ยา Fluoxetine คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มี.ค. 18, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 12 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 844,573 คน

Fluoxetine เป็นหนึ่งในตัวยาสำคัญที่ใช้รักษาโรคซึมเศร้า มีกลไกการออกฤทธิ์โดยช่วยเพิ่มระดับสารสื่อประสาทเซโรโทนิน (Serotonin) ในสมอง ยานี้จัดอยู่ในกลุ่ม Selective serotonin reuptake inhibitor (SSRIs

นอกจากการรักษาโรคซึมเศร้าแล้ว ยา Fluoxetine มีข้อบ่งใช้ในการรักษาโรคอื่นๆ ได้ด้วย เช่น

โฆษณาจาก HonestDocs
ดีลสุขภาพเเละความงามลดสูงสุด 30%

18-25 มีนาคมนี้เท่านั้น ลด 30% ให้เราดูเเลคุณ

Internalad
  • โรคย้ำคิดย้ำทำ
  • โรคกินมากผิดปกติ
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคกลัวอ้วนรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก จนมีอาการอาเจียนออกมาหลังกินอาหาร
  • โรคตื่นตระหนก (Panic) ซึ่งเป็นอาการตื่นกลัวต่อบางสิ่งบางอย่างโดยไม่มีเหตุผล เช่น กลัวที่โล่ง หรือกลัวที่ชุมชน

ยา Fluoxetine ที่ใช้รักษาโรคซึมเศร้ามีจำหน่ายในหลายรูปแบบ ได้แก่ แคปซูล ยาเม็ด และยาน้ำ 

คำเตือนในการใช้ยา Fluoxetine

การใช้ยา Fluoxetine และยารักษาโรคซึมเศร้าอื่นๆ มีข้อพึงระวังที่สำคัญมาก เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ป่วยคิดฆ่าตัวตายได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นเด็ก วัยรุ่น และวัยกลางคนตอนต้น  ในช่วงหลายเดือนแรกที่เริ่มต้นใช้ยาหรือปรับขนาดยา ผู้ป่วยอาจเกิดความคิดอยากฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตายมากขึ้น ดังนั้น ควรปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้ยาต่อไปนี้

  • หากมีโรคประจำตัวหรือความผิดปกติเหล่านี้ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเริ่มรับประทานยา Fluoxetine
    • โรคลมชัก
    • โรคอารมณ์แปรปรวน
    • ตับทำงานบกพร่อง
    • ความผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ
    • เบาหวาน
    • ต้อหิน
    • มีความคิดฆ่าตัวตาย หรือพยายามฆ่าตัวตาย
  • หากคุณรับประทานยานี้เป็นเวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ หรือนานกว่านั้น แล้วยังไม่เห็นผลการรักษาที่ชัดเจน คุณอาจจำเป็นต้องหยุดยา โดยควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดใช้ยาทุกครั้งเพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับการหยุดยาอย่างปลอดภัย เนื่องจากการหยุดยาทันทีจะทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง 
  • หากคุณแพ้ยานี้หรือส่วนประกอบอื่นๆ ที่ไม่ใช่ตัวยาในสูตรตำรับ ห้ามรับประทานยานี้ ไม่ว่าเป็นยี่ห้อใดก็ตาม เนื่องจากเคยมีรายงานว่ายานี้ทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้ยาที่รุนแรง ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ 
  • ยานี้อาจทำให้มีอาการง่วงซึม มีความคิดและการตัดสินใจแย่ลง หรือตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ช้าลง จึงควรหลีกเลี่ยงการทำงานที่ต้องใช้เครื่องจักรกล การขับขี่รถยนต์ หรือการทำงานเสี่ยงอันตรายในระหว่างที่ใช้ยานี้
  • เนื่องจากมีข้อมูลเกี่ยวกับผลข้างเคียงในระยะยาวของ Fluoxetine ต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของเด็กและวัยรุ่นค่อนข้างน้อย หากจำเป็นต้องใช้ยาในเด็ก ผู้ปกครองควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาเพื่อติดตามผลว่ายานี้ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตด้านความสูงหรือน้ำหนักของเด็กหรือไม่

