Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

Chlortalidone (คลอทาลิโดน)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,338,239 คน

คลอทาลิโดน (Chlortalidone) เป็นยาขับปัสสาวะในกลุ่มไทอะไซด์ (Thiazide) ช่วยลดอาการบวมน้ำในผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว หรือผู้ป่วยโรคไต ช่วยลดความดันโลหิตในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เพื่อป้องกันการเกิดภาวะหลอดเลือดสมอง หัวใจวาย และการทำงานของไตผิดปกติ คลอทาลิโดนออกฤทธิ์ยับยั้งการดูดกลับของโซเดียมและคลอไรด์ โดยตำแหน่งหลักที่ยาออกฤทธิ์ คือ บริเวณโซเดียม-คลอไรด์ ซิมพอร์ทเตอร์ (Na+/Cl- symporter) ที่ท่อขดส่วนปลายของหน่วยไต จึงเพิ่มการขับออกของโซเดียมและน้ำส่วนเกินในรูปของปัสสาวะออกจากร่างกาย เมื่อของเหลวในร่างกายลดลง เลือดที่กลับเข้าสู่หัวใจและถูกสูบฉีดออกจากหัวใจจึงลดลง ส่งผลให้ความดันโลหิตลดต่ำลง 

คลอทาลิโดนมีประสิทธิภาพที่แตกต่างจากยาขับปัสสาวะในกลุ่มอื่น คือ นอกจากยาจะมีฤทธิ์ลดความดันโลหิตแล้ว การศึกษายังพบว่ายามีฤทธิ์ลดการเกาะกลุ่มกันของเกล็ดเลือด ลดคุณสมบัติการยอมให้สารผ่านเข้าออกจากหลอดเลือด จึงเชื่อว่าประสิทธิภาพเหล่านี้ทำให้คลอทาลิโดนสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad

คลอทาลิโดนจัดเป็นยาอันตราย ตามการจำแนกประเภทของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันในประเทศไทยมี คลอทาลิโดนวางจำหน่ายในรูปแบบยาเดี่ยวชนิดเม็ด คือ โคทาลิน (CHOTALIN®) โดยบริษัท Berlin Pharm โดยตัวยาสำคัญ ได้แก่ Chlortalidone ขนาด 25 มิลลิกรัม ส่วนชื่อการค้าอื่นๆนั้น มีวางจำหน่ายในรูปแบบยาเม็ดผสม เช่น EDARBYCLOR® โดยบริษัท Takeda เป็นยาเม็ดผสมระหว่าง Azilsartan ขนาด 40 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นยาที่ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มยับยั้งการทำงานของตัวรับแองจิโอเทนซิน ชนิดที่ 2 (Angiotensin II Receptor Blocker; ARB) และ Chlortalidone ขนาด 12.5 มิลลิกรัม

ข้อบ่งใช้ของยา Chlortalidone

  • รักษาภาวะท้องมานในผู้ป่วยโรคตับแข็ง หรือผู้ป่วยภาวะบวมน้ำเนื่องจากกลุ่มอาการโปรตีนรั่วในปัสสาวะ (Nephrotic syndrome)
  • รักษาโรคความดันโลหินสูง
  • รักษาโรคหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง ระดับไม่รุนแรงถึงปานกลาง
  • รักษาความผิดปกติของไตจากโรคเบาจืด (Diabetes insipidus) หรือเบาจืดที่เกิดจากความผิดปกติของสมอง (Partial pituitary diabetes insipidus)

ขนาดและวิธีการใช้ยา Chlortalidone 

  • ข้อบ่งใช้สำหรับรักษาภาวะท้องมานในผู้ป่วยโรคตับแข็ง หรือผู้ป่วยภาวะบวมน้ำเนื่องจากกลุ่มอาการโปรตีนรั่วในปัสสาวะ ขนาดการใช้ยาในผู้ใหญ่ ยาในรูปแบบยาเม็ดรับประทาน ขนาด 50 มิลลิกรัมต่อวัน
  • ข้อบ่งใช้สำหรับรักษาโรคความดันโลหิตสูง ยาในรูปแบบยาเม็ดรับประทาน ขนาดการใช้ยาในผู้ใหญ่ ขนาด 25 มิลลิกรัมต่อวัน รับประทานวันละครั้งในเวลาเช้า สามารถปรับเพิ่มขนาดยาได้ถึง 50 มิลลิกรัมต่อวันตามการตอบสนองต่อยาของผู้ป่วย
  • ข้อบ่งใช้สำหรับรักษาโรคหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง ระดับไม่รุนแรง ถึงปานกลาง ยาในรูปแบบยาเม็ดรับประทาน ขนาดการใช้ยาในผู้ใหญ่ ขนาด 25-50 มิลลิกรัมต่อวัน รับประทานวันละครั้งในเวลาเช้า สามารถปรับเพิ่มขนาดยาได้ถึง 100-200 มิลลิกรัมต่อวันตามการตอบสนองต่อยาของผู้ป่วย ระดับยาที่ใช้ในระยะรักษาให้เป็นขนาดที่ต่ำที่สุดที่ช่วยลดอาการของผู้ป่วยได้

ผลข้างเคียงของยา Chlortalidone 

ผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ Chlortalidone ที่พบได้บ่อย ได้แก่ 

  • รบกวนสมดุลของระดับอิเล็กทรอไลต์ 
  • เกิดผื่นลมพิษ 
  • ความดันโลหิตต่ำ 
  • ท้องไส้ปั่นป่วน ท้องผูก ท้องเสีย 
  • ระดับคลอรีนในกระแสเลือดต่ำ 
  • ระดับกรดยูริกในกระแสเลือดสูง 
  • ลดความอยากอาหาร 
  • อวัยวะเพศไม่แข็งตัว 
  • ระดับน้ำตาลในเลือดสูง 

ส่วนผลข้างเคียงที่พบได้น้อย ได้แก่ หัวใจเต้นผิดจังหวะ เบาหวานกำเริบ พบน้ำตาลในปัสสาวะ ความผิดปกติต่อตับ ไตอักเสบ น้ำท่วมปอด ความผิดปกติต่อระบบทางเดินหายใจ อาเจียน

ข้อควรระวังของยา Chlortalidone 

  • ยาถูกจัดอยู่ในกลุ่ม category B ตามดัชนีความปลอดภัยการใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์ (Pregnancy Safety Index) ยาค่อนข้างมีควรปลอดภัยกับทารกในครรภ์ แต่อย่างไรก็ตามการใช้ยานี้ในสตรีมีครรภ์ควรพิจารณาถึงประโยชน์ที่ผู้ป่วยจะได้รับจากการใช้ยาว่ามีมากกว่าความเสี่ยง
  • ไม่แนะนำให้ใช้ยาในสตรีมีครรภ์เพื่อรักษาภาวะบวมน้ำระดับไม่รุนแรง
  • ห้ามใช้ยานี้ในผู้ป่วยที่แพ้ยา Chlortalidone หรือยาอนุพันธ์ในกลุ่มซัลโฟนาไมด์ (Sulfonamide)
  • ห้ามใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคแอดดิสัน (โรคที่เกิดจากความผิกปกติของต่อมหมวกไต ที่ไม่สามารถผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล และ อัลโดสเตอโรนได้เพียงพอ อาการของผู้ป่วย เช่น มีผิวสีเข้ม ความดันโลหิตต่ำ ไม่มีเรี่ยวแรง น้ำหนักตัวลดลง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก มีปัญหาเกี่ยวกับระบบเผาผลาญและระบบย่อยอาหาร อาการที่รุนแรงนำไปสู่การเกิดภาวะวิกฤตของโรคได้)
  • ห้ามใช้ยานี้ในผู้ป่วยภาวะแคลเซียมในเลือดสูง (Hypercalcemia)
  • ห้ามใช้ยานี้ในผู้ป่วยภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ (Hyponatremia)
  • ห้ามใช้ยานี้ในผู้ป่วยภาวะระดับกรดยูริกในเลือดสูง (Hyperuricemia)
  • ห้ามใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคไตวายที่ปัสสาวะน้อยกว่า 100 มิลลิลิตรต่อวัน (Anuria)
  • ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้สูงอายุ เนื่องจากมีโอกาสได้รับความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงมากกว่า ควรมีการปรับขนาดยาให้เหมาะสมกับการทำงานของไต
  • ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคเกาท์ เนื่องจากยาเพิ่มระดับกรดยูริกในกระแสเลือด ซึ่งอาจทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้น
  • ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยการทำงานของตับ ไตบกพร่อง
  • ควรรับประทานยานี้พร้อมหรือหลังอาหาร และแนะนำให้รับประทานยาในมื้อเช้า และไม่แนะนำให้รับประทานยาช่วงก่อนนอน เนื่องจากยาทำให้ผู้ป่วยปัสสาวะบ่อยขึ้น อาจรบกวนการนอนของผู้ป่วย


ที่มาของข้อมูล

National Institute for Health and Care Excellence, Chlortalidone ( https://bnf.nice.org.uk/drug/chlortalidone.html), 2019.

MIMS UK, Chlortalidone (https://www.mims.co.uk/drugs/cardiovascular-system/diuresis/chlortalidone), 2019.

RxList, Chlortalidone (https://www.rxlist.com/consumer_chlorthalidone_thalitone/drugs-condition.htm), 2019.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล