Amitriptyline (Elavil) คือยาอะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ค. 22, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 21 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 900,090 คน

Amitriptyline เป็นยาที่ใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้า

ในอดีต รู้จักกันในชื่อทางการค้า Elavil แต่ปัจจุบันบริษัทผู้ผลิต AstraZeneca เลิกผลิตยาดังกล่าวแล้ว ปัจจุบันในสหรัฐอเมริกามี Amitriptyline จำหน่ายเฉพาะชื่อทางการค้าทั่วไป

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

นอกจากใช้รักษาโรคซึมเศร้า Amitriptyline ยังนำมาใช้นอกเหนือจากข้อบ่งใช้หลัก ได้แก่ อาการปวดปลายประสาทหลังจากเป็นโรคงูสวัด โรคสมาธิสั้น โรคการกินผิดปกติบางประเภท และอาจนำมาใช้ป้องกันอาการไมเกรนได้เช่นกัน

Amitriptyline เป็นยากลุ่มเก่าในการรักษาโรคซึมเศร้า จัดอยู่ในกลุ่ม tricyclic antidepressants (TCAs) ยาตัวอื่น ๆ ในกลุ่มนี้ ได้แก่ desipramine (Norpramin), nortriptyline (Pamelor, Aventyl) และ imipramine (Tofranil) ยารักษาโรคซึมเศร้าเหล่านี้ออกฤทธิ์ยับยั้งการเก็บกลับของสารสื่อประสาท Epinephrine และ serotonin

ยากลุ่ม tricyclic antidepressant มีโอกาสทำให้เกิดอาการข้างเคียงร้ายแรงได้มากกว่ายารักษาโรคซึมเศร้ากลุ่มใหม่ เช่น Prozac และยาตัวอื่น ๆ ในกลุ่ม selective serotonin reuptake inhibitors (SSRIs) ดังนั้น แพทย์จึงไม่นิยมสั่งให้ใช้ยา amitriptyline โดยเริ่มแรกองค์การอาหารและยาอนุญาตให้จัดจำหน่าย amitriptyline ในปี ค.ศ. 1983

คำเตือนในการใช้ยา amitriptyline

องค์การอาหารและยากำหนดให้ข้อมูลยา amitriptyline ระบุคำเตือนที่สำคัญมาก เนื่องจากการใช้ยา amitriptyline เพิ่มความเสี่ยงในการฆ่าตัวตาย จากการศึกษาระยะสั้นในกลุ่มผู้ป่วยจำนวนน้อย ประกอบด้วยผู้ป่วยเด็ก วัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่ตอนต้น (อายุไม่เกิน 24 ปี)  ซึ่งรับประทานยารักษาโรคซึมเศร้า

รวมทั้ง amitriptyline พบว่าผู้ป่วยมีความคิดอยากฆ่าตัวตายหลังจากเริ่มรักษาได้ไม่นาน คุณอาจมีความคิดอยากฆ่าตัวตายในขณะที่ใช้ยารักษาโรคซึมเศร้า โดยเฉพาะหากคุณมีอายุต่ำกว่า 24 ปี  ครอบครัวและผู้ดูแลควรเฝ้าสังเกตสภาวะอารมณ์หรืออาการอื่น ๆ ของคุณที่เปลี่ยนแปลงไป

คุณและคนในครอบครัวหรือผู้ดูแลควรรีบแจ้งให้แพทย์ทราบ หากพบว่าคุณมีอาการผิดปกติดังต่อไปนี้ในระหว่างที่ใช้ amitriptyline โดยเฉพาะในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกของการรักษาหรือเมื่อปรับขนาดยา

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02
  • มีความคิดทำร้ายตนเองหรือพยายามทำร้ายตนเอง
  • อารมณ์ซึมเศร้าลง
  • รู้สึกเป็นกังวลอย่างมากหรือวิตกกังวลเรื่องอื่น ๆ เพิ่มขึ้น
  • กระสับกระส่าย อยู่ไม่นิ่ง
  • อาการตื่นตระหนกกำเริบ
  • เริ่มนอนหลับยากหรือนอนหลับต่อเนื่องทั้งคืนไม่ได้
  • พฤติกรรมก้าวร้าว
  • อารมณ์หงุดหงิด
  • กระวนกระวายผิดปกติ
  • อารมณ์หรือพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงผิดปกติ
  • ตื่นเต้นผิดปกติหรือกระตือรือร้นมากกว่าปกติ
  • หวาดระแวง รู้สึกไม่เป็นมิตร หรือก้าวร้าว
  • พฤติกรรมหุนหันพลันแล่นผิดปกติ

ไม่แนะนำให้ใช้ amitriptyline ในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี แต่อาจมีการนำมาใช้ในบางรายที่แพทย์พิจารณาว่าเกิดประโยชน์ต่อการรักษามากกว่าความเสี่ยง ก่อนการผ่าตัดใด ๆ ควรแจ้งให้ศัลยแพทย์ทราบว่าคุณอยู่ในช่วงรับประทานยา amitriptyline อาจจำเป็นต้องวางแผนร่วมกับแพทย์ผู้สั่งยา เพื่อค่อย ๆ ปรับลดขนาดยาจนหยุดยา amitriptyline

