Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์และเภสัชกร HONESTDOCS

Tryptanol / Polytanol (ตัวยา Amitriptyline)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 18 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,774,753 คน

Amitriptyline เป็นยาใช้รักษาอาการโรคซึมเศร้า จัดอยู่ในกลุ่ม Tricyclic antidepressants (TCAs) ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการดูดซึมกลับของสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า เอพิเนฟรีน (Epinephrine) และเซโรโทนิน (Serotonin) ทำให้มีปริมาณสารทั้งสองชนิดนี้ในสมองเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอารมณ์ดีขึ้น วิตกกังวลน้อยลง และนอนหลับได้ดีขึ้น 

นอกจากใช้รักษาโรคซึมเศร้าแล้ว Amitriptyline ยังมีข้อบ่งใช้สำหรับรักษาโรคอื่นๆ ได้แก่ อาการปวดปลายประสาทหลังจากเป็นโรคงูสวัด โรคสมาธิสั้น โรคการกินผิดปกติบางประเภท และอาจนำมาใช้ป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรนได้เช่นกัน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

แต่อย่างไรก็ตาม ยากลุ่ม TCAs มีโอกาสทำให้เกิดอาการข้างเคียงร้ายแรงได้มากกว่ายารักษาโรคซึมเศร้ากลุ่มใหม่ๆ อย่างยาตัวอื่น ๆ ในกลุ่ม Selective serotonin reuptake inhibitors (SSRIs) เช่น Fluoxetine  แพทย์จึงไม่นิยมให้ผู้ป่วยใช้ยากลุ่ม TCAs เป็นตัวแรกในการรักษาโรคซึมเศร้า

คำเตือนในการใช้ยา Amitriptyline

องค์การอาหารและยาได้ให้ Amitriptyline เป็นยาที่ต้องระบุคำเตือนผลข้างเคียงที่ร้ายแรงที่สุด (Black box warning) สำหรับยาต้านโรคซึมเศร้า เนื่องจากการใช้ยา Amitriptyline อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เด็ก วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ตอนต้น (อายุไม่เกิน 24 ปี) ที่ใช้ยานี้ เกิดความคิดเรื่องการฆ่าตัวตาย หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายได้ ครอบครัวหรือผู้ดูแลจึงควรเฝ้าสังเกตสภาวะอารมณ์หรืออาการอื่นๆ ของผู้ป่วยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติการคำเตือนการใช้ยาต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด คำเตือนนี้ยังรวมถึงยาในกลุ่ม SSRIs เช่น Fluoxetine, Paroxetine ด้วยเช่นกัน

