กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิก (Conjugated linoleic acid)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 23, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,252,116 คน

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 06/03/2562

กรดคอนจูเกเตดไลโนอิก

หรือ CLA สัมพันธ์อย่างไรกับการลดน้ำหนัก

กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิก (Conjugated linoleic acid) หรือ CLA คือชุดสารเคมีที่พบในกรดไขมันไลโนอิก (linoleic acid) ผลิตภัณฑ์จากนม เนื้อวัว น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน เนย ชีส เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิก โดยสารอาหารต่อวันโดยเฉลี่ยของกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกคือ 15-174 mg ต่อวัน

โฆษณาจาก HonestDocs
ขูดหินปูน ลดเพิ่ม 40% กว่า 20 คลินิก

ลดกลิ่นปาก ลดเลือดออก เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน

%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99bannerinternal ad

กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกใช้รับประทานเพื่อลดน้ำหนัก สามารถลดการสะสมของไขมันในร่างกาย อีกทั้งยังใช้เสริมสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรง แต่ก็ยังคงขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มายืนยันประโยชน์เหล่านี้อยู่ดี

กรดคอนจูเกเตดไลโนอิกทำงานอย่างไร?

กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกอาจช่วยลดไขมันสะสมในร่างกายและเพิ่มการทำงานของภูมิคุ้มกันขึ้น นอกจากนี้ยังลดโอกาสในการเกิดมะเร็ง ชะลอการเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ชะลอการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว และเพื่อการสร้างเสริมความแข็งแรงของกระดูก

วิธีใช้และประสิทธิภาพของกรดคอนจูเกเตดไลโนอิก

ภาวะที่อาจใช้กรดคอนจูเกเตดไลโนอิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ความดันโลหิตสูง การรับประทานกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกพร้อมกับ Ramipril อาจช่วยลดความดันโลหิตลงได้มากกว่าการใช้ยา Ramipril เพียงตัวเดียวอย่างมีนัยสำคัญ
  • ภาวะอ้วน (Obesity) การรับประทานกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกทุกวันอาจช่วยลดไขมันของร่างกายในผู้ใหญ่ลงได้ อีกทั้งกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกยังอาจช่วยลดความอยากอาหารได้ด้วย กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกไม่อาจลดน้ำหนักร่างกายหรือดัชนีมวลกาย (body mass index (BMI)) ของผู้คนส่วนมากได้ อีกทั้งการรับประทานกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกก็ไม่ได้ช่วยป้องกันน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของผู้ที่เพิ่งลดน้ำหนักช่วงระยะสั้น การใส่กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกเข้ากับอาหารไขมันสูงไม่ได้ช่วยในเรื่องลดน้ำหนัก แต่การเพิ่มกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกในนมอาจช่วยลดไขมันของผู้ใหญ่ที่อ้วนได้ สำหรับเด็ก การรับประทานกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิก 3 กรัมทุกวันอาจช่วยลดไขมันร่างกายได้ ขณะเดียวกันกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกอาจช่วยลดน้ำหนักร่างกายได้อีกด้วย แต่ก็มีข้อมูลวิจัยว่าการรับประทานกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกบางประเภท (the trans-10, cis-12 isomer) อาจเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจได้ ณ ขณะนี้ยังคงไม่ชัดเจนว่าอาหารเสริมที่มีกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกรูปแบบต่างๆ จะมีความเสี่ยงเช่นนี้หรือไม่

ภาวะที่กรดคอนจูเกเตดไลโนอิกอาจไม่สามารถรักษาได้

  • ไข้หวัด (Common cold) งานวิจัยกล่าวว่าการรับประทานกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกไม่ได้ช่วยป้องกันหรือลดอาการของไข้หวัดได้
  • เบาหวาน (Diabetes) การรับประทานกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกไม่ได้ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหรืออินซูลินทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหารในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่อย่างใด
  • ประสิทธิภาพการออกกำลังกาย การรับประทานกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกร่วมกับการฝึกแอโรบิกไม่ได้ช่วยเพิ่มความทนทานให้แก่กำลังของกล้ามเนื้อ การหายใจ หรือลดความเหนื่อยล้า แต่ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและความทนทานจากการออกกำลังกายแบบแรงต้าน
  • คอเลสเตอรอลสูง การดื่มนมที่มีส่วนผสมของกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกไม่ได้ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลหรือไขมันในเลือด (ไตรกลีเซอไรด์) ของผู้ที่มีปัญหาคอเลสเตอรอลสูงไม่รุนแรงแต่อย่างใด 

ภาวะที่ยังคงขาดหลักฐานว่ากรดคอนจูเกเตดไลโนอิกรักษาได้หรือไม่

  • ภูมิแพ้ (ไข้ละอองฟาง (hay fever)) การรับประทานกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกเป็นเวลา 12 สัปดาห์อาจช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ที่มีปัญหาภูมิแพ้ต้นเบิร์ช (และพืชอื่นๆ อาทิ แอปเปิ้ล แครอท แอปริคอต เชอรี่ กีวี ลูกพีช ลูกแพร พลัม มะเขือเทศ พริกไทยสด มันฝรั่ง ผักชีฝรั่ง (parsley) อัลมอนด์ ฮาเซลนัท ถั่วลิสง เมล็ดทานตะวัน (sunflower seed) วอลนัท (walnut) หรือคึ่นช่ายฝรั่ง (celery) เป็นต้น) แต่อาจไม่ช่วยแก้อาการภูมิแพ้
  • หอบหืด (Asthma) การรับประทานกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกเป็นเวลา 12 สัปดาห์อาจช่วยลดความอ่อนไหวของหลอดลมและความสามารถในการออกกำลังของผู้ป่วยหอบหืดได้ อย่างไรก็ตาม กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกอาจไม่ช่วยลดความจำเป็นของยาพ่น และไม่ได้ช่วยเพิ่มปริมาตรอากาศที่ปอดสามารถรับได้
  • มะเร็งเต้านม (Breast cancer) งานวิจัยในเรื่องผลกระทบของการใช้กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกเพื่อป้องกันมะเร็งเต้านมยังคงขัดแย้งกันอยู่ บ้างก็พบว่าการบริโภคกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกจากอาหารสูงโดยเฉพาะจากชีสนั้นเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมที่ลดน้อยลง แต่บ้างก็พบว่าการเพิ่มปริมาณการบริโภคกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกจากอาหารไม่ได้เชื่อมโยงกับการเกิดมะเร็งเต้านมแต่อย่างใด อีกทั้งบางงานวิจัยก็พบว่าการรับประทานกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกที่สูงขึ้นอาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมเสียเอง
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (Colon and rectal cancer) งานวิจัยบางชิ้นกล่าวว่าอาหารที่มีกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกสูงอาจเชื่อมโยงกับลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักของผู้หญิง แต่ยังคงไม่ชัดเจนว่าการรับประทานอาหารเสริมกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกจะให้ประโยชน์เช่นนี้หรือไม่
  • โรคอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome) การรับประทานกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกเป็นเวลา 90 วันร่วมกับการรับประทานอาหารจะช่วยลดไขมันร่างกายลงเมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานของผู้ป่วยโรคอ้วนลงพุง อย่างไรก็ตาม ผลของยาอาจไม่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลหรือความดันโลหิต
  • ความแข็งแรง งานวิจัยเรื่องผลกระทบของกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกกับความแข็งแรงยังคงขัดแย้งกันอยู่ บ้างก็แสดงให้เห็นว่าการรับประทานกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกทั้งแบบเดี่ยวหรือร่วมกับครีเอทีน (creatine) และเวย์โปรตีน (whey protein) จะช่วยเพิ่มระดับความแข็งแรงและเนื้อเยื่อมวลเนื้อเยื่อแดง (lean tissue) ของผู้ที่ออกกำลังกายแบบเน้นกล้ามเนื้อ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยชิ้นอื่นกลับแสดงให้เห็นว่ากรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกไม่ได้เพิ่มความแข็งแรงของร่างกายหรือมวลร่างกายใดๆ แม้จะรับประทานร่วมกับการออกกำลังกายกล้ามเนื้อก็ตาม
  • โรคข้อต่ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis) งานวิจัยกล่าวว่าการรับประทานกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกทั้งแบบเดี่ยวหรือพร้อมวิตามินอี (Vitamin E) จะช่วยลดความเจ็บปวดและปวดข้อตอนเช้าลงได้ อีกทั้งยังช่วยบ่งชี้อาการบวมเมื่อเทียบกับผู้ป่วยโรคข้อต่ออักเสบรูมาตอยด์ที่ยังไม่ได้รับการรักษา
  • ภาวะสุขภาพอื่น

จำเป็นต้องรวบรวมหลักฐานให้มากขึ้นเพื่อให้ข้อมูลด้านประสิทธิผลของกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกเพิ่มเติม

ผลข้างเคียงและความปลอดภัยของกรดคอนจูเกเตดไลโนอิก

กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกค่อนข้างปลอดภัยเมื่อรับประทานในปริมาณที่พบในอาหาร และอาจจะปลอดภัยเมื่อรับประทานในปริมาณที่กำหนดทางการแพทย์ (ซึ่งเป็นปริมาณมากกว่าที่จะพบในอาหาร) กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง อย่างปวดท้อง ท้องร่วง คลื่นไส้ เหนื่อยล้า ปวดศีรษะ ปวดหลัง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเลือดออกขึ้น ในกรณีหายาก กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกอาจทำให้ตับเป็นพิษได้ด้วย

คำเตือนและข้อควรระวังเป็นพิเศษ

เด็ก กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกสำหรับเด็กนั้นอาจจะปลอดภัยเมื่อรับประทานในปริมาณที่ใช้ทางการแพทย์เป็นเวลานานถึง 7 เดือน ณ ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่จะมายืนยันการใช้กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกในระยะยาวอยู่

