กองบรรณาธิการ HonestDocs
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HonestDocs

Choline (โคลีน)

เผยแพร่ครั้งแรก 27 ม.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 6 มี.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

ข้อมูลภาพรวมของโคลีน

โคลีน (Choline) มีความคล้ายกับวิตามิน B โดยตับสามารถผลิตโคลีนออกมาได้ อีกทั้งยังเป็นสารที่อยู่ในอาหารหลายอย่าง เช่นตับ, เนื้อส่วนกล้าม, ปลา, ถั่วต่าง ๆ , ผักโขม, ไข่, และจมูกข้าวสาลี

โคลีน (choline) มีความสำคัญต่อการทำงานของตับ(liver function) การพัฒนาสมอง(healthy brain devolopment) การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ(muscle movement) ระบบประสาทส่วนกลาง(nervous system) และระบบการเผาผลาญของร่างกาย(metabolism)

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

โคลีนถูกใช้รักษาโรคตับอย่างโรคตับอักเสบเรื้อรัง (chronic hepatitis) และตับแข็ง (cirrhosis) อีกทั้งยังถูกใช้รักษาภาวะซึมเศร้า (depression), สูญเสียความทรงจำ, โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's disease), และสมองเสื่อม (dementia), โรคฮันติงตัน ( Huntington's chorea), โรคทูเร็ตต์ (Tourette's disease), ภาวะความผิดปรกติของสมองที่เรียกว่าภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการจากสมองน้อย (cerebellar ataxia), โรคชัก (seizures) บางประเภท, และภาวะทางจิตที่เรียกว่าโรคจิตเภท (schizophrenia)

นักกีฬามีการใช้โคลีนในการสร้างกล้ามเนื้อและชะลอความเหนื่อยล้าในเกมกีฬาที่ต้องใช้ความอดทน

ผู้หญิงมีครรภ์สามารถใช้โคลีนในการป้องกันภาวะหลอดประสาทไม่ปิด (neural tube defects) ของทารกในครรภ์ และยังสามารถใช้โคลีนเป็นส่วนเสริมอาหารในนมสำหรับทารกได้อีกด้วย

ประโยชน์อื่น ๆ ของโคลีนมีทั้งป้องกันมะเร็ง, ลดระดับคอเลสเตอรอล, และควบคุมอาการหอบหืด (asthma)

โคลีนออกฤทธิ์อย่างไร?

โคลีนมีหน้าที่คล้ายกับวิตามิน B และถูกใช้ในปฏิกิริยาเคมีของร่างกายหลายอย่าง คาดว่าโคลีนเป็นส่วนสำคัญในระบบประสาท สำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืด โคลีนอาจสามารถช่วยลดการบวมและการอักเสบได้

วิธีใช้และประสิทธิภาพของโคลีน

ภาวะที่โคลีนมักจะมีประสิทธิภาพในการรักษา

  • โรคตับที่เกิดจากการให้อาหารทางหลอดเลือดดำมากเกินไป (parenteral nutrition) การให้โคลีนทางเส้นเลือด (intravenously (by IV)) สามารถรักษาโรคตับของผู้ที่ต้องเข้ารับการให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำที่มีภาวะพร่องโคลีนได้

ภาวะที่อาจใช้โคลีนได้

  • โรคหอบหืด (Asthma) การทานโคลีนจะบรรเทาอาการและลดจำนวนวันที่หอบหืดแสดงอาการลง อีกทั้งยังอาจจะช่วยลดความจำเป็นที่ต้องใช้ยาขยายหลอดลม (bronchodilators) ยังมีหลักฐานบางชิ้นที่กล่าวว่าการใช้โคลีนปริมาณสูง (3 กรัมต่อวัน) อาจให้ผลที่มากกว่าการใช้ปริมาณน้อย (1.5 กรัมต่อวัน)
  • ภาวะหลอดประสาทไม่ปิด (Neural tube defects) งานวิจัยบางชิ้นได้บ่งชี้ว่าผู้หญิงที่บริโภคโคลีนปริมาณมากในช่วงตั้งครรภ์จะมีความเสี่ยงที่ทารกจะเกิดมาพร้อมภาวะหลอดประสาทไม่ปิดน้อยลงเมื่อเทียบกับผู้ที่บริโภคโคลีนน้อย

ภาวะที่โคลีนอาจไม่สามารถรักษาได้

ภาวะที่โคลีนอาจไม่มีประสิทธิภาพ

  • การสูญเสียความทรงจำเนื่องจากอายุ การทานโคลีนไม่ได้ช่วยในเรื่องความทรงจำของผู้สูงอายุที่มีปัญหาความจำเสื่อม
  • จิตเภท (Schizophrenia) การทานโคลีนไม่ได้ลดอาการจากภาวะจิตเภทลง

ภาวะที่ยังคงขาดหลักฐานว่าโคลีนรักษาได้หรือไม่

  • ภูมิแพ้ (ไข้ละอองฟาง (hayfever)) งานวิจัยกล่าวว่าการทานโคลีนบางชนิดทุกวันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ไม่ได้มีประสิทธิภาพเหมือนกับการใช้สเปรย์พ่นโพรงจมูกที่ลดอาการแพ้แต่อย่างใด
  • ภาวะอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว (Bipolar disorder) งานวิจัยกล่าวว่าการทานโคลีนอาจลดอาการทางอารมณ์ของผู้ที่มีปัญหาอารมณ์สองขั้วที่ต้องใช้ลิเทียม (lithium)ได้
  • หลอดลมอักเสบ (Bronchitis) งานวิจัยกล่าวว่าการสูดโคลีนเข้าปอดอาจช่วยให้อาการของโรคหลอดลมอักเสบจากฝุ่นดีขึ้นได้
  • การทำงานทางจิต งานวิจัยกล่าวว่าการใช้โคลีนหนึ่งโดสไม่อาจแก้ไขปฏิกิริยาตอบสนอง, การใช้เหตุผล, ความทรงจำ, หรือการทำงานของจิตใจอื่น ๆ ได้ แต่ก็มีข้อมูลที่กล่าวว่าโคลีนอาจช่วยในเรื่องความทรงจำด้านภาพแต่ไม่ได้ช่วยในเรื่องทางจิตอื่น ๆ เมื่อใช้โคลีนพร้อมกับการให้อาหารเข้าเส้นเลือดดำ (parenteral nutrition)
  • ชัก (Seizures) มีรายงานว่าการใช้โคลีนปริมาณสูงอาจมีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีปัญหาภาวะชักชนิดที่เรียกว่าภาวะชักเฉพาะที่แบบขาดสติ (complex partial seizures)
  • ตับอักเสบ และภาวะผิดปรกติอื่น ที่ตับ
  • ภาวะซึมเศร้า
  • คอเลสเตอรอลสูง
  • โรคฮันติงตัน (Huntington's chorea)
  • โรคทัวเร็ตต์ (Tourette's syndrome)
  • ภาวะสุขภาพอื่น

จำเป็นต้องรวบรวมหลักฐานให้มากขึ้นเพื่อให้ข้อมูลด้านประสิทธิผลของโคลีนเพิ่มเติม

ผลข้างเคียงและความปลอดภัยของโคลีน

สำหรับผู้ใหญ่ โคลีนนับว่าน่าจะปลอดภัยเมื่อรับประทานหรือให้ทางกระแสเลือดในปริมาณที่เหมาะสม

การทานโคลีนปริมาณสูงนับว่าไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่ โดยปริมาณที่มากกว่าระดับการบริโภคในแต่และวัน (Daily Upper Intake Levels) มักจะทำให้เกิดผลข้างเคียงอย่างเหงื่อออกมาก, เกิดกลิ่นร่างกาย, รบกวนการทำงานของระบบทางเดินอาหาร (gastrointestinal distress), ท้องร่วง, และอาเจียน

อีกทั้งยังมีข้อกังวลว่าการเพิ่มปริมาณการบริโภคโคลีนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักขึ้นได้ด้วย และมีงานวิจัยที่พบว่าผู้หญิงที่ทานอาหารที่มีโคลีนปริมาณสูงจะมีความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่ขึ้น อย่างไรก็ตามก็ยังคงต้องมีการศึกษาผลกระทบจากอาหารกับเรื่องมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มเติม

คำเตือนและข้อควรระวังเป็นพิเศษ:

เด็กโคลีนจัดว่าน่าจะปลอดภัยสำหรับเด็กส่วนมากเมื่อรับประทานอย่างเหมาะสม การทานโคลีนปริมาณสูงจะนับว่าไม่ปลอดภัยเนื่องจากจะทำให้มีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงต่าง ๆ เพิ่มขึ้น