  • ผู้ที่ดูแลผู้ป่วยหรือตัวผู้ป่วยเองควรรีบแจ้งให้แพทย์ทราบ หากพบอาการผิดปกติดังต่อไปนี้ในระหว่างที่ใช้ยา Amitriptyline โดยเฉพาะในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกของการรักษา หรือหลังจากเริ่มปรับปริมาณการใช้ยา
    • มีความคิดทำร้ายตนเองหรือพยายามทำร้ายตนเอง
    • มีอารมณ์ซึมเศร้าลง
    • รู้สึกเป็นกังวลอย่างมากหรือวิตกกังวลเรื่องอื่นๆ เพิ่มขึ้น
    • กระสับกระส่าย อยู่ไม่นิ่ง
    • มีอาการของโรคตื่นตระหนก (Panic) กำเริบ
    • เริ่มนอนหลับยากหรือนอนหลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืน
    • มีพฤติกรรมก้าวร้าว
    • หงุดหงิด กระวนกระวายผิดปกติ
    • อารมณ์หรือพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงผิดปกติ
    • ตื่นเต้นผิดปกติหรือกระตือรือร้นมากกว่าปกติ
    • หวาดระแวง รู้สึกไม่เป็นมิตร หรือก้าวร้าว
    • มีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นผิดปกติ
  • เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ควรใช้ยานี้ แต่อาจอนุโลมให้นำมาใช้ในผู้ป่วยบางรายที่แพทย์พิจารณาแล้วว่าจะเกิดประโยชน์ต่อการรักษามากกว่าความเสี่ยง 
  • ก่อนการผ่าตัดใดๆ ควรแจ้งให้ศัลยแพทย์ทราบว่าคุณอยู่ในช่วงรับประทานยา Amitriptyline เพราะคุณอาจจำเป็นต้องวางแผนร่วมกับแพทย์ผู้สั่งยา เพื่อค่อยๆ ปรับลดขนาดยา และหยุดยา Amitriptyline ไปก่อนชั่วคราว
  • ไม่ควรหยุดรับประทานยา Amitriptyline ทันทีโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะการหยุดยากะทันหันอาจก่อให้เกิดอาการถอนยาได้ 
  • ในการใช้ยานี้ อาจต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลการรักษาเต็มที่จากยา Amitriptyline คุณควรใช้ยาตามคำสั่งแพทย์และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ในการรักษาโรคซึมเศร้า หากรับประทาน Amitriptyline นานกว่า 4 สัปดาห์แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ
  • แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเริ่มใช้ยา Amitriptyline หากคุณมีโรคประจำตัวหรือมีภาวะต่อไปนี้
    • โรคหัวใจ
    • เคยมีอาการโรคหัวใจกำเริบ หลอดเลือดสมองตีบ หรือมีอาการชัก
    • โรคอารมณ์สองขั้ว โรคจิตเภท หรือความผิดปกติทางอารมณ์อื่นๆ
    • โรคเบาหวาน
    • ต้อหิน
    • ภาวะไทรอยด์ทำงานมากกว่าปกติ
    • ต่อมลูกหมากโต
    • ทางเดินปัสสาวะทำงานผิดปกติ
    • มีประวัติดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
  • Amitriptyline อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม คุณไม่ควรขับรถ ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล หรือทำกิจกรรมใดๆ ที่ต้องใช้สมาธิ จนกว่าจะทราบว่ายามีผลข้างเคียงต่อคุณอย่างไรบ้าง
  • ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง หากต้องการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างที่ใช้ยา เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลยับยั้งฤทธิ์ลดอาการซึมเศร้าของยา Amitriptyline และจะทำให้เกิดอาการง่วงซึมมากขึ้น 

การใช้ยา Amitriptyline ในหญิงตั้งครรภ์

Amitriptyline อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ หากคุณตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์ในระหว่างที่ใช้ยานี้ ควรรีบแจ้งให้แพทย์ทราบ และไม่ควรให้นมบุตรในระหว่างที่ใช้ยานี้ เนื่องจากตัวยาสามารถซึมผ่านทางน้ำนมและก่อให้เกิดอันตรายต่อทารกที่ดื่มนมจากมารดาได้

การใช้ยา Amitriptyline ในทางที่ผิด

มีรายงานว่าการรับประทานยา Amitriptyline ในปริมาณค่อนข้างมาก ทำให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้มเป็นสุข หรือเกิดอาการประสาทหลอนในบางราย ซึ่งการใช้ยา Amitriptyline หรือยาอื่นๆ เพื่อสร้างความรู้สึกเคลิบเคลิ้มเป็นสุขนั้นถือเป็นอันตรายอย่างมาก และอาจนำไปสู่อาการข้างเคียงที่รุนแรงหรือถึงขั้นเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดได้

ดังนั้น การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เภสัชกร และควรเก็บรักษายาทุกชนิดให้พ้นจากมือเด็ก วัยรุ่น และบุคคลอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นผู้ใช้  เนื่องจากอาจนำยาไปใช้ในทางที่ผิดและทำให้เกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรงดังที่กล่าวมา

น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจาก Amitriptyline

อาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยจากการใช้ยา Amitriptyline คือทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม คุณสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและกิจวัตรประจำวันเพื่อลดการเกิดผลข้างเคียงนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

