Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

เวย์โปรตีน (Whey protein)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 906,175 คน

ข้อมูลภาพรวมของเวย์โปรตีน

เวย์โปรตีน (Whey protein) คือโปรตีนที่อยู่ในน้ำนมหรือส่วนที่เป็นน้ำที่แยกตัวออกจากก้อนตะกอนโปรตีน (ที่ใช้นำไปทำชีส)

เวย์โปรตีนมักถูกใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพทางกีฬาและเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย แต่ก็ยังคงมีหลักฐานมารองรับประโยชน์เหล่านี้ของเวย์โปรตีนที่จำกัดมาก เวย์โปรตีนถูกใช้แก้ไขภาวะน้ำหนักลดของผู้ป่วย HIV และเพื่อป้องกันภาวะภูมิแพ้ในเด็กทารก

เวย์โปรตีนออกฤทธิ์อย่างไร?

เวย์โปรตีนเป็นแหล่งของโปรตีนที่อาจเพิ่มปริมาณสารอาหารในอาหาร อีกทั้งยังมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย

การใช้และประสิทธิภาพของเวย์โปรตีน

ภาวะที่อาจใช้เวย์โปรตีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • โรคผิวหนังอักเสบ (Eczema) งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าทารกที่บริโภคเวย์โปรตีนระหว่างช่วง 3-12 เดือนแรกหลังคลอดจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะผิวหนังคันและแดงในช่วงอายุ 3 ปีที่น้อยลง
  • โรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ (atopic disease) งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าทารกที่บริโภคเวย์โปรตีนระหว่างช่วง 3-12 เดือนแรกหลังคลอดจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะภูมิแพ้น้อยลงเมื่อเทียบกับทารกที่ได้รับนมผงตามปรกติ อย่างไรก็ตามการทานเวย์โปรตีนก็อาจไม่ได้มีประสิทธิผลในการรักษาโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ที่กำลังเป็นอยู่ได้
  • น้ำหนักลดในผู้ป่วย HIV/AIDS งานวิจัยบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าการทานเวย์โปรตีนสามารถลดอัตราการเสียน้ำหนักของผู้ป่วย HIV ได้
  • โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนา (plaque psoriasis) มีหลักฐานบางชิ้นที่แสดงให้เห็นว่าการทานสารสกัดจากเวย์โปรตีนทุกวันนาน 8 สัปดาห์สามารถลดอาการจากโรคสะเก็ดเงินได้

ภาวะที่เวย์โปรตีนอาจไม่สามารถรักษาได้

  • โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง (chronic obstructive pulmonary disease (COPD)) งานวิจัยบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าการทานอาหารเสริมเวย์โปรตีนทุกวันนาน 6 สัปดาห์สามารถลดอาการหายใจติดขัดได้ แต่ไม่ได้ช่วยเพิ่มการทำงานของปอดหรือคุณภาพชีวิตผู้ป่วย COPD แต่ก็มีงานวิจัยที่แย้งว่าอาหารเสริมเวย์โปรตีนไม่ได้ช่วยเพิ่มการทำงานของปอด, การทำงานของกล้ามเนื้อ, หรือช่วยการออกกำลังกายของผู้ป่วย COPD แต่อย่างใด
  • โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) งานวิจัยกล่าวว่าการดื่มเวย์โปรตีนทุกวันนาน 2 ปีไม่ได้ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกในผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือนที่เป็นโรคกระดูกพรุน