สตรีมีครรภ์และแม่ที่ต้องให้นมบุตร กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกจัดว่าค่อนข้างปลอดภัยเมื่อรับประทานในปริมาณที่พบในอาหาร แต่ยังคงขาดหลักฐานว่าการใช้กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกในปริมาณที่ใช้กันทางการแพทย์ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรนั้นปลอดภัยหรือไม่ ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงไม่ควรใช้กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกเพื่อความปลอดภัย

โฆษณาจาก HonestDocs
ขูดหินปูน ลดเพิ่ม 40% กว่า 20 คลินิก

ลดกลิ่นปาก ลดเลือดออก เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน

%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99bannerinternal ad

ภาวะเลือดออกผิดปกติ (Bleeding disorders) กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกจะชะลอการเกิดลิ่มเลือดลง ซึ่งทางทฤษฎีแล้วกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการฟกช้ำและการเลือดของผู้ป่วยที่มีปัญหาภาวะเลือดออกผิดปกติ

เบาหวาน (Diabetes) มีข้อกังวลว่าการใช้กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกจะทำให้โรคเบาหวานทรุดลง ดังนั้นจึงไม่ควรใช้กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกกับผู้ป่วยเบาหวาน

โรคอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome) มีข้อกังวลว่าการใช้กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานในกลุ่มคนที่เป็นโรคอ้วนลงพุง ดังนั้นจึงควรใช้กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกด้วยความระมัดระวัง

การผ่าตัด กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกอาจทำให้เลือดออกภายในทั้งระหว่างและหลังจากการผ่าตัดได้ ควรหยุดใช้กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์

การใช้กรดคอนจูเกเตดไลโนอิกร่วมกับยาชนิดอื่น

เนื่องจากผลข้างเคียงสำคัญของยากลุ่มจิตเวชทำให้น้ำหนักขึ้น การใช้กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิกร่วมกับยากลุ่มจิตเวชจะช่วยลดการเพิ่มของน้ำหนัก

การบริโภคกรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิก ปริมาณ 3.4 กรัมต่อวันร่วมกับสารสกัดจากชาเขียวจะช่วยลดปริมาณไขมันในร่างกาย ในกลุ่มผู้ที่ใช้ยาจิตเวชย่างมีนัยสำคัญโดยลดได้ประมาณ 5.1-8.1%  และช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อได้ 4.4-11%

ปริมาณยาที่ใช้

ปริมาณหรือขนาดยาที่ใช้ดังต่อไปนี้ได้ถูกศึกษาจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

ผู้ใหญ่

รับประทาน

  • สำหรับลดไขมันร่างกายในผู้ป่วยโรคอ้วนควรใช้ที่ปริมาณ 3.4-6.8 กรัมต่อวัน  เป็นเวลาต่อเนื่อง 12 สัปดาห์
  • สำหรับลดความดันโลหิตสูง ควรใช้กรดคอนจูเกเตดไลโนเลอิก 4.5 กรัมต่อวันร่วมกับ ramipril (Altace) 37.5 mg/วัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์

เด็ก

รับประทาน

  • สำหรับลดไขมันร่างกาย โดยสำหรับเด็กที่มีน้ำหนักเกินที่มีอายุ 6-10 ปีควรรับประทานที่ปริมาณ 3 กรัมต่อวันเป็นเวลานาน 7 เดือน 

ที่มาของข้อมูล

Tatiana E.L. et al., A review on effects of conjugated linoleic fatty acid (CLA) upon body composition and energetic metabolism, (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4574006/), 17 September 2015.

Sailas B. et al., Pros and cons of CLA consumption: an insight from clinical evidences., (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/25972911), 3 February 2015.

Zhao WS et al., Conjugated linoleic acid supplementation enhances antihypertensive effect of ramipril in Chinese patients with obesity-related hypertension.,(https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/19300423), 19 March 2009.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

สั่งซื้อยาออนไลน์

เป็นเพื่อนกับเราทาง LINE: "@honestdocs" คุณสามารถสั่งให้เราจัดส่งยาถึงบ้านได้แล้ววันนี้ จัดส่งฟรีด้วย "EMS ทั่วประเทศภายใน 3 วัน หรือค่าบริการส่งตามระยะทางสำหรับการ"ส่งด่วน"ภายใน 24 ชม. ใน กทม. คุณสามารถจ่ายโดยการโอนเงินผ่านทางธนาคาร หมายเหตุ: i) เราไม่ได้เป็นร้านขายยาเอง แต่เราให้ความสะดวกแก่คนไข้โดยมีบริการสั่งซื้อยาจากเภสัชกรแล้วจัดส่งให้แก่ท่าน ii) เราไม่สามารถบริการจัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาอันตราย และยาควบคุม (ซึ่งต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น)

เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์