การใช้ยา Fluoxetine ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร

ยา Fluoxetine อาจมีผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ฉะนั้นหากคุณกำลังตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์ ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเริ่มใช้ยานี้ และควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินประโยชน์และความเสี่ยงจากการใช้ยา โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์ ทารกที่คลอดออกมาจากมารดาที่ใช้ยา Fluoxetine ในระหว่างตั้งครรภ์ จะได้รับผลข้างเคียงแตกต่างกันไปในแต่ละราย

หากคุณกำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตร ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเริ่มใช้ยานี้ เนื่องจากตัวยาสามารถซึมผ่านทางน้ำนมได้ จึงไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ในช่วงที่ให้นมบุตร

อาการไม่พึงประสงค์ของการใช้ยา Fluoxetine

คุณควรโทรเรียกรถฉุกเฉิน หรือรีบไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หากมีปฏิกิริยาแพ้ยารุนแรง (Anaphylaxis) ดังต่อไปนี้ ซึ่งเป็นอันตรายถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ 

  • หายใจลำบาก 
  • บวมที่ลิ้น ในลำคอ ปาก ใบหน้า หรือตาทั้งสองข้าง
  • เกิดผื่นแดง ผื่นคัน หรือผื่นลมพิษ
  • อาจมีไข้หรือรู้สึกปวดข้อร่วมด้วย

เช่นเดียวกัน ในกรณีที่มีอาการข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้ ให้รีบพบแพทย์โดยเร่งด่วน

โฆษณาจาก HonestDocs
ดีลสุขภาพเเละความงามลดสูงสุด 30%

18-25 มีนาคมนี้เท่านั้น ลด 30% ให้เราดูเเลคุณ

Internalad
  • มีความคิดฆ่าตัวตาย รู้สึกอยากตาย หรือพยายามฆ่าตัวตาย
  • มีภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวลเกิดขึ้น หรืออาการที่มีอยู่แย่ลงกว่าเดิม
  • อยู่ไม่สุข อยู่นิ่งไม่ได้ ทำโน่นทำนี่ตลอดเวลา
  • เกิดอาการตื่นกลัวผิดปกติ
  • ขี้โมโหหรือมีพฤติกรรมก้าวร้าว
  • ทำเรื่องเสี่ยงอันตราย
  • พูดมากขึ้นกว่าปกติมาก
  • ประสาทหลอน
  • กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวผิดปกติ
  • หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
  • ระบบประสาทอัตโนมัติไวผิดปกติ
  • มีไข้
  • คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย
  • มีเลือดออก หรือมีรอยจ้ำเลือดผิดปกติตามผิวหนัง
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ความจำสับสน
  • ชัก

นอกจากนี้ การใช้ยา Fluoxetine อาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยดังต่อไปนี้

  • ฝันร้าย
  • มีการหลั่งอสุจิผิดปกติ
  • เบื่ออาหาร
  • วิตกกังวล
  • อ่อนเพลีย
  • ท้องเสีย
  • ปากแห้ง
  • ท้องไส้ปั่นป่วน
  • มีอาการคล้ายไข้หวัด
  • อวัยวะเพศแข็งตัวไม่นานหรือไม่แข็งตัว
  • นอนหลับยาก
  • ความต้องการทางเพศลดลง
  • คลื่นไส้
  • รู้สึกกระสับกระส่าย
  • เจ็บคอ
  • เกิดผื่นผิวหนัง
  • ต่อมน้ำเหลืองบวม
  • ง่วงซึม
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ
  • มีอาการสั่น
  • ผิวหนังร้อนวูบวาบ
  • ง่วงหาว

คุณควรแจ้งให้แพทย์ทราบ หากเกิดอาการข้างเคียงเหล่านี้ หรือมีอาการอื่นๆ จากยา Fluoxetine โดยเฉพาะเมื่อมีอาการข้างเคียงที่รุนแรง หรืออาการที่เป็นอยู่ไม่ดีขึ้น

อันตรายจากการใช้ยา Fluoxetine ร่วมกับยาอื่น

ยาบางชนิดสามารถทำปฏิกิริยากับยา Fluoxetine จนก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตรายได้ คุณควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบข้อมูลการใช้ยาต่างๆ ซึ่งรวมถึงยาที่ซื้อมารับประทานเอง วิตามิน อาหารเสริม และยาสมุนไพรใดๆ ก็ตามที่กำลังใช้อยู่

ตัวยาเหล่านี้เป็นยาที่เกิดปฏิกิริยากับยา Fluoxetine และทำให้เกิดผลเสียเมื่อใช้ร่วมกัน

  • ยาต้านเศร้ากลุ่ม MAOI: ไม่ควรใช้ยา Fluoxetine ในระหว่างที่กำลังใช้ยากลุ่ม MAOI หรือหลังหยุดยา MAOI ไม่เกิน 14 วัน เพราะจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงถึงขั้นอาจทำให้เสียชีวิตได้ ควรรออย่างน้อย 5 สัปดาห์ หลังจากหยุดยา Fluoxetine ก่อนเริ่มใช้ยากลุ่ม MAOI ในการรักษา ตัวอย่างยาในกลุ่ม MAOI ได้แก่ ไอโซคาร์บอกซาซิด (Isocarboxazid) ฟีเนลซีน (Phenelzine) เซเลกิลีน (Selegiline) ทรานิลไซโปรมีน (Tranylcypromine) เป็นต้น
  • ยาพิโมไซด์ (Pimozide): ไม่ควรใช้ยา Fluoxetine หากคุณกำลังรับประทานยาพิโมไซด์ (Orap) เนื่องจากอาจเกิดทำให้เกิดปฏิกิริยารุนแรงจนทำให้หัวใจเต้นผิดปกติได้
  • ยาไทโอริดาซีน (Thioridazine): ไม่ควรใช้ยา Fluoxetine หากคุณกำลังรับประทานยาไทโอริดาซีน และรออย่างน้อย 5 สัปดาห์ หลังหยุดยา Fluoxetine ก่อนเริ่มใช้ยาไทโอริดาซีน เนื่องจากอาจเกิดปฏิกิริยารุนแรงจนทำให้หัวใจเต้นผิดปกติได้
  • ยาลีเนโซลิด (Linezolid): ไม่ควรใช้ยา Fluoxetine หากคุณกำลังใช้ยาปฏิชีวนะลีเนโซลิดหรือเมธิลีนบลู (Methylene blue) ฉีดเข้าเส้นเลือด

แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเริ่มใช้ยา Fluoxetine หากคุณกำลังใช้ยาเหล่านี้ โดยแพทย์อาจพิจารณาเลือกใช้ยาตัวอื่นแทน Fluoxetine หรือคอยติดตามอาการข้างเคียงอย่างใกล้ชิดหากใช้ยาเหล่านี้ร่วมกับ Fluoxetine