ก่อนผ่าตัด ไม่ควรหยุดรับประทานยา amitriptyline ทันที เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอาการถอนยาได้ หลังเริ่มรับประทานยาอาจต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์จึงจะเห็นผลเต็มที่จากยา amitriptyline คุณควรใช้ยาตามคำสั่งแพทย์และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ในการรักษาโรคซึมเศร้า หากรับประทาน amitriptyline ผ่านไป 4 สัปดาห์แล้วอาการยังไม่ดีขึ้นจะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ

ถ้าคุณมีโรคประจำตัวต่อไปนี้จะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเริ่มใช้ยา amitriptyline

  • โรคหัวใจ
  • เคยมีอาการโรคหัวใจกำเริบ หลอดเลือดสมองตีบ หรือมีอาการชัก
  • มีประวัติดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
  • โรคอารมณ์สองขั้ว โรคจิตเภท หรือความผิดปกติทางอารมณ์อื่น ๆ
  • โรคเบาหวาน
  • ต้อหิน
  • ภาวะไทรอยด์ทำงานมากกว่าปกติ
  • ต่อมลูกหมากโต
  • ทางเดินปัสสาวะทำงานผิดปกติ

การใช้ยา amitriptyline ในหญิงตั้งครรภ์

amitriptyline อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ หากคุณตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์ในระหว่างที่ใช้ยานี้ควรรีบแจ้งให้แพทย์ทราบ และไม่ควรให้นมบุตรในระหว่างที่ใช้ยา amitriptyline เนื่องจากตัวยาสามารถผ่านทางน้ำนมแล้วเกิดอันตรายกับทารกที่ดื่มนมจากมารดาได้

การนำยา amitriptyline ไปใช้ในทางที่ผิด

มีข้อมูลบางรายงานแสดงผลว่าการรับประทานยา amitriptyline ในขนาดยาค่อนข้างสูง ทำให้เกิดอาการ “เคลิบเคลิ้มเป็นสุข” หรือเกิดประสาทหลอนในบางราย การใช้ยา amitriptyline หรือยาอื่น ๆ เพื่อสร้างความรู้สึกเคลิบเคลิ้มเป็นสุขถือเป็นอันตรายอย่างมาก และอาจนำไปสู่อาการข้างเคียงที่รุนแรงหรือเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดได้

เก็บรักษายาทุกชนิดให้พ้นจากมือเด็ก วัยรุ่น และบุคคลอื่น ๆ ที่ไม่ได้สั่งใช้ยาในการรักษา เนื่องจากอาจนำยาไปใช้ในทางที่ผิดและเกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรง

การใช้ยา amitriptyline ในสุนัขและแมว

Amitriptyline มักถูกนำมาใช้ในสุนัขและแมว เพื่อรักษาพฤติกรรมที่ผิดปกติบางอย่าง เช่น อาการแยกตัว กลัวเสียงดัง หรืออาการอื่น ๆ ที่เกิดจากความกลัวหรือกระวนกระวาย การสั่งใช้ยา amitriptyline สำหรับสัตว์เลี้ยงควรอยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์เท่านั้น

น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจาก amitriptyline

น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเป็นอาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยจากการใช้ยา amitriptyline อย่างไรก็ตามคุณสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและกิจวัตรประจำวันเพื่อลดการเกิดอาการข้างเคียงนี้

การใช้ amitriptyline เพื่อการนอนหลับ

Amitriptyline มักนำมาใช้นอกเหนือข้อบ่งใช้ที่ระบุไว้ โดยใช้เป็นยารักษาอาการนอนไม่หลับ อย่างไรก็ตามแพทย์บางท่านยังเลือกใช้ยาหรือวิธีการรักษาอื่นที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากกว่า ดังนั้น amitriptyline จึงไม่นิยมสั่งใช้เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับ

อาการข้างเคียงจาก amitriptyline

อาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยจากยา amitriptyline

คุณควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากเกิดอาการข้างเคียงเหล่านี้อย่างรุนแรงหรืออาการข้างเคียงดังกล่าวไม่ดีขึ้น

  • คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • อาการง่วงซึมหรือเหนื่อยง่าย
  • อาการฝันร้าย
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดศีรษะ
  • ปากแห้ง คอแห้ง
  • ท้องผูก
  • ถ่ายปัสสาวะลำบาก
  • มองเห็นไม่ชัดเจน
  • รู้สึกปวด แสบร้อน หรือเสียวซ่าบริเวณมือหรือเท้า
  • ความต้องการทางเพศหรือสมรรถภาพทางเพศเปลี่ยนแปลง
  • ความอยากอาหารหรือน้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง
  • รู้สึกสับสน
  • รู้สึกโคลงเคลง

อาการข้างเคียงที่รุนแรงจากยา amitriptyline

หากคุณมีอาการข้างเคียงที่ร้ายแรงเหล่านี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหรือรีบพบแพทย์เพื่อรักษาโดยด่วน