ภาวะที่ยังคงขาดหลักฐานว่าใช้เวย์โปรตีนรักษาได้หรือไม่

  • สูญเสียกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุ เวย์โปรตีนอาจช่วยเพิ่มมวลกระดูกของผู้สูงอายุได้ อย่างไรก็ตามก็อาจจะได้ผลเฉพาะเมื่อรับประทานร่วมกับสารอาหารอื่น ๆ อย่าง creatine หรือไขมันบางประเภท, หรือวิตามินกับเกลือแร่อย่างแคลเซียมกับวิตามิน D อีกทั้งก็ยังไม่แน่ชัดว่าเวย์โปรตีนสามารถเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กับผู้หญิงหรือช่วยเพิ่มความแข็งแรงหรือไม่
  • หอบหืด (Asthma) งานวิจัยกล่าวว่าการทานเวย์โปรตีนทุกวันนาน 30 วันไม่ได้ช่วยเพิ่มการทำงานของปอดของเด็กที่ป่วยเป็นหอบหืดแต่อย่างใด
  • ศักยภาพทางด้านกีฬา งานวิจัยบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าการทานเวย์โปรตีนร่วมกับการออกกำลังกายสามารถเพิ่มมวลกล้ามเนื้อไร้ไขมัน, เพิ่มความแข็งแรง, และขนาดกล้ามเนื้อของผู้ใหญ่อายุน้อยที่มีสุขภาพดีได้ การทานเวย์โปรตีนยังช่วยเพิ่มความเร็วในการวิ่งและช่วยในการฟื้นร่างกายหลังออกกำลังกายในผู้ใหญ่ที่ไม่ได้รับการฝึกเป็นประจำได้อีกด้วย แต่เวย์โปรตีนไม่อาจเพิ่มความเร็วในการวิ่งหรือช่วยในเรื่องการฟื้นตัวของนักกีฬาอาชีพแต่อย่างใด อีกทั้งการทานเวย์โปรตีนก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มความแข็งแรงหรือมวลกล้ามเนื้อของผู้ชายที่มีน้ำหนักเกินและมีคอเลสเตอรอลสูง
  • มะเร็ง มีหลักฐานบางชิ้นที่กล่าวว่าการทานเวย์โปรตีนอาจช่วยลดขนาดเนื้องอกของผู้ป่วยมะเร็งบางรายที่อยู่ในระยะลุกลามได้
  • โรคซิสติก ไฟโบรซิส (Cystic fibrosis) งานวิจัยกล่าวว่าการทานเวย์โปรตีนทุกวันนาน 28 วันจะเพิ่มการทำงานของปอดเด็กที่เป็นโรคนี้ได้ แต่ไม่ใช่กับผู้ใหญ่ที่เป็นโรคเดียวกัน
  • เบาหวาน (Diabetes) งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการบริโภคเครื่องดื่มที่มีเวย์โปรตีนก่อนรับประทานอาหารจะลดน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานได้
  • หอบหืดจากการออกกำลังกาย งานวิจัยกล่าวว่าการทานเวย์โปรตีนทุกวันนาน 10 วันจะเพิ่มการทำงานของปอดของผู้ที่มีภาวะหอบหืดจากการออกกำลังกายได้
  • โรคตับอักเสบ (hepatitis) มีงานวิจัยกล่าวว่าการรับประทานเวย์โปรตีนบางประเภททุกวันนาน 12 สัปดาห์สามารถเพิ่มการทำงานของปอดผู้ป่วยโรคตับอักสบ B ได้ แต่กลับไม่ส่งผลใด ๆ ต่อผู้ป่วยโรคตับอักเสบ C
  • HIV/AIDS งานวิจัยกล่าวว่าการทานเวย์โปรตีนนาน 4 เดือนไม่อาจเพิ่มการทำงานของภูมิคุ้มกันของเด็กที่ป่วยเป็น HIV แต่อย่างใด
  • การติดเชื้อที่เกิดขึ้นระหว่างอยู่ในโรงพยาบาล งานวิจัยกล่าวว่าการทานอาหารเสริมเวย์โปรตีนทุกวันนาน 28 วันจะให้ผลคล้ายกับการใช้สังกะสี, selenium, glutamine, และmetoclopramide ในการต่อสู้กับภาวะติดเชื้อระหว่างอยู่ในโรงพยาบาล
  • คอเลสเตอรอลสูง งานวิจัยกล่าวว่าการทานเวย์โปรตีนทุกวันในขณะออกกำลังด้วยการยกน้ำหนักไม่อาจลดระดับคอเลสเตอรอลหรือไขมันร่างกายในผู้ชายที่มีน้ำหนักเกินและมีคอเลสเตอรอลสูงได้
  • ความดันโลหิตสูง การทานเวย์โปรตีน 28 กรัม หรือเวย์โปรตีนไฮโดรไลซ์ (hydrolyzed whey protein) ทุกวันนาน 6-8 สัปดาห์สามารถลดความดันโลหิตของผู้ที่มีปัญหาความดันสูงได้ แต่การทานในปริมาณที่ต่ำกว่านั้น (2.6 กรัมต่อวัน) กลับไม่ส่งผลเช่นนี้
  • โรค mitochondrial myopathies งานวิจัยกล่าวว่าการทานอาหารเสริมเวย์โปรตีนทุกวันนานหนึ่งเดือนไม่อาจเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหรือคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคนี้ได้แต่อย่างใด
  • โรคตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ (nonalcoholic steatohepatitis, NASH) งานวิจัยกล่าวว่าการทานเวย์โปรตีนทุกวันนาน 12 สัปดาห์สามารถเพิ่มการทำงานของตับผู้ป่วยโรค NASH ได้
  • โรคพากินสัน (Parkinson's disease) งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการทานเวย์โปรตีนไม่อาจช่วยลดอาการจากโรคพากินสันได้
  • โรคถุงน้ำรังไข่หลายใบ (polycystic ovary syndrome (PCOS)) งานวิจัยกล่าวว่าการทานอาหารเสริมที่ประกอบด้วยเวย์โปรตีนทุกวันนาน 2 เดือนสามารถลดน้ำหนักร่างกาย, ลดมวลไขมัน, และลดคอเลสเตอรอลของผู้ป่วยโรคถุงน้ำรังไข่หลายใบได้ แต่การทานเวย์โปรตีนไม่ได้ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดและอาจเข้าไปลดคอเลสเตอรอลดีลงได้อีกด้วย (high-density lipoprotein (HDL))
  • อาการปวดและแข็งที่เกิดจากการอักเสบ (polymyalgia rheumatica) งานวิจัยกล่าวว่าการทานเวย์โปรตีนจากผลิตภัณฑ์นมสองครั้งต่อวันนาน 8 สัปดาห์ไม่อาจเพิ่มการทำงานของกล้ามเนื้อ, ความเร็วในการเดิน, หรือเพิ่มผลจากการทดสอบการเคลื่อนไหวอื่น ๆ ของผู้ป่วยภาวะนี้แต่อย่างใด
  • ลดน้ำหนัก ผลของเวย์โปรตีนกับการลดน้ำหนักมีความผันแปรออกไปตามกรณี หรือเป็นการทานเพียงอย่างเดียวหรือทานร่วมกับการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหาร เป็นต้น การทานเวย์โปรตีนร่วมกับจำกัดอาหารอาจป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อไม่มีไขมันและเพิ่มการสูญเสียไขมันจากร่างกายของผู้ที่มีภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกินได้ ซึ่งจะช่วยปรับรูปร่างโดยรวมของร่างกายคน ๆ นั้น แต่การทานเวย์โปรตีนระหว่างจำกัดอาหารนั้นไม่อาจเพิ่มน้ำหนักที่หายไปองค์รวมได้ อีกทั้งยังเร็วเกินไปจะสรุปว่าการทานเวย์โปรตีนโดยไม่จำกัดอาหารนั้นจะช่วยในการลดน้ำหนักหรือไม่ เมื่อใช้เวย์ร่วมกับการออกกำลังกาย เวย์โปรตีนจะไม่สามารถเพิ่มน้ำหนักที่ลดลงได้เมื่อเทียบกับการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว สำหรับวัยรุ่นที่มีน้ำหนักเกิน การดื่มเครื่องดื่มเวย์โปรตีนนาน 12 สัปดาห์จะเพิ่มน้ำหนักและเพิ่มดัชนีมวลกายขึ้น (body mass index (BMI))
  • ภาวะสุขภาพอื่น

จำเป็นต้องรวบรวมหลักฐานให้มากขึ้นเพื่อให้ข้อมูลด้านประสิทธิผลของเวย์โปรตีนเพิ่มเติม

ผลข้างเคียงและความปลอดภัยของเวย์โปรตีน

เวย์โปรตีนถูกจัดว่าค่อนข้างปลอดภัยสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ส่วนมากเมื่อบริโภคเข้าไปอย่างเหมาะสม โดยการใช้ในปริมาณที่สูงอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงบางอย่าง เช่นมีการเคลื่อนตัวของลำไส้มากขึ้น, คลื่นไส้, กระหายน้ำ, ท้องอืด, ตะคริว, ความอยากอาหารลดลง, เหน็ดเหนื่อย, และปวดศีรษะ

คำเตือนและข้อควรระวังเป็นพิเศษ:

สตรีมีครรภ์และแม่ที่ต้องให้นมบุตร: ณ ขณะนี้ยังคงขาดแคลนข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความปลอดภัยจากการใช้เวย์โปรตีนในกลุ่มผู้หญิงที่ต้องให้นมบุตรกับผู้มีครรภ์ ดังนั้นคนในกลุ่มดังกล่าวควรเลี่ยงใช้เวย์โปรตีนเพื่อความปลอดภัย

แพ้นม: หากคุณมีภาวะแพ้นมวัว ควรเลี่ยงการดื่มเวย์โปรตีน

การใช้เวย์โปรตีนร่วมกับยาชนิดอื่น

ห้ามใช้เวย์โปรตีนร่วมกับยาเหล่านี้

  • Levodopa กับเวย์โปรตีน

เวย์โปรตีนอาจลดปริมาณการดูดซับยา levodopa ของร่างกายลง ทำให้การทานเวย์โปรตีนร่วมกับ levodopa จะเป็นการลดประสิทธิภาพของยาลง จึงไม่ควรทานเวย์โปรตีนกับ levodopa พร้อมกัน

ใช้เวย์โปรตีนร่วมกับยาเหล่านี้ด้วยความระมัดระวัง

  • Alendronate (Fosamax) กับเวย์โปรตีน

เวย์โปรตีนสามารถลดประมาณการดูดซับ alendronate (Fosamax) ของร่างกายลง ดังนั้นการทานเวย์โปรตีนร่วมกับ alendronate (Fosamax) พร้อมกันจะเป็นการลดประสิทธิภาพของยาalendronate (Fosamax) ลง ไม่ควรทานเวย์โปรตีนหลังใช้ยาalendronate (Fosamax) อย่างน้อยสองชั่วโมง

เวย์โปรตีนสามารถลดประมาณการดูดยาปฏิชีวนะของร่างกายลง ดังนั้นการทานเวย์โปรตีนร่วมกับ ยาปฏิชีวนะบางชนิดอาจเป็นการลดประสิทธิภาพของยาปฏิชีวนะลง เพื่อเลี่ยงการตีกันเช่นนี้ควรทานอาหารเสริมเวย์โปรตีนหลังทานยาปฏิชีวนะแล้วอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง ตัวอย่างยาปฏิชีวนะที่อาจตีกับเวย์โปรตีนมีทั้ง  ciprofloxacin (Cipro), enoxacin (Penetrex), norfloxacin (Chibroxin, Noroxin), sparfloxacin (Zagam), trovafloxacin (Trovan), และ grepafloxacin (Raxar)

  • ยาปฏิชีวนะ (Tetracycline antibiotics) กับเวย์โปรตีน

เวย์โปรตีนประกอบด้วยแคลเซียม โดยแคลเซียมนี้สามารถเข้าไปยึดเกาะกับ tetracyclines ในกระเพาะอาหารได้ ซึ่งนี่จะเป็นการลดปริมาณการดูดซับ tetracyclines ของร่างกายลง ดังนั้นการทานแคลเซียมกับ tetracyclines จึงเป็นการลดประสิทธิผลของ tetracyclines ลงโดยปริยาย เพื่อเลี่ยงการตีกันเช่นนี้ควรทานอาหารเสริมเวย์โปรตีนก่อนทาน tetracyclines สองชั่วโมง หรือหลังจากทาน tetracyclines สี่ชั่วโมง ตัวอย่างยา tetracyclines มีทั้ง  demeclocycline (Declomycin), minocycline (Minocin), และ tetracycline (Achromycin)

ปริมาณยาที่ใช้

ปริมาณหรือขนาดยาที่ใช้ดังต่อไปนี้ได้ถูกศึกษาจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

ผู้ใหญ่

รับประทาน:

  • สำหรับภาวะน้ำหนักลดที่เกี่ยวข้องกับ HIV/AIDS: เวย์โปรตีน 8.4-84 กรัมต่อวัน, นมผงแคลอรี่สูง 2.4 กรัม/kg ต่อวัน, หรือนมชงที่อุดมด้วยกลูทามิน 42-84 กรัมต่อวัน
  • สำหรับโรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนา: สารสกัดเวย์โปรตีน 5 กรัมต่อวัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

สั่งซื้อยาออนไลน์

เป็นเพื่อนกับเราทาง LINE: "@honestdocs" คุณสามารถสั่งให้เราจัดส่งยาถึงบ้านได้แล้ววันนี้ จัดส่งฟรีด้วย "EMS ทั่วประเทศภายใน 3 วัน หรือค่าบริการส่งตามระยะทางสำหรับการ"ส่งด่วน"ภายใน 24 ชม. ใน กทม. คุณสามารถจ่ายโดยการโอนเงินผ่านทางธนาคาร หมายเหตุ: i) เราไม่ได้เป็นร้านขายยาเอง แต่เราให้ความสะดวกแก่คนไข้โดยมีบริการสั่งซื้อยาจากเภสัชกรแล้วจัดส่งให้แก่ท่าน ii) เราไม่สามารถบริการจัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาอันตราย และยาควบคุม (ซึ่งต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น)

เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์