การใช้ Amitriptyline เพื่อการนอนหลับ

ผู้ป่วยบางราย มักนำมาใช้เป็นยารักษาอาการนอนไม่หลับ ซึ่งนอกเหนือจากข้อบ่งใช้ที่ระบุไว้ อย่างไรก็ตาม แพทย์บางท่านจะเลือกใช้ยาหรือวิธีการรักษาอื่นที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากกว่า จึงไม่นิยมสั่งใช้ยานี้เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับ

การใช้ยา Amitriptyline ในสุนัขและแมว

Amitriptyline มักถูกนำมาใช้รักษาพฤติกรรมที่ผิดปกติบางอย่างในสุนัขและแมว เช่น อาการแยกตัว กลัวเสียงดัง หรืออาการอื่นๆ ที่เกิดจากความกลัวหรือกระวนกระวาย การสั่งใช้ยา Amitriptyline สำหรับสัตว์เลี้ยงควรอยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์เท่านั้น

อาการข้างเคียงจากการใช้ยา Amitriptyline

อาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยจากยา Amitriptyline มีดังนี้ 

  • คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • ง่วงซึมหรือเหนื่อยง่าย
  • ฝันร้าย
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดศีรษะ
  • ปากแห้ง คอแห้ง
  • ท้องผูก
  • ถ่ายปัสสาวะลำบาก
  • มองเห็นไม่ชัดเจน
  • รู้สึกปวด แสบร้อน หรือเสียวซ่าบริเวณมือหรือเท้า
  • มีความต้องการทางเพศหรือสมรรถภาพทางเพศลดลง
  • ความอยากอาหารหรือน้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง
  • รู้สึกสับสน 
  • โคลงเคลง 

คุณควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากเกิดอาการข้างเคียงเหล่านี้อย่างรุนแรงหรือมีอาการข้างเคียงเรื้อรังต่อเนื่อง

อาการข้างเคียงที่รุนแรงจากยา Amitriptyline

หากคุณมีอาการข้างเคียงที่ร้ายแรงต่อไปนี้ ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบหรือรีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาโดยด่วน

  • พูดช้าลงหรือพูดลำบากขึ้น
  • วิงเวียนศีรษะหรือเป็นลมหมดสติ
  • กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง หรือมีอาการชาไร้ความรู้สึก
  • เจ็บแน่นหน้าอกเหมือนถูกทุบหรือกดทับ
  • หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นผิดจังหวะ
  • เกิดผื่นผิวหนังชนิดรุนแรงหรือผื่นลมพิษ
  • ใบหน้าและลิ้นบวม
  • ตัวเหลืองหรือตาเหลือง (ดีซ่าน)
  • กล้ามเนื้อขากรรไกร คอ และแผ่นหลังเกิดอาการเกร็งตัว
  • บางส่วนของร่างกายมีอาการสั่นแบบควบคุมไม่ได้
  • เลือดออกหรือเกิดจ้ำเลือดผิดปกติ
  • ชัก
  • ประสาทหลอน