  • พูดช้าลงหรือพูดลำบากขึ้น
  • วิงเวียนศีรษะหรือเป็นลม
  • กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง หรือมีอาการชาไร้ความรู้สึก
  • เจ็บแน่นหน้าอกเหมือนถูกทุบหรือกดทับ
  • หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นผิดจังหวะ
  • ผื่นผิวหนังชนิดรุนแรงหรือผื่นลมพิษ
  • ใบหน้าและลิ้นบวม
  • ตัวเหลืองหรือตาเหลือง (ดีซ่าน)
  • กล้ามเนื้อขากรรไกร คอ และแผ่นหลังเกิดอาการเกร็งตัว
  • บางส่วนของร่างกายมีอาการสั่นแบบควบคุมไม่ได้
  • เป็นลมหมดสติ
  • เลือดออกหรือเกิดจ้ำเลือดผิดปกติ
  • อาการชัก
  • อาการประสาทหลอน

ปฏิกิริยาของยา amitriptyline ต่อยาอื่น

หากคุณกำลังรับประทานยาในกลุ่ม Monoamine oxidase inhibitor (MAOI) หรือหลังจากหยุดใช้ยากลุ่ม MAOI ไม่เกิน 14 วัน ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ isocarboxazid (Marplan), phenelzine (Nardil), selegiline (Eldepryl, Emsam, Zelapar) และ tranylcypromine (Parnate)

หากคุณกำลังรับประทานยากลุ่ม MAOIs ในช่วงไม่นานมานี้ แพทย์จะแนะนำให้คุณยังไม่ต้องเริ่มรับประทานยา amitriptyline คุณควรแจ้งข้อมูลการใช้ยาในปัจจุบันให้แพทย์ทราบ รวมทั้งยาที่สั่งใช้โดยแพทย์ หรือซื้อมารับประทานเอง สารเสพติดชนิดต่าง ๆ สมุนไพร อาหารเสริม หรือยาลดน้ำหนัก โดยเฉพาะยาดังต่อไปนี้

  • ยาแก้แพ้กลุ่ม antihistamines
  • Cimetidine (Tagamet)
  • ยาลดน้ำหนัก
  • Disulfiram (Antabuse)
  • Guanethidine (Ismelin)
  • Ipratropium (Quinidex)
  • ยาที่ใช้ในการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ flecainide (Tambocor) และ propafenone (Rythmol)
  • ยาที่ใช้ในการรักษาโรควิตกกังวล โรคหอบหืด โรคหวัด โรคลําไส้แปรปรวน ความผิดปกติทางอารมณ์ อาการคลื่นไส้ โรคพาร์กินสัน อาการชัก โรคแผลทางเดินอาหาร หรือระบบทางเดินปัสสาวะผิดปกติ
  •  ยารักษาโรคซึมเศร้าตัวอื่น ๆ
  • Phenobarbital (Bellatal, Solfoton)
  • ยาสงบระงับ ยานอนหลับ หรือยาอื่น ๆ ที่ทำให้อาจเกิดอาการง่วงนอน รวมทั้งยารักษาอาการหวัด
  • ยากลุ่ม selective serotonin reuptake inhibitor (SSRIs) เช่น citalopram (Celexa) fluoxetine ( Prozac, Sarafem) fluvoxamine (Luvox) paroxetine (Paxil) และ sertraline ( Zoloft)
  • ยารักษาโรคไทรอยด์
  • ยาคลายเครียด (ยากล่อมประสาท)

หากคุณเพิ่งหยุดรับประทานยา fluoxetine (Prozac Sarafem) มาไม่เกิน 5 สัปดาห์ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เนื่องจากอาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนขนาดยาหรือติดตามอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด

การใช้ยา amitriptyline ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลยับยั้งฤทธิ์ลดอาการซึมเศร้าของยา amitriptyline และทำให้เกิดอาการง่วงซึมมากขึ้น คุณควรปรึกษาแพทย์หากต้องการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างที่ใช้ยา

ปฏิกิริยาอื่น ๆ ของยา amitriptyline

Amitriptyline อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม คุณไม่ควรขับรถ ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล หรือกิจกรรมใด ๆ ที่ต้องใช้สมาธิ จนกว่าจะทราบว่ายามีผลข้างเคียงต่อคุณอย่างไร

ขนาดยา amitriptyline ที่ใช้ในการรักษา

Amitriptyline ผลิตและวางจำหน่ายในรูปแบบยาเม็ด โดยขนาดยาที่แนะนำในการรักษา ผู้ใหญ่โดยทั่วไป 100-300 มิลลิกรัมต่อวัน และผู้สูงอายุ เพียง 25 มิลลิกรัมต่อวัน โดยขนาดยาเริ่มต้นที่ 50 ถึง 100 มิลลิกรัมต่อวัน อาจรับประทานยาพร้อมอาหารหรือไม่ก็ได้

การใช้ยา amitriptyline เกินขนาด

หากคุณสงสัยว่าใช้ยาเกินขนาด รีบติดต่อศูนย์พิษวิทยาที่หมายเลขโทรศัพท์( 800) 222-1222 หรือรีบพบแพทย์เพื่อรักษาโดยเร่งด่วน