สตรีมีครรภ์และแม่ที่ต้องให้นมบุตร: การทานโคลีนกับคนกลุ่มเหล่านี้นับว่าค่อนข้างปลอดภัย โดยสำหรับผู้หญิงมีครรภ์และแม่ที่ต้องให้น้ำนมบุตรที่มีอายุ 18 ปีสามารถทานโคลีนปริมาณที่มาก 3 กรัมต่อวัน ส่วนผู้หญิงที่มีอายุ 19 ปีและมากกว่าสามารถใช้ได้ที่ 3.5 กรัมโดยที่มักจะไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ใด ๆ ซึ่ง ณ ขณะนี้ยังคงขาดแคลนข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความปลอดภัยจากการใช้โคลีนปริมาณสูงในกลุ่มผู้หญิงที่ต้องให้นมบุตรกับผู้มีครรภ์ ดังนั้นคนกลุ่มดังกล่าวจึงควรเลี่ยงใช้โคลีนเพื่อความปลอดภัยหรือใช้ในปริมาณที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำไว้แทน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

การใช้โคลีนร่วมกับยาชนิดอื่น

ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ของโคลีน

ปริมาณยาที่ใช้

ปริมาณหรือขนาดยาที่ใช้ดังต่อไปนี้ได้ถูกศึกษาจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

รับประทาน:

  • สำหรับหอบหืด: 500-1000 mg สามครั้งต่อทุกวัน

โคลีนที่อยู่ในอาหารจะอยู่ที่ 200-600 mg ต่อวัน ส่วนค่าปริมาณสารอาหารที่เพียงพอ (Adequate Intake (AI)) สำหรับผู้ใหญ่คือ 550 mg ต่อวันสำหรับผู้ชายและสตรีที่ต้องให้นมบุตร, สำหรับผู้หญิงคือ 425 mg ต่อวัน, สำหรับสตรีมีครรภ์คือ 450 mg ต่อวัน สำหรับเด็กอายุ 1-3 ปี ค่า AI คือ 200 mg ต่อวัน, อายุ 4-8 ปีคือ 250 mg ต่อวัน, 9-13 ปีคือ 375 mg ต่อวัน, สำหรับเด็กทารกที่อายุน้อยกว่า 6 เดือนคือ 125 mg ต่อวัน, อายุ 7-12 เดือนคือ 150 mg ต่อวัน

ปริมาณสารอาหารสูงสุดในแต่ละวัน (Daily Upper Intake Levels (UL)) ของโคลีนสำหรับเด็กอายุ 1-8 ปีคือ 1 กรัม, 2 กรัมสำหรับเด็กอายุ 9-13 ปี, 3 กรัมสำหรับเด็ก 14-18 ปี, และ 3.5 กรัมสำหรับผู้ใหญ่ที่อายุเกิน 18 ปี


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน ผู้อ่านไม่ควรเลือกใช้ยาเองจากการอ่านบทความ ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง เพราะแต่ละท่านอาจมีสาเหตุของโรค โรคประจำตัว และประวัติการรักษาที่ต่างกัน ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน


10 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Wallace, Taylor C. PhD, CFS, FACN; Blusztajn, Jan Krzysztof PhD; Caudill, Marie A. PhD, RD; Klatt, Kevin C. MS; Natker, Elana MS, RD; Zeisel, Steven H. MD, PhD; Zelman, Kathleen M. MPH, RD, LD Choline, Nutrition Today: November/December 2018 - Volume 53 - Issue 6 - p 240-253 doi: 10.1097/NT.0000000000000302. LWW Journals. (Available via: https://journals.lww.com/nutritiontodayonline/fulltext/2018/11000/Choline__The_Underconsumed_and_Underappreciated.4.aspx)
Choline: Health Benefits, Uses, Side Effects, Dosage & Interactions. RxList. (Available via: https://www.rxlist.com/choline/supplements.htm)
A possible brain food that you've probably never heard of. Harvard Health. (Available via: https://www.health.harvard.edu/staying-healthy/a-possible-brain-food-that-youve-probably-never-heard-of)

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

มีคำถามเพิ่มเกี่ยวกับยานี้? ถามคุณหมอของเราทางออนไลน์ได้เลย

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป