ปาล์มเลื่อย (Saw palmetto)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 27, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,316,150 คน

ข้อมูลภาพรวมของปาล์มเลื่อย

ปาล์มเลื่อย (Saw palmetto) คือต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีการนำผลที่สุกแล้วไปใช้ทำยา

ปาล์มเลื่อยถูกกันอย่างแพร่หลายในการลดอาการจากภาวะต่อมลูกหมากโต (benign prostatic hypertrophy (BPH)) แต่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์บางชิ้นได้แสดงให้เห็นว่าเป็นการรักษาที่ไม่ได้ผล ปาล์มเลื่อยยังถูกใช้เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดต่อมลูกหมากและรักษาภาวะต่อมลูกหมากบางประเภทได้

โฆษณาจาก HonestDocs
ขูดหินปูน ลดเพิ่ม 40% กว่า 20 คลินิก

ลดกลิ่นปาก ลดเลือดออก เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน

%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99bannerinternal ad

ปาล์มเลื่อยออกฤทธิ์อย่างไร?

ปาล์มเลื่อยอาจได้ช่วยลดขนาดของต่อมลูกหมากได้ แต่อาจจะลดขนดของเยื่อบุผิวภายในที่เข้าไปกดทับท่อที่ใช้ขนส่งปัสสาวะได้ ปาล์มเลื่อยยังอาจป้องกันเทสโทสเตอโรนจากการเปลี่ยนความเข้มข้นจนกลายเป็น dihydrotestosterone (DHT) ได้ อีกทั้งยังคาดกันว่าภาวะผมร่วงบางประเภทเกิดมาจากความอ่อนไหวต่อ DHT ที่เพิ่มขึ้นที่รูขุมขน ทำให้การลดระดับ DHT ลงจึงอาจช่วยป้องกันภาวะผมร่วงเหล่านี้ได้

การใช้และประสิทธิภาพของปาล์มเลื่อย

ภาวะที่อาจใช้ปาล์มเลื่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • การผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านท่อปัสสาวะ (transurethral resection of the prostate; TURP) งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการทานปาล์มเลื่อย 320 mg ทุกวัน ก่อนเข้ารับการผ่าตัดต่อมลูกหมากสามารถลดระยะเวลาที่ใช้ในการผ่าตัด, ลดการสูญเสียเลือด, ลดความเสี่ยงต่อปัญหาระหว่างผ่าตัด, และร่นระยะเวลาฟื้นตัวในโรงพยาบาลหลังผ่าตัด อย่างไรก็ตามก็มีการศึกษาที่พบว่าการทานปาล์มเลื่อย 160 mg ต่อวันนาน 5 สัปดาห์ก่อนผ่าตัดไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงต่อปัญหาต่าง ๆ ระหว่างผ่าตัดแต่อย่างใด

ภาวะที่ปาล์มเลื่อยอาจไม่สามารถรักษาได้

  • ภาวะต่อมลูกหมากโต (benign prostatic hyperplasia; BPH) ผลขอปาล์มเลื่อยกับอาการของต่อมลูกหมากโตยังคงมีข้อมูลที่ขัดแย้งกันอยู่ อย่างไรก็ตามข้อมูลจากงานวิจัยคุณภาพสูงและน่าเชื่อถือมากมายก็บ่งชี้ว่าปาล์มเลื่อยนั้นมีผลน้อยหรือแทบจะไม่มีผลต่ออาการของภาวะนี้ อย่างเช่นความถี่ในการเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนหรือเจ็บปวดระหว่างปัสสาวะของผู้ชาย BPH อีกทั้งปาล์มเลื่อยก็ไม่อาจออกฤทธิ์ได้เร็วกว่าหรือเพิ่มผลของการรักษาด้วยยารักษา BPH โดยเฉพาะแต่อย่างใด