Missed dose of amitriptyline: เมื่อลืมรับประทานยา amitriptyline

หากคุณลืมรับประทานยา amitriptyline ให้รีบรับประทานทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าใกล้ถึงเวลารับประทานยามื้อถัดไป ให้ข้ามมื้อยาที่ลืมรับประทานและรับประทานยามื้อถัดไปตามปกติ โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่า

ลักษณะเม็ดยา amitriptyline

Amitriptyline Pictures

Elavil ขนาด 10 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีฟ้า

Amitriptyline-QUA ขนาด 25 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์มรูปร่างกลม สีเขียว

Amitriptyline-QUA ขนาด 75 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์มรูปร่างกลม สีม่วงอ่อน

Elavil ขนาด 100 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยารูปร่างกลม สีชมพู

ink, round,

Elavil ขนาด 25 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยารูปร่างกลม สีเหลือง

Amitriptyline-MYL ขนาด 10 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีขาว

Amitriptyline-MYL ขนาด 25 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีเขียว

Amitriptyline-MYL ขนาด 50 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีน้ำตาล

Amitriptyline-MYL ขนาด 75 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีฟ้า

Amitriptyline-MYL ขนาด 100 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์มรูปร่างกลม สีส้ม

Amitriptyline-MYL ขนาด 150 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลมรี สีส้มอ่อน

Amitriptyline-QUA ขนาด 10 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีฟ้า

Amitriptyline-QUA ขนาด 50 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีน้ำตาล

Amitriptyline-QUA ขนาด 100 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีชมพู

Amitriptyline-QUA ขนาด 150 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ รูปร่างกลมรี สีฟ้า

Amitriptyline-MUT ขนาด 10 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยารูปร่างกลม สีชมพู

Amitriptyline-MUT ขนาด 25 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยารูปร่างกลม สีเขียว

Amitriptyline-MUT ขนาด 50 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยารูปร่างกลม สีน้ำตาล

Amitriptyline-MUT ขนาด 75 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยารูปร่างกลม สีม่วง

Amitriptyline-MUT ขนาด 100 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยารูปร่างกลม สีส้ม

Amitriptyline-MUT ขนาด 150 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีส้มอ่อน

Amitriptyline-GG ขนาด 10 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีชมพู

Amitriptyline-GG ขนาด 25 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีเขียว

Amitriptyline-GG ขนาด 50 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีน้ำตาล

Amitriptyline-GG ขนาด 75 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีชมพู

Amitriptyline ขนาด 100 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีส้ม

Amitriptyline-GG ขนาด 150 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลมรี สีเขียว

คำถามที่พบบ่อยของยา Amitriptyline

คำถามที่ 1: ฉันรับประทานยา amitriptyline ขนาด 75 mg  ก่อนนอน ฉันพบว่ามีก้อนนูนเกิดขึ้นบนหน้าผากและสิวที่เป็นอยู่อักเสบขึ้นอย่างน่าเกลียด อีกทั้งฉันมีโรคประจำตัวเป็นโรคปลอกประสาทอักเสบ (multiple sclerosis)
คำตอบ: จากข้อมูลรายละเอียดยา การเกิดสิวไม่ใช่อาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยหรืออาการข้างเคียงที่พบได้น้อยจากการใช้ยา Amitriptyline ยาอาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดขึ้นได้ แต่คุณควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความผิดปกติทางผิวหนังที่เกิดขึ้น

คำถามที่ 2: การใช้ยา amitriptyline มีความสัมพันธ์กับภาวะสมองเสื่อมหรือไม่
คำตอบ: Amitriptyline อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม รู้สึกสับสน และไม่มีสมาธิ คิดไม่ออก ในหลายการศึกษาแสดงผลว่า ผู้ป่วยที่รับประทานยา amitriptyline สามารถพบการทำงานของสมองที่บกพร่องได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ amitriptyline และภาวะสมองเสื่อม ควรปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม

คำถามที่ 3: วันนี้แพทย์แจ้งให้ฉันทราบว่า ฉันเกิดอาการพิษต่อหัวใจ อาการดังกล่าวเป็นอันตรายหรือไม่ เขากล่าวว่า การรับประทานยา amitriptyline เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการนี้ เมื่อ 2 ปีที่แล้วน้องชายคนสุดท้องของฉันเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ตอนนี้ฉันรู้สึกเป็นกังวลที่จะต้องเผชิญชะตากรรมเช่นเดียวกับน้องชาย
คำตอบ: ภาวะเป็นพิษต่อหัวใจคือสภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจถูกทำลาย หัวใจจะทำงานน้อยลงและไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้อย่างเพียงพอ ภาวะเป็นพิษต่อหัวใจอาจมีสาเหตุมาจากยาหลายชนิด เช่น ยารักษาโรคมะเร็ง ความผิดปกติของหัวใจอาจเกิดขึ้นน้อย และตรวจพบได้เพียงวิธีการที่ค่อนข้างซับซ้อน หรืออาจเกิดขึ้นรุนแรงจนถึงขั้นภาวะหัวใจล้มเหลว มีเพียงแพทย์ผู้รักษาเท่านั้นที่สามารถประเมินได้ว่าความผิดปกติของหัวใจที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับเล็กน้อย ปานกลาง หรือรุนแรง

คำถามที่ 4: ปัจจุบันฉันรับประทาน amitriptyline ขนาด 10 มิลลิกรัมก่อนนอน ฉันยังสามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้หรือไม่ หากดื่มได้จะยังคงรับประทานยาเวลาก่อนนอนเช่นเดิมหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ในตอนเย็น หรือควรรับประทานยาก่อนเวลาดื่มแอลกอฮอล์ในแต่ละวัน
คำตอบ: amitriptyline อาจเพิ่มฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ยากลุ่มบาร์บิทูเรต และตัวยาอื่น ๆ ที่มีผลต่อการทำงานของสมอง ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงของการเกิดอาการข้างเคียงที่มากขึ้น เช่น ง่วงซึมวิงเวียนศีรษะ ความคิดอยากฆ่าตัวตาย และอาการอื่น ๆ เพื่อความมั่นใจที่จะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างรับประทานยา amitriptyline  คุณควรปรึกษาแพทย์ผู้ให้การรักษา

คำถามที่ 5: amitriptyline ทำให้เกิดอาการปากแห้งคอแห้งได้หรือไม่ การหยุดยา amitriptyline โดยทันทีมีผลอะไรเกิดขึ้นบ้าง
คำตอบ: amitriptyline (Elavil)  เป็นยารักษาโรคซึมเศร้าในกลุ่ม tricyclic antidepressant อนุญาตให้นำมาใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้า จากข้อมูลการศึกษายาพบว่าภาวะน้ำลายแห้งหรือปากคอแห้ง อาจเป็นอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยที่รับประทานยา amitriptyline หากคุณคิดว่าคุณเกิดอาการข้างเคียงจากการใช้ยาควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรหยุดยาหรือเปลี่ยนขนาดยาเอง สิ่งสำคัญคือคุณควรรับประทานยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด หากคุณต้องการหยุดใช้ยาควรปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์ประเมินว่าเหมาะสมที่จะหยุดใช้ยาหรือไม่ และให้แนวทางที่เหมาะสมในการหยุดใช้ยา และแนะนำหากมีการใช้ยาอื่น ๆ ที่จำเป็นเพิ่มเติม

คำถามที่ 6: หากฉันหยุดรับประทานยา amitriptyline โดยไม่รอระยะเวลาปรับลดขนาดยา จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
คำตอบ: ณไม่ควรหยุดใช้ยา amitriptyline โดยไม่ปรึกษาแพทย์ ข้อมูลทางการแพทย์แนะนำว่า ควรค่อย ๆ ปรับลดขนาดยา โดยเฉพาะหากคุณรับประทานยาติดต่อมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง การหยุดใช้ยานี้โดยทันทีอาจทำให้เกิดอาการถอนยา เช่น คลื่นไส้ ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย และเหงื่อออก ทางที่ดีที่สุดคือค่อย ๆ ปรับลดขนาดยาลงโดยใช้เวลาอย่างน้อย 2 - 3 สัปดาห์เพื่อป้องกันการเกิดอาการถอนยา การออกฤทธิ์ของยา amitriptyline อาจใช้เวลาถึง 4 สัปดาห์จึงเริ่มเห็นผล

อาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยจากการใช้ยา amitriptyline ได้แก่ อาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก ท้องเสีย เบื่ออาหาร ปากแห้งคอแห้ง วิงเวียนศีรษะ ง่วงซึม ไม่มีสมาธิ ฝันร้าย มองเห็นไม่ชัดเจน ปวดศีรษะ มีเสียงก้องในหู ความต้องการทางเพศลดลง สมรรถภาพทางเพศลดลง หรือไม่ถึงจุดสุดยอดเมื่อมีเพศสัมพันธ์ สิ่งที่กล่าวมานี้เป็นอาการข้างเคียงส่วนหนึ่ง และอาจมีอาการข้างเคียงที่รุนแรงเกิดขึ้นได้ ยา amitriptyline สามารถเกิดปฏิกิริยากับยาอื่น ๆ ได้หลายชนิด

คำถามที่ 7: ยา Endep ทำให้เกิดอาการฝันร้ายหรือไม่
คำตอบ : Endep หรือ Elavil ( amitriptyline) เป็นยาในกลุ่ม tricyclic antidepressants ซึ่งออกฤทธิ์ต่อสารเคมีในสมองที่เสียสมดุล จากรายละเอียดของข้อมูลยา amitriptyline ที่ได้รับการอนุญาตโดยองค์การอาหารและยาพบว่าอาการฝันร้ายไม่ใช่อาการข้างเคียงของ  amitriptyline ยารักษาโรคซึมเศร้าอาจก่อให้เกิดปัญหาในการนอนหลับและสภาวะอารมณ์เปลี่ยนแปลง อาจจะเป็นไปได้ว่ายานี้ทำให้เกิดอาการฝันร้ายในผู้ป่วยบางราย หากอาการดังกล่าวไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงจนทนไม่ไหวให้ปรึกษาแพทย์ผู้รักษา

อาการข้างเคียงที่พบบ่อยของ amitriptyline ได้แก่ มองเห็นไม่ชัดเจน ความต้องการทางเพศหรือสมรรถภาพทางเพศเปลี่ยนแปลง ท้องเสีย ท้องผูก วิงเวียนศีรษะ ง่วงซึม ปากแห้งคอแห้ง ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ นอนไม่หลับและอ่อนเพลีย amitriptyline สามารถเกิดปฏิกิริยากับยาตัวอื่น ๆ ได้หลายชนิด หากแพทย์พิจารณาเลือกยาตัวใหม่

คุณควรแจ้งประวัติการใช้ยาต่าง ๆให้แพทย์ทราบ รวมทั้งยาที่ซื้อมาใช้เอง อาหารเสริม วิตามินเกลือแร่ ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สมุนไพร แม้กระทั่งอาหารที่รับประทาน ควรรวบรวมและทบทวนข้อมูลการใช้ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งหมดร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์หรือเภสัชกร หากเป็นไปได้นำข้อมูลดังกล่าวให้เภสัชกรเก็บบันทึกเป็นประวัติการใช้ยาอย่างสมบูรณ์ นำไปเป็นข้อมูลตรวจสอบปฏิกิริยาและอาการข้างเคียงของยาได้

คำถามที่ 8: amitriptyline เป็นยาอันตรายหรือไม่ ฉันเคยอ่านหลายความคิดเห็นในแง่ลบของยาตัวนี้ แต่สำหรับฉัน amitriptyline เป็นยาตัวเดียวที่ช่วยรักษาอาการของโรคซึมเศร้าได้
คำตอบ: Elavil (amitriptyline) เป็นยาในกลุ่ม tricyclic antidepressants  มีข้อบ่งใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้าและแพทย์อาจนำมาใช้ในการรักษาโรคอื่น ๆ  อาการข้างเคียงที่พบบ่อยของ amitriptyline ได้แก่ ปากแห้งคอแห้ง เบื่ออาหาร วิงเวียนศีรษะ ง่วงซึม และมองเห็นไม่ชัดเจน

อาการข้างเคียงอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้แก่ ไม่มีสมาธิ ฝันร้าย สมรรถภาพทางเพศลดลง อาจมีอาการข้างเคียงอื่น ๆ จากการใช้ยา amitriptyline หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อเป็นแนวทางการรักษาให้สอดคล้องตามสภาวะสุขภาพและการรักษาในปัจจุบัน โดยเฉพาะก่อนจะปรับเปลี่ยนการรักษาใด ๆ  หากแพทย์พิจารณาเลือกยาตัวใหม่

คุณควรแจ้งประวัติการใช้ยาต่าง ๆ ให้แพทย์ทราบ รวมทั้งยาที่ซื้อมาใช้เอง อาหารเสริม วิตามินเกลือแร่ ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สมุนไพร แม้กระทั่งอาหารที่รับประทาน ควรรวบรวมและทบทวนข้อมูลการใช้ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งหมดร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์หรือเภสัชกร หากเป็นไปได้นำข้อมูลดังกล่าวให้เภสัชกรเก็บบันทึกเป็นประวัติการใช้ยาอย่างสมบูรณ์ นำไปเป็นข้อมูลตรวจสอบปฏิกิริยาและอาการข้างเคียงของยาได้ แจ้งให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบเกี่ยวกับอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากยา

คำถามที่ 9: amitriptyline ทำให้หย่อนสมรรถภาพทางเพศหรือไม่
คำตอบ: ปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่เกิดขึ้นจาก amitriptyline มีความเกี่ยวข้องกับการออกฤทธิ์ของตัวยาและผลของสารสื่อประสาทบางชนิด อย่างไรก็ตามภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศสามารถทำให้เกิดอาการของโรคซึมเศร้าได้เช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณจะต้องพูดคุยกับแพทย์ผู้รักษาเกี่ยวกับอาการดังกล่าว

ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศที่เกิดขึ้นจาก amitriptyline สามารถแก้ไขให้กลับเป็นปกติได้โดยการปรับขนาดยาหรือเปลี่ยนตัวยาเป็นชนิดอื่น ไม่ควรหยุดใช้ยาหรือปรับเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ การปรับเปลี่ยนขนาดยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และการหยุดยารักษาโรคซึมเศร้าโดยทันทีอาจทำให้เกิดอาการถอนยาได้ ปรึกษาแพทย์ผู้รักษาเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม แพทย์จะแนะนำแนวทางในการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ  หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อหาแนวทางในการรักษาและการใช้ยา โดยเฉพาะก่อนเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงการรักษาใด ๆ

