Doctor men
เขียนโดย
ทีมแพทย์และเภสัชกร HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
ยา

วิธีใช้ยานอนหลับให้ปลอดภัย และข้อที่ทุกคนควรระวัง

ยานอนหลับ ดีไหม กินอย่างไรให้ปลอดภัย?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 881,778 คน

วิธีใช้ยานอนหลับให้ปลอดภัย และข้อที่ทุกคนควรระวัง

ในสังคมปัจจุบันพบว่า หลายๆ คนกำลังประสบกับปัญหานอนไม่หลับเนื่องจากความเครียด เมื่อนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอก็จะทำให้เกิดความผิดปกติของสารเคมีภายในสมองและฮอร์โมน ร่างกายจึงเกิดอาการอ่อนเพลีย ไม่มีสมาธิ วิตกกังวล และอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคซึมเศร้าได้ ทำให้ไม่สดชื่นและทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพ หากมีอาการนอนไม่หลับติดต่อกันมากกว่า 3 สัปดาห์จะถือว่าเป็นโรคนอนไม่หลับเรื้อรัง หลายคนจึงหันมาพึ่ง ยานอนหลับ แต่อย่างไรก็ตาม หากอาการยังไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะกับแต่ละคน

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad

แนวทางการรักษาปัญหานอนไม่หลับ

การรักษาปัญหาการนอนไม่หลับจะเริ่มต้นด้วยวิธีไม่ใช้ยาก่อน โดยเบื้องต้นแพทย์จะค้นหาและขจัดสาเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับ เช่น การดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหลังจากบ่ายโมง การออกกำลังกายก่อนนอน การดูรายการโทรทัศน์ที่ตื่นเต้นหรือสยองขวัญ เป็นต้น หากพยายามแก้ไขสาเหตุรวมถึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนให้เหมาะสมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์จึงจะพิจารณาให้ใช้ยานอนหลับร่วมด้วยในการรักษา ซึ่งแบ่งออกเป็นกลุ่มคือ กลุ่มที่ออกฤทธิ์เร็ว ช่วยเหนี่ยวนำให้หลับ ทำให้หลับภายหลังรับประทานยาประมาณ 15-30 นาที เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเริ่มหลับยาก และกลุ่มที่ออกฤทธิ์ช้า ยาจะออกฤทธิ์ภายหลังรับประทานยาประมาณ 30 นาทีขึ้นไป เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาเริ่มหลับยาก แต่ตื่นกลางดึกบ่อยแล้วนอนต่อไม่หลับ อย่างไรก็ตาม การรับประทานยานอนหลับมีผลข้างเคียงเช่นกัน และอาจทำให้ติดได้ จนต่อไปหากไม่รับประทานยาก็จะนอนไม่หลับ ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานอนหลับทุกครั้ง

ยานอนหลับ หรือยาที่ช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ

  1. ยากลุ่มต้านฮิสตามีนรุ่นที่ 1 (First generation antihistamine)
    ยากลุ่มต้านฮิสตามีนรุ่นที่ 1 นิยมใช้บรรเทาอาการแพ้ผื่นคันหรือแพ้อากาศ ยากลุ่มนี้สามารถจับกับตัวรับฮิสตามีนในสมองได้ จึงมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ง่วงซึม สามารถนำมาใช้ช่วยให้นอนหลับได้ด้วย ยาในกลุ่มนี้จัดเป็นยาอันตราย หาซื้อได้ในร้านขายยา แต่ต้องจ่ายโดยเภสัชกร ยากลุ่มนี้พบว่ามีผลข้างเคียงน้อย ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ที่ทำให้ง่วง เช่น ไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) ไดเมนไฮดริเนต (Dimenhydrinate) คลอร์เฟนิรามีน (Chlorpheniramine) ไฮดรอกไซซีน (Hydroxyzine) บรอมเฟนิรามีน (Brompheniramine) และไซโปรเฮปตาดีน (Cyproheptadine) เป็นต้น สำหรับยาต้านฮิสตามีนรุ่นที่ 2 และ 3 ไม่ค่อยมีผลทำให้ง่วงนอน เนื่องจากยาไม่ผ่านเข้าสมองหรือผ่านได้น้อยมากจึงไม่มีผลกดระบบประสาทส่วนกลาง

  2. เมลาโทนิน (Melatonin)
    เมลาโทนินเป็นฮอร์โมนในร่างกายที่สร้างจากต่อมไพเนียล (Pineal gland) ทำหน้าที่ควบคุมวงจรการหลับการตื่นของร่างกาย และช่วยให้นอนหลับสนิท หากกลไกการผลิตเมลาโทนินถูกรบกวนด้วยสาเหตุใดๆ เช่น เดินทางข้ามประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงเวลาการนอน ทำงานกะดึก หรือนอนหลับไม่เป็นเวลา อาจส่งผลให้มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับได้ ปัจจุบันมีการผลิตยาเมลาโทนินออกมาจำหน่ายในรูปแบบยาเม็ดชนิดออกฤทธิ์นาน (Prolonged-released Tablet) ขนาดยา 2 มิลลิกรัม/เม็ด เพื่อใช้ในผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับ และยังช่วยลดอาการนอนไม่หลับที่เกิดจากการเดินทางระหว่างประเทศโดยข้ามช่วงเวลาและเกิดอาการอ่อนเพลีย หรือที่เรียกว่า “เจ็ตแล็ก (jet lag)” ได้

    เมลาโทนินสามารถหาซื้อได้ในร้านขายยา โดยควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ วิธีรับประทาน ให้รับประทานทั้งเม็ด วันละ 1 ครั้งก่อนนอน โดยห้ามหัก แบ่ง บด เคี้ยว เริ่มกินยาตั้งแต่ก่อนเข้านอนวันแรกที่เดินทางไปต่างประเทศที่เปลี่ยนช่วงเวลาจากประเทศเดิม กินประมาณ 3 คืนติดต่อกันต่อเนื่อง จนสามารถนอนหลับได้เองตามปกติ

  3. ยากลุ่มเบนโซไดอะซิพีน (Benzodiazepine)
    ยากลุ่มเบนโซไดอะซิพีนเป็นยานอนหลับชนิดออกฤทธิ์เร็ว ทำให้หลับหลังรับประทานยาประมาณ 15 นาที ยากลุ่มนี้จัดเป็นยาควบคุม ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น เนื่องจากมีข้อควรระมัดระวังในการใช้ มีการนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อมอมเมาหรือที่เรียกว่า “ยาเสียสาว” และอาจทำให้เสพติดได้ อย่างไรก็ตาม แพทย์นิยมใช้ยากลุ่มเบนโซไดอะซิพีนเพื่อลดความกังวลและช่วยให้นอนหลับแก่ผู้ป่วยมากที่สุด มีทั้งในรูปแบบรับประทานและยาฉีด ซึ่งตัวยารูปแบบยาฉีด ได้แก่ Diazepam, Midazolam ยาชนิดรับประทาน ได้แก่ Diazepam, Clorazepat, Chlordiazepoxide, Lorazepam, Alprazolam และ Clonazepam

ข้อควรระวังในการใช้กลุ่มยานอนหลับ

  • ควรใช้ยานอนหลับเป็นระยะเวลาสั้นๆ เนื่องจากการใช้ยาต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจะทำให้การตอบสนองกับยาลดลง จึงต้องเพิ่มขนาดยามากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้นอนหลับได้ อาจทำให้เกิดการติดยา
  • การใช้ยานอนหลับควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ เนื่องจากการใช้ยาเกินขนาดจะกดการทำงานของสมองที่ควบคุมการหายใจ อาจทำให้เกิดการหายใจล้มเหลวและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
  • ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งถึงประวัติโรคเดิมที่เป็นอยู่ รวมถึงประวัติการใช้ยาในปัจจุบัน
  • หากใช้ยานอนหลับในปริมาณมากหรือใช้ที่มีฤทธิ์แรงเป็นระยะเวลาต่อเนื่องนานๆ ไม่ควรหยุดยาทันทีอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอาจมีอาการถอนยา เช่น นอนไม่หลับมากขึ้น กระสับกระส่าย มือสั่น ใจสั่น หรือวิตกกังวลได้
  • ห้ามขับขี่รถ หรือควบคุมเครื่องจักรหลังรับประทานยานอนหลับ เนื่องจากอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุและอันตรายถึงชีวิต ควรรับประทานยานอนหลับเฉพาะเมื่อคุณจะเข้านอนเท่านั้น
  • การใช้ยานอนหลับควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในผู้ป่วยโรคตับ ไต และผู้สูงอายุ
  • หลีกเลี่ยงใช้ยานอนหลับในเด็กเล็ก ผู้ป่วยโรคปอด และผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ผู้ที่ใช้ยาที่มีฤทธิ์กดระบบประสาทอื่นๆ เนื่องจากยามีผลกดการหายใจทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การใช้ยาในเด็กควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งและใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น
  • หลีกเลี่ยงใช้ยานอนหลับในหญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร เนื่องจากยานอนหลับมีผลต่อทารกในครรภ์ และยาอาจถูกขับออกมาทางน้ำนมทำให้เกิดอันตรายต่อเด็กได้
  • ควรงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิดในช่วงที่ใช้ยานอนหลับ เนื่องจากแอลกอฮอล์จะไปเสริมฤทธิ์ยานอนหลับ อาจกดการหายใจทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

นอกจากนี้ ระหว่างใช้ยานอนหลับควรปฏิบัติตัวตามสุขอนามัยในการนอนที่ดีร่วมด้วย เช่น เข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลา หาวิธีผ่อนคลายความเครียด และออกกำลังกายสม่ำเสมอ รวมทั้งหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน งดสูบบุหรี่ เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอาจนอนหลับได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยานอนหลับอีกด้วย

ที่มาของข้อมูล

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่