Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

เบอร์แบร์ริน (Berberine)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,095,542 คน

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 20/02/2562

ข้อมูลภาพรวมของเบอร์แบร์ริน

เบอร์แบร์ริน (Berberine) เป็นสารเคมีที่พบในพืชหลายชนิด เช่น ยูโรเปียน บาร์เบอร์รี่, โกลเด้นซีล, ออรีกอนเกรฟ, ชวนหวงป้อ, ต้นขมิ้น เป็นต้น โดยมากแล้วมักมีการนำเบอร์แบร์รินไปรับประทานเพื่อควบคุมภาวะเบาหวาน, คอเลสเตอรอลสูง, และความดันโลหิตสูง อีกทั้งบางคนยังนิยมทาเบอร์แบร์รินลงบนผิวหนังโดยตรงเพื่อรักษาอาการแดดเผาและสามารถใช้ทาแผลร้อนในได้อีกด้วย

เบอร์แบร์รินออกฤทธิ์อย่างไร?

เบอร์แบร์รินอาจทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น ซึ่งอาจจะช่วยผู้ป่วยภาวะหัวใจบางประเภทได้ เบอร์แบร์รินยังมีส่วนช่วยในการควบคุมกระบวนการใช้น้ำตาลในเลือดของร่างกาย ซึ่งสามารถนำมาใช้ในกลุ่มผู้ป่วยกลุ่มเบาหวาน อีกทั้งเบอร์แบร์รินยังสามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียและรักษาอาการบวมได้อีกด้วย

วิธีใช้และประสิทธิภาพของเบอร์แบร์ริน

ภาวะที่อาจใช้เบอร์แบร์รินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • แผลร้อนใน (canker sores) งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการทาเจลที่มีส่วนผสมของเบอร์แบร์รินสามารถลดความเจ็บปวด อาการแดง แผลน้ำเหลืองไหล และลดขนาดของแผลในช่องปากได้
  • เบาหวาน (Diabetes) เบอร์แบร์รินช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานได้เล็กน้อย โดยงานวิจัยบางชิ้นได้กล่าวว่าการกินเบอร์แบร์ริน 500 mg สองถึงสามครั้งต่อวันเป็นเวลาต่อเนื่องนาน 3 เดือนจะช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดีเทียบเท่ากับ metformin หรือ rosiglitazone
  • คอเลสเตอรอลสูง มีหลักฐานเมื่อไม่นานมานี้ที่กล่าวว่าเบอร์แบร์รินสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในผู้ที่มีปัญหาคอเลสเตอรอลสูงได้ด้วยการทาน 500 mg สองครั้งต่อวันเป็นเวลานาน 3 เดือน อีกทั้งยังช่วยลดไลโพโปรตีน หรือ ไขมันไม่ดี (low-density lipoprotein (LDL)) กับระดับไตรกลีเซอไรด์ได้อีกด้วย
  • ความดันโลหิตสูง  การกินเบอร์แบร์ริน 0.9 กรัมต่อวันพร้อมกับยาลดความดันเลือด amlodipine จะช่วยลดความดันซิสโตลิก (systolic blood pressure) (ความดันตัวบน) กับไดแอสโตลิก (diastolic blood pressure) (ความดันตัวล่าง) ได้ดีกว่าการกินยา amlodipine เพียงอย่างเดียว
  • ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (polycystic ovary syndrome (PCOS)) งานวิจัยกล่าวว่า เบอร์แบร์รินช่วยลดระดับเทสโทสเตอโรนกับสัดส่วนเอวต่อสะโพก (waist-to-hip ratio) ของผู้หญิงที่ป่วยเป็น PCOS ได้ ในผู้หญิงกลุ่มนี้บางรายอาจได้รับ metformin เพื่อป้องกันการเกิดภาวะเบาหวาน ซึ่งการวิจัยกล่าวว่าการกินเบอร์แบร์รินจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้คล้ายกับการกินยา metformin แต่ก็ดูเหมือนว่าเบอร์แบร์รินจะสามารถควบคุมระดับคอเลสเตอรอลได้ดีกว่ายา metformin

ภาวะที่ยังคงขาดหลักฐานว่าใช้เบอร์แบร์รินรักษาได้หรือไม่

  • แผลไหม้ งานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้กล่าวว่าการทาขี้ผึ้งที่มีส่วนประกอบของเบอร์แบร์รินกับ beta-sitosterol สามารถรักษาแผลไหม้ระดับสองได้ดีเทียบเท่ากับการรักษาด้วย  silver sulfadiazine
  • ภาวะหัวใจล้มเหลว (Congestive heart failure (CHF)) งานวิจัยกล่าวว่าเบอร์แบร์รินสามารถลดอาการของภาวะนี้และลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย CHF ลงได้
  • ท้องร่วง (Diarrhea) งานวิจัยกล่าวว่าการกิน berberine sulfate 400 mg สามารถลดอาการท้องร่วงของผู้ที่เป็นโรคท้องร่วงจากการติดเชื้อแบคทีเรีย E.coli หรือ cholera ได้ อีกทั้งการกิน berberine hydrochloride 150 mg สามครั้งต่อวันร่วมกับการรักษาทั่วไปยังช่วยเร่งกระบวนการฟื้นตัวของผู้ป่วยท้องร่วงได้อีกด้วย การใช้เบอร์แบร์รินในการรักษาโรคท้องร่วงในเด็กและทารกยังสามารถทำได้คล้ายกับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะหรือโพรไบโอติกส์ อย่างไรก็ตามเบอร์แบร์รินนั้นไม่ได้ช่วยเร่งผลการรักษาของยาปฏิชีวนะ tetracycline ในการรักษาโรคท้องร่วงที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ cholera แต่อย่างใด
  • ต้อหิน (Glaucoma) งานวิจัยกล่าวว่าการใช้ยาหยอดตาที่มีส่วนผสมของเบอร์แบร์รินกับ tetrahydrozoline ไม่ได้ช่วยลดแรงกดในตาของผู้ที่มีปัญหาต้อหิน
  • แผลในกระเพาะอาหารที่เกิดจากการติดเชื้อ  Helicobacter pylori (H pylori) งานวิจัยกล่าวว่าการกินเบอร์แบร์รินมีประสิทธิภาพในการกำจัดภาวะติดเชื้อ H.pylori มากกว่าการกินยา ranitidine อย่างไรก็ตามเบอร์แบร์รินก็มีประสิทธิภาพในการรักษาแผลที่เกิดจาก H.pylori น้อยกว่าการกินยา
  • ตับอักเสบ (Hepatitis) งานวิจัยกล่าวว่าเบอร์แบร์รินช่วยลดน้ำตาลในเลือด ไขมันไตรกลีเซอไรด์ และลดความเสียหายที่เกิดที่ตับในผู้ป่วยเบาหวานซึ่งเป็นโรคไวรัสตับอักเสบ B หรือ C ร่วมด้วย
  • อาการช่วงวัยหมดประจำเดือน (Menopausal symptoms) งานวิจัยกล่าวว่าการกินยาที่มีส่วนประกอบของเบอร์แบร์รินกับ soy isoflavones สามารถลดอาการช่วงหมดประจำเดือนของผู้หญิงได้ แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่าการใช้เบอร์แบร์รินเพียงอย่างเดียวจะช่วยลดอาการเหล่านี้หรือไม่
  • โรคอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome) งานวิจัยพบว่าเบอร์แบร์รินสามารถลดดัชนีมวลกาย (body mass index (BMI)), ความดันโลหิตซิสโทลิก (ความดันตัวบน), ไขมันไตรกลีเซอไรด์, และระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคอ้วนลงพุงได้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มการตอบสนองต่ออินซูลินของร่างกายเช่นกัน ส่วนงานวิจัยชิ้นอื่น ๆ ได้กล่าวว่าการกินผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเบอร์แบร์ริน, policosanol, ยีสต์ข้าวแดง (red yeast rice), กรดโฟลิก (folic acid), coenzyme Q10, และ astaxanthin จะช่วยเพิ่มระดับความดันโลหิตและการไหลเวียนโลหิตของผู้ป่วยโรคอ้วนลงพุง
  • โรคตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ งานวิจัยพบว่าเบอร์แบร์รินสามารถลดไขมันในเลือดและการอักเสบของตับของผู้ป่วยเบาหวานซึ่งเป็นโรคตับที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ได้ด้วย
  • โรคอ้วน (Obesity) งานวิจัยกล่าวว่าการกินเบอร์แบร์รินสามารถช่วยลดน้ำหนักของผู้ที่มีปัญหาความอ้วนได้
  • โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) งานวิจัยกล่าวว่าการกินเบอร์แบร์ริน ร่วมกับวิตามิน D3 และวิตามิน Kสามารถลดการสูญเสียมวลกระดูกในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนได้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าหากใช้กินเบอร์แบร์รินเพียงอย่างเดียวจะได้ผลเช่นนี้หรือไม่
  • บาดแผลที่เกิดจากรังสี งานวิจัยกล่าวว่าการทานเบอร์แบร์รินระหว่างการบำบัดทางรังสีสามารถลดการเกิดและความรุนแรงของบาดแผลจากรังสีได้บ้างในผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องได้รับการรักษาด้วยรังสี
  • ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (thrombocytopenia) เกล็ดเลือดคือองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้เกิดการแข็งตัวของเลือดเวลาเกิดแผล โดยงานวิจัยพบว่าการกินเบอร์แบร์รินอย่างเดียวหรือกินร่วมกับ prednisolone สามารถช่วยเพิ่มจำนวนเกล็ดเลือดของผู้ที่มีปัญหาเกล็ดเลือดต่ำได้
  • ริดสีดวงตา (Trachoma) มีหลักฐานบางชิ้นที่กล่าวว่ายาหยอดตาที่มีเบอร์แบร์รินสามารถรักษาโรคริดสีดวงตาที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ตาบอดในประเทศกำลังพัฒนาได้
  • ภาวะสุขภาพอื่น ๆ

จำเป็นต้องรวบรวมหลักฐานให้มากขึ้นเพื่อให้ข้อมูลด้านประสิทธิผลของเบอร์แบร์รินเพิ่มเติม

ผลข้างเคียงและความปลอดภัยของเบอร์แบร์ริน

เบอร์แบร์รินทั้งแบบรับประทานและทาบนผิวหนังถูกจัดว่าค่อนข้างปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่ส่วนมากหากใช้ในระยะสั้น

คำเตือนและข้อควรระวังเป็นพิเศษ:

เด็ก: เบอร์แบร์รินค่อนข้างไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กแรกเกิดเพราะสามารถทำให้เกิดภาวะ kernicterus ซึ่งเป็นความเสียหายที่สมองชนิดหายากที่เกิดจากภาวะดีซ่าน (jaundice) รุนแรง โดยดีซ่านคือภาวะที่ทำให้ผิวหนังออกสีเหลืองเนื่องจากมีบิลิรูบิน (bilirubin) ในเลือดมากเกินไป บิลิรูบินเป็นสารเคมีที่ผลิตออกเมื่อเซลล์เม็ดเลือดแดงสลายไป โดยปกติแล้วสารนี้จะถูกกำจัดโดยตับ แต่เมื่อเด็กได้รับเบอร์แบร์รินอาจทำให้ตับของพวกเขาไม่สามารถกำจัดบิลิรูบินได้เร็วพอ

สตรีมีครรภ์และแม่ที่ต้องให้นมบุตร: เบอร์แบร์รินชนิดรับประทานถูกจัดว่าไม่ค่อยปลอดภัยสำหรับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์เพราะนักวิจัยเชื่อว่าเบอร์แบร์รินสามารถเข้าไปในรกและก่ออันตรายกับตัวอ่อนได้ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะทำให้ทารกเกิดภาวะ kernicterus ได้ด้วย และในผู้ที่กำลังให้นมบุตร เบอร์แบร์รินเองก็ถูกจัดว่าไม่ค่อยปลอดภัยเนื่องจากเบอร์แบร์รินสามารถส่งต่อสู่ทารกผ่านทางน้ำนมได้เช่นกัน

เบาหวานเบอร์แบร์รินจะลดระดับน้ำตาลในเลือดลง ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว เบอร์แบร์รินอาจทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำลงมากเกินไปหากคนผู้นั้นกำลังใช้ยาอินซูลินหรือยาตัวอื่นที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานควรใช้เบอร์แบร์รินอย่างระมัดระวัง

ทารกที่มีระดับบิลิรูบินในเลือดสูง: บิลิรูบินเป็นสารเคมีที่ผลิตออกเมื่อเซลล์เม็ดเลือดแดงสลายไป โดยปรกติแล้วสารนี้จะถูกกำจัดโดยตับ แต่เมื่อเด็กได้รับเบอร์แบร์รินอาจทำให้ตับของพวกเขาไม่สามารถกำจัดบิลิรูบินได้เร็วพอซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายแก่สมองของทารก โดยเฉพาะทารกที่มีระดับบิลิรูบินในเลือดสูงอยู่แล้ว

ความดันเลือดต่ำ: เบอร์แบร์รินสามารถลดความดันโลหิตลงได้ ตามทฤษฎีแล้วเบอร์แบร์รินอาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ความดันโลหิตตกลงต่ำเกินไปได้หากผู้ใช้มีปัญหาความดันโลหิตต่ำอยู่แล้ว ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงควรใช้เบอร์แบร์รินด้วยความระมัดระวัง

การใช้เบอร์แบร์รินร่วมกับยาชนิดอื่น

ห้ามใช้เบอร์แบร์รินร่วมกับเหล่านี้

  • Cyclosporine (Neoral, Sandimmune) กับเบอร์แบร์ริน

ร่างกายจะสลาย cyclosporine (Neoral, Sandimmune) เพื่อกำจัดออกไป โดยเบอร์แบร์รินจะไปลดความเร็วกระบวนการกำจัดนี้ลงซึ่งอาจทำให้ร่างกายมี cyclosporine (Neoral, Sandimmune) มากเกินไปจนทำให้เกิดผลข้างเคียงขึ้นมา

ใช้เบอร์แบร์รินร่วมกับยาเหล่านี้ด้วยความระมัดระวัง

  • ยาที่ถูกจัดการโดยตับ (Cytochrome P450 3A4 (CYP3A4) substrates) กับเบอร์แบร์ริน

ยาบางตัวที่ถูกจัดการและย่อยสลายโดยตับจะได้รับผลกระทบจากเบอร์แบร์ริน เพราะเบอร์แบร์รินจะชะลอกระบวนการย่อยสลายของตับลง โดยการใช้เบอร์แบร์รินร่วมกับยากลุ่มนี้อาจเพิ่มประสิทธิผลของยาและก่อให้เกิดผลข้างเคียงจากยาขึ้น ดังนั้นก่อนใช้เบอร์แบร์ริน คุณควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อน โดยยาที่เกี่ยวข้องกับตับมีดังนี้ cyclosporin (Neoral, Sandimmune), lovastatin (Mevacor), clarithromycin (Biaxin), indinavir (Crixivan), sildenafil (Viagra), triazolam (Halcion), และอื่น ๆ

ปริมาณยาที่ใช้

ผู้ใหญ่

รับประทาน:

  • สำหรับเบาหวาน: เบอร์แบร์ริน 0.9 ถึง 1.5 กรัมต่อวัน โดยแบ่งมื้อในการรับประทานเป็นระยะเวลานาน 2-4 เดือน
  • สำหรับคอเลสเตอรอลสูง: เบอร์แบร์ริน 0.6 ถึง 1.5 กรัมต่อวัน โดยแบ่งมื้อในการรับประทานเป็นระยะเวลานาน 2-12 เดือน ผลิตภัณฑ์ที่มีเบอร์แบร์ริน 500 mg, policosanol 10 mg, และยีสต์ข้าวแดง 200 mg ควรกินเป็นระยะเวลา 2 ถึง 12 เดือน
  • สำหรับความดันโลหิตสูง: เบอร์แบร์ริน 0.9 กรัมต่อวันเป็นเวลา 2 เดือน
  • สำหรับถุงน้ำโรครังไข่หลายใบ (polycystic ovary syndrome (PCOS)): เบอร์แบร์ริน 500 mg รับประทาน 3 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 3 เดือน

ทาบนผิวหนัง:

  • แผลร้อนใน: เจลที่มีส่วนประกอบของเบอร์แบร์ริน 5 มิลลิกรัมต่อกรัมควรถูกทาบนแผลสี่ครั้งต่อวันเป็นเวลานาน 5 วัน

เด็ก

ขนาดยาที่เหมาะสมสำหรับเบอร์แบร์รินนั้นจะขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย เช่น อายุ สุขภาพ และภาวะสุขภาพอื่น ๆ ของผู้ใช้ ซึ่ง ณ ขณะนี้ยังขาดแคลนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาชี้ชัดปริมาณที่เหมาะสมของเบอร์แบร์ริน ดังนั้นต้องพึงจำไว้ว่าแม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากธรรมชาติก็ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยเสมอ พยายามปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากยาและปรึกษากับเภสัชกร แพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนใช้เบอร์แบร์รินทุกครั้ง

อ้างอิง:

Jantova, S., Cipak, L., Cernakova, M., and Kost'alova, D., Effect of berberine on proliferation, cell cycle and apoptosis in HeLa and L1210 cells. J Pharm Pharmacol 2003;55(8):1143-1149. (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/12956905), August 2003

Xie, X., Meng, X., Zhou, X., Shu, X., and Kong, H. [Research on therapeutic effect and hemorrheology change of berberine in new diagnosed patients with type 2 diabetes combining nonalcoholic fatty liver disease]. Zhongguo Zhong Yao Za Zhi 2011;36(21):3032-3035. (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/22308697), November 2011

Li, G. H., Wang, D. L., Hu, Y. D., Pu, P., Li, D. Z., Wang, W. D., Zhu, B., Hao, P., Wang, J., Xu, X. Q., Wan, J. Q., Zhou, Y. B., and Chen, Z. T. Berberine inhibits acute radiation intestinal syndrome in human with abdomen radiotherapy. Med Oncol. 2010;27(3):919-925. (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/19757213), 16 September 2009

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

สั่งซื้อยาออนไลน์

เป็นเพื่อนกับเราทาง LINE: "@honestdocs" คุณสามารถสั่งให้เราจัดส่งยาถึงบ้านได้แล้ววันนี้ จัดส่งฟรีด้วย "EMS ทั่วประเทศภายใน 3 วัน หรือค่าบริการส่งตามระยะทางสำหรับการ"ส่งด่วน"ภายใน 24 ชม. ใน กทม. คุณสามารถจ่ายโดยการโอนเงินผ่านทางธนาคาร หมายเหตุ: i) เราไม่ได้เป็นร้านขายยาเอง แต่เราให้ความสะดวกแก่คนไข้โดยมีบริการสั่งซื้อยาจากเภสัชกรแล้วจัดส่งให้แก่ท่าน ii) เราไม่สามารถบริการจัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาอันตราย และยาควบคุม (ซึ่งต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น)

เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์