คำถามที่ 10: แพทย์ของฉันสั่งใช้ยา amitriptyline ขนาด 10-20 มิลลิกรัม รับประทานก่อนนอน แต่แพทย์ท่านอื่นเตือนว่าไม่ควรใช้ยาตัวนี้ในผู้สูงอายุ คุณมีคำแนะนำอะไรเพิ่มเติมบ้าง
คำตอบ: amitriptyline  เป็นยาในกลุ่ม tricyclic antidepressants ซึ่งเป็นยากลุ่มเก่าที่ใช้รักษาโรคซึมเศร้ามานานหลายปี ยาชนิดนี้มีอาการข้างเคียงอื่น ๆ เช่น รักษาอาการปวด วิตกกังวล ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และปวดศีรษะไมเกรน เหตุผลที่ยาชนิดนี้ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้ป่วยสูงอายุที่มีสภาวะโรคอื่น ๆ ร่วมกับการใช้ยา amitriptyline อาจทำให้อาการของโรคแย่ลงหรือกำเริบ ไม่แนะนำให้ใช้ amitriptyline ในระหว่างที่โรคหัวใจกำเริบหรือมีภาวะหัวใจล้มเหลว ยา amitriptyline ทำให้ความดันโลหิตต่ำลง หัวใจเต้นผิดปกติ การนำกระแสไฟฟ้าของหัวใจผิดปกติ จึงเป็นข้อควรระวังที่จะต้องแนะนำหากผู้ป่วยเคยมีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจมาก่อน

ผู้สูงอายุตอบสนองต่อยา Elavil ไวกว่าผู้ป่วยทั่วไป ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการข้างเคียง เช่น อาการคุ้มคลั่งและสมองสับสนได้มากขึ้น แพทย์จึงเริ่มต้นใช้ยา Elavil ด้วยขนาดยาต่ำกว่าขนาดปกติ และติดตามการใช้ยาอย่างใกล้ชิด ตราบเท่าที่แพทย์ผู้สั่งใช้ยาเฝ้าระวังก็จะไม่เกิดปัญหาจากการใช้ยานี้ หากคุณพบอาการผิดปกติหรือมีความรู้สึกผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ผู้สั่งยาโดยทันที

คำถามที่ 11: ฉันเคยใช้ยา diazepam รักษาอาการวิตกกังวล แต่ปัจจุบันแพทย์ของฉันเปลี่ยนยาเป็น Trepiline และฉันไม่ทราบข้อมูลเลยว่ายานี้สามารถรักษาอาการวิตกกังวล มันได้ผลจริงหรือไม่
คำตอบ: ปัจจุบัน Trepiline ไม่มีวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาแล้ว จากข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต Trepiline ประกอบด้วยตัวยา amitriptyline ซึ่งเป็นยาในกลุ่ม tricyclic antidepressants ใช้สำหรับรักษาอาการวิตกกังวล หากคุณรู้สึกกังวลในการรักษาควรปรึกษาแพทย์

คำถามที่ 12: Elavil (amitriptyline ) คือยาอะไร
คำตอบ: Elavil (amitriptyline) เป็นยาในกลุ่ม tricyclicantidepressant (TCA) มีข้อบ่งใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้า รวมทั้งอาการซึมเศร้าและโรคซึมเศร้าในช่วงวัยรุ่นหรือโรคซึมเศร้าในวัยสูงอายุ Elavil (amitriptyline) ออกฤทธิ์เป็นยารักษาโรคซึมเศร้าโดยยับยั้งการเก็บกลับของสารสื่อประสาท serotonin และ norepinephrine บางส่วน ด้วยเหตุนี้จึงเกิดการส่งผ่านกระแสประสาทมากขึ้นในระบบประสาทส่วนกลาง

อาการข้างเคียงที่พบบ่อยของ Elavil ได้แก่ มองเห็นไม่ชัดเจน ความต้องการทางเพศหรือสมรรถภาพทางเพศเปลี่ยนแปลง ท้องผูก ท้องเสีย วิงเวียนศีรษะ ง่วงซึม ปากคอแห้ง ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ เหนื่อยง่ายนอนหลับยาก และอ่อนเพลีย ในระหว่างที่รักษาด้วย Elavil ควรแนะนำผู้ป่วยอาจเกิดภาวะอารมณ์เปลี่ยนแปลง และ/หรือประสิทธิภาพการทำงานที่ต้องใช้สมาธิหรือเสี่ยงอันตรายแย่ลง เช่น การทำงานที่เกี่ยวกับเครื่องจักรกลหรือการขับรถ ไม่แนะนำให้ใช้ยา Elavil ในผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 12 ปี

ภาวะโรคซึมเศร้าหรือที่เรียกกันว่าอาการซึมเศร้าเป็นภาวะเจ็บป่วยที่รุนแรงและค่อนข้างเกิดขึ้นบ่อย ปัจจัยทางด้านจิตใจ ชีวภาพ สิ่งแวดล้อม และพันธุกรรม มีส่วนต่อการเปลี่ยนแปลงของโรคได้  โรคซึมเศร้าสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงอายุ ในบางรายอาจเริ่มเป็นตั้งแต่เด็กอายุก่อนวัยเรียน

ข้อมูลในช่วงเวลา 12 เดือนพบว่า  5-8 เปอร์เซ็นต์ของประชากรผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาป่วยเป็นโรคซึมเศร้า อ้างอิงจากการสำรวจจำนวนประชากรสหรัฐอเมริกาล่าสุด เกิดอาการซึมเศร้าประมาณ 15 ล้านคนในปีนี้  และมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนเหล่านั้นมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะซึมเศร้าซ้ำอีก 1 หรือ 2 ครั้งต่อปี ความถี่และความรุนแรงของอาการซึมเศร้ามีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นหากไม่ได้รับการรักษา ภาวะซึมเศร้าอาจนำไปสู่ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันที่แย่ลงและการฆ่าตัวตาย

คำถามที่ 13: amitriptyline  ขนาดต่ำสามารถลดอาการปวดท้องได้หรือไม่
คำตอบ: amitriptyline ( Elavil)  เป็นยาในกลุ่ม tricyclicantidepressant มีข้อบ่งใช้ที่ได้รับอนุญาตจากองค์การอาหารและยาในการรักษาโรคซึมเศร้า ในบางครั้งแพทย์อาจมีการสั่งใช้ในการรักษาโรคอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในใบแทรกยา และ/หรือข้อมูลในการสั่งใช้ยาตามปกติ ข้อบ่งใช้อื่นของ amitriptyline ได้แก่บรรเทาอาการปวดเรื้อรังบางชนิดและอาการปวดปลายประสาท รักษาและป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรนรักษาโรคซึมเศร้าในเด็ก และรักษาโรคเครียดหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD)  ไม่ควรใช้ amitriptyline เพื่อรักษาอาการอื่น หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมควรปรึกษาแพทย์

คำถามที่ 14: เมื่อเกิดอาการท้องอืดและง่วงนอนจากยา amitriptyline  ควรรักษาอย่างไร
คำตอบ: amitriptyline (Elavil) เป็นยาในกลุ่ม tricyclicantidepressant มีข้อบ่งใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้าและอาการอื่น ๆ อาการข้างเคียงที่พบบ่อย ได้แก่ ปากคอแห้ง เบื่ออาหาร วิงเวียนศีรษะ ง่วงซึม และมองเห็นไม่ชัดเจน อาการข้างเคียงอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น ไม่มีสมาธิ ฝันร้าย และความต้องการทางเพศลดลง amitriptyline สามารถรับประทานเวลาใดของวันก็ได้ รับประทานพร้อมอาหารหรือไม่ก็ได้ แต่มักจะให้ผู้ป่วยรับประทานก่อนนอนเนื่องจากตัวยาทำให้เกิดอาการง่วงนอนอย่างมากหลังจากเริ่มรับประทานยา amitriptyline อาจต้องใช้เวลาถึง 4 สัปดาห์อาการจึงเริ่มดีขึ้น

อย่างไรก็ตามอาการง่วงซึมอาจเกิดขึ้นโดยทันทีหลังเริ่มใช้ยา ฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรงเมื่อรับประทานร่วมกับยา amitriptyline เกรปฟรุ๊ตและน้ำเกรปฟรุ๊ต อาจเกิดปฏิกิริยากับยา amitriptyline หากรับประทานผลิตภัณฑ์ที่ทำจาก เกรปฟรุ๊ตควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับเพิ่มหรือลดปริมาณการรับประทานเกรปฟรุ๊ต

สำหรับปัญหาท้องอืดในกระเพาะอาหารและลำไส้ แก้ไขโดยรับประทานยา Gas-X หรือ Maalox Anti-Gas (simethicone) ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวก simethicone จะช่วยลดอาการปวดแน่นท้องที่เกิดจากแก๊สในกระเพาะอาหารและลำไส้ เป็นยาที่นำมาใช้ได้อย่างปลอดภัย เมื่อมีอาการท้องอืดสามารถรับประทานยา simethicone เพื่อบรรเทาอาการดังกล่าว และควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้นเพื่อประเมินและค้นหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ควรหยุดรับประทานยา amitriptyline โดยทันที มิฉะนั้นอาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์ ปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อขอคำแนะนำและแนวทางการรักษาบนพื้นฐานของสภาวะโรคและการใช้ยาในปัจจุบันของคุณ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

สั่งซื้อยาออนไลน์

เป็นเพื่อนกับเราทาง LINE: "@honestdocs" คุณสามารถสั่งให้เราจัดส่งยาถึงบ้านได้แล้ววันนี้ จัดส่งฟรีด้วย "EMS ทั่วประเทศภายใน 3 วัน หรือค่าบริการส่งตามระยะทางสำหรับการ"ส่งด่วน"ภายใน 24 ชม. ใน กทม. คุณสามารถจ่ายโดยการโอนเงินผ่านทางธนาคาร หมายเหตุ: i) เราไม่ได้เป็นร้านขายยาเอง แต่เราให้ความสะดวกแก่คนไข้โดยมีบริการสั่งซื้อยาจากเภสัชกรแล้วจัดส่งให้แก่ท่าน ii) เราไม่สามารถบริการจัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาอันตราย และยาควบคุม (ซึ่งต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น)

เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์