ภาวะที่ยังคงขาดหลักฐานว่าใช้ปาล์มเลื่อยรักษาได้หรือไม่

  • ภาวะผมร่วงจากพันธุกรรม (androgenic alopecia) ผลของการใช้ปาล์มเลื่อยในผู้ชายและผู้หญิงที่มีภาวะหัวล้านจากพันธุกรรมนั้นยังคงขัดแย้งกันอยู่ งานวิจัยบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าการทานปาล์มเลื่อยกับ beta-sitosterol สามารถเพิ่มปริมาณและคุณภาพของเส้นผมของผู้ชายและหญิงที่หัวล้านได้ อย่างไรก็ตามปาล์มเลื่อยก็ไม่อาจเพิ่มการงอกของเส้นผมได้ดีเหมือนกับการใช้ยา finasteride งานวิจัยกล่าวว่าการทาปาล์มเลื่อยที่หนังศีรษะอาจเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผมได้ทั้งชายและหญิง แต่ยังคงต้องมีข้อมูลจากการศึกษาคุณภาพสูงมากกว่านี้เพื่อการยืนยันสรรพคุณของปาล์มเลื่อย
  • ภาวะ hypotonic bladder ภาวะปัสสาวะเล็ดเป็นภาวะที่ทำให้กระเพาะปัสสาวะสามารถกักเก็บน้ำปัสสาวะได้ในปริมาณมากแต่ไม่สามารถถ่ายออกมาให้หมดภายในครั้งเดียว งานวิจัยกล่าวว่าการทานยาที่ประกอบด้วยสมุนไพรเอกไคนาเซียและปาล์มเลื่อยนาน 77 วันจะเพิ่มปริมาณการกลั้นปัสสาวะของกระเพาะปัสสาวะและลดปริมาณปัสสาวะตกค้างในกระเพาะปัสสาวะหลังการขับถ่ายของผู้หญิงที่มีภาวะนี้ได้
  • มะเร็งต่อมลูกหมาก การทานปาล์มเลื่อยอาจไม่เชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อมะเร็งต่อมลูกหมากที่ลดลงแต่อย่างใด อีกทั้งการรับประทานปาล์มเลื่อยระหว่างการฉายรังสีรักษามะเร็งต่อมลูกหมากระยะต้นก็ไม่ได้ช่วยลดอาการที่เกิดกับระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่างได้ โดยอาการเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้ชายที่ต้องเข้ารับการฉายรังสีรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก
  • ต่อมลูกหมากบวมและกลุ่มอาการปวดเชิงกรานเรื้อรัง งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าปาล์มเลื่อยสามารถลดอาการต่อมลูกหมากโตในผู้ชายที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อได้ ส่วนงานวิจัยชิ้นอื่นได้กล่าวเสริมว่าการทานปาล์มเลื่อยร่วมกับยา prulifloxacin สามารถลดความเจ็บปวดและอาการของการปัสสาวะของผู้ชายที่มีภาวะต่อมูลกหมากบวมจากการติดเชื้อได้ดีกว่าการใช้ยา prulifloxacin เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตามการรับประทานยาเหล่านี้ร่วมกันไม่อาจรักษาภาวะติดเชื้อหรือเพิ่มความสามารถทางเพศได้ อีกทั้งการทานปาล์มเลื่อยก็ไม่อาจรักษาอาการบวมของต่อมลูกหมากและกลุ่มอาการปวดเชิงกรานเรื้อรังได้ดีกว่าการใช้ยา  finasteride การศึกษาบางชิ้นได้วิจัยการใช้ปาล์มเลื่อยร่วมกับส่วนผสมอื่น ๆ ซึ่งได้พบว่าการทานปาล์มเลื่อย, ซีลิเนียม (selenium), และไลโคพีน (lycopene) สามารถลดอาการบวมของต่อมลูกหมากและอาการเจ็บปวดเชิงกรานเรื้อรังได้ อย่างไรก็ตามหากเป็นการใช้เพียงปาล์มเลื่อยอย่างเดียวไม่อาจได้ผลเช่นนี้ งานวิจัยอื่นได้กล่าวเสริมว่าการทานยาผสมสมุนไพรที่ประกอบด้วยปาล์มเลื่อยและส่วนประกอบอื่น ๆ สามารถเร่งผลของ sparfloxacin หรือ prulifloxacin ในการรักษาอาการต่อมลูกหมากบวมที่เกิดจากการติดเชื้อได้ อย่างไรก็ตามก็ยังไม่ชัดเจนว่าผลจากการรักษาเหล่านี้เกิดจากการใช้ปาล์มเลื่อยหรือส่วนผสมอื่น
  • หอบหืด (Asthma)
  • โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง (Chronic bronchitis)
  • หวัดและไอ
  • เพิ่มขนาดเต้านม
  • ปวดศีรษะไมเกรน
  • ลดการเลือดออกหลังการผ่าตัดต่อมลูกหมาก
  • เจ็บคอ
  • ภาวะสุขภาพอื่น

จำเป็นต้องรวบรวมหลักฐานให้มากขึ้นเพื่อให้ข้อมูลด้านประสิทธิผลของปาล์มเลื่อยเพิ่มเติม

ผลข้างเคียงและความปลอดภัยของปาล์มเลื่อย

ปาล์มเลื่อยถูกจัดว่าค่อนข้างปลอดภัยสำหรับผู้คนส่วนมากเมื่อรับประทานเป็นเวลานานหนึ่งถึงสามปี ส่วนผลข้างเคียงจากปาล์มเลื่อยนั้นมักจะไม่รุนแรง โดยมีรายงานพบผู้ใช้ประสบกับอาการวิงเวียน, ปวดศีรษะ, คลื่นไส้, อาเจียน, ท้องผูก, และท้องร่วงบ้าง อีกทั้งยังมีรายงานว่าปาล์มเลื่อยทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ด้วย อย่างไรก็ตามผลข้างเคียงเหล่านี้ก็มักเกิดขึ้นไม่บ่อย

มีข้อกังวลว่าปาล์มเลื่อยอาจทำให้เกิดปัญหากับตับหรือตับอ่อนในบางคนได้ด้วย โดยมีรายงานสองชิ้นที่พบความเสียหายกับตับและรายงานอีกหนึ่งเกี่ยวกับความเสียหายที่ตับอ่อน กระนั้นก็ยังคงไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลข้างเคียงข้างต้นจากการรับประทานปาล์มเลื่อย

