออกผิดปกติหรือมีอาการฟกช้ำ
  • ภาวะชัก
  • หมดสติ
  • อาการบวมของใบหน้า ริมฝีปาก หรือลิ้น
  • หายใจลำบาก
  • ปัสสาวะน้อยลงหรือมีเลือดในปัสสาวะ
  • ง่วงนอนอย่างรุนแรงหรือมีภาวะสับสน
  • เห็นภาพหลอน
  • เหน็บชาและเดินเซ

ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี อาจได้รับผลข้างเคียงจาก Acyclovir มากกว่าคนอื่น เพราะมักมีปัญหาเรื่องไตไม่สามารถกำจัดยาได้เท่ากับคนอายุน้อย จึงควรรับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนใช้ยา

ปฏิกิริยาต่อยาอื่นของ Acyclovir

หากคุณรับประทานยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพรหรืออาหารเสริมชนิดใดชนิดหนึ่งอยู่ ควรแจ้งแพทย์ให้รับทราบ เพราะยาเหล่านั้นที่อาจทำปฏิกิริยากับ Acyclovir ได้ โดยยาที่มีผลต่อ Acyclovir เช่น

  • ยาที่ใช้รักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา เช่น amphotericin B (Fungizone) และยาปฏิชีวนะหลายชนิด เช่น amikacin (Amikin) gentamicin
  • กานามัยซิน (Garamycin)(Kantrex) และ Tobramycin (Tobi, Nebcin)
  • ยา OTC เช่นยาแก้ปวด (Advil, Motrin, Aleve)
  • ยาที่ใช้รักษา HIV เช่น zidovudine (Retrovir, AZT)
  • ยาที่ใช้ขยายหลอดลม เช่น อะมิโนฟิลลีน (Aminophylline) และทีโอฟิลลีน (Theophylline) เป็นต้น โดยเมื่อรับประทานร่วมกับยาขยายหลอดลม ฤทธิ์ของยา Acyclovir จะเข้าไปเสริมความเข้มข้นของยาที่ใช้ขยายหลอดลมและทำให้อยู่ในร่างกายได้นานขึ้น และอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงของยาที่ใช้ขยายหลอดลมเพิ่มมากขึ้น

ทำอย่างไรหากลืมรับประทานยา

โดยทั่วไปถ้าลืมรับประทานยา ให้รับประทานยาทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าเป็นเวลาที่ใกล้กับมื้อต่อไป ให้ข้ามไปรับประทานยามื้อต่อไปเลยโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า การลืมรับประทานยาอาจทำให้การรักษาภาวะติดเชื้อไม่สมบูรณ์หรือทำให้ภาวะติดเชื้อรักษายากขึ้น

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาเกินขนาด

  • มีอาการตัวสั่น
  • ง่วงนอนมาก
  • หมดสติ
  • มีอาการชัก
  • ไตวาย (เพราะไตไม่สามารถกรองน้ำในร่างกายให้เป็นปัสสาวะได้)

หากผู้ป่วยได้รับยาเกินขนาด แล้วมีอาการดังกล่าว ควรรับปรึกษาแพทย์ทันที

การเก็บรักษายา

ควรเก็บยานี้ในภาชนะบรรจุเดิม ปิดภาชนะให้สนิทและเก็บให้พ้นมือเด็ก โดยควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิ 15 - 25 องศาเซลเซียส ไม่ควรอยู่ในที่อุณหภูมิมากกว่า 30 องศาเซลเซียส ห้ามถูกแสงแดดโดยตรง และไม่เก็บยาในบริเวณที่เปียกหรือชื้น ควรทิ้งยาทันทีเมื่อหมดอายุ

ลักษณะเม็ดยา Acyclovir ในประเทศไทยมีดังนี้

รูปลักษณะยาของ Acyclovir

Acyclovir 200 mg-TEV, blue, capsule,

Acyclovir 400 mg-TEV, blue, oval,

Acyclovir 800 mg-TEV, white, oval,

Acyclovir 200 mg-ZEN, white, capsule,

Acyclovir 400 mg-ZEN, white, round,

Acyclovir 800 mg-ZEN, white, oval,

Zovirax 400 mg, white, hexagonal,

Acyclovir 400 mg-PP, white, round,

Acyclovir 800 mg-PP, green, oval,

Zovirax 400 mg, white, shield,

Acyclovir 800 mg-SCH, white, oblong,

Acyclovir 200 mg-SCH, white, capsule,

Acyclovir 800 mg-SCH, white, oval,

Acyclovir 800 mg-SCH, white, oblong,

Acyclovir 400 mg-WAT, white, oblong,

Acyclovir 800 mg-WAT, white, oblong,

Acyclovir 200 mg-WAT, blue/turquoise, capsule,

Acyclovir 400 mg-RAN, white, oval,

Acyclovir 200 mg-RAN, white, capsule,

Acyclovir 200 mg-PAR, blue, capsule,

Acyclovir 400 mg-PAR, white, pentagonal,

Acyclovir 400 mg-TEV, blue, oblong,

Acyclovir 800 mg-TEV, white, oblong,

Acyclovir 400 mg-NOV, blue, oblong,

Acyclovir 200 mg-APO, blue/white, capsule,

Acyclovir 400 mg-APO, white, oval,

Acyclovir 800 mg-APO, white, oval,

คำถามที่พบบ่อย

คำถาม: ผลข้างเคียงของการรับประทาน Acyclovir 800 mg ในระยะยาวคืออะไร ? ทำให้เกิดความเสียหายของตับ ไต และหัวใจหรือไม่?

คำตอบ: ผลข้างเคียงที่พบมากที่สุดของการรับประทานยา Acyclovir ได้แก่ อาการวิงเวียน ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย ส่วนผลข้างเคียงที่พบบ่อยของการใช้  Acyclovir ชนิดทาภายนอก เช่น ปวดเล็กน้อย ผิวไหม้หรือแสบคัน โดยผลกระทบเกี่ยวกับระบบอวัยวะต่าง ๆ เช่น ตับ ไต หัวใจ นั้นถือว่าพบน้อยมาก ประมาณ 1% หรือน้อยกว่า

คำถาม: Acyclovir ทำให้เกิดกล้ามเนื้อกระตุกชนิดที่ควบคุมไม่ได้หรือเปล่า ?

คำตอบ: ไม่มีหลักฐานระบุว่าภาวะกล้ามเนื้อกระตุกเป็นอาการข้างเคียงของ Acyclovir 

คำถาม: มีครีม Acyclovir สำหรับทาผิวหนังหรือไม่ ?

คำตอบ: Acyclovir (Zovirax) มีรูปแบบยาที่เป็นสูตรครีมขี้ผึ้ง (Ointment) ขนาดความเข้มข้น 5% ใช้รักษาโรคเริมที่อวัยวะเพศและการติดเชื้อไวรัสเริมบริเวณเยื่อบุ ในผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

วิธีใช้คือ ทายาบริเวณแผลเริมที่อวัยวะเพศทุก 3 ชั่วโมง หรือ 6 ครั้ง/วัน ติดต่อกันประมาณ 7 วัน โดยผู้ป่วยควรสวมถุงมือยางขณะทาครีม และควรทายาทันทีเมื่อเริ่มมีสัญญาณของอาการเริม ยาอาจมีผลข้างเคียงคือ อาการปวดไม่รุนแรง รวมถึงผิวไหม้และแสบประมาณ 30% ของผู้ใช้ และพบอาการคันประมาณ 4% แต่ Acyclovir ointment ไม่สามารถป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสไปยังบุคคลอื่นและไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อซ้ำได้

คำถาม: Acyclovir ทำให้เกิดอาการผมร่วงหรือไม่ ?

คำตอบ: จากการศึกษาที่ผ่านมา มีรายงานทางคลินิกว่า Acyclovir อาจทำให้ผมร่วง แต่เนื่องจากเป็นรายงานที่ไม่มีการควบคุมปัจจัยแวดล้อม จึงไม่อาจยืนยันอาการข้างเคียงนี้ได้ แต่อาจมีอาการไม่พึงประสงค์อื่นๆ เช่น ปวดศีรษะ มีไข้ มือเท้าบวม ตัวสั่น สับสน เวียนศีรษะ ง่วงซึม ท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ โลหิตจาง เม็ดเลือดขาวต่ำ เอนไซม์ตับสูง โรคตับ โรคดีซ่าน ปวดกล้ามเนื้อ อาการคัน มีผื่น การมองเห็นเปลี่ยนไป ไตวาย ปวดไต ยูเรียไนโตรเจนในเลือดสูง (BUN) และปัสสาวะเป็นเลือด แต่พบได้น้อย

คำถาม: Acyclovir มีปฏิกิริยากับยาอื่นไหม ?

คำตอบ: Acyclovir มีปฏิกิริยากับยาอื่นดังนี้

  • Probenecid (Benemid)
  • Demerol (meperidine)
  • Dilantin (phenytoin)
  • Cellcept (mycophenolate mofetil)
  • Viread (tenofovir)
  • Zanaflex (tizanidine)
  • Depakene (valproic acid)
  • Retrovir (zidovudine)
  • theophyllines และวัคซีนไวรัส varicella

คำถาม: ฉันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งขั้นที่ 1 มาเกือบ 3 ปีแล้ว และช่วงฤดูร้อนทั้ง 3 ปีที่ผ่านมา ฉันป่วยเป็นโรคงูสวัด

ปีแรกฉันกิน Acyclovir 1000 mg ต่อวัน เพื่อรักษาอาการ แต่ปีที่แล้วฉันไม่ได้กินยา ทำให้เกิดผื่นงูสวัดบนหลังนาน 2 - 3 เดือน แต่ฉันจึงกิน Acyclovir 1000 mg ต่อวัน ทุกครั้งที่ฉันหยุดยาจะมีไข้ตามมา 2-3 วันและมีผื่นขึ้น ฉันกิน Acyclovir ค่อนข้างมาก เริ่มต้นด้วย 1,000 mg ต่อวัน จากนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 2,400 mg ต่อวัน และ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาฉันกิน 4,000 mg ต่อวัน ติดต่อกันเป็นเวลา 21 วัน

ฉันพบผลข้างเคียงค่อนข้างมาก สายตาพร่ามัว รวมทั้งมีอาการปวดไต ฉันจึงลดยาเหลือ  800 mg อาการตามัวดีขึ้นบ้าง แต่ก็กลัวว่าหากฉันหยุดยา โรคงูสวัดจะกลับมาอีก ฉันกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงมาก โดยอาการข้างเคียงที่ฉันเป็นคือ 90% ของข้อมูลจากแผ่นพับในกล่อง

คำตอบ: Acyclovir มีฤทธิ์เข้าไปลดการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายในร่างกายของไวรัสในร่างกาย Acyclovir จะลดระยะเวลาของการติดเชื้อและความรุนแรงของอาการ แต่ก็ขึ้นอยู่กับระบบภูมิคุ้มกันของแต่ละบุคคล ยาตัวนี้ไม่ได้ฆ่าเชื้อไวรัสจึงเป็นเหตุผลให้ผู้ป่วยยังคงมีอาการแสดงและอาการเกิดซ้ำ ทางที่ดีหากรับประทานยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น รวมทั้งมีอาการแทรกซ้อน ควรรีบพบแพทย์ทันที

คำถาม: Acyclovir ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยโรคไตหรือไม่?

คำตอบ: จำเป็นต้องมีการปรับขนาดของยา Acyclovir ในผู้ป่วยโรคไต เพราะความสามารถในการขับยาของผู้ป่วยจะลดลง


ที่มาของข้อมูล

John P. Cunha, DO, Acyclovir (https://www.rxlist.com/consume...)

O'Brien JJ and Campoli-Richards DM, Acyclovir. An updated review of its antiviral activity, pharmacokinetic properties and therapeutic efficacy. (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/p...), March 1989

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

สั่งซื้อยาออนไลน์

เป็นเพื่อนกับเราทาง LINE: "@honestdocs" คุณสามารถสั่งให้เราจัดส่งยาถึงบ้านได้แล้ววันนี้ จัดส่งฟรีด้วย "EMS ทั่วประเทศภายใน 3 วัน หรือค่าบริการส่งตามระยะทางสำหรับการ"ส่งด่วน"ภายใน 24 ชม. ใน กทม. คุณสามารถจ่ายโดยการโอนเงินผ่านทางธนาคาร หมายเหตุ: i) เราไม่ได้เป็นร้านขายยาเอง แต่เราให้ความสะดวกแก่คนไข้โดยมีบริการสั่งซื้อยาจากเภสัชกรแล้วจัดส่งให้แก่ท่าน ii) เราไม่สามารถบริการจัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาอันตราย และยาควบคุม (ซึ่งต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น)

เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์