ปฏิกิริยาของยา Amitriptyline เมื่อใช้ร่วมกับยาอื่น

ยา Amitriptyline อาจทำปฏิกิริยากับยาชนิดอื่นได้ ก่อนใช้ยานี้ คุณควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงยา อาหารเสริม วิตามิน และสมุนไพรใดชนิดใดก็ตามที่กำลังใช้อยู่ โดยเฉพาะยาเหล่านี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad
  • ยาในกลุ่ม Monoamine oxidase inhibitor (MAOI) หรือเพิ่งหยุดใช้ยากลุ่ม MAOI ไปไม่เกิน 14 วัน ยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ Isocarboxazid, Phenelzine, Selegiline, Emsam, Tranylcypromine 
  • ยาแก้แพ้กลุ่ม Antihistamines
  • Cimetidine
  • ยาลดน้ำหนัก
  • Disulfiram
  • Guanethidine
  • Ipratropium
  • ยาที่ใช้ในการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ได้แก่ Flecainide, Propafenone 
  • ยาที่ใช้ในการรักษาโรควิตกกังวล โรคหอบหืด โรคหวัด โรคลําไส้แปรปรวน ความผิดปกติทางอารมณ์ อาการคลื่นไส้ โรคพาร์กินสัน อาการชัก โรคแผลทางเดินอาหาร หรือระบบทางเดินปัสสาวะผิดปกติ
  • ยารักษาโรคซึมเศร้าตัวอื่นๆ
  • Phenobarbital
  • ยาระงับประสาท ยานอนหลับ ยารักษาอาการหวัด หรือยาอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการง่วงนอน
  • ยากลุ่ม Selective serotonin reuptake inhibitor (SSRIs) เช่น Citalopram, Fluoxetine, Fluvoxamine, Paroxetine, Sertraline
  • ยารักษาโรคไทรอยด์
  • ยาคลายเครียด (ยากล่อมประสาท)

หากคุณเพิ่งหยุดรับประทานยา Fluoxetine มาไม่เกิน 5 สัปดาห์ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เนื่องจากอาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนปริมาณยาหรือติดตามอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด

ปริมาณการใช้ยา Amitriptyline 

Amitriptyline เป็นในรูปแบบยาเม็ด โดยปริมาณยาที่แนะนำในการรักษา คือ ผู้ใหญ่โดยทั่วไป รับประทาน 100-300 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนผู้สูงอายุ รับประทานเพียง 25 มิลลิกรัมต่อวัน โดยรับประทานปริมาณยาเริ่มต้นที่ 50-100 มิลลิกรัมต่อวัน อาจรับประทานยาพร้อมอาหารหรือไม่ก็ได้

การใช้ยา Amitriptyline เกินขนาด

หากคุณสงสัยว่าตนเองกำลังใช้ยาเกินขนาด ให้รีบติดต่อศูนย์พิษวิทยาที่หมายเลขโทรศัพท์ (800) 222-1222 หรือรีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาโดยเร่งด่วน

หากคุณลืมรับประทานยา Amitriptyline ให้รีบรับประทานทันทีที่นึกได้ แต่หากใกล้ถึงเวลารับประทานยามื้อถัดไป ให้ข้ามมื้อยาที่ลืมรับประทานและรับประทานยามื้อถัดไปตามปกติ โดยไม่ต้องเพิ่มยาเป็นปริมาณ 2 เท่า

ลักษณะเม็ดยา Amitriptyline

Elavil ขนาด 10 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีฟ้า

Amitriptyline-QUA ขนาด 25 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์มรูปร่างกลม สีเขียว

Amitriptyline-QUA ขนาด 75 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์มรูปร่างกลม สีม่วงอ่อน

Elavil ขนาด 100 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยารูปร่างกลม สีชมพู

ink, round,

Elavil ขนาด 25 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยารูปร่างกลม สีเหลือง

Amitriptyline-MYL ขนาด 10 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีขาว

Amitriptyline-MYL ขนาด 25 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีเขียว

Amitriptyline-MYL ขนาด 50 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีน้ำตาล

Amitriptyline-MYL ขนาด 75 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีฟ้า

Amitriptyline-MYL ขนาด 100 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์มรูปร่างกลม สีส้ม

Amitriptyline-MYL ขนาด 150 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลมรี สีส้มอ่อน

Amitriptyline-QUA ขนาด 10 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีฟ้า

Amitriptyline-QUA ขนาด 50 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีน้ำตาล

Amitriptyline-QUA ขนาด 100 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีชมพู

Amitriptyline-QUA ขนาด 150 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ รูปร่างกลมรี สีฟ้า

Amitriptyline-MUT ขนาด 10 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยารูปร่างกลม สีชมพู

Amitriptyline-MUT ขนาด 25 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยารูปร่างกลม สีเขียว

Amitriptyline-MUT ขนาด 50 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยารูปร่างกลม สีน้ำตาล

Amitriptyline-MUT ขนาด 75 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยารูปร่างกลม สีม่วง

Amitriptyline-MUT ขนาด 100 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยารูปร่างกลม สีส้ม

Amitriptyline-MUT ขนาด 150 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีส้มอ่อน

Amitriptyline-GG ขนาด 10 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีชมพู

Amitriptyline-GG ขนาด 25 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีเขียว

Amitriptyline-GG ขนาด 50 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีน้ำตาล

Amitriptyline-GG ขนาด 75 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีชมพู

Amitriptyline ขนาด 100 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลม สีส้ม

Amitriptyline-GG ขนาด 150 มิลลิกรัม เป็นเม็ดยาเคลือบฟิล์ม รูปร่างกลมรี สีเขียว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยา Amitriptyline

คำถามที่ 1: รับประทานยา Amitriptyline ขนาด 75 mg  ก่อนนอน แล้วพบว่ามีก้อนนูนเกิดขึ้นบนหน้าผาก และสิวที่เป็นอยู่อักเสบขึ้นมาก ปกติมีโรคประจำตัวเป็นโรคปลอกประสาทอักเสบ (Multiple sclerosis) ด้วย
คำตอบ: จากข้อมูลรายละเอียดยา การเกิดสิวไม่ใช่อาการข้างเคียงที่พบได้บ่อย และไม่ใช่ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยจากการใช้ยา Amitriptyline อย่างไรก็ตาม ตัวยาอาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวขึ้นได้ คุณควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความผิดปกติทางผิวหนังที่เกิดขึ้น

คำถามที่ 2: การใช้ยา Amitriptyline มีความสัมพันธ์กับภาวะสมองเสื่อมหรือไม่
คำตอบ: Amitriptyline อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม รู้สึกสับสน และไม่มีสมาธิ คิดอะไรไม่ออก ผลจากหลายการศึกษาชี้ว่า ผู้ป่วยที่รับประทานยานี้สามารถพบการทำงานของสมองที่บกพร่องได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Amitriptyline และภาวะสมองเสื่อม ควรปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม

คำถามที่ 3: หมอบอกว่าฉันมีอาการพิษต่อหัวใจ อาการดังกล่าวเป็นอันตรายไหมคะ หมอบอกว่าการรับประทานยา Amitriptyline เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการนี้ขึ้น ซึ่งเมื่อ 2 ปีที่แล้วน้องชายคนสุดท้องก็เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ตอนนี้เลยกลัวว่าจะต้องเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกับน้องชาย
คำตอบ: ภาวะเป็นพิษต่อหัวใจคือสภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจถูกทำลาย ทำให้หัวใจทำงานน้อยลงและไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้เพียงพอ ภาวะเป็นพิษต่อหัวใจอาจมีสาเหตุมาจากยาหลายชนิด เช่น ยารักษาโรคมะเร็ง การส่งผลให้เกิดความผิดปกติของหัวใจอาจเกิดขึ้นได้น้อย และการตรวจมีวิธีที่ค่อนข้างซับซ้อน หรือบางรายอาจมีอาการรุนแรงจนถึงขั้นเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว มีเพียงแพทย์ผู้รักษาเท่านั้นที่สามารถประเมินได้ว่าความผิดปกติของหัวใจที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับเล็กน้อย ปานกลาง หรือรุนแรง