ปาล์มเลื่อยที่ใช้ถูกเข้าทวารหนักถูกจัดว่าอาจจะปลอดภัยเมื่อใช้ในปริมาณที่เหมาะสมนาน 30 วัน แต่ ณ ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยในการใช้ในระยะเวลาที่นานกว่านั้น

คำเตือนและข้อควรระวังเป็นพิเศษ:

สตรีมีครรภ์และแม่ที่ต้องให้นมบุตร: ปาล์มเลื่อยถูกจัดว่าค่อนข้างไม่ปลอดภัยเมื่อรับประทานระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรเนื่องจากปาล์มเลื่อยอาจออกฤทธิ์เป็นฮอร์โมนที่อาจส่งผลเสียต่อครรภ์ได้ 

โฆษณาจาก HonestDocs
ขูดหินปูน ลดเพิ่ม 40% กว่า 20 คลินิก

ลดกลิ่นปาก ลดเลือดออก เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน

%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99bannerinternal ad

การผ่าตัด: ปาล์มเลื่อยอาจชะลอการเกิดลิ่มเลือดได้ จึงมีข้อกังวลว่าปาล์มเลื่อยอาจทำให้เกิดการตกเลือดมากขึ้นระหว่างหรือหลังจากการผ่าตัด ดังนั้นควรเลี่ยงการใช้ปาล์มเลื่อยเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนกำหนดการผ่าตัด

การใช้ปาล์มเลื่อยร่วมกับยาชนิดอื่น

ใช้ปาล์มเลื่อยร่วมกับยาเหล่านี้ด้วยความระมัดระวัง

ยาคุมกำเนิดบางตัวประกอบด้วยเอสโทรเจน ซึ่งปาล์มเลื่อยเองก็อาจลดผลของเอสโทรเจนในร่างกายลง ดังนั้นการทานปาล์มเลื่อยร่วมกับยาคุมกำเนิดอาจลดประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดลง หากคุณต้องการใช้ยาคุมกำเนิดร่วมกับปาล์มเลื่อย ควรใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่นร่วมด้วยอย่างการใช้ถุงยางอนามัย ตัวอย่างยาคุมกำเนิดมีทั้ง ethinyl estradiol กับ levonorgestrel (Triphasil), ethinyl estradiol กับ norethindrone (Ortho-Novum 1/35, Ortho-Novum 7/7/7), และอื่น ๆ

  • เอสโทรเจนกับปาล์มเลื่อย

ปาล์มเลื่อยอาจลดระดับเอสโทนเจนในร่างกายลง ดังนั้นการทานปาล์มเลื่อยร่วมกับยาเอสโทรเจนอาจลดประสิทธิภาพของยาลง ตัวอย่างยาเอสโทรเจนมีทั้ง  conjugated equine estrogens (Premarin), ethinyl estradiol, estradiol, และอื่น ๆ

  • ยาชะลอการเกิดลิ่มเลือด (Anticoagulant / Antiplatelet drugs) กับปาล์มเลื่อย

ปาล์มเลื่อยสามารถชะลอการเกิดลิ่มเลือด ดังนั้นการทานปาล์มเลื่อยร่วมกับยาชะลอการเกิดลิ่มเลือดจะเพิ่มโอกาสการเกิดแผลฟกช้ำและเลือดออกมากขึ้น โดยตัวอย่างยาที่ชะลอการเกิดลิ่มเลือดมีดังนี้ aspirin, clopidogrel (Plavix), diclofenac (Voltaren, Cataflam, และอื่น ๆ), ibuprofen (Advil, Motrin, และอื่น ๆ), naproxen (Anaprox, Naprosyn, และอื่น ๆ), dalteparin (Fragmin), enoxaparin (Lovenox), heparin, warfarin (Coumadin), และอื่น ๆ

ปริมาณยาที่ใช้

ปริมาณหรือขนาดยาที่ใช้ดังต่อไปนี้ได้ถูกศึกษาจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

ผู้ใหญ่

รับประทาน:

  • สำหรับการผ่าตัดต่อมลูกหมาก (transurethral resection of the prostate, TURP): สารสกัดจากปาล์มเลื่อย 320 mg ต่อวันนาน 2 เดือนก่อนเข้ารับการผ่าตัด

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

สั่งซื้อยาออนไลน์

เป็นเพื่อนกับเราทาง LINE: "@honestdocs" คุณสามารถสั่งให้เราจัดส่งยาถึงบ้านได้แล้ววันนี้ จัดส่งฟรีด้วย "EMS ทั่วประเทศภายใน 3 วัน หรือค่าบริการส่งตามระยะทางสำหรับการ"ส่งด่วน"ภายใน 24 ชม. ใน กทม. คุณสามารถจ่ายโดยการโอนเงินผ่านทางธนาคาร หมายเหตุ: i) เราไม่ได้เป็นร้านขายยาเอง แต่เราให้ความสะดวกแก่คนไข้โดยมีบริการสั่งซื้อยาจากเภสัชกรแล้วจัดส่งให้แก่ท่าน ii) เราไม่สามารถบริการจัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาอันตราย และยาควบคุม (ซึ่งต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น)

เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์