  • ยาที่ทำให้ง่วงซึมหรือง่วงนอน ได้แก่ ยาสงบระงับ ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท
  • ยารักษาโรคซึมเศร้าตัวอื่นๆ ที่มีฤทธิ์ช่วยเพิ่มระดับสารสื่อประสาทเซโรโทนิน ได้แก่ ไซตาโลแพรม (Citalopram) เอสซิตาโลแพรม (Escitalopram) พาร็อกซีทีน (Paroxetine) ฟลูวอกซามีน(Fluvoxamine) เซอร์ทราลีน (Sertraline) เดสเวนลาแฟ็กซีน (Desvenlafaxine) ดูล็อกซีทีน (Duloxetine) ลีโวมิลนาซิแพรน (Levomilnacipran) มิลแนซิแพรน (Milnacipran) เวนลาแฟกซีน (Venlafaxine)
  • ยาแก้ปวดศีรษะไมเกรน ได้แก่ อัลโมทริปแทน (Almotriptan) อีลีทริปแทน (Eletriptan) โฟรวาทริปแทน (Frovatriptan) นาราทริปแทน (Naratriptan) ไรซาทริปแทน (Rizatriptan) ซูมาทริปแทน (Sumatriptan) โซลมิทริปแทน (Zolmitriptan)
  • ลิเทียม (Lithium)
  • ทรามาดอล (Tramadol)
  • เฟนทานิล (Fentanyl)
  • บิวสไปโรน (Buspirone)
  • สมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ต (St. John’s wort)
  • ทริปโตเฟน (Tryptophan)
  • ยาละลายลิ่มเลือดและยาที่ทำให้เลือดออกง่าย ได้แก่ วาร์ฟาริน (Warfarin) แอสไพริน (Aspirin) และยาแก้ปวดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือนาพร็อกเซน (Naproxen)
  • ยารักษาโรคซึมเศร้ากลุ่มอื่นๆ เช่น ยากลุ่ม Tricyclic antidepressants ได้แก่ อะมิทริปไทลิน (Amitriptyline) อะม็อกซาปีน (Amoxapine) โคลมิพรามีน (Clomipramine) เดซิพรามีน (Desipramine) ด็อกเซปิน (Doxepin) อิมิพรามีน (Imipramine) นอร์ทริปไทลีน (Nortriptyline) โพรทริปไทลีน (Protriptylin) ไทรมิพรามีน (Trimipramine)
  • กลุ่มยารักษาโรคจิตเภท ได้แก่ คลอซาปีน (Clozapine) ฮาโลเพอริดอล (Haloperidol) ไซพราซิโดน (Ziprasidone) ไอโลเพอริโดน (Iloperidone) คลอร์โปรมาซีน (Chlorpromazine) เมโซริดาซีน (Mesoridazine) ดรอเพอริดอล (Droperidol)
  • ยาที่ใช้รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ได้แก่ โพรพาฟีโนน (Propafenone) ฟลีเคไนด์ (Flecainide) ควินิดีน (Quinidine) โพรเคนาไมด์ (Procainamide) อะมิโอดาโรน (Amiodarone) โซทาลอล (Sotalol)
  • วินบลาสทีน (Vinblastine)
  • ยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepines) ได้แก่ อัลปราโซแลม (Alprazolam) ไดอะซีแพม (Diazepam)
  • ยากันชักบางชนิด ได้แก่ คาร์บามาซีปีน (Carbamazepine) เฟนิโทอิน (Phenytoin)
  • ไดจ็อกซิน (Digoxin)
  • กลุ่มยาขับปัสสาวะ
  • ยาปฏิชีวนะบางชนิด ได้แก่ อิริโทรมัยซิน (Erythromycin) กาติฟลอกซาซิน (Gatifloxacin) สปาร์ฟลอกซาซิน (Sparfloxacin)
  • เพนทามิดีน (Pentamidine)
  • เลโวเมทาดิล (Levomethadyl acetate)
  • เมทาโดน (Methadone)
  • ฮาโลแฟนทรีน (Halofantrine)
  • เมโฟลควิน (Mefloquine)
  • โดลาซีตรอน (Dolasetron)
  • ทาโครลิมัส (Tacrolimus)

นอกจากนี้ หากคุณอยู่ในระหว่างการรักษาบำบัดจิตด้วยกระแสไฟฟ้า (ECT) กรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบ เนื่องจากเคยมีบางรายงานแจ้งว่ามีผู้ป่วยเกิดอาการชักได้เมื่อใช้ยา Fluoxetine ร่วมกับการบำบัดจิตด้วยกระแสไฟฟ้า

ปริมาณในการใช้ยา Fluoxetine

ปริมาณยา Fluoxetine ที่ใช้ในการรักษานั้นขึ้นอยู่กับลักษณะอาการและความรุนแรงของโรค เพื่อการรักษาที่เห็นผล คุณควรรับประทานยาตามคำสั่งแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด 

ยา Fluoxetine มีรูปแบบยาและขนาดยาหลากหลาย โดยยาชนิดแคปซูล มีจำหน่ายในขนาด 10 20 และ 40 มิลลิกรัม ยาชนิดเม็ดในขนาด 10 20 40 และ 60 มิลลิกรัม สำหรับ Fluoxetine ในชื่อการค้าทั่วไป มีจำหน่ายในรูปแบบแคปซูลขนาด 10 และ 20 มิลลิกรัม ส่วน Fluoxetine ในชื่อการค้า Sarafem มีจำหน่ายในรูปแบบยาเม็ดขนาด 10 15 และ 20 มิลลิกรัม Fluoxetine ชนิดแคปซูลออกฤทธิ์นานมีจำหน่ายในขนาด 90 มิลลิกรัม รับประทานเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

แนวทางทั่วไปในการรับประทานยา Fluoxetine คือ

  • รับประทานยาเม็ดหรือแคปซูลโดยกลืนลงไปทั้งเม็ด ไม่แบ่งหรือเคี้ยวเม็ดยา 
  • รับประทานยานี้พร้อมอาหารหรือไม่ก็ได้
  • โดยทั่วไปให้รับประทานยา Fluoxetine วันละ 1 ครั้ง
  • เก็บรักษายาไว้ที่อุณหภูมิห้อง พ้นจากแสงแดดและความร้อน
  • ผู้ป่วยที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป อาจจำเป็นต้องปรับลดปริมาณการใช้ยาลง
  • หากลืมรับประทานยา Fluoxetine ให้รับประทานยาทันทีที่นึกได้ แต่หากใกล้ถึงเวลารับประทานยามื้อถัดไป ให้รับประทานยาตามปกติ โดยไม่ต้องเพิ่มปริมาณยาในมื้อถัดไปเป็น 2 เท่า

การรับประทานยา Fluoxetine เกินขนาด

หากสังเกตเห็นอาการผิดปกติที่อาจแสดงถึงการใช้ยา Fluoxetine เกินขนาดดังต่อไปนี้ คุณควรรีบไปพบแพทย์

  • มองเห็นภาพต่างๆ ไม่ชัดเจน
  • เดินเซ
  • มีความคิดสับสน
  • ไม่ตอบสนองสิ่งเร้า
  • มีอาการสั่น
  • ง่วงนอนอย่างมาก
  • ตื่นตัวมากผิดปกติ
  • หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • มีอาการชัก

ลักษณะเม็ดยา Fluoxetine

Prozac ชนิดเม็ด 10 มิลลิกรัม เม็ดยารูปร่างรี สีเขียว

Fluoxetine ชนิดเม็ด 10 มิลลิกรัม เม็ดยารูปร่างรี สีเขียว

Fluoxetine-TEV ชนิดแคปซูล 10 มิลลิกรัม เป็นแคปซูลสีฟ้า

Fluoxetine-TEV ชนิดแคปซูล 10 มิลลิกรัม เป็นแคปซูลสีฟ้า

Fluoxetine-TEV ชนิดแคปซูล 20 มิลลิกรัม เป็นแคปซูลสีฟ้าขาว

Fluoxetine-TEV ชนิดแคปซูล 20 มิลลิกรัม เป็นแคปซูลสีฟ้าขาว

Fluoxetine 4356-TEV ชนิดแคปซูล 20 มิลลิกรัม เป็นแคปซูลสีเขียวเทอควอยส์

Fluoxetine 4356-TEV ชนิดแคปซูล 20 มิลลิกรัม เป็นแคปซูลสีเขียวเทอควอยส์

Fluoxetine-TEV  ชนิดเม็ดเคลือบฟิล์ม 10 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยารูปไข่ สีฟ้า

Fluoxetine-TEV  ชนิดแคปซุล 40 มิลลิกรัม เป็นแคปซูลสีฟ้า-ส้ม

Selfemra ขนาด 10 มิลลิกรัม เป็นแคปซูลสีฟ้า

Selfemre ขนาด 20 มิลลิกรัม เป็นสีฟ้า-ชมพู

Fluoxetine-IVA ขนาด 40 มิลลิกรัม เป็นสีฟ้า

Fluoxetine-IVA ขนาด 20 มิลลิกรัม เป็นสีเขียวเทอควอยส์

Fluoxetine-IVA ขนาด 10 มิลลิกรัม เป็นสีเขียวเทอควอยส์-ขาว

Fluoxetine-EON ขนาด 20 มิลลิกรัม เป็นสีเขียว-ขาว

Prozac ขนาด 40 มิลลิกรัม เป็นแคปซูลสีเขียว-ส้ม

Prozac ขนาด 20 มิลลิกรัม เป็นแคปซูลสีเขียว-เหลือง

Prozac ขนาด 10 มิลลิกรัม เป็นแคปซูลสีเขียว

Fluoxetine-MYL ขนาด 10 มิลลิกรัม เป็นแคปซูลสีชมพู-ขาว

Fluoxetine-MYL ขนาด 20 มิลลิกรัม เป็นแคปซูลสีฟ้า-ชมพู

Fluoxetine-MYL ขนาด 40 มิลลิกรัม เป็นแคปซูลสีฟ้า-ขาว

Fluoxetine-MAL ขนาด 10 มิลลิกรัม เป็นแคปซูลสีเขียว

Fluoxetine-MAL ขนาด 20 มิลลิกรัม เป็นแคปซูลสีเขียว-ขาว

Fluoxetine-BAR ขนาด 10 มิลลิกรัม มีทั้งชนิดเม็ดยาเคลือบฟิล์มรูปไข่ สีเนื้อ และชนิดแคปซูล สีฟ้า-เหลือง

Fluoxetine-BAR ขนาด 20 มิลลิกรัม เป็นแคปซูลสีฟ้า-เทา

Fluoxetine-GEN ขนาด 20 มิลลิกรัม เป็นแคปซูลสีขาว

Fluoxetine-GEN ขนาด 10 มิลลิกรัม เป็นแคปซูลสีขาว

Fluoxetine-PAR ขนาด 40 มิลลิกรัม เป็นแคปซูลสีขาว

Fluoxetine-PAR ขนาด 10 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยารูปไข่ สีขาว

Fluoxetine 4356-TEV ชนิดแคปซูล 20 มิลลิกรัม เป็นแคปซูลสีฟ้า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Fluoxetine

คำถาม: การใช้ยา Fluoxetine ร่วมกับแอลกอฮอล์ เป็นอันตรายหรือไม่

คำตอบ: การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณปกติบ้างในบางโอกาส ในขณะที่ใช้ยา Fluoxetine ไม่ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง อย่างไรก็ตาม Fluoxetine มีฤทธิ์ทำให้ง่วงซึมและอ่อนเพลียได้ ซึ่งอาการเหล่านี้อาจแย่ลงหากคุณดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ การดื่มแอลกอฮอล์ยังทำให้อาการซึมเศร้าและปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ แย่ลงเช่นกัน ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์หากต้องการดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างที่ใช้ยา Fluoxetine

คำถาม: ยา Fluoxetine ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจริงหรือ

คำตอบ: ยารักษาโรคซึมเศร้าหลายชนิดรวมทั้ง Fluoxetine มีผลข้างเคียงทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ โดยในปี ค.ศ. 2014 มีข้อมูลตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Psychiatry ว่าผู้ป่วยที่ใช้ยา Fluoxetine และยาในกลุ่ม SSRIs ตัวอื่นๆ มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 0.5-1 กิโลกรัม ในช่วงการรักษาระยะ 1 ปี ซึ่งน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับชนิดยา SSRI ที่เคยใช้ และมีบางรายงานชี้ว่าผู้ป่วยที่ใช้ยารักษาโรคซึมเศร้าร้อยละ 25 มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 4.5 กิโลกรัม โดยคาดว่าอาจเป็นเพราะในระหว่างรับประทานยานั้นผู้ป่วยรู้สึกอยากอาหารมากขึ้น หรือผู้ป่วยบางรายก็อาจมีน้ำหนักตัวลดลงในช่วงที่ใช้ยา Fluoxetine ได้เช่นกัน จึงยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมถึงผลของการใช้ยา Fluoxetine และยาตัวอื่นๆ ในกลุ่ม SSRIs ต่อไป ว่าทำให้น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลงอย่างไร หากคุณวิตกกังวลเกี่ยวกับน้ำหนักตัวที่อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อใช้ยา Fluoxetine คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนเป็นยาชนิดอื่น

คำถาม: เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2553 หมอวินิจฉัยว่าฉันเป็นโรคซึมเศร้าและสั่งใช้ยา Fluoxetine พอไปอ่านข้อมูลยาดูเลยทราบว่าการใช้ยา Fluoxetine ในระยะยาวมีโอกาสเกิดผลข้างเคียง ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ง่าย ฉันรู้สึกเป็นกังวลเนื่องจากฉันพยายามรักษาโรคการกินผิดปกติมาตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา หากยานี้ทำให้ฉันน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ฉันจะตัดสินใจหยุดยาด้วยตัวเองได้มั้ยคะ

คำตอบ: ยารักษาโรคซึมเศร้าที่มีจำหน่ายในท้องตลาดและถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายคือยากลุ่ม Selective serotonin reuptake inhibitors (SSRIs) และยากลุ่ม Serotonin-norepinephrine reuptake inhibitors (SNRIs) แพทย์มักสั่งใช้ยา 2 กลุ่มนี้ เนื่องจากมีผลข้างเคียงน้อย โดยภาวะน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเป็นอาการข้างเคียงทั่วไปของยา 2 กลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยแต่ละรายอาจได้รับผลข้างเคียงที่แตกต่างกันจากยาแต่ละตัวในแต่ละกลุ่ม แพทย์อาจแนะนำให้คุณลองเปลี่ยนไปใช้ยาตัวอื่นที่เหมาะสมกับคุณมากกว่า ทั้งนี้ คุณไม่ควรหยุดยาหรือปรับเปลี่ยนปริมาณการใช้ยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะการหยุดยา Fluoxetine โดยทันทีอาจทำให้เกิดอาการถอนยาที่รุนแรงได้

คำถาม: Fluoxetine ชนิดออกฤทธิ์นานทำให้คุณมีอาการเจ็บหน้าอกหรือใจสั่นได้หรือไม่

คำตอบ: จากข้อมูลฉลากยา Fluoxetine ชนิดออกฤทธิ์นาน ซึ่งรับประทานสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เตือนว่ายานี้อาจทำให้มีอาการใจสั่น ซึ่งเป็นอาการข้างเคียงที่พบได้บ่อย โดยมีโอกาสเกิดขึ้นในร้อยละ 1 ของผู้ป่วยที่ใช้ยาชนิดนี้ หากคุณมีอาการเจ็บหน้าอกหลังใช้ยานี้ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อวินิจฉัยว่าเป็นอาการเจ็บหน้าอกลักษณะใด

คำถาม: คุณสามารถรับประทานยา Fluoxetine ร่วมกับยา Alli ซึ่งเป็นยาลดความอ้วนได้หรือไม่

คำตอบ: Alli เป็นยาลดความอ้วนที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการดูดซึมไขมันจากอาหารที่รับประทานเข้าไป ส่วนยา Fluoxetine เป็นยารักษาโรคซึมเศร้าที่นำมาใช้ในการรักษาโรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า โรคตื่นตระหนกหวาดกลัว และโรคย้ำคิดย้ำทำ แต่ไม่มีข้อมูลระบุว่าการใช้ยา Alli ร่วมกับยา Fluoxetine จะทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อกัน อย่างไรก็ตาม คุณควรปรึกษาแพทย์ ก่อนเริ่มใช้ยาหรือหยุดใช้ยาใดๆในระหว่างที่ใช้ยา Fluoxetine

คำถาม: Fluoxetine ทำให้ผมร่วงได้หรือไม่

คำตอบ: อาการผมร่วงหรือที่เรียกว่า Alopecia เป็นอาการข้างเคียงจากการใช้ยา Fluoxetine ที่พบได้น้อยมาก หากมีอาการผมร่วงควรปรึกษาที่รักษาคุณแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

คำถาม: ยา Fluoxetine นำมาใช้ในเด็กอายุน้อยที่สุดเท่าไหร่

คำตอบ: องค์การอาหารและยาอนุญาตให้นำยา Fluoxetine มาใช้ในการรักษาเด็กอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป ซึ่งมีข้อพึงระวังที่สำคัญสำหรับการใช้ยาในเด็ก คือ ตัวยา Fluoxetine จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการคิดฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตายในผู้ป่วยเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ตอนต้น ดังนั้น ผู้ป่วยกลุ่มนี้ควรปรึกษาพูดคุยถึงข้อสงสัยและความปลอดภัยในการใช้ยากับแพทย์ ก่อนเริ่มใช้ยานี้

คำถาม: Fluoxetine ทำให้หมดความรู้สึกทางเพศได้หรือไม่

คำตอบ: ภาวะซึมเศร้ามีผลทำให้ความรู้สึกทางเพศลดลงอยู่แล้ว และการใช้ยา Fluoxetine และตัวยาอื่นๆ ในกลุ่ม SSRIs ก็มีผลทำให้ความรู้สึกทางเพศลดลงได้เช่นกัน แต่หากรับประทานยาหลังจากเวลาที่ต้องการมีกิจกรรมทางเพศ ก็อาจช่วยลดผลข้างเคียงนี้ลงไปได้บ้าง นอกจากนี้ แพทย์อาจให้ยาเพิ่มเติมเพื่อช่วยแก้ปัญหาความรู้สึกทางเพศที่ลดลง และคุณควรพูดคุยปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาเพื่อกำหนดตารางเวลาในการรับประทานยา อาจกำหนดให้มีหนึ่งหรือสองวันในหนึ่งสัปดาห์ที่ไม่ต้องรับประทานยา หากอาการยังไม่ดีขึ้นอาจต้องเปลี่ยนตัวยารักษาโรคซึมเศร้า คุณควรปรึกษาและแจ้งอาการกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามผลการรักษาและหาวิธีการที่ลงตัวที่สุด

คำถาม: ยา Fluoxetine ใช้กับสุนัขและแมวได้หรือไม่

คำตอบ: บางครั้งสัตวแพทย์ก็นำยา Fluoxetine มาใช้ในสุนัขและแมว โดยใช้เพื่อลดพฤติกรรมบางอย่างของสัตว์ เช่น สุนัขที่ชอบวิ่งไล่กวด แมวที่เลียขนตลอดเวลา หรือพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำอื่นๆ ของสัตว์ ซึ่งการใช้ยา Fluoxetine หรือยาชนิดใดก็ตามในสุนัขและแมวควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนทุกครั้ง

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

สั่งซื้อยาออนไลน์

เป็นเพื่อนกับเราทาง LINE: "@honestdocs" คุณสามารถสั่งให้เราจัดส่งยาถึงบ้านได้แล้ววันนี้ จัดส่งฟรีด้วย "EMS ทั่วประเทศภายใน 3 วัน หรือค่าบริการส่งตามระยะทางสำหรับการ"ส่งด่วน"ภายใน 24 ชม. ใน กทม. คุณสามารถจ่ายโดยการโอนเงินผ่านทางธนาคาร หมายเหตุ: i) เราไม่ได้เป็นร้านขายยาเอง แต่เราให้ความสะดวกแก่คนไข้โดยมีบริการสั่งซื้อยาจากเภสัชกรแล้วจัดส่งให้แก่ท่าน ii) เราไม่สามารถบริการจัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาอันตราย และยาควบคุม (ซึ่งต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น)

เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์