คำถามที่ 4: ปัจจุบันกำลังรับประทาน Amitriptyline ขนาด 10 มิลลิกรัมก่อนนอน ระหว่างนี้จะยังดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้หรือไม่ แล้วถ้าดื่มได้ควรรับประทานยาเวลาก่อนนอนเหมือนเดิมหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ในตอนเย็น หรือควรรับประทานยาก่อนเวลาดื่มแอลกอฮอล์ในแต่ละวันคะ
คำตอบ: Amitriptyline อาจเพิ่มฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ยากลุ่มบาร์บิทูเรต และตัวยาอื่นๆ ที่มีผลต่อการทำงานของสมอง ซึ่งอาจทำให้เสี่ยงเกิดผลข้างเคียงจากยาได้มากขึ้น เช่น ง่วงซึม วิงเวียนศีรษะ มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย และอาการอื่นๆ หากต้องการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างรับประทานยา Amitriptyline คุณควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาจะดีที่สุด

คำถามที่ 5: Amitriptyline ทำให้เกิดอาการปากแห้งคอแห้งได้หรือไม่ แล้วการหยุดยา Amitriptyline โดยทันทีทำได้หรือไม่
คำตอบ: Amitriptyline เป็นยารักษาโรคซึมเศร้าในกลุ่ม Tricyclic antidepressants อนุญาตให้นำมาใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้า จากข้อมูลการศึกษายา พบว่าภาวะน้ำลายแห้งหรือปากคอแห้งเป็นอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยที่รับประทานยานี้ หากคุณคิดว่าคุณมีอาการข้างเคียงจากการใช้ยาควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรหยุดยาหรือปรับเปลี่ยนปริมาณการใช้ยาเอง ที่สำคัญคุณควรรับประทานยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด หากต้องการหยุดใช้ยาควรปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์ประเมินว่าควรหยุดใช้ยาหรือไม่ และให้แนวทางที่เหมาะสมในการหยุดใช้ยา รวมทั้งแนะนำหากต้องมีการใช้ยาอื่นๆ ที่จำเป็นเพิ่มเติม

คำถามที่ 6: หากหยุดรับประทานยา Amitriptyline ทันที โดยไม่ได้ค่อยๆ ปรับลดปริมาณยาไปเรื่อยๆ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
คำตอบ: ไม่ควรหยุดใช้ยา Amitriptyline โดยไม่ปรึกษาแพทย์ ควรค่อยๆ ปรับลดขนาดยา โดยเฉพาะหากคุณรับประทานยาติดต่อมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง การหยุดใช้ยานี้โดยทันทีอาจทำให้เกิดอาการถอนยา เช่น คลื่นไส้ ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย และเหงื่อออก ทางที่ดีที่สุดคือค่อยๆ ปรับลดปริมาณการใช้ยาลงโดยใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ 

คำถามที่ 7: ยา Endep ทำให้เกิดอาการฝันร้ายหรือไม่
คำตอบ : Endep หรือ Elavil (Amitriptyline) เป็นยาในกลุ่ม Tricyclic antidepressants ซึ่งออกฤทธิ์โดยการปรับสมดุลของสารเคมีในสมอง จากรายละเอียดของข้อมูลยา Amitriptyline ที่ผ่านการตรวจสอบจากองค์การอาหารและยา พบว่าอาการฝันร้ายไม่ใช่ผลข้างเคียงของ Amitriptyline อย่างไรก็ตาม ยารักษาโรคซึมเศร้าอาจก่อให้เกิดปัญหาในการนอนหลับและสภาวะอารมณ์เปลี่ยนแปลง จึงเป็นไปได้ว่ายานี้อาจทำให้ผู้ป่วยบางรายฝันร้าย หากอาการดังกล่าวไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงจนทนไม่ไหวให้ปรึกษาแพทย์ผู้รักษา

คำถามที่ 8: Amitriptyline เป็นยาอันตรายหรือไม่ เพราะเท่าที่อ่านดู มีคนพูดถึงผลเสียของยาตัวนี้มากมาย แต่สำหรับฉัน Amitriptyline เป็นยาตัวเดียวที่ช่วยรักษาอาการของโรคซึมเศร้าได้
คำตอบ: Elavil (Amitriptyline) เป็นยาในกลุ่ม Tricyclic antidepressants มีข้อบ่งใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้า และอาจนำมาใช้ในการรักษาโรคอื่นๆ ตามแพทย์เห็นเหมาะสม  อาการข้างเคียงที่พบบ่อยของยา Amitriptyline ได้แก่ ปากแห้งคอแห้ง เบื่ออาหาร วิงเวียนศีรษะ ง่วงซึม และมองเห็นไม่ชัดเจน

อาการข้างเคียงอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ ไม่มีสมาธิ ฝันร้าย สมรรถภาพทางเพศลดลง เป็นต้น หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อหาแนวทางรับมือกับอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะก่อนปรับเปลี่ยนปริมาณการใช้ยาหรือก่อนการรักษาใดๆ  

หากแพทย์พิจารณาเลือกยาตัวใหม่ในการรักษา คุณควรแจ้งประวัติการใช้ยาต่างๆ ให้แพทย์ทราบ รวมทั้งยาที่ซื้อมาใช้เอง อาหารเสริม วิตามินเกลือแร่ และผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั้งหลาย แม้กระทั่งอาหารที่รับประทาน ควรรวบรวมและทบทวนข้อมูลการใช้ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งหมดร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อเป็นข้อมูลตรวจสอบปฏิกิริยาและอาการข้างเคียงของยา หลังจากเริ่มใช้ยาแล้ว ให้แจ้งบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากยาด้วย

คำถามที่ 9: Amitriptyline ทำให้หย่อนสมรรถภาพทางเพศหรือไม่
คำตอบ: ปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่เกิดขึ้นจาก Amitriptyline มีความเกี่ยวข้องกับการออกฤทธิ์ของตัวยาและเป็นผลจากสารสื่อประสาทบางชนิด อย่างไรก็ตาม ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศอาจทำให้อาการของโรคซึมเศร้ายิ่งแย่ลงได้เช่นกัน คุณจึงต้องพูดคุยกับแพทย์ผู้รักษาเกี่ยวกับอาการดังกล่าว

ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศที่เกิดขึ้นจาก Amitriptyline สามารถแก้ไขให้กลับมาเป็นปกติได้โดยการปรับปริมาณยาหรือเปลี่ยนตัวยาเป็นชนิดอื่น แต่คุณไม่ควรหยุดใช้ยาหรือปรับเปลี่ยนปริมาณการใช้ยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะการหยุดยารักษาโรคซึมเศร้าโดยทันทีอาจทำให้เกิดอาการถอนยาได้ ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อน ซึ่งแพทย์จะแนะนำแนวทางในการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ 

คำถามที่ 10: แพทย์สั่งใช้ยา Amitriptyline ขนาด 10-20 มิลลิกรัม ให้รับประทานก่อนนอน แต่แพทย์ท่านอื่นเตือนว่าไม่ควรใช้ยาตัวนี้ในผู้สูงอายุ เลยรู้สึกเป็นกังวลค่ะ
คำตอบ: Amitriptyline เป็นยาในกลุ่ม Tricyclic antidepressants ซึ่งเป็นยากลุ่มเก่าที่ใช้รักษาโรคซึมเศร้ามานานหลายปี ยาชนิดนี้มีอาการข้างเคียงอื่นๆ เช่น อาการปวด วิตกกังวล ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และปวดศีรษะไมเกรน เหตุผลที่ยาชนิดนี้ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้สูงอายุ เนื่องจากหากผู้ป่วยสูงอายุมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ ด้วย การใช้ยา Amitriptyline อาจทำให้อาการของโรคแย่ลงหรือกำเริบได้ โดยไม่แนะนำให้ใช้ยา Amitriptyline ในระหว่างที่โรคหัวใจกำเริบหรือมีภาวะหัวใจล้มเหลว และยานี้จะทำให้ความดันโลหิตต่ำลง หัวใจเต้นผิดปกติ การนำกระแสไฟฟ้าของหัวใจผิดปกติ ผู้ป่วยที่เคยมีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจมาก่อนจึงต้องระมัดระวังในการใช้ยานี้

นอกจากนี้ ผู้สูงอายุตอบสนองต่อยา Amitriptyline ไวกว่าผู้ป่วยทั่วไป ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เช่น อาการคุ้มคลั่ง และสมองสับสน แพทย์จึงให้เริ่มต้นใช้ยานี้ด้วยปริมาณยาที่ต่ำกว่าปกติ และติดตามการใช้ยาอย่างใกล้ชิด ในระหว่างนี้คุณสามารถวางใจได้ว่าจะไม่เกิดปัญหาจากการใช้ยานี้ หากคุณพบอาการผิดปกติหรือมีความรู้สึกผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ผู้สั่งยาโดยทันที

คำถามที่ 11: การรับประทาน Amitriptyline ในปริมาณต่ำสามารถลดอาการปวดท้องได้หรือไม่
คำตอบ: Amitriptyline เป็นยาในกลุ่ม Tricyclic antidepressants มีข้อบ่งใช้ที่ได้รับอนุญาตจากองค์การอาหารและยาในการรักษาโรคซึมเศร้า ในบางครั้งแพทย์อาจสั่งใช้ยานี้ในการรักษาโรคอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในฉลากยา หรือไม่มีข้อมูลในการสั่งใช้ยาตามปกติ ซึ่งข้อบ่งใช้อื่นของ Amitriptyline ได้แก่ บรรเทาอาการปวดเรื้อรังบางชนิดและอาการปวดปลายประสาท รักษาและป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรน รักษาโรคซึมเศร้าในเด็ก และรักษาโรคเครียดหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD) ไม่ควรใช้ Amitriptyline เพื่อรักษาอาการอื่น หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมควรปรึกษาแพทย์

คำถามที่ 12: เมื่อเกิดอาการท้องอืดและง่วงนอนจากยา Amitriptyline  ควรรักษาอย่างไร
คำตอบ: คุณสามารถรับประทานยา Amitriptyline ในเวลาใดของวันก็ได้ รับประทานพร้อมอาหารหรือไม่ก็ได้ แต่แพทย์มักแนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานยาก่อนนอน เนื่องจากตัวยามีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการง่วงนอนอย่างมาก 

อาการง่วงซึมอาจเกิดขึ้นโดยทันทีหลังเริ่มใช้ยา ฉะนั้น ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรงเมื่อรับประทานร่วมกับยา Amitriptyline รวมถึงเกรปฟรุ๊ตและน้ำเกรปฟรุ๊ต ที่อาจเกิดปฏิกิริยากับยา Amitriptyline หากรับประทานผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเกรปฟรุ๊ตควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา Amitriptyline

สำหรับปัญหาท้องอืดในกระเพาะอาหารและลำไส้จากการใช้ยา Amitriptyline บรรเทาได้ด้วยการรับประทานยาแก้ท้องอืด Simethicone ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดแน่นท้องที่เกิดจากแก๊สในกระเพาะอาหารและลำไส้ เป็นยาที่นำมาใช้ได้อย่างปลอดภัย และควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้นเพื่อประเมินและค้นหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ควรหยุดรับประทานยา Amitriptyline โดยทันที มิฉะนั้นอาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์ 


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน ผู้อ่านไม่ควรเลือกใช้ยาเองจากการอ่านบทความ ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง เพราะแต่ละท่านอาจมีสาเหตุของโรค โรคประจำตัว และประวัติการรักษาที่ต่างกัน ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7


ที่มาของข้อมูล

Amitriptyline HCL (https://www.webmd.com/drugs/2/...)

Amitriptyline (https://medlineplus.gov/drugin...), 15 July 2017

Lynn Marks, What Is Amitriptyline (Elavil)?, (https://www.everydayhealth.com...), 11 December 2014

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป