กองบรรณาธิการ HonestDocs
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HonestDocs

Cod liver oil (น้ำมันตับปลา)

เผยแพร่ครั้งแรก 27 ม.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 7 พ.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

น้ำมันตับปลา (Cod liver oil) คือน้ำมันที่ได้จากการรับประทานตับปลาคอดหรือจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (หรือที่เรียกว่า อาหารเสริม) ซึ่งมีประโยชน์มากมายทั้งช่วยรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง ภาวะแทรกซ้อนทางไตในผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ข้อเสื่อม (Osteoarthritisภาวะซึมเศร้า (Depression) โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองที่เรียกว่าโรคแพ้ภูมิตัวเอง (Systemic lupus erythematosus (SLE)) และภาวะติดเชื้อภายในหูชั้นกลาง (Otitis media) มีการศึกษาว่าน้ำมันตับปลาอาจช่วยลดระดับไขมันในเลือดชนิดไตรกลีเซอไรด์และลดความดันโลหิต มีการศึกษาว่าน้ำมันตับปลาไม่ช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลที่สูงหรือลดอาการปวดข้อ (Arthritis) ได้ 

ประโยชน์ของน้ำมันตับปลา

น้ำมันตับปลาประกอบด้วยกรดไขมันที่ป้องกันการเกิดลิ่มเลือด ช่วยลดอาการเจ็บปวดและอาการบวมได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังพบว่ามีวิตามินเอ (Vitamin A) และวิตามินดี (Vitamin D) อีกด้วย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจตับวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 712 บาท ลดสูงสุด 425 บาท

ตรวจตับ วันนี้ เปรียบเทียบราคา / ประหยัดกว่า / ผ่อน 0% ได้ / แอดมินพร้อมให้บริการ กดที่นี่

170

ภาวะที่น้ำมันตับปลามักจะมีประสิทธิภาพ

  • ลดระดับไขมันในเลือดที่เรียกว่าไตรกลีเซอไรด์ การรับประทานน้ำมันตับปลาอาจช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ 20-50 % ในกลุ่มผู้ที่มีระดับไตรกลีเซอไรด์สูง

ภาวะที่อาจใช้น้ำมันตับปลาได้

  • ความดันโลหิตสูง น้ำมันตับปลาอาจมีผลช่วยต่อความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัวและความดันโลหิตขณะหัวใจคลายตัวได้เล็กน้อย
  • โรคไตในผู้เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 การรับประทานน้ำมันตับปลาอาจช่วยลดภาวะโปรตีนรั่วทางปัสสาวะของผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อนของโรคไตจากโรคเบาหวาน

ภาวะที่ยังคงขาดหลักฐานว่าน้ำมันตับปลารักษาได้หรือไม่

  • ภาวะซึมเศร้า (Depression) มีหลักฐานบางชิ้นที่กล่าวว่าผู้ที่รับประทานน้ำมันตับปลาจะมีอาการจากโรคซึมเศร้าน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทาน
  • ภาวะติดเชื้อที่หูชั้นกลางในเด็กเล็ก งานวิจัยเบื้องต้นกล่าวว่าการรับประทานน้ำมันตับปลาร่วมกับวิตามินรวมสำหรับเด็กที่ประกอบด้วยซีลีเนียม (Selenium) อาจช่วยป้องกันหรือลดจำนวนครั้งในการเกิดภาวะติดเชื้อในหูของเด็กเล็กได้

ผลข้างเคียงและความปลอดภัยของน้ำมันตับปลา

สำหรับผู้ใหญ่และเด็กส่วนมากจะสามารถรับประทานได้ค่อนข้างปลอดภัย โดยอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงบ้าง อย่างท้องอืด มีกลิ่นปาก แสบร้อนกลางอก ถ่ายเหลว และคลื่นไส้ โดยการรับประทานพร้อมอาหารมักจะช่วยลดผลข้างเคียงข้างต้นได้

การรับประทานน้ำมันตับปลาในปริมาณมากอาจเกิดอันตราย เพราะทำให้เลือดไม่แข็งตัว ซึ่งเพิ่มโอกาสการเกิดภาวะเลือดออกในอวัยวะต่างๆ ได้มากขึ้น หรือมีอาการเลือดหยุดยากหากเกิดบาดแผล อีกทั้งการรับประทานที่มากเกินไปอาจทำให้ระดับวิตามินเอและวิตามินดีในร่างกายมากเกินไปเช่นกัน

ยังไม่มีข้อมูลบ่งชี้เพียงพอสำหรับการทาน้ำมันตับปลาบนผิวหรือรักษาแผล

คำเตือนและข้อควรระวังเป็นพิเศษ

สตรีมีครรภ์และแม่ที่ต้องให้นมบุตร คนกลุ่มนี้สามารถรับประทานน้ำมันตับปลาได้หากรับประทานในปริมาณที่ไม่เกินกว่าคำแนะนำและได้รับวิตามินเอและวิตามินดีที่เพียงพอในแต่ละวัน น้ำมันตับปลาอาจจะไม่ปลอดภัยหากรับประทานเข้าไปในปริมาณมาก ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือต้องให้นมบุตรไม่ควรรับประทานน้ำมันตับปลาที่มีวิตามินเอมากกว่า 3,000 ไมโครกรัม และวิตามินดีมากกว่า 100 ไมโครกรัม

เบาหวาน น้ำมันตับปลาอาจเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานได้ แต่ยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติม

ความดันโลหิตสูง น้ำมันตับปลาสามารถลดระดับความดันเลือดได้และอาจทำให้ความดันตกลงมากเกินหากรับประทานร่วมกับยาควบคุมความดันโลหิตสูง ดังนั้นหากคุณต้องใช้ยาควบคุมความดันโลหิตสูง ควรรับประทานน้ำมันตับปลาด้วยความระมัดระวัง

การใช้น้ำมันตับปลาร่วมกับยาชนิดอื่น

ควรใช้น้ำมันตับปลาร่วมกับยาเหล่านี้ด้วยความระมัดระวัง

  • ยาสำหรับความดันโลหิตสูง (Antihypertensive drugs)
    น้ำมันตับปลาสามารถลดระดับความดันเลือดได้และอาจทำให้ตกลงมากเกินหากทานร่วมกับยาความดัน โดยยาควบคุมความดันมีตัวอย่างดังนี้ Captopril (Capoten), Enalapril (Vasotec), losartan (Cozaar), valsartan (Diovan), diltiazem (Cardizem), Amlodipine (Norvasc), Hydrochlorothiazide (HydroDiuril), Furosemide (Lasix) และอื่นๆ
  • ยายับยั้งการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulant / Antiplatelet drugs)
    น้ำมันตับปลาสามารถชะลอการเกิดลิ่มเลือดได้ ดังนั้นการรับประทานน้ำมันตับปลาร่วมกับยาชะลอการเกิดลิ่มเลือดจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยฟกช้ำหรือเลือดออกได้ โดยยาที่ชะลอการเกิดลิ่มมีตัวอย่างดังนี้ Aspirin, Clopidogrel (Plavix), Diclofenac (Voltaren, Cataflam, others), Ibuprofen (Advil, Motrin, others), Naproxen (Anaprox, Naprosyn, others), Dalteparin (Fragmin), Enoxaparin (Lovenox), Heparin, Warfarin (Coumadin) และอื่นๆ

ปริมาณการใช้น้ำมันตับปลา

การรับประทานน้ำมันตับปลาช่วงเช้าหลังมื้ออาหารจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างแหล่งพลังงานที่ดีต่อสุขภาพ

  • สำหรับลดระดับไตรกลีเซอไรด์ น้ำมันตับปลา 20 มิลลิลิตร/วัน
  • สำหรับระดับความดันโลหิต น้ำมันตับปลา 20 มิลลิลิตร/วัน

10 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
The health benefits of cod liver oil. BBC Good Food. (Available via: https://www.bbcgoodfood.com/howto/guide/health-benefits-cod-liver-oil)
The Health Benefits of Cod Liver Oil. Verywell Health. (Available via: https://www.verywellhealth.com/health-benefits-of-cod-liver-oil-89440)
Cod Liver Oil oral capsules. Cleveland Clinic. (Available via: https://my.clevelandclinic.org/health/drugs/19342-cod-liver-oil-oral-capsules)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน ผู้อ่านไม่ควรเลือกใช้ยาเองจากการอ่านบทความ ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง เพราะแต่ละท่านอาจมีสาเหตุของโรค โรคประจำตัว และประวัติการรักษาที่ต่างกัน ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

มีคำถามเพิ่มเกี่ยวกับยานี้? ถามคุณหมอของเราทางออนไลน์ได้เลย

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม